เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 971 กิเลนเพลิง

ตอนที่ 971 กิเลนเพลิง

ตอนที่ 971 กิเลนเพลิง


ตอนที่ 971 กิเลนเพลิง

สิ่งแรกที่เซี่ยเฟยได้พบเห็นคือกิเลนที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟกำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

ทุกย่างก้าวที่มันเคลื่อนที่ผ่านไปก่อให้เกิดเสียงดังฟังชัดคล้ายกับว่ามันกำลังก้าวเดินอยู่บนผืนดิน ทั้ง ๆ ที่ในขณะนี้มันกำลังออกวิ่งอยู่ในอวกาศอันว่างเปล่าชัด ๆ

ขนาดของอสูรตัวนี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่มันกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน โดยบริเวณด้านหลังมีผู้โดยสารเดินทางมาด้วยจำนวน 2 คน ซึ่งคนหนึ่งเป็นคนแก่ ขณะที่อีกคนดูเหมือนเด็กเล็กที่ยังโตไม่เต็มวัย

“มันช่างเป็นกิเลนที่สง่างามจริง ๆ แกคือโมฮาสินะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังชายชรา

อย่างไรก็ตามชายชราคนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตาเซี่ยเฟยด้วยซ้ำ เขาจึงก้มศีรษะลงซ่อนตัวอยู่หลังลูกศิษย์ราวกับว่าเขาเป็นคนขี้อาย น่าเสียดายที่เซี่ยเฟยรู้ดีว่าชายชราคนนี้ไม่มีทางเป็นคนขี้อายอย่างแน่นอน เพราะภายในแววตาของเขามันเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

เซี่ยเฟยเคยได้เห็นดวงตาของเหวินหยิงมาก่อน ซึ่งมันเป็นแววตาสีทองคล้ายกับอสรพิษอันดุร้าย แต่แววตานั้นกลับดูเป็นแววตาธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับแววตาของโมฮา โดยมันเป็นแววตาวงกลมเหมือนกับระลอกคลื่นที่ทับซ้อนกันออกไป

ชายหนุ่มกำลังคิดว่าสาเหตุที่ดวงตาของโมฮาเป็นแบบนี้น่าจะเป็นเพราะว่าอีกฝ่ายได้ฝึกวิชาเนตรบางชนิด และวิชาเนตรชนิดนี้มันก็น่าจะมีความน่ากลัวมากกว่าเนตรสีทองของเหวินหยิง

ตอนที่เขาอยู่ในดินแดนกฎเขาไม่เคยได้พบกับใครที่ใช้วิชาเนตรมาก่อนเลย แต่หลังจากที่เขาได้เข้ามาภายในดินแดนดาร์คไนท์ เขากลับได้พบกับผู้ใช้วิชาเนตรติดต่อกัน 2 คนแล้ว

“หุบปากไปซะ! แกกล้าดียังไงมาเรียกชื่ออาจารย์ของฉันแบบนี้ ส่วนอสูรที่อยู่ตรงหน้าแกมันชื่อว่าซูย่าที่แปลว่าดาวฤกษ์ต่างหากไม่ใช่กิเลน ในเมื่อแกกล้ามาทำร้ายอสูรของเรา ฉันก็จะให้แกได้ลิ้มรสของการถูกแผดเผาทั้งเป็น!!” จีต้าลูกศิษย์ของโมฮาตะโกนขึ้นมาอย่างเย่อหยิ่ง

อาจารย์ลูกศิษย์คู่นี้เป็นคู่หูที่ดูแปลกประหลาดมาก เพราะอาจารย์กลับซ่อนตัวอยู่หลังลูกศิษย์และปล่อยให้ลูกศิษย์ที่เป็นเด็กเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างก้าวร้าว มันจึงทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาไม่ชอบเจ้าเด็กที่ชื่อว่าจีต้าคนนี้เลย

ทันใดนั้นลินนิจก็เริ่มควบคุมเนอร์วาน่าให้จู่โจมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดาบกลืนวิญญาณเล่มนี้จะปาดคอจีต้าโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้พูดอะไรเพิ่มเติม

“เอ่อ…” เซี่ยเฟยถึงกับพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่งและเขาก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะโกรธลินนิจดีไหม เพราะหลังจากที่อีกฝ่ายตะโกนด่าทอเขาซ้ำ ๆ ลินนิจกลับเลือกที่จะลงมือสังหารโดยไม่ทันได้ฟังคำสั่งจากเขา

หากย้อนกลับไปในอดีตลินนิจย่อมไม่กล้าลงมืออย่างเด็ดขาดแบบนี้แน่นอน เพราะในตอนนั้นราชาจักรกลตนนี้เป็นเพียงนักวิทยาศาสตร์ที่อ่อนโยน แต่มันอาจจะเป็นเพราะลินนิจใกล้ชิดกับเซี่ยเฟยมากเกินไป จนทำให้ลักษณะนิสัยของอีกฝ่ายกลายเป็นนักรบที่โหดเหี้ยมมากยิ่งขึ้น

พูดตามตรงว่าเซี่ยเฟยชอบลินนิจที่เป็นแบบนี้มากกว่า เพราะถึงยังไงอีกฝ่ายก็เป็นศัตรูอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดจาไร้สาระ

ในระหว่างที่ลินนิจทำการโจมตีจีต้าอยู่นั้น ในเวลาเดียวกันโมฮาก็ขยับเท้าไปทางซ้ายเล็กน้อย แม้ว่ามันจะเป็นการขยับเขยื้อนเพียงแค่นิดหน่อย แต่มันกลับทำให้ชายชราและอสูรตัวนี้สามารถหลบเลี่ยงเนอร์วาน่าได้ ซึ่งถ้าหากว่าลินนิจไม่ได้จู่โจมอย่างรวดเร็วมากเกินไป จีต้าก็อาจจะรอดชีวิตจากการโจมตีเมื่อสักครู่ได้ด้วยซ้ำ

สิ่งที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งกว่าคือความฉลาดเฉลียวของกิเลนเพลิงตัวนี้ ท้ายที่สุดมันก็รู้ว่าการเคลื่อนไหวมากเกินไปต่อหน้านักรบสายความเร็วคือการเปิดช่องโหว่ให้ถูกจู่โจมอย่างต่อเนื่อง มันจึงเคลื่อนไหวเพียงแค่เล็กน้อยเพื่อพยายามปกปิดจุดอ่อนให้มากที่สุด

โมฮาไม่ได้สนใจชีวิตของจีต้าที่เพิ่งถูกสังหารลงไปเลย หลังจากที่ทั้งคู่ตั้งหลักได้อีกครั้งซูย่าก็รีบถอยห่างออกไปในพริบตา

“อสูรสายความเร็ว!?” เซี่ยเฟยอุทานด้วยความตกใจเมื่อได้เห็นว่าความเร็วของซูย่าอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านเมตรต่อวินาที

“มันไม่ได้มีดีแค่ความเร็วนะ แต่มันเป็นอสูรที่สามารถพิชิตดอกบัวห้วงสมุทรได้อีกด้วย” ลินนิจกล่าวเสริม

บริเวณขาแต่ละข้างของซูย่ามีปานดอกบัวให้เห็นอย่างโดดเด่น ซึ่งมันเป็นลักษณะพิเศษของดอกบัวห้วงสมุทรซึ่งเป็นหนึ่งในอาวุธมายาธาตุพืช

ในที่สุดอาวุธมายาที่เขาค้นหาก็ปรากฏขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เพียงแต่ว่าในปัจจุบันมันเป็นอาวุธที่ถูกปราบปรามโดยอสูรดาร์คไนท์เท่านั้น

“โมฮาสมควรแล้วที่ถูกยกย่องว่าเป็นผู้ควบคุมอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในดาร์คไนท์ เขารู้ดีว่าเผ่าพันธุ์ของตัวเองไม่สามารถพิชิตอาวุธมายาได้ เขาจึงควบคุมให้อสูรพิชิตอาวุธมายาแทนตัวเอง เขาเป็นศัตรูประเภทที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อนเลย และบางทีเขาก็อาจจะมีความสามารถที่เราไม่รู้จักด้วย”

“ยิ่งไปกว่านั้นพฤติกรรมของเขายังดูประหลาดมาก นายระวังตัวไว้ด้วยบางทีเขาอาจจะแอบซ่อนแผนการอะไรบางอย่างเอาไว้ก็ได้” ลินนิจกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ด้วยความเร็ว 4 ล้านเมตรต่อวินาทีของกิเลนตัวนี้ มันก็มากพอที่จะทำให้เซี่ยเฟยไม่กล้าประเมินศัตรูต่ำเกินไปแล้ว เพราะเขาไม่เคยเห็นอสูรที่รวดเร็วในระดับนี้มาก่อน มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงอสูรที่สามารถควบคุมอาวุธมายาได้เลย

หลังจากถอยไปตั้งหลักในระยะไกล โมฮาก็ค่อย ๆ ลงมาจากหลังของซูย่า จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปที่เซี่ยเฟยและหามุมมืดหลบซ่อนอย่างเหนียมอายเหมือนเดิม

ซูย่ายกเท้าหน้าทั้งสองข้างตะกายในอากาศ จากนั้นมันก็พ่นหมอกสีขาวออกมาจากรูจมูกราวกับม้าศึก แล้วมันก็บุกจู่โจมเข้าใส่ศัตรูด้วยความเร็วสุดกำลัง

ทั่วทั้งร่างของกิเลนตัวนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟและเมื่อมันเร่งความเร็วเข้ามาใกล้ ร่างของมันก็กลายเป็นลูกบอลเพลิงที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงมาก

พริบตาต่อมาซูย่ากับลูกบอลเพลิงก็แยกออกเป็นสองส่วน โดยลูกไฟมีเป้าหมายในการจู่โจมขนอุย ขณะที่กิเลนตัวนี้มุ่งเป้าไปจัดการเซี่ยเฟย

เซี่ยเฟยปลดปล่อยพลังงานออกมาจากสมองพร้อมกับเร่งความเร็ว 4 ล้านเมตรต่อวินาทีด้วยเช่นกัน จากนั้นเขาก็ควบคุมหงส์ครามให้บอกสะบัดอย่างรวดเร็วเพื่อปลดปล่อยคมดาบสายลมออกไป

กิเลนเพลิงหลบซ้ายหลบขวาหลบเลี่ยงคมดาบสายลมของเซี่ยเฟยอย่างคล่องแคล่ว ซึ่งทักษะในการเคลื่อนไหวของมันเป็นทักษะร่างกายที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าวิชาเล่ห์กายาของเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว

“มันช่างเป็นอสูรที่เก่งกาจจริง ๆ แต่ถึงยังไงมันก็ต้องตายเมื่อมันกล้ามาเป็นศัตรูของฉัน!” เซี่ยเฟยส่งเสียงคำรามพร้อมกับเผชิญหน้ากับกิเลนเพลิงโดยตรงโดยไม่คิดจะหลบเลี่ยงเลยแม้แต่นิดเดียว

หงส์คราม!

ใบหญ้าทั้งแปดค่อย ๆ กางออกราวกับฝ่ามือของทวยเทพ เพื่อพยายามพันธนาการอสูรร้ายตัวนี้เอาไว้ ไม่ว่ายังไงในร่างกายของมันก็มีดอกบัวห้วงสมุทรหลอมรวมอยู่ วิธีการดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบันคือการจับตัวมันเอาไว้ก่อนแล้วค่อยหาวิธีแยกอาวุธมายาออกมาทีหลัง

ทันใดนั่นเองเซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นว่าแววตาอันเจ้าเล่ห์ของอสูรตรงหน้าไม่ได้จ้องมองมาที่เขา แต่กำลังจับจ้องมองไปยังขนอุย

พริบตาต่อมาตำแหน่งของซูย่ากับลูกบอลไฟที่มันปล่อยออกไปก็สลับกันอย่างฉับพลัน กลายเป็นว่าขนอุยต้องเผชิญหน้ากับกิเลนเพลิง ขณะที่เซี่ยเฟยกลับต้องเผชิญหน้ากับลูกบอลเพลิงที่มันปล่อยปล่อยออกมาแทน

“ร่างปลอม!? อสูรตัวนี้มีวิชาแยกร่างด้วยงั้นเหรอ” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้เห็นว่าลูกบอลไฟไม่ใช่ลูกบอลไฟธรรมดาแต่มันคือร่างแยกของซูย่าต่างหาก

ในเวลาเดียวกันโมฮาที่ซ่อนตัวอยู่ในระยะไกลก็กำลังเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่เขาได้วางเอาไว้

ฟู่!

ร่างของซูย่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอีกครั้ง โดยในตอนนี้มันได้มีดอกบัวคู่หนึ่งแบ่งบานขึ้นมาบนหลังของมัน เพื่อปลดปล่อยพลังดอกบัวห้วงสมุทรมาจัดการกับขนอุยอย่างเต็มที่

ดอกบัวห้วงสมุทรเป็นอาวุธมายาธาตุพืชที่มีคุณลักษณะเด่นคือการควบคุมน้ำ ไม่ว่ายังไงพืชกับน้ำก็เป็นสิ่งที่เกื้อหนุนกันตามธรรมชาติอยู่แล้ว หากปราศจากน้ำพืชก็ไม่สามารถที่จะเติบโตได้ และถึงแม้การควบคุมน้ำจะไม่ใช่พลังที่รุนแรงที่สุด แต่มันย่อมเป็นพลังที่สามารถจู่โจมได้อย่างกว้างขวางมากที่สุดอย่างแน่นอน

หยดน้ำถูกสาดกระจายออกไปทั่วทั้งท้องฟ้า ก่อนที่เม็ดฝนที่ดูราวกับคมมีดเหล่านี้จะพุ่งเข้าหาขนอุยอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันขนอุยขยายขนาดจนมีร่างกายใหญ่โตราวกับดาวเคราะห์ ร่างกายอันใหญ่โตของมันจึงไม่สามารถหลบหลีกหยดน้ำเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามทั่วทั้งร่างของขนอุยก็มีเกราะพลังงานคุ้มกันเอาไว้ แต่การที่อีกฝ่ายยังคงยืนหยัดที่จะโจมตีเข้ามาก็หมายความว่ามันมั่นใจว่ามันสามารถเจาะทะลุการป้องกันของขนอุยเข้ามาได้

น่าเสียดายที่เมื่อพูดถึงความเจ้าเล่ห์ ขนอุยก็ได้นิสัยนี้จากเซี่ยเฟยมาเต็ม ๆ ร่างกายของมันจึงไม่เพียงแต่จะสามารถขยายขนาดได้เท่านั้น แต่มันยังมีความสามารถในการหดตัวลงมาอีกด้วย

ฟุบ!

จู่ ๆ ร่างของขนอุยก็เปลี่ยนจากดาวเคราะห์กลายเป็นลูกปิงปองในพริบตา และเมื่อขนาดร่างกายของมันหดเล็กลง เกราะพลังงานที่ห่อหุ้มร่างกายของมันไว้ย่อมทวีความแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมด้วยเช่นกัน

อิ้ว!

ขนอุยส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว เพราะไม่ว่ายังไงมันก็เป็นถึงอสูรศักดิ์สิทธิ์ผู้เย่อหยิ่ง การที่ศัตรูบีบบังคับให้มันต้องหดตัวลงแบบนี้จึงทำให้มันรู้สึกอับอายจนอยากจะทำลายศัตรูให้เป็นชิ้น ๆ

แต่ในทันใดนั่นเองมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพราะมันมีกระแสจิตอันทรงพลังเข้าไปห่อหุ้มร่างของขนอุยเอาไว้อย่างรวดเร็ว

เซี่ยเฟยไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาผู้ซึ่งเป็นคนที่คอยควบคุมอสูรตัวอื่นมาโดยตลอดจะโดนโมฮาส่งกระแสจิตเข้ามาเพื่อควบคุมสัตว์อสูรของเขาแบบนี้

เหตุการณ์ในปัจจุบันสามารถพิสูจน์ได้เลยว่าเป้าหมายของโมฮาไม่ใช่เซี่ยเฟยตั้งแต่แรก แต่เขากำลังหมายตาอสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้เอาไว้ต่างหาก

ขนอุยกำลังตกอยู่ในอันตราย!

***************

วิชาเนตรได้สู้กันเพื่อแย่งชิงขนอุยแน่ ๆ สู้เขานะ!!

จบบทที่ ตอนที่ 971 กิเลนเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว