เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 980 ราชันย์ขั้นที่ 3

ตอนที่ 980 ราชันย์ขั้นที่ 3

ตอนที่ 980 ราชันย์ขั้นที่ 3


ตอนที่ 980 ราชันย์ขั้นที่ 3

“นายน้อยเป็นคนชอบศึกษาเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ มาก นายควรจะรู้ตัวนะว่าหลังจากนี้นายควรจะทำอะไร?” ลินนิจกล่าวขณะเหลือบสายตามองไปทางเซี่ยเฟย

“ทั้งฉันและนายต่างก็เป็นขุนพลของออโรร่าที่สัญญาจะปกป้องนายน้อยของเราเอาไว้ ตอนนี้นายได้กลายเป็นอาวุธวิญญาณของนายน้อยแล้ว หมายความว่านายจะต้องคอยอยู่เคียงข้างนายน้อยตลอดไป เอาเป็นว่าก่อนหน้านั้นฉันจะช่วยนายน้อยชำระจิตวิญญาณก่อนก็แล้วกัน” ริเวอร์กล่าวอย่างอับจนหนทาง

“ก็ได้ ฉันจะให้นายเก็บมรดกของนายน้อยเอาไว้เป็นการชั่วคราว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เซี่ยเฟยเปิดโซล์มาร์คได้สำเร็จ นายจะต้องเอามรดกมามอบให้กับเขาในทันที” ลินนิจกล่าว

“ตกลง” ริเวอร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

เซี่ยเฟยไม่เคยรู้เลยว่าลินนิจกับริเวอร์จะมีข้อตกลงลับหลังเขาแบบนี้ แต่ข้อตกลงของทั้งคู่มันก็ช่วยทำให้เขาสามารถเติบโตต่อไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

คำถามก็คือโซล์มาร์คที่ลินนิจกับริเวอร์พูดถึงอยู่นั้นมันคืออะไรกันแน่?

ในอีกด้านหนึ่งเซี่ยเฟยกับริเวอร์ก็ยังคงพูดคุยกันเหมือนปกติราวกับว่าชายคนนี้ไม่ได้แบ่งสมาธิไปคุยกับลินนิจเลย

“บลันท์, ชิลล์, เครน, สไมล์, โอลเดน, กรีน, โอเชี่ยน, สโตน, ไดร์, คอนสแตน, ลีงโก, อินฟิกซ์, ซีน ชื่อพวกนี้แปลกมาก ฉันว่าพวกมันคงจะไม่ใช่ชื่อจริง ๆ ของพวกเขาใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถามขณะชี้ไปยังตัวอักษรที่ถูกสลักบริเวณฐานของรูปปั้นผู้สร้างทั้ง 13 คน

“ใช่ ชื่อพวกนี้เป็นฉายาของพวกเขา ยกตัวอย่างเช่น เครนที่เรียนรู้กฎแห่งการบิน เขาเลยได้รับฉายาเครนจากผู้สร้างคนอื่น ๆ” ริเวอร์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ขอบคุณที่คุณยอมเล่าเรื่องพวกนี้ให้ฉันฟัง ข้อมูลที่คุณบอกมามีประโยชน์สำหรับฉันมากจริง ๆ ว่าแต่คุณมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ถึงมาบอกข้อมูลพวกนี้ให้กับฉัน?” เซี่ยเฟยถามตรงประเด็น

“ไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษหรอก แค่ฉันกับนายมีโอกาสได้พบกันโดยบังเอิญ ฉันก็เลยเล่าเรื่องพวกนี้ให้นายฟังฆ่าเวลาเท่านั้นเอง” ริเวอร์กล่าวขึ้นมาเบา ๆ ขณะที่ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

ในฐานะนักรบริเวอร์เป็นนักรบที่แข็งแกร่งมาก แต่หากพูดถึงการโกหกชายคนนี้มีความสามารถไม่ต่างไปจากเด็กน้อย เพราะแม้แต่คนธรรมดาทั่ว ๆ ไปก็สามารถบอกได้อย่างง่ายดายว่าชายตรงหน้ากำลังโกหกพวกเขาอยู่

