เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 978 ชายปริศนา

ตอนที่ 978 ชายปริศนา

ตอนที่ 978 ชายปริศนา


ตอนที่ 978 ชายปริศนา

“ฉันว่านายไม่ควรใช้อาวุธมายาแบบนั้นหรอกนะ” จู่ ๆ เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน โดยภาษาที่อีกฝ่ายใช้เป็นภาษากลางของดินแดนกฎ แล้วมันก็ทำให้ชายหนุ่มตกอยู่ในความตึงเครียดในทันที

คนที่พูดไม่เพียงแต่จะรู้จักอาวุธมายาเป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ภายใต้น้ำเสียงของเขายังนำแรงกดดันอันมหาศาลมาสู่ตัวเซี่ยเฟยอีกด้วย

จู่ ๆ ชายหนุ่มก็รู้สึกราวกับว่ามันมีก้อนหินนับหมื่นตันกดลงมาที่ร่างของเขา ทำให้เขาไม่สามารถที่จะขยับเขยื้อนร่างกายตัวเองได้เลย อย่างไรก็ตามแรงกดดันนี้ก็มีเจตนาเฉพาะการควบคุมเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายจะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งมันก็หมายความว่าเจ้าของเสียงปริศนาไม่น่าจะใช่ศัตรู

ร่างสีดำค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นจากระยะไกล ซึ่งในตอนนี้เซี่ยเฟยก็กำลังเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเขาไม่ชอบถูกผู้อื่นควบคุม เขาจึงตัดสินใจใช้พลังของกฎแห่งความโกลาหลเพื่อพยายามสลัดให้หลุดจากการควบคุมให้ได้

“ไม่มีประโยชน์หรอก พลังของฉันแข็งแกร่งกว่านายมากและด้วยความเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลของนายในระดับปัจจุบัน มันก็ไม่มีทางที่นายจะหลุดพ้นจากผนึกของฉันได้หรอก อีกอย่างเหตุผลที่ฉันควบคุมนายเอาไว้นั่นก็เพราะว่านายเป็นพวกหุนหันพลันแล่นมากเกินไป เอาเป็นว่าฉันยังไม่อยากจะมาทะเลาะกับนายหรอกนะ” เงาปริศนากล่าวขึ้นมาอย่างเรียบเฉย

เซี่ยเฟยเม้มริมฝีปากพยายามสลัดให้หลุดจากการควบคุม ซึ่งหากว่าเขาหลุดออกไปจากการควบคุมได้ เขาก็จะเริ่มจู่โจมอย่างที่อีกฝ่ายได้คาดเดาเอาไว้จริง ๆ

ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังตั้งสมาธิไปที่การสลัดให้หลุดจากการควบคุมอยู่นั้น เขาก็ไม่ได้สังเกตเลยว่าใบหน้าของลินนิจเต็มไปด้วยความตกใจ คล้ายกับว่าเขารู้จักเจ้าของเสียงปริศนานี้เป็นอย่างดี

ผู้มาใหม่ขยับฝ่ามือเล็กน้อยเหมือนส่งสัญญาณให้ลินนิจปิดปากอย่างกะทันหัน จากนั้นวิญญาณอมตะก็กลืนคำพูดของตัวเองออกไปและไม่เปิดเผยตัวตนของคนแปลกหน้าให้เซี่ยเฟยรู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร

หลังจากเดินไปรอบ ๆ คนแปลกหน้าก็พยักหน้าซ้ำ ๆ ก่อนที่เขาจะมองไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

เซี่ยเฟยคอยสังเกตบุคคลปริศนาอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะได้พบว่าอีกฝ่ายคือเผ่าพันธุ์มนุษย์เหมือนกันกับเขา รูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายไม่ได้ต่างไปจากเขามากนัก เว้นแต่ผมสีเขียวอันแปลกประหลาดที่จัดทรงแสกกลางปล่อยผมให้ยาวออกไปทั้งสองด้าน

ดวงตาชายปริศนาผู้นี้มีความเฉียบคมราวกับนกอินทรี ฝ่ามือของเขาดูเนียนเรียบเหมือนกับได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ขัดแย้งกับตัวตนของอีกฝ่ายซึ่งเป็นนักรบที่แข็งแกร่งอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่น่าประหลาดใจมากที่สุดคือชายคนนี้ไม่ได้สวมชุดเกราะต่อสู้ แต่สวมชุดสีขาวสบาย ๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่คิดว่าจะมีใครสามารถทำร้ายร่างกายเขาได้ เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องได้รับการปกป้องจากชุดเกราะต่อสู้

“ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายจริง ๆ และฉันก็ชื่นชมนายมากที่นายสามารถต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ตราบใดก็ตามที่นายสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแปลก ๆ ฉันก็จะยอมปล่อยนายให้เป็นอิสระ” ชายปริศนากล่าวด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน

“คุณเชื่อคำสัญญาของฉันด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

ชายปริศนาไม่เคยคิดเลยว่าเซี่ยเฟยจะถามเขากลับแบบนี้ มันจึงทำให้เขาตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้

ฟุบ!

เมื่อร่างกายของเซี่ยเฟยหลุดออกจากการควบคุม เขาก็รีบพุ่งตัวออกไปในทันที จากนั้นเนอร์วาน่าก็ถูกเหวี่ยงออกไปตรงหน้าของชายปริศนา

ร่างกายของชายแปลกหน้าเคลื่อนที่ราวกับสายฟ้าแลบหลบหลีกการจู่โจมของเซี่ยเฟย ก่อนที่จะกลับไปยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมราวกับว่าเขาไม่เคยขยับเขยื้อนไปจากพื้นที่ตรงนั้นเลย

เซี่ยเฟยเก็บเนอร์วาน่าเข้าไปในแหวน ก่อนที่เขาจะหยุดอยู่ห่างจากคนแปลกหน้า 50 เมตรและกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันจริงจังว่า

“ตอนนี้พวกเราเสมอกันแล้ว”

ระหว่างการลงมือเซี่ยเฟยรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าตัวเองมาก แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังต้องการที่จะตอบโต้กลับไป ซึ่งนิสัยดือรั้นแบบนี้มันก็ถึงกับทำให้ลินนิจพูดไม่ออก

แน่นอนว่าชายปริศนาก็พูดไม่ออกด้วยเช่นกัน เขาจึงทำได้เพียงแต่ส่ายหัวไปมาอย่างช่วยไม่ได้

“คุณเป็นใคร? ทำไมจะต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ด้วย?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ตรงไหน? ฉันอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว เป็นนายต่างหากที่บุกเข้ามาหาฉัน” ชายปริศนากล่าวตอบอย่างปวดหัว

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามแต่มันก็ไม่สำคัญว่าอีกฝ่ายจะทำตัวเป็นมิตรแค่ไหน ไม่ว่ายังไงชายแปลกหน้าคนนี้ก็ยังคงเป็นภัยคุกคาม เขาจึงจำเป็นจะต้องระมัดระวังอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด

“นายนี่เป็นพวกหัวรั้นไร้เหตุผลจริง ๆ ที่นี่เคยเป็นวิหารของพระเจ้าผู้สร้างดินแดนกฎมาก่อน น่าเสียดายที่มันมีความขัดแย้งภายใน วิหารที่เคยสง่างามเลยถูกทำลายเหลือเพียงแค่ซากปรักหักพังแบบนี้” ชายแปลกหน้ากล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“ผู้สร้าง? คนพวกนี้คิดว่าตัวเองเป็นคนสร้างจักรวาลขึ้นมาหรือยังไง?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างดูถูก

“กบที่อยู่ในกะลาไม่เคยรู้ว่าโลกภายนอกกว้างใหญ่แค่ไหน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผู้คนในจักรวาลนี้จะไม่รู้ว่าจักรวาลที่พวกเขารู้จักเป็นเพียงแค่กะลาที่ครอบพวกเขาเอาไว้เท่านั้น” ชายปริศนากล่าว

เซี่ยเฟยเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างประหลาดใจ และสิ่งที่เขากำลังรู้สึกสับสนมันก็ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งระหว่างพระเจ้า แต่เป็นทัศนคติของชายคนนี้ที่กล้าเปรียบเทียบพระเจ้าทั้ง 13 คนว่าเป็นกบในกะลา

หรือว่าชายคนนี้จะมีพลังแข็งแกร่งกว่าพระเจ้าทั้ง 13 คนงั้นเหรอ!?

ชายปริศนานำพาเซี่ยเฟยเข้าไปภายในห้องโถงใหญ่ ซึ่งบริเวณริมผนังเต็มไปด้วยรูปปั้นที่มีความสูงใหญ่มากกว่า 1 กิโลเมตร

“คนพวกนี้คือผู้ที่ร่วมกันสร้างดินแดนกฎขึ้นมา เรียกได้ว่าพวกเขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของดินแดนกฎทั้ง 40 คน” ชายปริศนากล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังรูปปั้น

เมื่อเซี่ยเฟยมองตามนิ้วของชายปริศนาไป เขาก็ได้พบว่ารูปปั้นของผู้สร้างทั้งสิบสามคนยังคงมีสภาพสมบูรณ์ แต่รูปปั้นของผู้สร้างอีก 27 คนถูกตัดศีรษะออกไปทั้งหมด หลงเหลือเพียงแค่ร่างกายของพวกเขาเท่านั้น

“ผู้สร้าง 40 คน!? ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ตำนานเล่าขานกันมาว่าผู้สร้างดินแดนกฎมีเพียงแค่ 13 คนเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างประหลาดใจ

“ที่นายไม่เคยได้ยินความจริงในเรื่องนี้ นั่นก็เพราะว่าผู้สร้างอีก 27 คนถูกจัดการไปก่อนจะมีการเล่าขานเรื่องราวในตำนานยังไงล่ะ” ชายปริศนากล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ผู้มีพลังระดับจอมกฎขึ้นไปมีชีวิตเป็นอมตะไม่ใช่เหรอ? ผู้สร้างพวกนี้จะต้องมีพลังเหนือกว่าระดับจอมกฎอยู่แล้ว ใครกันแน่ที่สามารถสังหารกลุ่มคนที่ทรงพลังระดับนี้ได้?” เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ความเป็นอมตะมันไม่เคยมีอยู่จริง สิ่งที่จอมกฎได้รับคือการถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ผ่านทางเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตเท่านั้น แม้ว่าพวกเขาจะเกิดใหม่แต่ก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมา นอกจากนี้วิธีการสังหารผู้มีเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตก็มีหลายวิธี ไม่ใช่ว่านายก็มีวิธีในการสังหารพวกเขาเหมือนกันงั้นเหรอ?” ชายปริศนากล่าว

เซี่ยเฟยนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร เพราะทั้งกฎแห่งความโกลาหลและดาบกลืนวิญญาณต่างก็สามารถนำมาใช้ในการสังหารจอมกฎได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นข้อมูลที่อีกฝ่ายว่าจึงไม่ต่างไปจากความเป็นจริง

สิ่งที่ชายหนุ่มไม่เข้าใจคือทำไมชายคนนี้ถึงดูเหมือนรู้จักเขาเป็นอย่างดี และมันก็ทำให้เซี่ยเฟยตั้งท่าอย่างระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม

“นายเป็นพวกขี้ระแวงมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาจริง ๆ ไม่ต้องห่วงหรอกตราบใดก็ตามที่ฉันบอกว่าฉันไม่ได้มีเจตนาร้าย มันก็หมายความว่าฉันไม่คิดจะทำร้ายนายจริง ๆ”

“ความจริงแล้วผู้สร้างทั้ง 27 คนนี้เคยเป็นลูกศิษย์ของผู้สร้างดั้งเดิมทั้ง 13 คนมาก่อน แต่พวกเขาถูกอาจารย์ของตัวเองสังหารหลังจากดินแดนกฎถูกสร้างขึ้นมาจนสำเร็จ ผู้คนในปัจจุบันจึงรู้จักเพียงแค่ผู้สร้างทั้ง 13 คนเท่านั้น แต่ไม่รู้เลยว่าครั้งหนึ่งคนพวกนี้เคยสังหารหมู่ลูกศิษย์ของตัวเอง” ชายปริศนาเล่าต่อ

“ทำไม? ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝนลูกศิษย์ของตัวเองขึ้นมางั้นเหรอ แล้วทำไมพวกเขาจะต้องลงมือสังหารลูกศิษย์ของตัวเองด้วย” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“นายอย่าประมาทความชั่วร้ายภายในจิตใจของผู้คนมากเกินไป จักรวาลนี้เต็มไปด้วยปลาใหญ่กินปลาเล็ก มันไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์หรอก แม้แต่พ่อแม่ลูกก็ยังฆ่ากันได้ตราบใดก็ตามที่พวกเขาคิดว่ามันคุ้มค่า”

สิ่งที่ชายปริศนาพูดขึ้นมาคือทฤษฎีของราคาที่เซี่ยเฟยยึดมั่นมาโดยตลอด โดยผู้ที่เชื่อมั่นในทฤษฎีนี้จะเชื่อว่าทุกสิ่งมีราคาเป็นของตัวเอง

การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมถือได้ว่าเป็นสัจธรรมของจักรวาล ไม่มีอะไรในจักรวาลนี้ที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนมันมาได้ สาเหตุที่ใครยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนมันมาได้ในตอนนี้ นั่นก็เพราะพวกเขายังจ่ายในราคาที่สูงไม่มากพอ

“คุณกำลังบอกว่าเหตุผลที่อาจารย์ทั้ง 13 คนสังหารลูกศิษย์ของตัวเอง นั่นก็เพราะว่ามันมีคนเสนอราคาที่สูงมากพอใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“จะว่าแบบนั้นก็ใช่ เพราะตอนนั้นมันจะมีผู้รอดชีวิตเพียงแค่ 13 คน ลูกศิษย์ของพวกเขาเลยกลายเป็นคนที่ต้องถูกสังหารยังไงล่ะ” ชายปริศนากล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เข้าใจแล้วว่าสาเหตุที่อาจารย์สังหารลูกศิษย์ นั่นก็เพราะพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับความตาย ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีใครอยากจะเสียสละชีวิตของตัวเอง ผู้ที่อ่อนแอกว่าจึงกลายเป็นเหยื่อเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

สิ่งที่เซี่ยเฟยไม่เข้าใจคือใครที่สามารถทำให้ผู้สร้างรู้สึกกดดันได้มากขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่กลุ่มผู้สร้างสมควรจะเป็นกลุ่มคนที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาล แต่ถึงกระนั้นมันกลับมีตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

อีกอย่างที่เซี่ยเฟยรู้สึกแปลกใจคือทำไมชายปริศนาคนนี้ถึงจงใจพาเขาเข้ามาภายในวิหารโบราณ จากนั้นอีกฝ่ายก็เริ่มเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้เขารับรู้ ชายปริศนาคนนี้คือใครกันแน่ แล้วอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไรถึงบอกเล่าเรื่องราวในอดีตให้เขาฟัง?

อย่าบอกนะว่าชายคนนี้รู้อยู่แล้วว่าสกายวิงกำลังตั้งเป้าไปที่ 1 ใน 13 พระเจ้า ซึ่งเป็นผู้บงการสังหารสมาชิกภายในตระกูลของพวกเขา

***************

ทุกคนคิดว่าชายปริศนาคนนี้คือใคร? มาเดากัน!

จบบทที่ ตอนที่ 978 ชายปริศนา

คัดลอกลิงก์แล้ว