เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 รักระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่ได้นะ!

บทที่ 3 รักระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่ได้นะ!

บทที่ 3 รักระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่ได้นะ!


บทที่ 3 รักระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่ได้นะ!

กางเกงขาสั้นลายดอกไม้ตัวบางที่ประดับด้วยลูกไม้สีชมพูดูมีความเป็นสาวน้อยอย่างยิ่ง เนื้อผ้าที่รัดกุมเน้นส่วนโค้งเว้าโอบรัดบั้นท้ายกลมมนของหลี่ซือยวี่เอาไว้แน่นจนแทบจะปริออก ความงดงามที่น่าหวาดเสียวนั้นทำเอาผู้คนที่ได้เห็นจินตนาการไปไกลชนิดที่กู่ไม่กลับ

“อึก!” เฉินเฟิงลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ในใจคิดว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์ร้ายกาจชะมัด

หลี่ซือยวี่สังเกตเห็นสายตาหื่นกามของอีกฝ่ายทันที ใบหน้าสวยนวลพลันขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธจัด เธอรีบถอยกรูดออกไปด้านข้าง “อ๊ะ นาย... ไอ้คนลามก!!!”

น่าตายนัก! เธอเป็นถึงดาวโรงเรียนมัธยมซงเจียง เป็นเทพธิดาผู้มีพรสวรรค์ที่สุดในนครม่อตู! แต่ตอนนี้กลับถูกไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่งเอาเปรียบทางสายตาเข้าให้แล้ว สถานการณ์นี้ไม่ต่างอะไรกับคนใบ้กินบอระเพ็ด มีความทุกข์จุกอกแต่พูดไม่ออกจริงๆ

“ขอโทษทีๆ...” เฉินเฟิงหัวเราะแห้งๆ ขณะตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น พลางถอยหลังตั้งใจจะรีบชิ่งหนีไปจากที่นี่ก่อน เพราะถ้าขืนหลี่ซือยวี่รู้ความจริงว่าเขาคือคนบงการเธอละก็ นั่นหมายถึงการล้างแค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุดแน่นอน!

หลี่ซือยวี่ตีหน้าขรึมถามเสียงแข็ง “บอกมานะ นายสมคบคิดกับพวกเผ่าอสูรเล่นงานฉันใช่ไหม?”

อะ... เผ่าอสูร? เฉินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทันควันเหมือนพัดลม

“เปล่าเลย! ในฐานะนักเรียนดีเด่นที่ผ่านการศึกษาภาคบังคับเก้าปีของต้าเซี่ย เป้าหมายชีวิตของผมคือการสังหารเผ่าอสูรให้สิ้นซาก จะไปสมคบคิดกับพวกมันได้ยังไงครับอาจารย์!”

“จริงเหรอ?” หลี่ซือยวี่เริ่มลังเล เซนส์ของเธอบอกว่า เฉินเฟิงนี่แหละคือตัวต้นเหตุแน่นอน แต่ท่าทางที่ดูเที่ยงธรรมจนเกินเหตุของเขามันดูขัดแย้งชอบกล... ดูยังไงก็ไม่น่าจะมีความสามารถพอจะสบคบคิดกับเผ่าอสูรได้ หรือจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ?

หลี่ซือยวี่ตัดสินใจว่าจะกลับไปตรวจสอบเรื่องนี้ทีหลัง ส่วนเฉินเฟิงยังไงก็เป็นนักเรียนโรงเรียนซงเจียง หนีไปไหนไม่รอดหรอก!

“ช่างเถอะ นายไปได้แล้ว ต่อไปก็ระวังตัวหน่อยล่ะ” หลี่ซือยวี่พูดจบก็หันหลังเดินกลับไปทางหอพักหญิงด้วยท่าทางหัวเสีย

เฉินเฟิงเห็นเธอเดินจากไปก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก การได้ควบคุมดาวโรงเรียนเป็นเรื่องดีก็จริง แต่ถ้าความแตกขึ้นมาล่ะก็จบเห่แน่! แต่ก็นะ... เรื่องแบบนี้ทำแล้วมันตื่นเต้นเร้าใจชะมัด ไม่รู้ว่าวันหลังจะควบคุมเธอให้ทำเรื่องอย่างอื่นได้อีกไหมนะ......

“เพียะ!” จู่ๆ เฉินเฟิงก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ สีหน้าเปลี่ยนเป็นร้อนรน “เกือบลืมไปเลย ฉันมาโรงเรียนกลางดึกเพราะนัดช่วยอาจารย์ฉินวิจัยเผ่าอสูรนี่นา!”

อาจารย์ฉินเป็นคนใจดี เห็นว่าเฉินเฟิงตัวคนเดียวไร้ที่พึ่ง จึงมักจะนัดเขามาช่วยงานวิจัยในตอนกลางคืนทุกสัปดาห์ โดยที่เฉินเฟิงจะได้รับค่าตอบแทนก้อนโตเป็นรางวัล ถ้าเบี้ยวนัด อู่ข้าวอู่น้ำเดียวของเขาก็จบเห่แน่ ในฐานะเด็กกำพร้า ชีวิตความเป็นอยู่ของเขามันช่างอัตคัดขัดสนเหลือเกิน

......

หอพักหญิง ห้อง 702

ตลอดทางที่เดินกลับ หลี่ซือยวี่ยังคงไม่คลายความสงสัยในตัวเฉินเฟิง แต่เธอก็คิดไม่ตกจริงๆ ว่านักเชิดหุ่นระดับท้ายแถว (F) ที่แสนกระจอกงอกง่อยแบบนั้น จะไปเข้าตาพวกเผ่าอสูรได้ยังไง แถมยังไม่มีปัญญามาควบคุมเธอได้ด้วย?

จนกระทั่งสายตาของเธอเหลือบไปเห็นถุงน่องสีดำที่แขวนอยู่ตรงลูกบิดประตู “นะ... นั่นมันถุงน่องของฉันนี่! ทำไมมาอยู่ตรงนี้!?”

หลี่ซือยวี่ทั้งตกใจทั้งอาย ใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงลำคอ เธอรีบคว้าถุงน่องกลับเข้ามาในห้อง พอมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็พบว่าไม้แขวนเสื้อที่เคยตากถุงน่องไว้ตอนนี้ว่างเปล่า เธอยกถุงน่องขึ้นมาพิสูจน์กลิ่นใกล้ๆ จมูก

“กลิ่นสาบคนจน......” “เฉินเฟิงต้องจับมันแน่ๆ ไอ้โรคจิต ไอ้ลามก!!”

หลี่ซือยวี่แทบจะสติแตก วันๆ เธอเอาแต่ตั้งใจฝึกฝน ไม่ค่อยมีเวลาไปซื้อถุงน่องใหม่ ตอนนี้เหลือคู่สุดท้ายแล้วดันมาโดนผู้ชายจับอีก ชั่ววูบหนึ่งเธอลังเลว่าจะใส่ต่อดีไหม “อี๋ ขยะแขยงที่สุด!” “ฉันไม่ใส่แล้ว!”

หลี่ซือยวี่โยนถุงน่องทิ้งไปที่ปลายเตียง ความสงสัยในตัวเฉินเฟิงพุ่งสูงขึ้น “ไอ้ลามกนั่น... ตอนเจอสถานการณ์คับขันเมื่อกี้กลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด แถมยังดูใจเย็นเหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น... ตัวตนของเขาต้องไม่ธรรมดาแน่ ฉันต้องหาโอกาสลองเชิงเขาให้ได้!”

......

ห้องวิจัย

เฉินเฟิงวิ่งกระหืดกระหอบมาถึงหน้าประตู พอกลั้นใจเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับหญิงสาวหุ่นนางแบบ ผิวขาวออร่าจับ กำลังยืนพิงกรอบประตูมองมาด้วยสายตาตัดพ้อ เธอสวมชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินปักลายที่รัดรูปเน้นสัดส่วนชนิดที่เห็นแล้วใจหายใจคว่ำ เรียวขาคู่ยาวเหยียดตรง สวมรองเท้าส้นสูงสีแดงสด พอก้าวเข้าไปใกล้ๆ ยังได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิลอยออกมาจากตัวเธอ

ฉินน่าหราน อาจารย์ประจำชั้น ม.6 ห้อง 3 โรงเรียนมัธยมซงเจียง และควบตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปกครอง ผู้ปลุกอาชีพได้ระดับสูง (S) อาชีพ ‘นักปราชญ์’!

เนื่องจากอาชีพของเธอเน้นไปทางสายบุ๋น เธอจึงไม่ได้ไปออกรบที่แนวหน้าต้านภัยอสูร แต่เลือกที่จะอยู่แนวหลังเพื่อวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ คอยช่วยชาติต้าเซี่ย และวันนี้ เดิมทีเธอตั้งใจจะวิจัยร่างของ ‘เจ้าหญิงเผ่าอสูรระดับสูงพิเศษ (SS)’ ที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากแนวหน้า แต่แผนการกลับต้องสะดุดเพราะเฉินเฟิงดันมาสาย

ฉินน่าหรานจ้องเขม็งไปที่เฉินเฟิงอย่างเคืองๆ “เธอไปทำอะไรมา?”

“อาจารย์ฉิน... คือผม... ผมไปทำธุระมาครับ” เฉินเฟิงตอบเสียงอ้อมแอ้มด้วยความรู้สึกผิด ขืนให้ฉินน่าหรานรู้ว่าเขาไปตีกับหวังเหว่ยในโรงเรียน มีหวังโดนทัณฑ์บนแน่! การเรียน, การปลุกอาชีพ, การเข้าสู่สนามรบ คือบันไดสู่ความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียวของเขา เขาไม่อยากทิ้งโอกาสนี้ไปง่ายๆ

ฉินน่าหรานแค่นเสียง ‘หึ’ เดินสะบัดก้นนำเข้าไปในห้องวิจัยด้วยสีหน้าไม่เชื่อถือ “อาจารย์ได้กลิ่นหลี่ซือยวี่บนตัวเธอ... พวกเธอสองคน... คงไม่ได้กำลังคบกันอยู่หรอกนะ? เมื่อกี้แอบไปเดตกันมาเหรอ?”

“เป็นไปได้ยังไงครับ นั่นมันดาวโรงเรียนนะ เธอจะมามองคนอย่างผมเหรอ?” เฉินเฟิงแอบบ่นในใจ อาจารย์ฉินนี่จินตนาการล้ำเลิศเกินไปแล้ว แถมจมูกยังไวเวอร์ สมกับเป็นผู้หญิงที่ปลุกอาชีพ ‘นักปราชญ์’ ระดับ S จริงๆ

“อื้ม อาจารย์ก็ว่างั้นแหละ หลี่ซือยวี่คือคนที่จะได้เป็นหนึ่งในสิบจอมพลผู้ยิ่งใหญ่ของต้าเซี่ยในอนาคต เธอจะมาตาต่ำมองเธอได้ยังไง” ฉินน่าหรานพูดหยอกล้อเหมือนเป็นเรื่องตลก ก่อนจะเดินไปที่โลงแก้วผลึกใบหนึ่ง

เฉินเฟิงแอบบ่นในใจอีกรอบ หลี่ซือยวี่มองไม่เห็นหัวเขาเนี่ยนะ? เขาต่างหากที่มองไม่เห็นหัวเธอ! ตั้งแต่นคืนนี้เป็นต้นไป เฉินเฟิงคือชายผู้ผูกมัดกับระบบ อนาคตของเขาไร้ขีดจำกัด

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่กำลังบ่นอยู่นั้น สายตาของเฉินเฟิงก็ถูกดึงดูดโดยร่างที่อยู่ภายในโลงแก้วผลึก ภายในโลงโปร่งใสนั้น มีเด็กสาวหน้าตาสะสวย ส่วนสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร เธอสวมชุดกระโปรงสั้นสีดำที่ดูทะมัดทะแมง เรียวขาเรียวเล็กแนบชิดกัน นอนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น

“ทะ... เธอคือเจ้าหญิงเผ่าอสูรเหรอครับ?” เฉินเฟิงรู้สึกประหลาดใจ เด็กสาวคนนี้สวยเกินไปแล้ว

ฉินน่าหรานพยักหน้า “อืม นักรบแนวหน้าพบเธอในโบราณสถานแห่งหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญมากมายพยายามวิจัยแล้ว นอกจากจะยืนยันได้ว่าเธอเป็นเพียงศพที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ไม่พบข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นใดอีกเลย”

“น่าเสียดายจังนะครับ” เฉินเฟิงรู้สึกเสียดายในใจ ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ ก็ถือว่าเป็นตัวตน ระดับสูงพิเศษ (SS) เลยนะ เขาอาจจะใช้ระบบจับมาทำเป็นหุ่นเชิดได้แท้ๆ

แต่สิ่งที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือ... ในเมื่อผู้เชี่ยวชาญมากมายยังวิจัยไม่สำเร็จ แล้วทำไมฉินน่าหรานถึงเรียกเขามาช่วยวิจัยกลางดึกแบบนี้ล่ะ?

ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังจะเอ่ยปากถาม จู่ๆ ฉินน่าหรานก็หันขวับมาจ้องหน้าเขา แล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เธออยากแข็งแกร่งขึ้นไหม?”

“ผะ... ผม......” เฉินเฟิงอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ “อยากครับ ผมอยากแข็งแกร่งขึ้น!”

ใบหน้าสวยเฉี่ยวของฉินน่าหรานปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ “อยากจริงๆ ใช่ไหม?”

(จบบทที่ 3)

จบบทที่ บทที่ 3 รักระหว่างอาจารย์กับศิษย์ไม่ได้นะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว