เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 974 วิวัฒนาการครั้งที่ 7

ตอนที่ 974 วิวัฒนาการครั้งที่ 7

ตอนที่ 974 วิวัฒนาการครั้งที่ 7


ตอนที่ 974 วิวัฒนาการครั้งที่ 7

ตูม!

เมื่อคมดาบเสี้ยวจันทร์ที่เกิดจากกฎแห่งความโกลาหลปะทะเข้ากับลูกธนูที่เกิดขึ้นมาจากการรวมพลังของกฎทั้งสาม มันก็ก่อให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ในจักรวาลที่ให้ความรู้สึกไม่ต่างไปจากการเกิดบิกแบง

เมื่อกฎแห่งมิติระเบิดออกมันจะเริ่มควบคุมมิติโดยรอบ จากนั้นกฎแห่งสสารจะบิดเบือนสสารทั้งหมดในบริเวณนั้น เรียกได้ว่าการระเบิดสองชนิดแรกนี้ปิดผนึกการหลบหนีไปโดยสมบูรณ์ และในที่สุดกฎแห่งแสงที่ระเบิดในขั้นตอนสุดท้ายก็จะทำหน้าที่เป็นมือสังหาร

การโจมตีของฟูลมูนรุนแรงมากจนทำให้จอมกฎเป็นจำนวนมากเสียชีวิตภายใต้ลูกศร 3 กฎ ตำแหน่งมือสังหารอันดับ 1 จึงยังคงอยู่ในมือฟูลมูนมาหลายร้อยปี นั่นก็เพราะว่ามันยังไม่มีใครสามารถรอดพ้นไปจากการโจมตีอันรุนแรงนี้ได้นั่นเอง

แต่ในกรณีของเซี่ยเฟยมีความแตกต่างจากนักรบคนอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะกฎแห่งความโกลาหลที่เขาใช้มันไม่ใช่กฎทั่วไปที่สามารถหาพบได้ในจักรวาล ยิ่งไปกว่านั้นพลังของกฎแห่งความโกลาหลยังแปลกประหลาด เพราะมันสามารถลบล้างหรือบิดเบือนพลังของผู้อื่นได้

ดาบเสี้ยวจันทร์จากกฎแห่งความโกลาหลเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าพลังของลูกศร 3 กฎนี้ทรงพลังมากแค่ไหน

อย่างไรก็ตามแม้ว่าฝั่งของกฎแห่งความโกลาหลจะตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด แต่มันกลับสามารถหยุดยั้งลูกศร 3 กฎเอาไว้ได้จริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นลูกศรอันทรงพลังยังค่อย ๆ บิดเบี้ยวตามเวลาผ่านพ้นไปเรียกได้ว่าตัวลูกศรกำลังถูกผ่าแยกออกจากตรงกลาง

“ทำลายมันไปซะ!” เซี่ยเฟยร้องคำรามดังลั่นด้วยแววตาอันเยือกเย็น

“เป็นไปไม่ได้!! ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?!” ฟูลมูนมองไปยังภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อได้พบว่าลูกศร 3 กฎที่เขาภาคภูมิใจกำลังถูกผ่าแยกออกจากตรงกลาง

หากเขาไม่ได้มาเห็นเหตุการณ์นี้ด้วยตาของตัวเอง เขาย่อมไม่มีทางเชื่อถือสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในระหว่างนั้นความมั่นใจที่เคยมีมาตลอดก็เริ่มสั่นไหว เพราะมันไม่เคยมีใครสามารถหยุดลูกศรของเขาเอาไว้ได้เหมือนกับเซี่ยเฟย

นี่คือพลังของกฎแห่งความโกลาหล พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้อยู่เสมอ การดำรงอยู่ของมันถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดในจักรวาล แต่มันก็เป็นพลังที่สามารถรักษาสมดุลย์ของจักรวาลนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ต้องขอบคุณความพยายามที่เขาเลื่อนระดับกฎแห่งความโกลาหลได้จนถึงขั้นที่ 5 ก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้น ไม่อย่างนั้นพลังของกฎแห่งความโกลาหลขั้นที่ 4 ก็อาจจะไม่สามารถหยุดยั้งลูกศร 3 กฎของฟูลมูนเอาไว้ได้

แน่นอนว่าส่วนที่ช่วยส่งเสริมให้กฎแห่งความโกลาหลสามารถแสดงพลังออกมาได้มากขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่ามันได้รับพลังมาจากเม็ดพลังงานภายในสมองของชายหนุ่มด้วย เรียกได้ว่าหากขาดองค์ประกอบอื่นใดไปมันย่อมไม่สามารถแสดงผลลัพธ์เช่นนี้ออกมาได้เลย

การโต้กลับได้เพียงครั้งเดียวเสริมความมั่นใจของเซี่ยเฟยได้เป็นอย่างมาก เพราะข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าลูกศร 3 กฎของศัตรูไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับเขาเลย สถานการณ์ระหว่างสองฝ่ายจึงยังคงเสมอกัน และผู้ที่จะสามารถเอาชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ได้สำเร็จนั่นก็คือผู้ที่มีความเหี้ยมโหดมากกว่า

เมื่อดาบเสี้ยวจันทร์แยกลูกศร 3 กฎออกจากกัน มันก็เริ่มพุ่งไปหาฟูลมูนในระยะไกล ในเวลาเดียวกันนั้นเซี่ยเฟยก็ใช้พลังของกฎแห่งความโกลาหลเป็นจุดดึงดูดสายตา เพื่อใช้ความเร็วแอบเข้าหาชายชราอย่างเงียบ ๆ

ความพ่ายแพ้ของลูกศร 3 กฎทำให้ฟูลมูนอารมณ์เสียมาก เพราะใครจะไปคิดว่าราชันย์ขั้นต้นจะสามารถต่อกรกับเขาได้นานขนาดนี้ และถ้าหากเรื่องราวในปัจจุบันแพร่งพรายออกไปแล้วเขาจะเอาหน้าที่ไหนไปพบเจอคนอื่น

ธนูผนึกสวรรค์ถูกยกขึ้นอีกครั้ง ซึ่งถ้าหากว่าลูกศรลูกเดี่ยวไม่สามารถทำลายกฎแห่งความโกลาหลได้ เขาก็ไม่เชื่อว่าลูกศร 3 ดอกจะไม่สามารถทำลายพลังปริศนานี้ได้จริง ๆ

ในเวลาเดียวกันแววตาของฟูลมูนก็ส่องประกายออกมาอย่างเยือกเย็น ก่อนที่เขาจะวาดมือซ้ายออกไปเป็นครึ่งวงกลม และใช้แขนขวาดึงแสงดาวอันเปล่งประกายบริเวณโดยรอบมาปกคลุมตัว

“ดาบลับพิฆาต! ที่แท้ชายคนนี้ก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ 3 กฎเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนของตระกูลดาบพิฆาตอีกด้วย!!” ลินนิจอุทานขึ้นมาเสียงดัง

ดาบลับพิฆาตคือหนึ่งในดาบที่เคยอยู่ทางฝั่งของเผ่าเทพ และถึงแม้ว่าดาบเล่มนี้จะไม่ได้มีความน่ากลัวเหมือนกับดาบคลั่งสกายวิง แต่พวกเขาก็เป็นตัวตนที่ไม่ควรประมาทเลยแม้แต่นิดเดียว

ความน่ากลัวของดาบเล่มนี้คือคำว่าลับ เพราะเมื่อพวกเขาดึงแสงสว่างเข้ามาปกคลุมตัว คนจากตระกูลนี้จะสามารถอำพรางตัวอยู่ท่ามกลางจักรวาลอันกว้างใหญ่ได้

แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่าฟูลมูนยังคงอยู่ภายใต้แสงดาวที่พร่างพราว แต่เซี่ยเฟยรู้ดีว่าอีกฝ่ายได้ลอบเร้นไปยังที่อื่นแล้ว

ศัตรูที่มองไม่เห็นคือศัตรูที่อันตรายที่สุด!

ฟูลมูนสามารถที่จะปรากฏการณ์ขึ้นมาจากที่ไหนก็ได้ตลอดเวลา และการปรากฏตัวในครั้งนั้นมันก็อาจจะมาพร้อมกับการโจมตีที่ทำให้ถึงตาย

ดวงตาของเซี่ยเฟยเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งพร้อมกับการเปิดใช้งานวิชาเนตรมนตราอย่างสุดกำลัง

ชายหนุ่มกวาดสายตามองพื้นที่รอบ ๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อพยายามมองหาสถานที่ที่ฟูลมูนมีโอกาสจะไปซ่อนตัวอยู่มากที่สุด

วินาทีต่อมาประกายแสงดาบสีขาวซีดก็ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันเล็งไปยังซี่โครงบริเวณด้านขวาของเซี่ยเฟย ซึ่งเป็นจุดป้องกันที่อ่อนแอที่สุดในเวลานี้

เมื่อดาบของศัตรูเข้ามาใกล้ จู่ ๆ หงส์ครามก็ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นมันก็ใช้ใบหญ้าทั้งเจ็ดจู่โจมเข้าใส่ศัตรูและใช้ใบหญ้าอีกใบอ้อมไปด้านหลังเพื่อจับขาชายชราเอาไว้

การป้องกันลูกศร 3 กฎเมื่อสักครู่ทำให้หงส์ครามได้รับบาดเจ็บสาหัสไปจริง ๆ แต่มันก็คือวัชพืชที่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อย่างรวดเร็ว การได้พักในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ จึงเพียงพอแล้วที่จะทำให้มันสามารถกลับเข้าสู่สนามรบได้อีกครั้งหนึ่ง

อาวุธชั้นยอดกับอาวุธมายาปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อนที่การลอบโจมตีของฟูลมูนจะถูกป้องกันเอาไว้ด้วยหงส์ครามได้สำเร็จ

เล่ห์กายา!

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็เคลื่อนที่อ้อมไปด้านหลัง ก่อนที่เขาจะยกเนอร์วาน่าขึ้นมาเพื่อจู่โจม

ระหว่างที่เซี่ยเฟยกับฟูลมูนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ขนอุยก็กำลังกินพลังงานอย่างอิ่มหนำสำราญ

แสงสีขาวเคลื่อนที่จากเสาหินทั้งเจ็ดไปรวมตัวอยู่ยังจุดเดียว และจุดนั้นก็ไม่ใช่จุดอื่นใดเลยนอกเสียจากปากของอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวน้อยนั่นเอง

พลังงานปริมาณมหาศาลถูกดูดกลืนอย่างรวดเร็ว แต่ขนอุยก็ทำตัวเป็นเหมือนกับมหาสมุทรพลังงานที่อาหารเหล่านี้ไม่สามารถเติมเต็มกระเพาะของมันได้ง่าย ๆ

ทั้งโมฮาและซูย่าต่างก็มองไปยังภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งอสูรที่ถูกกักขังอยู่ในเขตอาคมจะกำลังกลืนกินพลังงานจากเขตอาคมอยู่จริง ๆ

“นี่มันกำลังพยายามกลืนกินพลังงานทั้งหมดเข้าไปในท้องของมันงั้นเหรอ? ในเขตอาคมมันมีหัวใจจักรวาลอยู่เกือบ 10 ล้านชิ้นเชียวนะ?!” ซูย่าอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ

ใบหน้าของโมฮาเริ่มปรากฏความกังวล ท้ายที่สุดเขตอาคมก็ทำงานด้วยพลังงาน ตราบใดก็ตามที่พลังงานถูกดูดซับไป มันก็มีแนวโน้มที่ขนอุยจะสามารถหลบหนีออกไปได้ด้วยเช่นกัน

แหวะ!

ทันใดนั้นภาพอันหน้าตกตะลึงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เพราะดูเหมือนว่าขนอุยจะกลืนกินพลังงานเข้าไปมากเกินไป มันจึงเริ่มอาเจียนพลังงานบางส่วนออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“ฮ่า ๆ ๆ ดูมันสิ! ดูเหมือนมันจะกินไม่ไหวแล้ว แต่มันก็ยังพยายามกลืนกินพลังงานเข้าไปอยู่ มันคิดว่ามันสามารถกลืนกินพลังงานทั้งหมดเข้าไปได้หรือยังไง ระวังกินมากไปแล้วท้องจะแตกตายเอานะ!” ซูย่าใช้มือข้างหนึ่งจับท้องและใช้มืออีกข้างชี้ไปยังขนอุยราวกับว่ามันเป็นมนุษย์

“มันแค่พยายามดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้นแหละ ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่มีทางกลืนกินพลังงานปริมาณมหาศาลขนาดนั้นเข้าไปได้หรอก” โมฮากล่าวด้วยแววตาที่เหยียดหยาม

ทันทีที่เขาพูดจบทั่วทั้งร่างของขนอุยก็ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่าง และเมื่อแสงสว่างได้จางหายไป ร่างของเจ้าตัวน้อยก็หายไปจากตำแหน่งเดิมด้วยเช่นกัน

“มันหนีไปแล้วงั้นเหรอ!?” ซูย่าอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ

โมฮามองภาพตรงหน้าอย่างสับสนด้วยเช่นกัน แต่เขาก็ไม่เห็นขนอุยอยู่ในเขตอาคมแล้วจริง ๆ อย่างไรก็ตามเขตอาคมสวรรค์กลืนอสูรก็ยังไม่ได้รับความเสียหาย เขาจึงไม่เข้าใจว่าเจ้าตัวน้อยหลบหนีออกไปได้ยังไงกันแน่

ในระหว่างที่ 1 คน 1 อสูรร้ายกำลังสับสน ดาวตกจากฟากฟ้าก็พุ่งลงมาบนพื้นอย่างรุนแรง

โมฮามองภาพตรงหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว เพราะเขตอาคมที่เขาภาคภูมิใจกลับถูกขนอุยย่ำยีไม่เหลือชิ้นดี ทั้ง ๆ ที่เขามั่นใจว่าเขตอาคมนี้สามารถกักขังอสูรทุกชนิดเอาไว้ได้ แต่ขนอุยกลับเข้าออกเขตอาคมของเขาตามอำเภอใจ มันจึงทำให้เขารู้สึกอับอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อิ้ว!

เจ้าตัวน้อยส่งเสียงร้องคำราม ก่อนที่มันจะกระโดดขึ้นมาจากหลุมอุกกาบาต จากนั้นมันก็ใช้ดวงตาน้อย ๆ กวาดมองพื้นที่โดยรอบอย่างเย็นชา

อย่างไรก็ตามภาพที่ปรากฏต่างก็ทำให้โมฮาและซูย่าอ้าปากค้างขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะหลังจากที่ขนอุยได้ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง รูปร่างของมันก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยในตอนนี้ขนสีขาวทั่วทั้งร่างของเจ้าตัวน้อยมีความแหลมคมราวกับเข็มเหล็ก ทำให้โดยรวมแล้วมันดูคล้ายกับปลาปักเป้าที่กำลังมองหาศัตรูอย่างบ้าคลั่ง

ปิ้ว!

ต่อมาขนอุยก็เริ่มยิงสิ่งที่คล้ายกับกระสุนปืนออกมาจากปาก ซึ่งกระสุนแต่ละนัดก็ทำให้เขตอาคมสวรรค์กลืนอสูรสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง

นี่คือรูปแบบการวิวัฒนาการครั้งที่ 7 ของอสูรศักดิ์สิทธิ์มารขาว พลังของการวิวัฒนาการนี้คือการยิงกระสุนพลังงานอันรุนแรงออกมาอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าเขตอาคมกำลังจะตกอยู่ในอันตราย แต่โมฮาก็ไม่สามารถที่จะใช้กระแสจิตเพื่อเข้าควบคุมขนอุยได้เลย เพราะเขตอาคมขัดขวางทุกอย่างไว้ เนื่องจากการที่มันป้องกันไม่ให้ขนอุยออกมาได้ มันก็เป็นการป้องกันไม่ให้โมฮาส่งพลังเข้าไปด้านในด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ผู้ควบคุมสัตว์อสูรที่เก่งกาจที่สุดในดินแดนดาร์คไนท์จึงทำได้เพียงแต่เฝ้ามองดูเขตอาคมสุดรักโดนจู่โจมอย่างต่อเนื่องเท่านั้น และในที่สุดเขตอาคมสวรรค์กลืนอสูรที่เขาใช้เวลาสร้างมาทั้งชีวิตก็พังทลายลงไปต่อหน้าต่อตาของเขาเอง

หลังจากขนอุยวิวัฒนาการได้เพียงแค่ 3 นาที มันก็สามารถทำลายเขตอาคมที่กักขังมันได้สำเร็จ จากนั้นมันก็ส่งเสียงร้องคำรามและพุ่งตัวเข้าไปหาศัตรูที่กล้าจับตัวมันมาขังในที่แห่งนี้

***************

ขนอุยโมโหหิว ดูดพลังงานให้หมด! หวังว่าพี่เฟยจะทันมาดูดเลือดกับเอาดอกบัวห้วงสมุทรทันนะ…

จบบทที่ ตอนที่ 974 วิวัฒนาการครั้งที่ 7

คัดลอกลิงก์แล้ว