“ลินนิจ คุณคิดว่าเขาแปลกเกินไปหน่อยไหม? จู่ ๆ เขาก็มาเล่าเรื่องผู้สร้างทั้ง 13 คนให้ผมฟังเพียงเพราะพวกเราบังเอิญเจอกันเนี่ยนะ เผลอ ๆ เขาไปหลอกเด็ก เด็กยังจะไม่เชื่อเขาเลย” เซี่ยเฟยแอบคุยกับลินนิจอย่างลับ ๆ

แน่นอนว่าลินนิจย่อมเข้าใจอุปนิสัยของริเวอร์เป็นอย่างดี ชายคนนี้คือนักรบที่มีความซื่อสัตย์มาก การจะโกหกสักครั้งสองครั้งจึงเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับสหายเก่าของเขามากพอสมควร

“ไหน ๆ เขาก็บอกข้อมูลที่มีประโยชน์กับนายแล้ว ทำไมนายไม่ลองถามสิ่งที่นายอยากรู้ไปเลยล่ะ” ลินนิจพยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง

“นั่นสินะ บางทีเราอาจจะหลอกใช้ประโยชน์จากเขาได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกฉันว่าฉันใช้หงส์ครามผิดวิธี คุณกำลังหมายความว่าอะไรงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามขณะเผยใบหญ้าสีฟ้าออกมาจากแขนขวา

“อาวุธมายาคือสิ่งประดิษฐ์อันทรงพลังที่มีมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของจักรวาล แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าแท้ที่จริงพวกมันเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากเพียงใด หงส์ครามของนายเป็นอาวุธที่มีนิสัยอดทนและไม่ยอมแพ้ แต่ลักษณะเหล่านั้นมันเป็นเพียงแค่ลักษณะภายนอกของมันเท่านั้นเอง สิ่งที่นายใช้เปรียบเสมือนกับแสงที่ยังคงขาดเงา มันจึงยังห่างไกลกับการใช้พลังสูงสุดของอาวุธมายาออกมา” ริเวอร์อธิบาย

“เงา?” เซี่ยเฟยอุทานอย่างสับสน

“ใช่ เงา” ริเวอร์ชี้นิ้วไปยังเงาที่อยู่บนพื้น

“มันก็เป็นแค่เงาแล้วมันจะเอามาทำอะไรได้?” เซี่ยเฟยถามอย่างประหลาดใจ

“สิ่งที่ฉันอธิบายให้นายฟังออกไปเป็นเพียงแค่การเปรียบเทียบ ความจริงฉันหมายถึงอาวุธมายาทุกชนิดต่างก็มีจิตวิญญาณและสามารถสร้างโซล์มาร์คของตัวเองขึ้นมาได้ โซล์มาร์คเหล่านี้เปรียบเสมือนเงาที่อยู่อีกด้านของแสงสว่างอันเจิดจ้า” ริเวอร์กล่าว

“โซล์มาร์ค?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความสับสนอีกครั้ง แต่คำอธิบายของริเวอร์กลับทำให้ชายหนุ่มอยากรู้อยากเห็นมากยิ่งขึ้น

วิญญาณที่เขารู้จักคือวิญญาณอมตะอย่างอันธและลินนิจ บางทีวิธีการที่อีกฝ่ายกำลังพูดถึงอาจจะเป็นการเปลี่ยนวิญญาณให้กลายเป็นสสาร และสามารถนำวิญญาณเหล่านั้นมาใช้ในการสังหารศัตรูได้

ลินนิจทำได้เพียงแต่ส่ายหัวอย่างเงียบ ๆ เพราะริเวอร์เป็นคนพูดเองว่าเซี่ยเฟยยังมีระดับต่ำเกินไปกว่าที่จะเริ่มเรียนรู้การใช้โซล์มาร์ค แต่คำพูดของอีกฝ่ายกลับชักนำเซี่ยเฟยไปหาโซล์มาร์คด้วยตัวเอง คล้ายกับว่าชายคนนี้กำลังไล่ต้อนตัวเองไปสู่ขอบเหว

เมื่อมองไปที่แววตาอยากรู้อยากเห็นของเซี่ยเฟย ลินนิจก็รู้เลยว่าชายหนุ่มคนนี้คงจะไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ จนกว่าเขาจะได้รู้ความหมายของคำว่าโซล์มาร์ค

เล่ห์เหลี่ยมของริเวอร์ไม่สามารถเทียบเคียงกับเล่ห์เหลี่ยมของเซี่ยเฟยได้เลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของชายผู้แข็งแกร่งจึงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เนื่องมาจากว่าเขาทนโกหกต่อไปไม่ไหวแล้ว ท้ายที่สุดริเวอร์จึงตัดสินใจหนีไปเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามของเซี่ยเฟย

ชายผู้ที่สามารถปิดผนึกประตูจักรวาลได้เพียงลำพังกำลังหลบหนีเซี่ยเฟยไปจริง ๆ!

อย่างไรก็ตามก่อนหนีไปริเวอร์ก็ยังคงทำตามคำสัญญา โดยการชำระล้างวิญญาณให้กับเซี่ยเฟย เมื่อวิญญาณของชายหนุ่มถูกชำระล้าง มันก็ทำให้เขารู้สึกว่าเขาจำเป็นจะต้องฝึกฝนในตอนนี้ และในระหว่างที่เขากำลังฝึกฝนอยู่นั้นเองริเวอร์ก็ใช้ช่วงเวลานี้ในการวิ่งหนีไป

ตูม!

คลื่นพลังอันรุนแรงระเบิดออกมาจากร่างของเซี่ยเฟยเป็นสัญญาณว่าเขาสามารถเลื่อนระดับกฎแห่งมิติไปได้อีกขั้น

“เขาเป็นใครกันแน่? เขาทั้งให้ข้อมูลของผู้สร้างและยังช่วยให้ฉันเลื่อนระดับอย่างง่ายดาย ตอนนี้ฉันได้กลายเป็นราชันย์ขั้นที่ 3 แล้ว การเลื่อนระดับคราวนี้แทบไม่ต้องใช้ความพยายามเลยด้วยซ้ำ” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ถึงเขาจะช่วยยกระดับให้นายได้แต่เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นแหละ น่าเสียดายที่เขาหนีเร็วเกินไปหน่อย ไม่งั้นเขาก็อาจจะช่วยนายได้มากกว่านี้” ลินนิจกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย เพราะในฐานะที่พวกเขาเป็นคนของออโรร่าเขาก็คิดว่าริเวอร์ควรจะเอาใจใส่เซี่ยเฟยมากกว่านี้

เซี่ยเฟยใช้เวลาตรวจสอบตัวเองอยู่นานกว่า 3 นาที ก่อนที่เขาจะอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“เป็นไปได้ยังไง!? หลังจากที่เขาช่วยผมตอนนี้พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของผมก็ถูกเปิดออก 120% แล้ว เซลล์ทุกเซลล์ภายในร่างเหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เขาเป็นใครมาจากไหนกันแน่? ทำไมเขาถึงมีความสามารถมากขนาดนี้?”

“พื้นที่สมองส่วนที่ 7 มีเอาไว้เพื่อกักเก็บพลังงานและช่วยให้นายสามารถกักเก็บอักขะกฎได้มากขึ้น ยิ่งขอบเขตพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของนายถูกเปิดกว้างมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหมายความว่านายสามารถเรียนรู้กฎได้มากขึ้นเท่านั้น”

“ส่วนที่นายบอกว่าเซลล์ทุกเซลล์ภายในร่างเหมือนกับถูกผลัดเปลี่ยนขึ้นมาใหม่ มันเป็นเพราะว่านายเพิ่งได้รับชำระวิญญาณ มันเลยช่วยให้ร่างกายของนายกระปรี้กระเปร่าขึ้น และช่วยให้นายสามารถพัฒนาพลังได้อย่างรวดเร็ว นักรบชั้นยอดจะมีการชำระวิญญาณเป็นระยะ ๆ อยู่แล้วเพื่อกำจัดเซลล์ส่วนเกินออกไปและให้เซลล์ใหม่ถูกผัดเปลี่ยนขึ้นมา” ลินนิจอธิบาย

“ทำไมจู่ ๆ น้ำเสียงของคุณถึงเปลี่ยนไป? ก่อนหน้านี้ไม่ว่าผมจะทำอะไรคุณก็มักจะพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องเหลือเชื่ออยู่เสมอ แต่ตอนนี้คุณพูดเหมือนกับว่าสิ่งที่ผมได้รับมันเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถพบเห็นได้โดยทั่วไป” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

