เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1,008 สัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาด

ตอนที่ 1,008 สัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาด

ตอนที่ 1,008 สัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาด


ตอนที่ 1,008 สัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาด

“เอานี่ มรดกของนายน้อย” ทันทีที่เขาพูดจบริเวอร์ก็มอบสิ่งของมากมายให้กับเซี่ยเฟย ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ, ชุดเกราะ, หนังสือและสิ่งของต่าง ๆ อีกเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

ด้วยสิ่งของเป็นจำนวนมากเซี่ยเฟยจึงไม่รู้ว่าเขาควรจะต้องหยิบของชิ้นไหนขึ้นมาตรวจสอบก่อนเป็นอันดับแรก นอกจากนี้มันก็ยังมีสิ่งแปลกตาอย่างมากมายที่เขาไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อน

“นี่คือชุดเกราะเทียมสวรรค์ของนายน้อย น่าเสียดายที่ระหว่างการถูกไล่ล่าชุดเกราะหลักของนายน้อยได้ถูกทำลายลงไปแล้ว แต่ชุดเกราะเทียมสวรรค์ก็ยังเป็นชุดเกราะสุดยอดที่ดีกว่าชุดเกราะอาชูร่าของคุณมาก” ริเวอร์กล่าว

“ชุดเกราะเทียมสวรรค์?” เซี่ยเฟยพึมพำขณะหยิบชุดเกราะชุดใหม่ขึ้นมาตรวจสอบ และเมื่อชายหนุ่มทดลองใช้นิ้วดีดไปบนแผ่นโลหะบาง ๆ อย่างแผ่วเบา มันก็มีน้ำเสียงอันไพเราะก้องกังวานดังขึ้นมา

“มันเป็นชุดเกราะที่ดีมาก ตัววัตถุดิบแทบจะไม่มีน้ำหนักเลย ฝีมือการออกแบบก็เข้ากับสรีระอย่างปราณีตเรียกได้ว่ามันคือชุดเกราะชั้นยอดจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าว

“ชุดเกราะชุดนี้ถือได้ว่าเป็นชุดเกราะในตำนานที่แม้แต่นอกประตูจักรวาลก็ยังถือว่ามันเป็นสมบัติที่หาได้ยาก ทั่วทั้งจักรวาลนี้คงจะไม่มีชุดเกราะชุดไหนเทียบชั้นกับชุดเกราะเทียมสวรรค์ได้อีกแล้ว” ลินนิจกล่าวขณะมองไปยังชุดเกราะอย่างโหยหา

“ชุดเกราะเทียมสวรรค์มันน่าทึ่งจริง ๆ แต่มันก็ยังมีอย่างอื่นที่น่าทึ่งมากยิ่งกว่า” ริเวอร์กล่าวก่อนที่เขาจะดึงดาบเล่มยาวออกมาจากฝัก

แสงสว่างสีขาววูบวาบขึ้นมาอย่างฉับพลัน พร้อมกับดาบแส้ที่สร้างขึ้นมาจากกระดูกสีขาวถูกตวัดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“นี่คือดราก้อนสไปน์ดาบเล่มโปรดของนายน้อย เรียกได้ว่ามันคือมรดกที่แท้จริงจากตระกูลออโรร่า คุณรู้ไหมว่าดาบเล่มนี้มันทำขึ้นมาจากวัตถุดิบอะไร?” ริเวอร์ถามด้วยรอยยิ้ม

“ผมไม่รู้ แต่เมื่อพิจารณาจากตัววัตถุดิบแล้วมันจะต้องทำมาจากข้อต่อของสัตว์อสูรสักชนิดแน่ ๆ แต่ถึงแม้ว่าผมจะศึกษาเรื่องของสัตว์อสูรมาบ้าง แต่ผมก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าข้อต่อของสัตว์อสูรชนิดไหนถึงมีความแหลมคมราวกับใบมีดแบบนี้” เซี่ยเฟยกล่าว

“อสูรดาวดับ, ดักแด้ดวงดาวและมังกรถูกรู้จักในนามของราชันย์แห่งสัตว์อสูรทั้งปวง และดาบดราก้อนสไปน์เล่มนี้ก็คือดาบที่ทำมาจากกระดูกของมังกรโบราณ”

“มังกรโบราณ!?” เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหนมันก็ล้วนแล้วแต่มีตำนานเกี่ยวกับมังกรด้วยกันทั้งนั้น

มังกรคือตัวแทนของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลัง และถ้าหากว่าดาบเล่มนี้สร้างขึ้นมาจากกระดูกของมังกรโบราณจริง ๆ มันย่อมจะต้องเป็นอาวุธที่อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการอย่างแน่นอน

นี่มันดาบในตำนานที่สร้างขึ้นมาจากชิ้นส่วนของสัตว์อสูรในตำนาน!!

“ดาบดราก้อนสไปน์ไม่ใช่อาวุธธรรมดาแต่มันคืออาวุธที่สามารถเจาะทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่นายใช้มันในการโจมตีศัตรูก็จะได้รับบาดเจ็บไปจนถึงจิตวิญญาณที่อยู่ภายใน” ลินนิจกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ

“ไม่ว่าจะเป็นชุดเกราะเทียมสวรรค์หรือดาบดราก้อนสไปน์ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ที่อยู่เหนือกว่าระดับของจักรวาลแห่งนี้ไปแล้ว เพราะพวกมันคือสมบัติจากตระกูลออโรร่า ผู้ซึ่งเป็นตระกูลขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังประตูจักรวาลไปอีกที”

หลังจากหยุดพูดไปครู่หนึ่งริเวอร์ก็ทำการหยิบหนังสือที่มีความหนาพอ ๆ กับพจนานุกรมขึ้นมา

“นี่คือวิชาวิญญาณเฉพาะทายาทสายตรงของตระกูลออโรร่าเท่านั้น นี่คือวิชาที่ถูกออกแบบมาเพื่อโซลฮันเตอร์โดยเฉพาะ แล้วมันก็ยังมีวิชานี้ที่ถูกออกแบบมาเพื่อโซลอีทเตอร์โดยเฉพาะด้วยเหมือนกัน หนังสือพวกนี้ทุกเล่มคือพื้นฐานที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณพัฒนาพลังวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว”

“ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางไหนแต่หนังสือทั้งห้าเล่มนี้ก็มากพอที่จะครอบคลุมเนื้อหาตลอดชีวิตที่คุณจะต้องเรียนรู้แล้ว เนื่องมาจากการเดินทางในคราวนี้ค่อนข้างเป็นการเดินทางไกล นายน้อยจึงนำสมบัติติดตัวมาด้วยอย่างมากมาย ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันหนึ่งการตัดสินใจของนายน้อยจะมีประโยชน์กับคุณมากขนาดนี้”

ทั้งริเวอร์และลินนิจต่างก็ดูตื่นเต้นมาก เพราะท้ายที่สุดสิ่งเหล่านี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติของตระกูลออโรร่าที่ถูกเก็บเอาไว้ให้กับทายาทสายตรงของตระกูลเท่านั้น ทั้งคู่จึงไม่เคยได้สัมผัสกับสมบัติเหล่านี้เลย

“เอาล่ะพวกเรามาเริ่มเรียนรู้พื้นฐานกันเถอะ ว่าแต่คุณเลือกโซลฮันเตอร์หรือโซลอีทเตอร์ ถ้าหากว่าคุณเริ่มเรียนรู้จากหนังสือผิดเล่ม มันก็จะส่งผลกระทบในระยะยาว” ริเวอร์กล่าวอย่างกระตือรือร้น

“ฉันไม่ได้เลือกทั้งโซลฮันเตอร์และโซลอีทเตอร์นั่นแหละ” เซี่ยเฟยกล่าวตอบอย่างเฉยเมย

“หา!”

“เป็นไปไม่ได้! ทำไมนายถึงไม่เลือกอะไรเลย ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต” ลินนิจตะโกนขึ้นอย่างตกใจพร้อมกับยกมือขึ้นมาดึงเส้นผมของตัวเอง

ขณะเดียวกันริเวอร์ก็ส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ท้ายที่สุดหลังจากที่เขาได้สัมผัสกับชายหนุ่มคนนี้มาสักพัก เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเซี่ยเฟยไม่เหมาะสมกับการสืบทอดมรดกของตระกูลออโรร่าจริง ๆ

เรื่องนี้ทำให้ทั้งคู่รู้สึกหงุดหงิดมาก เพราะเซี่ยเฟยมีสายเลือดของตระกูลออโรร่าอยู่ถึง 25% แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับไม่สามารถที่จะสืบทอดมรดกวิชาของตระกูลได้เลย มันจึงทำให้พวกเขาไม่รู้จะหาคำอธิบายคำไหนมาอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ดี

“ทำไมคุณถึงไม่เลือกอะไรเลย?” ริเวอร์ถาม

“ฉันบอกไปแล้วไงว่าในสมองของฉันมันมีดวงแสงสีแดง, สีขาว, สีดำปรากฏขึ้นมาสามดวง และดวงแสงที่ฉันเลือกก็คือดวงแสงสีดำ และนั่นก็คือเหตุผลที่ทำไมฉันถึงตอบว่าฉันไม่สามารถเรียนรู้วิชาพวกนี้ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

ทันใดนั้นลินนิจกับริเวอร์ก็เริ่มสนทนากันอย่างลับ ๆ อีกครั้ง เพื่อปรึกษากันโดยไม่ให้เซี่ยเฟยได้ยิน

“ตอนแรกเซี่ยเฟยมีพรสวรรค์สูงมาก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะสูญเสียพรสวรรค์ของตัวเองไปแล้ว” ลินนิจกล่าวอย่างกังวล

“ฉันคิดว่าเขาน่าจะเปิดโซลมาร์คเร็วเกินไปจนทำให้สมองได้รับความเสียหาย และถึงแม้ว่าตอนนี้เซี่ยเฟยจะเปิดโซลมาร์คขึ้นมาได้สำเร็จ แต่เขากลับสูญเสียความสามารถในเส้นทางของนักรบวิญญาณไปด้วย” ริเวอร์กล่าว

“เอายังไงดี? ตอนนี้ถึงเซี่ยเฟยจะพัฒนาจนถึงขีดจำกัดของร่างกายได้ แต่เขาคงไม่สามารถพัฒนาไปตามแนวทางของนักรบวิญญาณได้แน่ ๆ” ลินนิจกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

องครักษ์จากตระกูลออโรร่าต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง เพราะตามปกติมันจะต้องรอจนกว่านักรบพัฒนาร่างกายจนถึงขีดจำกัดเสียก่อน แล้วพวกเขาค่อยเริ่มพัฒนาพลังทางด้านวิญญาณเพื่อทำการเปิดโซลมาร์คตามขั้นตอน

แต่เซี่ยเฟยกลับสามารถเปิดโซลมาร์คได้ตั้งแต่ในตอนที่เขามีพลังในระดับราชันย์ขั้นที่ 5 ซึ่งมันเป็นปาฏิหาริย์อย่างที่ทั้งสองคนไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“แบบนี้ตลอดชีวิตเซี่ยเฟยก็คงจะพัฒนากลายเป็นพระเจ้าระดับสูงสุดได้เท่านั้น แต่คงจะไม่สามารถพัฒนาไปได้ไกลกว่านั้นอีกแล้ว” ลินนิจกล่าวขึ้นมาด้วยความโกรธ เนื่องมาจากเซียวกู๋ผู้ซึ่งเป็นปู่ของเซี่ยเฟยดีกับเขาและลินนิจมาก สถานการณ์ในปัจจุบันจึงทำให้ทั้งคู่รู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่สามารถช่วยให้ชายหนุ่มพัฒนาไปตามแนวทางอย่างที่ควรจะเป็น

ระหว่างที่โซลฮันเตอร์ทั้งสองกำลังหมดหวัง มันก็มีเสียงดังขึ้นมาจากในระยะไกล พวกเขาจึงรีบหันศีรษะไปดูก่อนที่จะได้พบกับเหตุการณ์ที่ทั้งคู่ไม่อาจเข้าใจได้

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังโจมตีขึ้นไปบนอากาศด้วยฝ่ามือข้างเดียวและทำการปลดปล่อยเงาวิญญาณออกไปอย่างรวดเร็ว

เงาวิญญาณที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นเป็นเงาวิญญาณในรูปลักษณ์ของมนุษย์ คล้ายกับว่าชายหนุ่มได้ทำการเรียกวิญญาณร้ายออกมาเพื่อทำการโจมตี

เหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้ลินนิจและริเวอร์พูดไม่ออก เพราะวิชาโซลชาโดว์เป็นวิชาเฉพาะสำหรับโซลฮันเตอร์ที่เอาไว้ใช้สำหรับการล่าวิญญาณของศัตรู

เซี่ยเฟยเพิ่งจะเปิดโซลมาร์คขึ้นมาได้เพียงแค่ไม่นาน และเขาก็ไม่ได้มีคุณสมบัติที่จะเรียนรู้มรดกวิชาจากตระกูลออโรร่าอีกด้วย แต่ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังสิ้นหวังอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เซี่ยเฟยที่ไม่เคยใช้พลังวิญญาณมาก่อนกลับเรียกใช้วิชาโซลชาโดว์ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“โซลชาโดว์!? ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ไม่! นั่นมันเป็นพลังของโซลชาโดว์จริง ๆ มันคือวิชาที่ต้องใช้โซลมาร์คอย่างน้อยสองดวง” ริเวอร์กล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

ระหว่างนั้นริเวอร์ก็พยายามพิจารณาเซี่ยเฟยตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยในแววตาของเขามันคล้ายกับว่าเขากำลังจ้องมองไปยังสัตว์ประหลาด

“เมื่อกี้คุณทำได้ยังไง?” ริเวอร์ถาม

“ฉันแค่รู้สึกว่าพลังงานกำลังพยายามจะหาทางออก ฉันจึงระบายพลังงานภายในร่างกายออกมาผ่านทางฝ่ามือ และผลลัพธ์มันก็เป็นอย่างที่พวกคุณเห็นนั่นแหละ” เซี่ยเฟยกล่าว

ในฐานะโซลฮันเตอร์ที่มีประสบการณ์ลินนิจกับริเวอร์จึงรู้ดีว่าสิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังอธิบายคือกระบวนการใช้วิชาวิญญาณออกมาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามทั้งคู่ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยว่าเซี่ยเฟยสามารถใช้พลังวิญญาณออกมาได้ยังไงทั้ง ๆ ที่มันยังไม่มีใครสอน

“เซี่ยเฟย นายนี่มันเป็นสัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาดจริง ๆ” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

***************

แล้วสรุปพี่แกเลือกอะไรกันแน่??

จบบทที่ ตอนที่ 1,008 สัตว์ประหลาดในหมู่สัตว์ประหลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว