เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 95 ใต้หล้าโกลาหล

บทที่ 95 ใต้หล้าโกลาหล

บทที่ 95 ใต้หล้าโกลาหล


บทที่ 95 ใต้หล้าโกลาหล

“ข่าวที่ได้มาจากตีนเขาบอกว่า ตลอดร้อยปีมานี้ ราชวงศ์ต้าหยวนเริ่มแสดงความเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัด”

“อัจฉริยะด้านวรยุทธรุ่นใหม่มีน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะที่กองทัพม้าเหล็กมองโกลที่เคยเกรียงไกรในอดีตก็เริ่มขี้ขลาดตาขาวมากขึ้น”

“พวกเขาถูกราชวงศ์ต้าชิงซึ่งเป็นราชวงศ์ที่รุ่งโรจน์ขึ้นมาภายหลังโจมตีอย่างหนัก จนสูญเสียทุ่งหญ้าและเผ่าพันธุ์ไปมากมาย!”

“ราชวงศ์ต้าชิงได้จัดตั้งกองพลแปดธงมองโกลขึ้นมา และใช้กองพลนี้เป็นกำลังหลักในการยึดครองพื้นที่ จนกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างสมบูรณ์ในสงคราม!”

“หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ราชวงศ์ต้าหยวนที่เป็นชนเผ่าต่างแดน คงจะถูกราชวงศ์ต้าชิงกลืนกินจนสิ้นซากและเสี่ยงต่อการถูกล้างเผ่าพันธุ์!”

ศิษย์สืบทอดลับคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความกังวล

คำพูดนี้ทำให้ศิษย์คนอื่นๆ รู้สึกคล้อยตามและพากันเอ่ยด้วยความโกรธแค้น

“เหอะ ราชวงศ์ต้าชิงพวกคนเถื่อนนั่น ไม่ได้หวังเพียงแค่จะกลืนกินต้าหยวนเท่านั้นหรอก แม้แต่ดินแดนของราชวงศ์ต่างๆ ในภาคกลางก็ถูกพวกมันกัดกินไปไม่น้อย!”

“พวกคนเถื่อนแมนจูช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก พวกมันมักจะลดฐานะผู้คนให้กลายเป็นทาสและสัตว์เลี้ยงโดยไม่มีศีลธรรมใดๆ”

“แต่ต้องยอมรับว่าพวกคนเถื่อนแมนจูรู้จักวิถีแห่งการเข่นฆ่าในสนามรบดีกว่าใคร การสู้รบในกองทัพต้องการทหารที่กล้าหาญไม่กลัวตายและบุกตะลุยไปข้างหน้า”

“ความเสื่อมถอยของราชวงศ์ต้าหยวนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นผลพวงที่ฝังรากมาตั้งแต่ตอนที่ม้าเหล็กมองโกลเหยียบย่ำราชวงศ์ต้าจินในอดีต”

“คนเถื่อนแมนจูได้เรียนรู้บทเรียนจากอาณาจักรต้าจินและยึดเอาฐานอำนาจนั้นมา จนในที่สุดก็รุ่งโรจน์ขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง นำพาคนเถื่อนจากเหลียวตงสร้างโชคชะตาแห่งเผ่าพันธุ์และสถาปนาราชวงศ์ขึ้นมา พวกมันมีความกระหายเลือดจนยากจะยับยั้ง!”

“ถึงแม้พวกแมนจูจะน่ารังเกียจ แต่สิ่งที่พวกท่านต้องกังวลที่สุดคือ หากราชวงศ์ต้าชิงกลืนกินรากฐานของต้าหยวนสำเร็จ พลังอำนาจของพวกมันจะเพิ่มพูนขึ้นมหาศาล”

“ราชวงศ์ยักษ์ใหญ่ในภาคกลางย่อมไม่อาจนิ่งดูดาย และต้องส่งกองทัพออกไปเพื่อยับยั้งการเติบโตของพวกมันแน่นอน...”

“ไม่ต้องรอถึงอนาคตหรอก เพราะเมื่อไม่นานมานี้ข้าได้รับข่าวมาว่า ราชวงศ์ต้าหมิงตั้งใจจะเปิดศึกที่สมรภูมิเหลียวตงอีกครั้ง เพื่อทำสงครามตัดสินชะตากับราชวงศ์ต้าชิง”

“ตอนนี้มีการระดมพลจากกองทัพรักษาการณ์ตามเมืองต่างๆ มุ่งหน้าสู่เหลียวตงแล้ว โดยตั้งใจจะรวบรวมกองกำลังนับพันกองพัน พร้อมด้วยยอดฝีมือจากค่ายทหารหลวง เพื่อทำลายราชวงศ์ต้าชิงและขัดขวางการรุ่งโรจน์ของพวกมันให้สิ้นซาก...”

เมื่อคำพูดนี้ออกมา ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบกริบและสูดลมหายใจลึกด้วยความตกใจ

ราชวงศ์ต้าหมิงนั้น ในแต่ละจังหวัดจะมีการจัดตั้งกองกำลังรักษาการณ์ที่เรียกว่า "เว่ย" เพื่อทำการเกษตรและฝึกซ้อมรบไปพร้อมกัน

โดยใช้ผู้ฝึกระดับ "ปราณภายใน" เป็นทหารเลว, ระดับ "หลังพ้นสภาวะ" เป็นหัวหน้ากองร้อย , ระดับ "ก่อนพ้นสภาวะ" เป็นหัวหน้ากองพันและระดับ "ปรมาจารย์" เป็นผู้บัญชาการกองพล

พวกเขายังติดตั้งธนูหนัก หน้าไม้อานุภาพสูง และ "ลูกธนูทลายปราณ" จำนวนมหาศาล

นี่คือกองทัพที่สร้างขึ้นจากเหล่ายอดฝีมือวรยุทธโดยแท้จริง!

กองกำลังเพียงหนึ่งกองพล สามารถล้อมสังหารปรมาจารย์วรยุทธได้นับสิบคน นี่คือหลักประกันที่เด็ดขาดในการปกครองส่วนภูมิภาคของราชวงศ์ต้าหมิง

โดยปกติแล้วกองกำลังเหล่านี้จะถูกใช้งานน้อยมากเพื่อคุมความสงบในท้องถิ่น

แต่ตอนนี้ ราชวงศ์ต้าหมิงกลับยอมระดมพลนับพันกองพันมุ่งหน้าสู่เหลียวตงเพื่อทำสงครามครั้งใหญ่...

นี่คือสงครามเดิมพันทั้งประเทศที่แท้จริง!

ไม่ต้องพูดถึงผลแพ้ชนะ เพียงแค่การที่กองกำลังยอดฝีมือตามท้องถิ่นถูกดึงออกไปจนหมดสิ้น แล้วจะเอาพลังที่ไหนไปควบคุมความสงบ?

ภูมิภาคต่างๆ จะต้องเกิดความโกลาหลอย่างแน่นอน!

จะไม่ให้ผู้คนตกใจได้อย่างไร?!

ศิษย์หลายคนถึงกับลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าถอดสีและเอ่ยด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“สถานการณ์วิกฤตถึงขั้นนี้แล้วเชียวหรือ?”

พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ราชวงศ์ต้าหมิงถึงต้องทำสงครามเดิมพันประเทศขนาดนี้?

เพียงเพราะราชวงศ์ต้าหยวนเริ่มเสื่อมถอยและถูกราชวงศ์ต่างแดนอีกแห่งอย่างแมนจูข่มเหงในสนามรบเท่านั้นเองหรือ?

ราชวงศ์ต้าหมิงจำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น...

หากพวกเขาจำไม่ผิด ในอดีตราชวงศ์ต้าหมิงก็สถาปนาขึ้นมาได้จากการเหยียบย่ำราชวงศ์ต้าหยวนเช่นกัน โดยเป็นฝ่ายที่ตีต้าหยวนจนพังพินาศและเสื่อมอำนาจลง

หากพูดถึงความแค้น ราชวงศ์ต้าหมิงกับราชวงศ์ต้าหยวนควรจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันไม่ใช่หรือ?

ผู้ที่รอบรู้ประวัติศาสตร์เสินโจวย่อมรู้ดีว่า เมื่อหลายพันปีก่อนราชวงศ์ต้าหยวนรุ่งโรจน์และมีอำนาจเหนือใต้หล้าเพียงใด

พวกมันกลืนกินทั้งอาณาจักรต้าจิน, อาณาจักรเติร์ก, อาณาจักรฮั่น และเผ่าทุ่งหญ้าน้อยใหญ่จนรวบรวมทุ่งหญ้าเป็นหนึ่งและสถาปนาราชวงศ์ต้าหยวน

ในยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุด พวกมันถึงขั้นรุกรานเข้ามาในภาคกลาง กดดันราชวงศ์ต่างๆ จนด่านชายแดนพังพินาศ ผู้คนเพียงแค่ได้ยินชื่อม้าเหล็กมองโกลก็หน้าถอดสี

โดยเฉพาะราชวงศ์ต้าซ่งที่ถูกราชวงศ์ต้าหยวนล้อมเมืองหลวงไว้หลายต่อหลายครั้ง

หากไม่ใช่เพราะราชวงศ์ต้าซ่งมีโชคชะตาที่แข็งแกร่ง และปฐมจักรพรรดิซ่งไท่จู่ "จ้าวต้า" ยังคงมีบารมีสะเทือนใต้หล้า ราชวงศ์ต้าซ่งคงถูกทำลายไปนานแล้ว

การที่ราชวงศ์ต้าซ่งยังอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ ปฐมจักรพรรดิจ้าวต้าถือเป็นผู้มีพระคุณอย่างยิ่ง

จักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์นั้นแตกต่างจากฮ่องเต้รุ่นหลัง

พวกเขาไม่เพียงแต่กุมโชคชะตาของราชวงศ์ไว้เท่านั้น แต่ตัวเขาเองยังมีระดับพลังวรยุทธที่สูงส่งอีกด้วย

จะพูดอีกอย่างคือ ต่อให้ไม่มีโชคชะตาแห่งราชวงศ์หนุนหลัง พวกเขาก็ยังเป็นยอดฝีมือระดับ "มนุษย์สวรรค์" ที่แข็งแกร่ง!

ส่วนฮ่องเต้รุ่นหลังที่สามารถก้าวเข้าสู่ระดับมนุษย์สวรรค์ได้นั้น ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาวาสนาแห่งราชวงศ์ และถูกเรียกว่า "มนุษย์สวรรค์แห่งโชคชะตา"

หากโชคชะตาของราชวงศ์เสื่อมถอย พละกำลังของมนุษย์สวรรค์เหล่านี้ก็จะลดฮวบลงตามไปด้วย

ในราชวงศ์ทั้งหก สิ่งที่ทำให้ยอดฝีมือวรยุทธนับไม่ถ้วนต้องหวาดเกรงหรือยอมสยบ ก็คือเหล่าเจ้าผู้ครองราชวงศ์ทั้งหกที่มีพลังระดับมนุษย์สวรรค์นั่นเอง!

“สถานการณ์ย่อมไม่ได้วิกฤตเพียงแค่ที่เห็น แต่การที่ราชวงศ์ต้าหมิงเริ่มสงครามเดิมพันประเทศในตอนนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลอื่นซ่อนอยู่แน่นอน...”

ศิษย์สืบทอดลับคนนั้นส่ายหน้า ส่วนเหตุผลที่ว่าคืออะไร เขาก็แบมือบอกว่าไม่รู้เช่นกัน

หวังหมิงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน ฟังบทสนทนาของทุกคนแล้วในใจก็นึกถึงคำสี่คำขึ้นมาทันทีว่า “โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง!”

จังหวะการชิงชัยของราชวงศ์ทั้งหกเร่งเร้าขึ้นอย่างกะทันหันจนดูเหมือนจะรอไม่ไหวอีกต่อไป

สิ่งนี้ทำให้เขาต้องนึกถึงเรื่องที่โลกกำลังจะเปลี่ยนไป

มีเพียง "ดาบแห่งลิขิตฟ้า" ที่ไม่รู้ว่าจะฟาดฟันลงมาเมื่อไหร่เล่มนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ราชวงศ์ทั้งหกต้องเร่งความเร็วในการชิงอำนาจอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้

ราชวงศ์ต้าหมิงทำสงครามเดิมพันประเทศเพียงเพื่อจะตีต้าชิงและช่วยต้าหยวนงั้นหรือ?

มองอย่างไรมันก็ดูไม่สมเหตุสมผล!

ยิ่งไปกว่านั้น ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์หมิงเป็นคนเช่นไร?

ท่านคือผู้ที่ยึดถือคติ "สะสมเสบียงให้มาก สร้างกำแพงให้สูง และค่อยๆ สถาปนาตัวเป็นอ๋อง"!

ท่านเป็นคนที่ใจเย็นและมั่นคงจนน่าขนลุก!

การที่ท่านยอมเสี่ยงทำสงครามเดิมพันประเทศเช่นนี้ ย่อมต้องมีเหตุผลที่คอขาดบาดตายมากกว่านั้น

และเหตุผลที่ว่านั้น นอกจากเรื่อง “โลกเกิดการเปลี่ยนแปลง” แล้วจะมีอะไรได้อีก?

“ทุกท่าน ในวงการวรยุทธก็มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเช่นกัน!”

“จั่วเหลิ่งฉาน เจ้าสำนักซงซาน ซึ่งตอนนี้เป็นประมุขห้าขุนเขาอยู่แล้ว กลับต้องการก้าวไปอีกขั้น เขาปรารถนาจะรวมห้าขุนเขาเป็นหนึ่งเพื่อฟื้นฟูสำนักกระบี่ห้าขุนเขาขึ้นมาใหม่!”

ศิษย์สืบทอดลับอีกคนลุกขึ้นยืนและเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในที่นั้นแตกตื่นอีกครั้ง

“สำนักกระบี่ห้าขุนเขา? ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าขุนเขานั่นมีถึงห้าสำนักศักดิ์สิทธิ์และมีถ้ำสวรรค์ถึงห้าแห่ง หากพวกเขารวมเป็นหนึ่งเดียว สำนักกระบี่ห้าขุนเขาจะไม่ยิ่งใหญ่กว่าบู๊ตึ๊งหรือเส้าหลินของพวกเราหรอกหรือ?”

“เจ้าสำนักซงซาน จั่วเหลิ่งฉานนี่บ้าไปแล้วหรือเปล่า? อย่าว่าแต่เจ้าสำนักคนอื่นหรือบรรพชนมนุษย์สวรรค์ในห้าขุนเขาจะยอมหรือไม่ ต่อให้เป็นเส้าหลินเองก็คงไม่อยากเห็นห้าขุนเขารวมตัวกันหรอก!”

“ถูกที่สุด บ้าไปแล้วหรือ? เป็นประมุขห้าขุนเขาอยู่ดีๆ ไม่ชอบ ดันอยากจะรวมห้าขุนเขาเป็นหนึ่ง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าขุนเขาน่ะกระจายอยู่ทั่วทุกทิศทาง จะรวมกันได้อย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น สำนักต่างๆ ทั่วใต้หล้า ใครจะอยากเห็นสำนักกระบี่ห้าขุนเขาที่สามารถคุกคามดินแดนศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เกิดขึ้นมากันล่ะ?!”

“นึกว่านี่ยังเป็นยุคสมัยของสำนักศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลหรืออย่างไร? สำนักศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ย่อมไม่พอใจ และแม้แต่ราชวงศ์ทั้งหกก็ไม่มีทางยินดีด้วย!”

ทุกคนต่างส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความตกตะลึงและมึนงง

พวกเขารู้สึกว่าจั่วเหลิ่งฉานบ้าไปแล้วที่คิดจะรวมห้าขุนเขาและรื้อฟื้นสำนักกระบี่ห้าขุนเขาขึ้นมา

เรื่องนี้ดูจะเหนือความคาดหมายยิ่งกว่าการที่ราชวงศ์ต้าหมิงทำสงครามกับต้าชิงเสียอีก

ในตอนนั้นเอง โม่ฟานที่นั่งอยู่ข้างหวังหมิงก็เอ่ยขึ้นว่า “ในวงการวรยุทธช่วงนี้ยังมีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น และมันส่งผลกระทบที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง!”

“สำนักศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ กำลังเพิ่มความเข้มข้นในการกวาดล้างพรรคมารและลัทธินอกรีต ทุกสำนักต่างเข้าร่วมอย่างแข็งขัน...”

“ดูเหมือนว่าแม้แต่บู๊ตึ๊งของพวกเราเอง ก็ต้องเข้าร่วมในการนี้ด้วย”

คำพูดของโม่ฟานทำให้ทุกคนถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน

จากนั้นเสียง "ตูม" ก็ดังขึ้นในใจของทุกคน บรรยากาศระเบิดออกด้วยความสับสน

กวาดล้างพรรคมารและลัทธินอกรีตงั้นหรือ?!

แม้แต่บู๊ตึ๊งก็ต้องเข้าร่วมด้วย!

นี่มัน... ฟังอย่างไรก็ดูไม่ชอบมาพากลเอาเสียเลย!

"พรรคมาร" ทั่วใต้หล้าถูกปรมาจารย์จางแห่งบู๊ตึ๊งกวาดล้างจนสิ้นซากไปนานแล้ว!

ตอนนี้จะยังมิมารที่ไหนหลงเหลืออยู่อีก?

ที่สำคัญกว่านั้น ชื่อเสียงของบู๊ตึ๊งก่อนหน้านี้คือการไม่แยแสพวกพรรคมารหรือลัทธินอกรีตเลยแม้แต่นิดเดียว...

บนเขาบู๊ตึ๊งแห่งนี้ เคยขาดแคลน "นางมาร" ด้วยหรืออย่างไร?!

การที่จู่ๆ จะลุกขึ้นมากวาดล้างพรรคมารเช่นนี้ แล้วพวกนางมารบนเขาจะอยู่อย่างไร?

และที่สำคัญคือ การเปลี่ยนจุดยืนในครั้งนี้มันรวดเร็วและกะทันหันเกินไปไหม?

การที่สำนักศักดิ์สิทธิ์อื่นกวาดล้างพรรคมารไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่การที่บู๊ตึ๊งลงมาร่วมวงกวาดล้างด้วยนี่แหละ คือเรื่องใหญ่ของยุทธจักรที่แท้จริง!

มันทำให้ทุกคนในที่นั้นรู้สึกเหมือนท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา

ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความทำตัวไม่ถูก!

ทุกคนอยากจะถามหาเหตุผล แต่เห็นชัดว่าแม้แต่โม่ฟานเองก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

หวังหมิงที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธาน ใจของเขาพลันดิ่งวูบและรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดี

ในระดับราชวงศ์ ต้าหมิงทำสงครามเดิมพันประเทศเพื่อตีต้าชิง

ในระดับวรยุทธ ห้าขุนเขาจะรวมตัวกัน และบู๊ตึ๊งจะกวาดล้างพรรคมาร...

จบบทที่ บทที่ 95 ใต้หล้าโกลาหล

คัดลอกลิงก์แล้ว