คำพูดของเซี่ยเฟยทำให้ลินนิจชะงักค้างไปครู่หนึ่ง เพราะหลังจากที่ความทรงจำของเขากลับมา มันก็ทำให้ความก้าวหน้าของเซี่ยเฟยกลายเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาของเขาไปจริง ๆ ไม่ว่ายังไงครั้งหนึ่งเขาก็เคยอยู่ในระดับเดียวกันกับริเวอร์ ผู้ซึ่งสามารถปิดผนึกประตูจักรวาลด้วยความแข็งแกร่งของเขาเพียงคนเดียวได้

เซี่ยเฟยลุกยืนขึ้นพร้อมกับเริ่มทดสอบปล่อยท่าทางจู่โจมออกไป ซึ่งหลังจากที่พลังเลื่อนระดับขึ้นมา เขาก็ได้พบว่าการจู่โจมของเขามีความเฉียบคมมากขึ้นกว่าเดิม

ปกตินักรบระดับราชันย์จะพัฒนาความแข็งแกร่งได้ยากมาก แต่เซี่ยเฟยกลับสามารถพัฒนาความแข็งแกร่งถึงสองระดับได้ในคราวเดียว นอกจากนี้เขายังได้เรียนรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาอย่างมากมาย แต่น่าเสียดายที่ความรู้เรื่องโซล์มาร์คยังไม่เป็นที่ชัดเจน

ชายหนุ่มจึงรู้สึกว่าเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายหมอก ที่ถึงแม้จะรู้ว่าโซล์มาร์คคือสิ่งที่ทรงพลังแต่เขาก็ยังไม่สามารถเอื้อมมือออกไปจับต้องมันได้ แต่ถึงกระนั้นความรู้ที่เขาได้รับมาจากริเวอร์ย่อมสร้างประโยชน์ให้เขามากกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

“ที่เขาบอกว่าอาวุธมายาสามารถเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ เขากำลังหมายความว่ายังไงกันแน่?” เซี่ยเฟยพึมพำอย่างสับสน

“สิ่งที่เขาหมายถึงคือถ้าหากนายสามารถรวบรวมอาวุธมายาธาตุพืชทั้งเจ็ดชนิดเข้าด้วยกันได้ มันจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ขึ้นมาในทันที ขณะเดียวกันอาวุธมายาชิ้นอื่น ๆ จะเริ่มสื่อสารเข้าหากันเพื่อหลอมรวมกลายเป็นอาวุธมายาที่สมบูรณ์”

“ในเวลานั้นอาวุธมายาจะเหลือเพียงแค่ 5 ชนิดคืออาวุธธาตุโลหะ, ธาตุพืช, ธาตุน้ำ, ธาตุไฟและธาตุดิน แตกต่างจากในอดีตที่พวกมันจะกระจัดกระจายเป็นอาวุธมายาทั้ง 30 ชิ้น” ลินนิจกล่าว

“โบราณว่าไว้ว่าอาวุธมายาจะมีการรักษาสมดุลย์กันไว้ตลอดเวลา ถ้าหากผมสามารถรวมอาวุธมายาธาตุพืชเข้าด้วยกันได้สำเร็จ สมดุลย์ของจักรวาลก็คงจะพังพลายลงในทันที อาวุธมายาธาตุอื่นคงจะกลัวว่าพวกมันถูกทำลาย พวกมันจึงจำเป็นจะต้องรีบกลับมารวมตัวกันไม่ให้อาวุธมายาธาตุพืชโดดเด่นอยู่เพียงแค่ธาตุเดียวสินะ”

“ยิ่งเขาพูดแบบนี้มันยิ่งทำให้ผมสงสัยว่าเขาคือใครกันแน่? เขาถึงรู้แม้กระทั่งความลับของอาวุธมายา” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เรื่องนี้เอาไว้คุยกันทีหลังเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ถึงแม้ว่านายจะยังพิชิตดอกบัวห้วงสมุทรไม่ได้ แต่นายก็มีมันไว้ในครอบครองแล้ว หลังจากนี้นายควรรีบออกตามหาใบไม้แห่งขุนเขา นายจะได้หลอมรวมอาวุธมายาให้เสร็จสมบูรณ์สักที” ลินนิจกล่าว

***************

ริเวอร์ยังหนีเพราะกลัวโป๊ะเลย แล้วลินนิจจะไหวแค่ไหน? 5555

จบบทที่ ตอนที่ 980 ราชันย์ขั้นที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว