เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 976 ทดสอบอาวุธชิ้นใหม่

ตอนที่ 976 ทดสอบอาวุธชิ้นใหม่

ตอนที่ 976 ทดสอบอาวุธชิ้นใหม่


ตอนที่ 976 ทดสอบอาวุธชิ้นใหม่

แม้การต่อสู้ในครั้งนี้จะจบลงด้วยชัยชนะ แต่มันก็เป็นชัยชนะที่ยากลำบากมากที่สุดด้วยเช่นกัน เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องเปิดเผยไพ่ทั้งหมดที่เขามีออกไป โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายที่เขาสามารถพลิกจากความพ่ายแพ้มาเป็นชัยชนะได้ด้วยความช่วยเหลือจากขนอุย

“เยี่ยม!” เซี่ยจิงกระโดดชูแขนขึ้นด้วยความตื่นเต้นหลังจากได้เห็นเซี่ยเฟยสังหารศัตรูได้สำเร็จ

“สมแล้วที่เขาเป็นดีม่อนวิงคนที่ 2 ของตระกูล ฉันเหมือนเห็นเงาบรรพบุรุษอยู่ในตัวของเขาเลย บางทีตอนนี้เซี่ยเฟยอาจจะแข็งแกร่งกว่าบรรพบุรุษในช่วงอายุเดียวกันด้วยซ้ำ สักวันเขาจะต้องข้ามผ่านบรรพบุรุษไปได้แน่ ๆ” เซี่ยหงกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้นด้วยเช่นกัน

“ผลลัพธ์มันไม่มีทางออกมาแบบนี้เป็นครั้งที่ 2 หรอก เพราะช่องว่างระหว่างสองฝ่ายห่างชั้นกันมากเกินไป อย่างแรกเลยคือฟูลมูนเสียเปรียบในเรื่องแรงกดดันตั้งแต่ช่วงต้นของการต่อสู้ การสูญเสียขนอุยไปทำให้เซี่ยเฟยระเบิดความโกรธทั้งหมดออกมาโดยไม่ต้องสงสัย เรียกได้ว่าโมเมนตัมในช่วงแรกเป็นสิ่งที่สำคัญมาก” เซี่ยเหอหลินกล่าว

“เคยมีคนพูดต่อ ๆ กันมาว่าความโกรธแค้นจะทำให้นักรบสามารถระเบิดพลังออกมาได้อย่างสูงสุด บรรพบุรุษก็เคยบอกพวกเราหลาย ๆ ครั้งว่าสาเหตุที่สกายวิงสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ ประการแรกก็เพราะข้อได้เปรียบในเรื่องของความเร็ว และประการที่ 2 คือพวกเราฝึกฝนการปลดปล่อยจิตอสูร ไม่ว่าพวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูแบบไหน แต่พวกเราก็จะมีความได้เปรียบในเรื่องของโมเมนตัมอยู่เสมอ” เซี่ยจิงกล่าว

“จิตอสูรของเซี่ยเฟยรุนแรงที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาแล้ว นอกเหนือจากบรรพบุรุษก็คงจะมีเพียงแค่เซี่ยเฟยนั่นแหละที่สามารถระเบิดพลังออกมาได้มากขนาดนี้” เซี่ยหงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ถ้าจิตอสูรไม่มีประโยชน์ทางตระกูลคงจะไม่ให้เราฝึกฝนการควบคุมจิตอสูรของตัวเองหรอก นอกจากนี้เซี่ยเฟยก็มีพลังงานสูงมาก ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาไปเอาพลังงานมากมายขนาดนั้นมาจากไหน แต่พลังงานที่เขามีมันเกินกว่าสิ่งที่นักรบระดับราชันย์ควรจะมีอย่างแน่นอน”

“เมื่อรวมพลังงานปริมาณมหาศาลเข้ากับอาวุธชิ้นนั้นและหงส์คราม มันจึงทำให้เซี่ยเฟยสามารถยืนหยัดต่อสู้มาได้อย่างยาวนานขนาดนี้ แต่ปัจจัยพวกนี้อย่างเดียวมันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เซี่ยเฟยได้รับชัยชนะ สิ่งที่สามารถตัดสินชัยชนะในคราวนี้ได้จริง ๆ คือพลังงานของขนอุยที่ถ่ายโอนไปให้เซี่ยเฟยในวินาทีสุดท้าย”

“ลองนึกดูสิในช่วงเวลาที่การต่อสู้กำลังจะถึงจุดตัดสิน จู่ ๆ ฟูลมูนก็ได้พบว่าตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาเลยใช้วิธีการโง่ ๆ โดยการโจมตีต่อเนื่องออกไปเพื่อทำลายพลังของเซี่ยเฟยที่ถูกปลดปล่อยออกมา แต่เขาลืมไปเลยว่าเป้าหมายที่แท้จริงสำหรับการต่อสู้ครั้งนี้คือการสังหารศัตรูลงให้ได้ระหว่างที่พลังงานในร่างของเขากำลังหมดลง เขาเลยถูกเซี่ยเฟยจัดการได้ในที่สุด”

“โมเมนตัมของการต่อสู้ในคราวนี้อยู่ทางฝั่งของเซี่ยเฟยหมดเลย แม้กระทั่งการตัดสินใจที่ผิดพลาดของฟูลมูนก็เป็นประโยชน์ต่อเซี่ยเฟยมาก ๆ เลยด้วย หากขาดปัจจัยหนึ่งใดในนี้ไปฉันก็เชื่อว่าผลลัพธ์คงจะไม่ได้จบลงอย่างสวยงามแบบนี้หรอก” เซี่ยเหอหลินวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยมีเซี่ยจิงกับเซี่ยหงคอยพยักหน้ารับซ้ำ ๆ อย่างเห็นด้วย

“นายคิดว่าตอนนี้ระดับพลังที่เซี่ยเฟยแสดงออกมาควรจะอยู่ในระดับไหนกันแน่?” เซี่ยหงถามอย่างสงสัย

“ถ้าให้ฉันเดา ตอนนี้ระดับพลังการต่อสู้ที่แท้จริงของเซี่ยเฟยน่าจะอยู่ที่ประมาณจอมเทพขั้นที่ 1-2 และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันบอกว่าหากมีการเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ผลลัพธ์ย่อมไม่มีทางจบแบบนี้อีกเป็นครั้งที่ 2” เซี่ยเหอหลินกล่าวขณะยกมือซ้ายขึ้นมาแตะคาง

“ฉันว่าคราวนี้นายประเมินเขาต่ำเกินไปหน่อย อย่าลืมนะว่าเซี่ยเฟยเพิ่งได้รับธนูผนึกสวรรค์มา นายก็น่าจะรู้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นอุปกรณ์ที่โดดเด่นมากแค่ไหน ทุกคนก็น่าจะรู้กันดีว่าหากไม่ได้มีธนูผนึกสวรรค์คอยช่วยเหลือ ฟูลมูนก็คงจะไม่ถูกยกย่องว่าเป็นมือสังหารอันดับ 1 ของดินแดนกฎ”

“ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังมีพลังกฎที่อยู่เหนือเกินกว่าความเข้าใจของเรา ถ้าหากเขาใช้พลังนั้นผ่านทางธนูผนึกสวรรค์ออกมาใครจะหยุดยั้งพลังของเขาได้ ในความคิดของฉันตอนนี้อย่างน้อยเซี่ยเฟยก็ควรจะมีพลังอยู่ในระดับจอมเทพขั้นที่ 4 แล้ว” เซี่ยจิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

