เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,012 พลิกผันไปมา

ตอนที่ 1,012 พลิกผันไปมา

ตอนที่ 1,012 พลิกผันไปมา


ตอนที่ 1,012 พลิกผันไปมา

จิตสังหารที่มองไม่เห็นถูกเร่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าข่าวการเสียชีวิตของบลันท์ทำให้พวกเครนรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากข้อพิพาทได้ผ่านพ้นมานานหลายล้านปี ในที่สุดบทสรุปมันก็ใกล้เข้ามาแล้ว

จิตสังหารอันรุนแรงปะทะกันในอวกาศอย่างดุเดือด โดยฝั่งหนึ่งคือจิตสังหารของคอนสแตนผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้สร้างทั้งอีกสิบสามคน ขณะเดียวกันจิตสังหารของอีกฝั่งคือจิตสังหารของเครน, ซีนโอเชี่ยน, เซี่ยกู่เฉิงและจอมเทพทั้งห้าจากสกายวิง

ตามปกติในจักรวาลจะไม่มีกระแสลม แต่จิตสังหารอันทรงพลังเหล่านี้กลับก่อให้เกิดลมพัดแรงไปทั่วทั้งบริเวณ

นี่คือพลังของผู้แข็งแกร่ง!

ใครบอกว่ามนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่ไม่มีนัยยะในจักรวาล?

ความจริงในวันนี้ได้พิสูจน์ว่ามนุษย์มีความสามารถมากพอที่จะทำให้จักรวาลเกิดความปั่นป่วนขึ้นมาได้

สาเหตุที่ผู้คนแข็งแกร่งนั่นก็เพราะพวกเขาบ้ากว่าใคร, พยายามมากกว่าใครและมีแรงผลักดันมากกว่าใคร แรงขับดันเหล่านี้จึงผลักดันให้พวกเขาขึ้นมายืนอยู่บนปลายยอดของพีระมิดในจักรวาล

ตูม!!

การเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนยากที่คนธรรมดาจะมองตามการเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้ทัน

“คอนสแตน! วันนี้ฉันจะฆ่าแก!” เครนร้องตะโกนอย่างดุเดือดขณะพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง ความโกรธและความโศกเศร้าที่ปะทุขึ้นมาภายในใจทำให้ชายชราคนนี้แทบที่จะเสียสติสัมปชัญญะไปแล้ว

ตัวตนระดับพระเจ้าต่างก็ปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมาอย่างรุนแรง ซึ่งการโจมตีแต่ละครั้งมันก็มากพอที่จะทำให้ทั่วทั้งกาแล็กซีต้องสั่นสะเทือน

นอกจากนี้ฝูงหมาป่าสกายวิงและเซี่ยกู่เฉิงก็ยังคอยจู่โจมศัตรูอย่างโหดร้าย และพวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้แรงผลักดันจากความโกรธและความโศกเศร้า ตราบใดก็ตามที่พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวสกายวิงก็ไม่เคยลังเลที่จะสังหารศัตรูของพวกเขาอยู่แล้ว

ตราบใดก็ตามที่ดาบคลั่งถูกชักออกมาจากฝัก เป้าหมายของมันคือการสังหารศัตรูให้ได้เท่านั้น ทุกการโจมตีของฝูงหมาป่าจึงต่างก็ล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายในการพิชิตชีวิตของศัตรู

การโจมตีอย่างสุดกำลังของเซี่ยกู่เฉิงทำให้คอนสแตนเริ่มรู้สึกอึดอัด เพราะท้ายที่สุดการเผชิญหน้าระหว่างผู้เชี่ยวชาญระดับสูงก็มักที่จะไม่ค่อยชอบใช้วิธีที่บ้าคลั่งอย่างการเอาชีวิตไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้ วิธีการส่วนใหญ่ที่นักรบระดับสูงใช้มักจะเป็นวิธีการที่มีความสง่างาม แต่น่าเสียดายที่ฝูงหมาป่าไม่เคยสนใจเรื่องความสง่างามอะไรพวกนั้นเลย

พวกเครนทั้งสามคนก็ลงมือจู่โจมโดยไม่สนใจความสง่างามแล้วด้วยเช่นเดียวกัน เพราะข่าวการตายของบลันท์ได้ทำให้พวกเขาเสียสติไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

นักปราชญ์มักจะพูดอยู่เสมอว่าสาเหตุที่สิ่งมีชีวิตชาญฉลาดแตกต่างจากสัตว์ร้ายนั่นก็เพราะว่าพวกเขามีสติปัญญา อย่างไรก็ตามประโยคนี้กลับไม่สามารถใช้ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะทั้งสกายวิงและผู้สร้างทั้งสามต่างก็จู่โจมโดยอาศัยเพียงแค่สัญชาตญาณและแทบที่จะไม่ใช้สติปัญญาของตัวเองเลย

เมื่อนักรบระดับสูงทำการโจมตีอย่างสุดกำลัง มันก็ทำให้ศัตรูของพวกเขาเริ่มที่จะรู้สึกปวดหัว เพราะคนพวกนี้ไม่คิดที่จะป้องกันตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว คล้ายกับว่าพวกเขาพร้อมจะแลกชีวิตและความตายไปพร้อมกับศัตรูของตัวเอง

คอนสแตนผลักฝ่ามือไปด้านหน้าสร้างคลื่นยักษ์บังคับให้พวกสกายวิงถอยกลับไป ระหว่างนั้นเขาก็ถอยกลับมาตั้งหลักด้วยเช่นกันพร้อมกับหอบหายใจออกมาอย่างรุนแรง

เขารู้ถึงศักยภาพของเครน, ซีนและโอเชี่ยนเป็นอย่างดี เพราะพวกเขาอยู่ด้วยกันมานานมากแล้ว สาเหตุที่เขายังไม่ได้ทำการสังหารผู้สร้างทั้งสามคนนี้ลงไป มันก็เนื่องมาจากว่าเขาไม่ได้มองผู้สร้างทั้งสามว่าเป็นภัยคุกคามสำหรับตัวเอง

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สร้างทั้งสามได้ร่วมมือกับสกายวิง มันกลับผลักดันจนทำให้คอนสแตนถูกต้อนเข้าจนมุม แล้วมันก็ทำให้เขารู้สึกโกรธแค้นและแอบเสียดายกับการตัดสินใจของตัวเองในอดีต

ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงคือการปรากฏตัวของฝูงหมาป่าสกายวิง ตระกูลคนบ้าเหล่านี้เปรียบเสมือนน้ำหมึกที่หยดลงไปในน้ำใส ที่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยมีนัยยะสำคัญอะไรมากนัก แต่มันก็สามารถที่จะเปลี่ยนสีของน้ำที่มันหยดลงไปได้

ระหว่างการต่อสู้คอนสแตนรู้สึกเหมือนกับมีแมลงวันบินรอบหูอยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้นฝูงหมาป่ายังแว้งกัดทุกครั้งที่พวกมันมีโอกาส และทุกครั้งที่เขาจะกำจัดแมลงวันพวกนี้ไป เซี่ยกู่เฉิงผู้ซึ่งเป็นผู้นำของเหล่าสกายวิงก็จะปรากฏตัวขึ้นมาขัดขวางการลงมือของเขาอยู่เสมอ

นี่คือกลยุทธ์การต่อสู้แบบกองโจรที่ใช้ความเร็วรบกวนศัตรูอย่างต่อเนื่อง เมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูรำคาญจนเปิดเผยช่องว่างของตัวเองออกมา เมื่อนั้นมันก็จะเปิดโอกาสให้ฝูงหมาป่าพุ่งตัวเข้าไปเพื่อขย้ำศัตรู

แม้แต่ผู้ยืนบนจุดสูงสุดในจักรวาลอย่างคอนสแตนก็ยังรู้สึกรำคาญฝูงหมาป่าเหล่านี้ แม้ว่าเขาจะมีพลังในการจัดการฝูงหมาป่าได้ แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะลงมือทำลายฝูงหมาป่าได้เลย มันคงจะมีเพียงแต่เหยื่อของฝูงหมาป่าเท่านั้นที่รู้ว่าสกายวิงเป็นตระกูลที่น่ารำคาญมากแค่ไหน ซึ่งถ้าหากจะเปรียบเทียบให้เข้าใจคนพวกนี้ก็ทำตัวเป็นเหมือนยุงที่บินตอมหูอยู่ตลอดเวลา

คอนสแตนกัดฟันมองไปยังศัตรูด้วยใบหน้าอันน่าเกลียด เมื่อได้พบว่าศัตรูทั้งเก้าทำให้เขารู้สึกรำคาญได้มากแค่ไหน ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้ทรงพลังเหมือนกับเขา แต่เขาก็ยังไม่สามารถทำลายตัวตนที่น่ารำคาญพวกนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ทันใดนั้นคอนสแตนก็เริ่มรวบรวมพลังด้วยความโกรธ โดยมีความคิดที่จะใช้วิชาที่ทรงพลังที่สุดของตัวเองในการจัดการฝูงหมาป่าในคราวเดียว

ในเวลานั้นเองจู่ ๆ มันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เพราะท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวถูกแยกออกจากกัน ก่อนที่มันจะมีกองทัพปรากฏตัวขึ้นมา

“กองทัพดาร์คไนท์! คอนสแตนมันเรียกกำลังเสริม!!” ซีนกัดฟันกล่าวขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด

พระเจ้าทั้งสามจากดินแดนดาร์คไนท์ยืนเรียงอยู่บริเวณด้านหน้ากองทัพอย่างสง่างาม โดยในตอนนี้พระเจ้าเกือบทุกคนได้มารวมตัวกันแล้ว ขาดเพียงพระเจ้าไม่กี่คนที่ปลีกวิเวกออกไปเท่านั้น

การต่อสู้ในครั้งนี้พลิกผันกลับไปกลับมา โดยตอนแรกทางฝั่งสกายวิงเริ่มมีความหวังที่จะได้รับชัยชนะ แต่จู่ ๆ กองทัพดาร์คไนท์ก็ปรากฏกายขึ้นมาเพื่อดับความหวังเหล่านั้นไป

ใบหน้าของสกายวิงและผู้สร้างทั้งสามเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด เพราะสถานการณ์ได้พลิกผันจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จู่ ๆ ศัตรูก็มีพระเจ้าเพิ่มขึ้นมาอีกสามคนไม่รวมถึงกองกำลังดาร์คไนท์อันแข็งแกร่งที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของพวกเขาด้วย

“เหวินหยิง คนที่ทำให้ลูกบาดเจ็บอยู่ที่นี่หรือเปล่า?” เหวินต้าซึ่งเป็นราชาแห่งชาวดาร์คไนท์หันไปถามลูกสาวของตัวเอง

“เขาไม่อยู่ค่ะ บางทีมันอาจจะกลัวจนหัวหดไปแล้วก็ได้” เหวินหยิงกล่าวตอบขณะกวาดสายตาแล้วไม่พบเจอกับเซี่ยเฟย

เหวินต้าพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะมองไปที่คอนสแตน

“คุณมาที่นี่ทำไม?” คอนสแตนถามคล้ายกับว่าเขาก็ไม่รู้ถึงการปรากฏตัวของกองทัพดาร์คไนท์ด้วยเหมือนกัน

“คุณสัญญาว่าจะมอบตัวคนที่บุกรุกเข้าไปในดินแดนดาร์คไนท์ให้กับฉัน ตอนนี้มันถึงเวลานัดหมายแล้วฉันเลยจะมาเอาตัวมันไปด้วยตัวเอง” เหวินต้ากล่าวอย่างเย่อหยิ่ง

คอนสแตนกวาดสายตามองไปยังพรรคพวกของตัวเอง และได้พบว่าไดร์กับสไมล์ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่าสหายของเขาทั้งคู่ไม่สามารถจับตัวเซี่ยเฟยมามอบให้กับดาร์คไนท์ได้

“อีก 2-3 วันเดี๋ยวฉันจะส่งตัวเขาคนนั้นไปให้กับพวกคุณเอง ตอนนี้ขอฉันจัดการปัญหาเร่งด่วนของตัวเองก่อน” คอนสแตนกล่าวอย่างหนักแน่นโดยแสดงท่าทางราวกับว่าเขาคือผู้คุมอำนาจของจักรวาล

“ไม่ใช่ว่าตอนนี้ทางฝ่ายคุณกำลังเสียเปรียบอยู่งั้นเหรอ? แน่ใจนะว่าจะไม่ให้พวกฉันยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือ” เหวินต้ากล่าวด้วยรอยยิ้มอันเจ้าเล่ห์

“คุณไม่จำเป็นจะต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องภายในดินแดนกฎ อีกอย่างการที่คุณขนกองทัพมาขนาดนี้ไม่กลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดว่าดินแดนกฎเป็นพันธมิตรกับดินแดนดาร์คไนท์หรือยังไง?” คอนสแตนกล่าวขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด

“ตอนนี้คุณยังจะกลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดอยู่อีกงั้นเหรอ? ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันก็ช่วยคุณจัดการกับนักรบส่วนเกินในดินแดนกฎอยู่เสมอ ถ้าไม่มีพวกฉันคุณคิดว่าตัวเองจะทำตามข้อเรียกร้องของพวกรีเวิร์สได้ไง”

“ตอนนี้ฉันแค่ต้องการตัวฆาตกรที่บุกรุกเข้าไปในดินแดนของฉัน ในเมื่อคุณทำตามข้อตกลงดั้งเดิมของเราไม่ได้แล้วทำไมฉันถึงไม่มีสิทธิ์จะมาเอาตัวฆาตกรพวกนั้นกลับไปด้วยตัวเอง” เหวินต้ากล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้คอนสแตนรู้สึกโกรธจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง และถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกโกรธมากแต่เขากลับไม่สามารถจะทำอะไรได้

ท้ายที่สุดถ้าหากเหวินต้าเปิดเผยความลับทั้งหมดออกไป ตัวตนของเขาก็จะกลายเป็นคนบาปในสายตาของผู้คนทั่วทั้งดินแดนกฎในทันที

“พวกเรามาทำข้อตกลงกันดีไหม? เดี๋ยวฉันจะช่วยคุณกำจัดแมลงวันพวกนี้ให้เอง จากนั้นคุณก็มอบตัวฆาตกรมาให้กับพวกเราแล้วพวกเราจะถอยกลับไปในทันที” เหวินต้ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

คอนสแตนขมวดคิ้วด้วยใบหน้าอันน่าเกลียด เพราะการกระทำของอีกฝ่ายคือการคุกคามดินแดนกฎอย่างเปิดเผย แต่สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวดั่งใจของตัวเองได้ มันจึงทำให้คอนสแตนรู้สึกรำคาญใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ถ้าคุณไม่ตอบ ฉันจะถือว่าคุณตกลงนะ” เหวินต้ากล่าวด้วยรอยยิ้มอันเยาะเย้ย

ต่อมาเหวินต้าก็เริ่มโบกแขนเบา ๆ เรียกนักรบหลายร้อยคนและกลุ่มดาร์คไนท์ให้เคลื่อนตัวมาด้านหน้า จากนั้นกองทัพดาร์คไนท์ก็เริ่มจู่โจมไปทางเซี่ยกู่เฉิง

“ใจเย็น ๆ ตอนนี้เราควรใช้กำลังของพวกดาร์คไนท์จัดการกับพวกเซี่ยกู่เฉิงลงไปก่อน คนพวกนี้มันรู้มากเกินไปแล้วเราจะปล่อยให้พวกมันหนีรอดกลับไปไม่ได้เป็นอันขาด” กรีนกระซิบข้างหูคอนสแตนเบา ๆ

“เอาล่ะพวกเรามาจัดการเรื่องภายในให้เรียบร้อยก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่เราจัดการกับพวกเซี่ยกู่เฉิงได้แล้ว พวกเราค่อยไปจัดการกับพวกดาร์คไนท์ในภายหลัง” คอนสแตนกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

วินาทีต่อมาคอนสแตน, กรีน, ชิลล์และสโตนพร้อมด้วยกองทัพดาร์คไนท์ก็เคลื่อนที่ออกไปจู่โจมพวกเซี่ยกู่เฉิงอย่างพร้อมเพรียงกัน

อันตราย!

แม้ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย แต่พวกเซี่ยกู่เฉิงก็ไม่ได้มีความคิดที่จะล่าถอยออกไปเลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะบรรพบุรุษของสกายวิงที่กำลังเผยรอยยิ้มขึ้นมาบนริมฝีปาก ราวกับว่าเขากำลังรอคอยการโจมตีของศัตรู

ในระหว่างที่กองทัพดาร์คไนท์และพวกคอนสแตนกำลังจะเคลื่อนที่เข้ามาจัดการกับสกายวิงอยู่นั้น มันก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจนทำให้สถานการณ์ในสนามรบพลิกผันไปมา จนยากที่จะคาดเดาว่าผลลัพธ์ในตอนสุดท้ายมันจะจบลงยังไง

***************

บทสรุปสงครามครั้งนี้จะจบลงยังไง? พี่เฟยอยู่ไหนมาช่วยได้แล้วววววว

จบบทที่ ตอนที่ 1,012 พลิกผันไปมา

คัดลอกลิงก์แล้ว