เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 964 เหวินหยิงลืมตา

ตอนที่ 964 เหวินหยิงลืมตา

ตอนที่ 964 เหวินหยิงลืมตา


ตอนที่ 964 เหวินหยิงลืมตา

บริเวณส่วนลึกในจักรวาลอันมีเนบิวลาสีดำปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่เต็มไปหมด

ตอนนี้โอโร่ได้เปลี่ยนมาใส่ชุดเกราะสีทองแล้วและเขาก็กำลังยืนอยู่กับกลุ่มผู้พิทักษ์อย่างสง่างาม

ระหว่างสงครามในไนท์ปาร์ตี้โอโร่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันเก่งกากจนทำให้เขาถูกยอมรับโดยกลุ่มผู้พิทักษ์ในที่สุด

คาเซะที่เคยทำงานเป็นสายลับให้กับเซี่ยเฟยช่วยปลอมแปลงตัวตนของโอโร่เป็นอย่างดี ประกอบกับการที่ร่างกายของเขาถูกเปลี่ยนไปเป็นมนุษย์แต่กลับเลือกฝึกฝนกฎแห่งความมืดของเผ่ามาร ตัวตนใหม่ของโอโร่จึงไม่ถูกตั้งข้อสงสัยเลยแม้แต่นิดเดียว

บรรดานักรบเกราะทองยืนรวมบนยอดเขาสูงก่อให้เกิดภาพอันน่าเกรงขาม ขณะเดียวกันมันก็มีเสียงคลื่นกระแทกจากเนบิวลาสีดำในระยะไกลดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ

หัวหน้าทีมผู้พิทักษ์เริ่มมุ่งหน้าไปยังเนบิวลาสีดำทีละคน ๆ ขณะที่สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความอึดอัด

“ไอ้หนุ่มอย่าพึ่งกังวลใจไปเลย ประตูจักรวาลก็เป็นแบบนี้แหละ นาน ๆ ครั้งมันจะมีเสียงคลื่นกระแทกดังขึ้นมาบ้างเป็นสัญญาณว่าพวกที่อยู่นอกประตูพยายามจะทำลายผนึกเพื่อเดินทางข้ามประตูมา” ผู้พิทักษ์สูงอายุกล่าวอธิบายพร้อมกับตบไหล่โอโร่เบา ๆ

เนื่องมาจากโอโร่เพิ่งเกิดใหม่และได้มาอยู่ในร่างของมนุษย์ รูปร่างภายนอกของเขาจึงอ่อนเยาว์กว่าที่ควรจะเป็น ผู้พิทักษ์ทุกคนจึงมองชายคนนี้เป็นน้องชายคนเล็กของกลุ่มจนทำให้โอโร่รู้สึกหดหู่ใจมากพอสมควร

อย่าลืมว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นถึงราชันย์ไลอ้อนฮาร์ทและเป็น 1 ใน 3 ผู้ครองแหวนราชันย์สิงโตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงอำนาจ ความจริงแล้วอายุของผู้พิทักษ์กลุ่มนี้รวมกันยังไม่ถึงครึ่งของอายุที่แท้จริงของเขาด้วยซ้ำ การถูกเด็กรุ่นใหม่ ๆ มองว่าเขาเป็นน้องเล็ก มันจึงทำให้โอโร่เต็มไปด้วยความอับอาย

“ที่นายพูดมันก็ไม่ผิดว่าประตูจักรวาลจะมีเสียงดังขึ้นเป็นระยะ ๆ แต่ความถี่ของเสียงในช่วงนี้มันกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ” ชายชราอีกคนกล่าวขึ้นมาอย่างกังวล

ผู้พิทักษ์ที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มส่งเสียงถอนหายใจเหมือนกับเป็นการยอมรับว่าสิ่งที่ชายชราคนนั้นพูดขึ้นมามันคือเรื่องจริง

โอโร่ชะงักค้างไปเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เข้าใกล้ประตูจักรวาล ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าประตูจักรวาลจะเปราะบางกว่าที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้มาก เมื่อฟังเสียงที่ดังขึ้นมาจากเนบิวลาสีดำมันก็ให้ความรู้สึกราวกับว่ามันกำลังมีกองกำลังนับพันเข้ามาใกล้

“คุณคิดว่าประตูจักรวาลจะทนได้อีกนานแค่ไหน?” โอโร่ถามอย่างกังวลใจ

“ไม่มีใครตอบคำถามเรื่องนี้ได้หรอก แต่ถึงยังไงพวกเราก็มีหน้าที่ปกป้องประตูจักรวาลนี้เอาไว้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ประตูถูกเปิดออกพวกเราก็มีหน้าที่ขัดขวางอสูรกายเอาไว้อย่างสุดกำลัง ไม่ให้มันรุกรานเข้ามาในดินแดนกฎได้” ชายชรากล่าวตอบพร้อมกับยักไหล่

เหล่าบรรดาผู้พิทักษ์มีกฎที่เข้มงวดไม่ให้พวกเขาทำการเรียกชื่อสิ่งมีชีวิตด้านหลังประตูจักรวาลขึ้นมาโดยตรง พวกเขาจึงมักจะเรียกพวกมันว่าอสูรกาย

“ฉันจะมีสิทธิ์เข้าใกล้ประตูจักรวาลได้เมื่อไหร่?” โอโร่ถามอีกครั้ง เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ใกล้กับประตูจักรวาลมาก แต่เขาก็ยังไม่มีสิทธิ์ได้ใกล้ชิดกับประตูจริง ๆ ทำได้เพียงแต่อยู่ในค่ายของกลุ่มผู้พิทักษ์เท่านั้น

“นายเนี่ยนะ?!” ผู้พิทักษ์ทุกคนมองไปยังน้องชายคนเล็กก่อนที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมา

“คนที่มีสิทธิ์เข้าใกล้ประตูจักรวาลได้มีเฉพาะนักรบระดับราชันย์ขั้นสูงขึ้นไปเท่านั้น ระดับพลังของนายในปัจจุบันยังคงอยู่ห่างไกลอีกมาก ๆ เลย” ชายชรากล่าวอธิบาย

โอโร่อดที่จะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะฟื้นฟูพลังการต่อสู้กลับมาอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ยังมีหนทางอีกยาวไกลก่อนที่เขาจะไปถึงระดับราชันย์ขั้นสูงได้จริง ๆ ซึ่งมันก็ดูเหมือนว่าเขาคงจะไม่สามารถเข้าใกล้ประตูจักรวาลได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

ปัง ๆ ๆ

เสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นใหม่อีกครั้ง ทุกคนจึงมองไปยังเนบิวลาสีดำในระยะไกลอย่างกังวล

ในฐานะกลุ่มผู้พิทักษ์ผู้ซึ่งคอยเฝ้ามองประตูจักรวาลอยู่ทุกวัน พวกเขารู้ดีว่าตอนนี้ประตูจักรวาลเปราะบางมากแค่ไหน ผนึกบนประตูอาจจะถูกทำลายได้ตลอดเวลา พวกเขาจึงจำเป็นจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อเผชิญหน้ากับอสูรกายที่อยู่หลังประตู

โอโร่ตัดสินใจหันหลังเดินจากไปด้วยสีหน้าอันขุ่นเคือง

“ลีโอ นั่นนายจะไปไหน?” ชายชราถามอย่างสงสัย

เนื่องมาจากว่าโอโร่ได้มาอยู่ในร่างใหม่ เขาจึงเลือกใช้ชื่อลีโอซึ่งเป็นชื่อที่เอาไว้ใช้สำหรับเรียกเด็ก ๆ ของตระกูลไลอ้อนฮาร์ท

“ไปฝึก!” โอโร่ตอบห้วน ๆ โดยไม่หันกลับมามอง

‘เซี่ยเฟย ตอนนี้นายกำลังทำอะไรอยู่นะ รีบ ๆ รวบรวมอาวุธมายาให้สมบูรณ์ได้แล้ว สถานการณ์มันเลวร้ายกว่าที่เราจินตนาการเอาไว้มาก’ โอโร่คิดในใจอย่างเงียบ ๆ

โอโร่ไม่รู้เลยว่าเซี่ยเฟยไม่เคยอู้งานแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าศัตรูที่อยู่ตรงหน้าจะมีความสามารถถึงระดับจอมเทพ แต่ศัตรูเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะหยุดความมุ่งมั่นของเซี่ยเฟยไม่ให้เดินหน้าไปไขว่คว้าอาวุธมายาได้

ปัจจุบันอสรพิษเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองมายังชายหนุ่มด้วยแววตาอันดุร้าย

ชายหนุ่มรู้ดีว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ใช่อสรพิษธรรมดา และถึงแม้ว่าพวกมันจะตัวเล็กมากแต่อสรพิษทุกตัวต่างก็ล้วนแล้วแต่ทรงพลังจนเขาไม่อาจประมาทได้เลย

ในเวลาเดียวกันองค์หญิงอสรพิษยังคงหลับตาขยับริมฝีปากไปมา แต่เธอก็ไม่ได้ส่งเสียงใด ๆ ออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว

“เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญในการสร้างภาพลวงตาเท่านั้น แต่เธอยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในการควบคุมสัตว์ประหลาดอีกด้วย!” ลินนิจอุทานเสียงดัง

เซี่ยเฟยแตะนิ้วที่แหวนมิติเบา ๆ ก่อนที่เขาจะหยิบขวดแก้วขนาดใหญ่โยนขึ้นไปบนท้องฟ้า

“ทำลายมันซะ!” เซี่ยเฟยออกคำสั่งกับขนอุย เจ้าตัวน้อยจึงปล่อยลูกบอลพลังงานออกไปทำลายขวดแก้วที่เซี่ยเฟยโยนขึ้นไป

เพล้ง!

พริบตาต่อมาฝุ่นสีขาวก็กระจายไปทั่วทั้งหุบเขาส่งกลิ่นแรงจนทำให้ผู้คนแทบจะหายใจไม่ออก โชคดีที่ชุดเกราะของเซี่ยเฟยมีฟังก์ชั่นกรองอากาศ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะถูกทรมานจากสสารที่เขาเพิ่งระเบิดออกไปด้วยเช่นกัน

“นั่นมันอะไร?” ลินนิจถามอย่างประหลาดใจ

“มันคือสารสกัดจากต้นเมเปิ้ลห้ากลีบ อย่าลืมว่าผมได้เรียนรู้ศาสตร์ในการปรุงยามาเหมือนกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

พิษของเซี่ยเฟยส่งผลอันน่าประหลาดใจ เพราะอสรพิษแต่ละตัวเริ่มรู้สึกหมดแรงและไม่ว่าเหวินหยิงจะพยายามควบคุมสัตว์ประหลาดพวกนี้มากแค่ไหน แต่พวกมันก็ไม่ขยับเขยื้อนไปจากตำแหน่งเดิมแม้แต่นิดเดียว

‘เดี๋ยวก่อน!? ทำไมสารสกัดถึงมีผลรุนแรงแบบนี้ อย่าบอกนะว่าพวกมันไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่ถือกำเนิดจากดาร์คไนท์ตั้งแต่แรก!!’ เซี่ยเฟยตะโกนภายในใจ

ไม่ว่าพิษที่เขาปลดปล่อยออกไปจะรุนแรงแค่ไหน แต่มันก็ถูกเตรียมเอาไว้สำหรับการรับมือกับสัตว์อสูร ตอนแรกเขาคิดว่าสัตว์ประหลาดภายในดาร์คไนท์แตกต่างจากสัตว์อสูรภายในดินแดนกฎ ซึ่งถ้าหากว่าพิษของเขาให้ผลดีแบบนี้ มันก็หมายความว่าแม้แต่วิชามนตราอสูรก็มีสิทธิ์จะใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

เนตรมนตรา!

มนตราอสูร!

เซี่ยเฟยเริ่มปลดปล่อยวิชามนตราอสูรออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งในครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้มีโอกาสใช้งานวิชามนตราอสูรอย่างเต็มกำลัง นับตั้งแต่ที่เขาได้เรียนรู้วิชามนตราอสูรฉบับดั้งเดิม

พริบตาต่อมาชายหนุ่มก็สามารถเข้าควบคุมอสรพิษได้เป็นจำนวนมาก โดยแทบที่จะไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว

ย้อนกลับไปในอดีตวิชามนตราอสูรมีผลกับสัตว์อสูรเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นหนอนด้วงมิติหรือสัตว์ประหลาดจากดาร์คไนท์ต่างก็ไม่สามารถจะใช้วิชานี้เข้าควบคุมได้

แต่ในวันนี้เซี่ยเฟยตระหนักแล้วว่าวิชามนตราอสูรฉบับดั้งเดิมมีพลังมากพอที่จะควบคุมสิ่งมีชีวิตอื่นที่นอกเหนือจากสัตว์อสูรด้วย เพียงแต่ว่าเขาไม่เคยคิดจะใช้วิชานี้มาก่อน เนื่องมาจากว่าเขาประเมินพลังของมันต่ำเกินไป

แน่นอนว่าการควบคุมสัตว์ประหลาดจากดาร์คไนท์ยังคงยากกว่าการควบคุมสัตว์อสูร แต่อย่างน้อยเซี่ยเฟยก็มีวิธีการจัดการกับสัตว์ประหลาดพวกนี้แล้ว ถือได้ว่ามันเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

ใบหน้าของเหวินหยิงเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียด เพราะเซี่ยเฟยกำลังเข้ามาแย่งเธอควบคุมอสรพิษนับหมื่นตัว

วิชาควบคุมอสรพิษของเหวินหยิงคือวิชาแบ่งปันชีวิต ซึ่งเป็นวิชาลับอันโหดร้ายที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ภายในคลังสมบัติ

เพื่อการฝึกฝนวิชานี้เธอจึงจำเป็นจะต้องเสียสละร่างกายท่อนล่างให้กลายเป็นงู เพื่อที่เธอจะแบ่งปันชีวิตระหว่างกันและทำให้เธอสามารถควบคุมอสรพิษได้ดั่งใจ

แต่ถึงกระนั้นวิชามนตราอสูรของเซี่ยเฟยกลับเข้ามาแทรกแซงการควบคุมระหว่างเธอกับอสรพิษ ซึ่งมันเป็นสถานการณ์ที่เธอไม่เคยเผชิญหน้ามาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

สถานการณ์หลังจากนั้นคืออสรพิษที่ถูกควบคุมโดยเซี่ยเฟยเริ่มเข้าปะทะกับอสรพิษที่ถูกควบคุมโดยเหวินหยิง ก่อให้เกิดภาพชุลมุนวุ่นวายที่อสรพิษเข้ารัดเกี่ยวทำร้ายกันไปทั่วทั้งบริเวณ

ระหว่างที่เซี่ยเฟยมุ่งเน้นความสนใจไปกับการควบคุมอสรพิษ จอมเทพที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เริ่มลงมือจู่โจมอีกครั้ง

แม้ว่าชายคนนี้จะไม่ได้มีอาวุธมายาเหมือนกับเกน แต่เขาก็ลงมือพร้อม ๆ กับเหวินหยิงจึงทำให้เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องรับมือศัตรู 2 คนในเวลาเดียวกัน

“แส่หาที่ตาย!” เซี่ยเฟยร้องคำรามขณะควบคุมหงส์ครามและเนอร์วาน่าเพื่อต่อกรกับจอมเทพ

แม้ว่าระดับพลังของชายหนุ่มจะไม่ได้สูงเทียบเท่ากับจอมเทพ แต่เขาก็มีผู้ช่วยที่คอยช่วยเหลืออย่างมากมาย มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงสามารถยืนหยัดรับมือกับจอมเทพได้เพียงลำพัง แม้ว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูพร้อม ๆ กันถึงสองคนก็ตาม

อีกด้านหนึ่งของสนามรบเหวินหยิงเริ่มส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง จากนั้นเธอก็กางแขนทั้งสองข้างออกราวกับว่าเธอต้องการจะโอบกอดดาวทั้งดวงเอาไว้ ต่อมากระแสจิตอันทรงพลังก็ซึมลึกเข้าไปภายในร่างของอสรพิษเพื่อผลักดันกระแสจิตของเซี่ยเฟยให้ออกไปจากการควบคุม

เลือดสองสายไหลออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทของเหวินหยิง ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าการพยายามเข้าควบคุมอสรพิษอีกครั้งในคราวนี้ส่งผลกระทบต่อเธอไม่น้อยเลยทีเดียว

วินาทีต่อมาอสรพิษเป็นจำนวนมากก็เริ่มเข้ารวมกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว คล้ายกับว่าพวกมันกำลังจะรวมร่างกลายเป็นอสรพิษเพียงตัวเดียว

พลังของเหวินหยิงเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างที่อสรพิษรวมร่างกัน ซึ่งความสามารถนี้เป็นความสามารถที่คล้ายคล้ายกับวิชาเล่ห์มายา ที่เซี่ยเฟยสามารถแบ่งปันพลังงานกับขนอุยในระหว่างที่เจ้าตัวน้อยแปลงร่างกลายเป็นเขาคนที่ 2 ได้

เซี่ยเฟยกัดฟันอย่างเคร่งเครียดเมื่อเขาค่อย ๆ สูญเสียการควบคุมอสรพิษไป ที่แย่ไปกว่านั้นคือจอมเทพยังคงเข้าพัวพันต่อสู้กับเขาอย่างใกล้ชิด ทำให้เขาไม่สามารถแบ่งปันสมาธิไปแย่งการควบคุมอสรพิษได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ดูนั่น เธอลืมตาขึ้นมาแล้ว!!” ลินนิจอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

***************

พลังระเบิดออกจากดวงตา ย๊ากกกกกกก

จบบทที่ ตอนที่ 964 เหวินหยิงลืมตา

คัดลอกลิงก์แล้ว