สีหน้าของเซี่ยเหอหลินกับเซี่ยหงเปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วมันก็อาจจะจริงอย่างที่เซี่ยจิงว่าที่เซี่ยเหอหลินประเมินเซี่ยเฟยต่ำเกินไป หลังจากการต่อสู้ในครั้งนี้เซี่ยเฟยคงจะทวีความแข็งแกร่งขึ้นจากเดิมอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่ชายหนุ่มสามารถนำธนูผนึกสวรรค์มาใช้ได้อย่างคล่องมือ

2 วันต่อมาหลังจากที่ได้บริโภคยาเข้าไปอย่างมหาศาล ประกอบกับพลังงานที่ได้รับมาจากจอมเทพระดับสูง มันจึงทำให้เซี่ยเฟยฟื้นฟูร่างกายกลับมาอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจมันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถฟื้นฟูกลับมาให้สมบูรณ์ได้ง่าย ๆ

ขนอุยกลับมาแสดงท่าทางอวดดีอีกครั้ง ซึ่งย้อนกลับไปในก่อนหน้านี้เพียงแค่ไม่นานมันมักจะกังวลอยู่เสมอว่ามันถูกหงส์ครามแย่งชิงความโดดเด่นจากมันไป แต่ในตอนนี้มันวิวัฒนาการขั้นที่ 7 เรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงวินาทีสุดท้ายของการต่อสู้ มันยังกลับมาหยิบยื่นความช่วยเหลือครั้งสำคัญให้กับเซี่ยเฟยได้อีกด้วย

ทั่วทั้งร่างของขนอุยเต็มไปด้วยหนามแหลมเต็มตัว โชคดีที่หนามเหล่านั้นจะไม่ยื่นออกมาถ้าหากว่ามันไม่ได้เข้าสู่โหมดการต่อสู้ ไม่อย่างนั้นเซี่ยเฟยก็คงจะไม่รู้ว่าเขาจะสามารถเก็บขนอุยเอาไว้ในอกเสื้อของตัวเองได้ยังไง

หลังจากยืดเส้นยืดสายพอประมาณ เซี่ยเฟยก็นั่งลงบนพื้นของห้องบัญชาการยานเจมินี่เพื่อสำรวจสิ่งประดิษฐ์ธนูผนึกสวรรค์ที่เขาเพิ่งได้รับมา

ธนูชิ้นนี้ถูกออกแบบมาเป็นรูปตัว T มีลูกแก้ว 3 ลูกถูกเชื่อมต่อกันด้วยแท่งโลหะ ซึ่งมันถูกสร้างขึ้นอย่างปราณีต, เรียบง่ายและถูกหยิบใช้ได้อย่างเหมาะมือ

“การจัดใช้งานอาวุธชิ้นนี้จำเป็นจะต้องอัดฉีดพลังกฎ 3 ประเภทเข้าไปพร้อม ๆ กันหรือเปล่า? น่าเสียดายที่ผมเรียนรู้กฎมิติมาเพียงแค่กฎเดียว อย่าบอกนะว่ามันคืออุปกรณ์ที่ไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ในมือของผม” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

ลินนิจตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะหลับตาเพื่อค้นหาข้อมูลอย่างรวดเร็ว ไม่ว่ายังไงวิญญาณอมตะตนนี้ก็มีฐานข้อมูลทุกอย่างภายในแดนเทพ หากเซี่ยเฟยมีข้อสงสัยเขาก็เพียงแค่ต้องใช้ให้ลินนิจหาคำตอบมาให้กับเขา

“ไม่ต้องห่วง จากข้อมูลที่ฉันได้หามาธนูคันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยกฎแห่งมิติเท่านั้น ตราบใดก็ตามที่นายใส่พลังกฎมิติเข้าไป นายก็จะสามารถใช้พลังของมันได้แม้ว่ามันจะไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับการใช้พลัง 3 กฎออกมาพร้อม ๆ กันก็ตาม”

“นอกจากนี้พลังงานที่ถูกป้อนเข้าไปภายในธนูยังไม่จำเป็นจะต้องเป็นกฎหลักทั้งสี่เท่านั้น แต่นายยังสามารถใช้พลังของกฎรองได้อีกด้วย เพียงแต่คนในดินแดนกฎไม่เชื่อว่าพลังทำลายของกฎรองจะเทียบได้กับกฎหลักจึงมีน้อยคนนักที่ใช้พลังของกฎรองกับธนูคันนี้ แต่ในกรณีของนายมันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง…” ลินนิจกล่าวพร้อมกับมองไปทางเซี่ยเฟยอย่างลึกลับ

“ต่างกันยังไง?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“อย่าลืมสิว่ากฎรองที่นายเรียนรู้คือกฎแห่งความเร็วที่ยากที่สุดในจักรวาล และกฎแห่งความโกลาหลที่สามารถลบล้างได้ทุกสิ่ง หากพูดถึงพลังการต่อสู้กฎรองทั้งสองที่นายเรียนรู้มันก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่ากฎหลักทั้งสี่ที่มีอยู่ในจักรวาลเลย” ลินนิจกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“คุณกำลังบอกว่าผมสามารถใช้กฎมิติ, กฎแห่งความโกลาหลและกฎแห่งความเร็วสร้างลูกศรขึ้นมาได้งั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ใช่แล้ว ลูกศรของนายจะมีกฎมิติเป็นรากฐาน มีกฎแห่งความเร็วช่วยเร่งลูกศรให้รวดเร็วดุจสายฟ้า และมีพลังของกฎแห่งความโกลาหลเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า ฉันเชื่อว่าน้อยคนในจักรวาลที่จะสามารถต้านทานลูกศรของนายได้” ลินนิจกล่าวอย่างตื่นเต้นด้วยเช่นกัน

หากทุกอย่างเป็นจริงดังที่ลินนิจได้ว่าไว้ ลูกศรที่เขาสร้างขึ้นมาอาจจะมีความรุนแรงกว่าลูกศรของฟูลมูนด้วยซ้ำ แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสามารถใช้อาวุธชิ้นนี้ได้อย่างคล่องมือ ในอนาคตมันย่อมกลายเป็นไพ่อีกใบสำหรับเขาอย่างแน่นอน

“เอาล่ะเรามาลองทดสอบพลังของธนูชิ้นนี้กันดีกว่า” เซี่ยเฟยยืนขึ้นลุกไปยังแผงควบคุม เพื่อปรับตำแหน่งให้เจมินี่เดินทางไปยังดาวเคราะห์ร้างอันเงียบสงบ

“ทำไมนายไม่เอาดอกบัวห้วงสมุทรออกมาจากมันก่อนล่ะ?” ลินนิจกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังซูย่าที่นอนหมดสภาพอยู่บนพื้น

“ผมอยากทดสอบธนูผนึกสวรรค์ก่อน เรื่องอื่นเราค่อยมาจัดการกันทีหลัง” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เมื่อลงมายังดาวเคราะห์ร้าง ชายหนุ่มก็นำธนูผนึกสวรรค์ออกมาก่อนที่จะเริ่มถ่ายเทพลังกฎทั้งสามเข้าไปยังลูกแก้วทั้งสามลูก

ปิ้ว!

ลูกศรแสงภายในมือถูกปลดปล่อยหายลับไปในพริบตา ซึ่งลูกศรนี้เร็วกว่าลูกศรของฟูลมูนมาก ท้ายที่สุดเซี่ยเฟยก็ได้รวมพลังของกฎแห่งความเร็วเข้าไปในตัวลูกศรด้วย มันจึงเป็นผลให้ลูกศรนี้ยากที่จะหลบหนีมากขึ้นกว่าเดิม

“เร็วมาก! เผลอ ๆ แม้แต่แสงก็ไม่สามารถหลบหนีลูกศรของนายได้!!” ลินนิจกล่าวอย่างตื่นเต้น

ทันใดนั่นเองฟองระเบิดขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็นในระยะไกล ซึ่งในระหว่างการโจมตีเซี่ยเฟยไม่ได้เล็งไปยังที่ไหนเป็นพิเศษเลย แต่ดูเหมือนว่าลูกศรของเขาจะไปปะทะกับดาวเคราะห์ดวงหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ และเมื่อมันเกิดการปะทะมันจึงเกิดการระเบิดที่ไม่คาดฝันขึ้นมาแบบนี้

ภาพเหตุการณ์ต่อมาทำให้ทุกคนช็อกจนอ้าปากค้าง เพราะหลังจากคลื่นระเบิดจางหายไปแล้วดาวทั้งดวงก็หายไปจากตำแหน่งเดิม

“ทำลายดาวทั้งดวงด้วยลูกศรเพียงแค่ดอกเดียวเนี่ยนะ?!” ลินนิจอุทานขึ้นมาอย่างตกตะลึง

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร ก่อนที่จะก้มหัวลงไปมองซูย่าที่อยู่บริเวณเท้าของเขา

ดอกบัวห้วงสมุทรที่อยู่บริเวณด้านหลังของซูย่าคล้ายกับว่ามันกำลังแสดงความหวาดกลัวออกมาเล็กน้อย เมื่อมันได้เห็นพลังทำลายจากลูกศรที่เซี่ยเฟยเพิ่งปลดปล่อยออกไป

“เอาล่ะคราวนี้พวกเรามาเริ่มจัดการดอกบัวห้วงสมุทรกันดีกว่า” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์

ฉัวะ!

เนอร์วาน่าถูกดึงออกมาอย่างกะทันหัน ก่อนที่มันจะตัดร่างของกิเลนเพลิงให้ขาดออกจากกันเป็นสองส่วน

พลังงานปริมาณมหาศาลถูกดูดซับเข้าไปภายในสมองของเขาอย่างรวดเร็ว แต่เซี่ยเฟยไม่ได้สนใจพลังงานพวกนั้นเลย เพราะช่วงเวลาสำคัญที่สุดกำลังจะเดินทางมาถึงแล้ว

เมื่อผู้ครอบครองเสียชีวิตลงอาวุธมายาจำเป็นจะต้องหวนกลับคืนสู่จักรวาล แต่เซี่ยเฟยต้องการจะท้าทายกฎบัญญัติของจักรวาลข้อนี้เพื่อบังคับให้ดอกบัวห้วงสมุทรยังคงอยู่กับเขาต่อไป

ดอกบัวทั้งสองบนหลังของกิเลนเพลิงสูญสลายหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะรวมตัวกันกลายเป็นลำแสงเล็ก ๆ ที่เตรียมพร้อมจะพุ่งตัวออกไปยังจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล

หงส์ครามยืดยาวไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะสร้างกรงขนาดใหญ่กักขังดอกบัวห้วงสมุทรเอาไว้ด้านใน ขณะเดียวกันเนอร์วาน่าและขนอุยก็แยกออกไปประจำตำแหน่งซ้ายขวา พร้อมกับจ้องมองไปยังอาวุธมายาตรงหน้าด้วยแววตาที่ชั่วร้าย

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็รวบรวมพลังเข้าสู่ธนูผนึกสวรรค์อีกครั้ง และชี้เป้าของธนูไปยังดอกบัวห้วงสมุทรโดยตรง

“คิดจะหนีงั้นเหรอ!?”

ภายใต้การปิดล้อมที่โหดร้ายแบบนี้ เขาก็อยากจะรู้จริง ๆ ว่าดอกบัวห้วงสมุทรจะหนีไปไหนได้

***************

ขู่ให้กลัวสุด ๆ จะยอมจำนนดี ๆ หรือจะสูญสลายไปเลย เลือก!!

จบบทที่ ตอนที่ 976 ทดสอบอาวุธชิ้นใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว