เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 948 จูปิเตอร์

ตอนที่ 948 จูปิเตอร์

ตอนที่ 948 จูปิเตอร์


ตอนที่ 948 จูปิเตอร์

ชายหนุ่มปริศนาทำการสังหารเจ้าหน้าที่ 4 คนก่อนที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับ ขณะที่ฮันนิซีไล่ตามโจรทั้งสามคนที่กล้าเข้ามาปล้นห้องนิรภัยของเธอ

ฟุบ!

ฮันนิซีเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วนำเจ้าหน้าที่ที่ไล่จับโจรไปภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที อย่างไรก็ตามกลุ่มโจรทั้งสามคล้ายกับจงใจรักษาระยะห่างจากเธอไว้ไม่ให้ใกล้หรือไม่ให้ไกลเกินไป เพื่อให้เธอสามารถติดตามพวกเขามาได้เรื่อย ๆ

ในฐานะที่ฮันนิซีมีพลังอยู่ในระดับจอมกฎ เธอจึงมีประสาทการรับรู้ที่ไม่ธรรมดา หลังจากเวลาผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่นานเธอก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

นักรบความเร็วสูงไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเธอเลย แต่ชื่อที่ผุดขึ้นมาภายในหัวมันกลับทำให้เธอขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

สกายวิง!

ตระกูลเจ้าความเร็วแห่งดินแดนกฎ ตระกูลที่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน คนบ้าที่กล้าจะเผชิญหน้าแม้กระทั่งเทพเจ้า ซึ่งถ้าหากว่าเธอตกเป็นเป้าหมายของสกายวิงจริง ๆ พลังในระดับจอมกฎมันก็ไม่ได้ช่วยให้เธออยู่ในสถานะที่ปลอดภัย

ทันใดนั้นฮันนิซีก็หยุดไล่ตามอย่างกะทันหันพร้อม ๆ กับร่างทั้งสามที่หันกลับมา และพุ่งมาหาเธอด้วยความเร็วมากกว่า 1 ล้านเมตรต่อวินาที

ยิ่งไปกว่านั้นมันยังมีเงาดำพุ่งออกมาจากอีกเจ็ดทิศทาง ซึ่งร่างแต่ละร่างต่างก็มีความเร็วไม่น้อยกว่า 1 ล้านเมตรต่อวินาทีด้วยเช่นกัน

“พวกแกคือสกายวิงสินะ!” ฮันนิซีร้องคำรามด้วยความโกรธ

ตอนนี้มันเป็นที่ชัดเจนแล้วว่ากลุ่มคนพวกนี้คือนักรบจากสกายวิง เพราะไม่มีตระกูลอื่นใดสามารถเคลื่อนไหวได้ความเร็วเหนือกว่า 1 ล้านเมตรต่อวินาที และการร่วมมือของนักรบพวกนี้ยังเป็นการเคลื่อนไหวในกระบวนทัพฝูงหมาป่าสกายวิงชัด ๆ

ภายในชั่วพริบตาฮันนิซีก็ถูกล้อมรอบไปด้วยราชันย์กฎทั้ง 10 คน และผู้ที่กำลังนำทีมสกายวิงอยู่นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นใดเลยนอกเสียจากเซี่ยกวงไห่

“จับตัวเธอไว้” เซี่ยกวงไห่ตะโกนสั่งการพร้อมกับชี้นิ้วไปที่สาวใหญ่ตรงหน้า

ฟุบ ๆ ๆ

ฝูงหมาป่าต่างก็กระโจนออกไปพร้อม ๆ กันโดยไม่สนใจเลยว่าศัตรูของพวกเขาในคราวนี้นั้นมีพลังอยู่ถึงระดับจอมกฎ

ฮันนิซีพยายามที่จะต่อต้านแต่สถานการณ์ของเธอไม่ต่างไปจากแกะที่อยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่าเลยแม้แต่นิดเดียว นักรบเหล่านี้ไม่เปิดโอกาสให้เธอจู่โจมโต้ตอบเลย เพราะพวกเขาคือกลุ่มนักรบที่รวดเร็วที่สุดที่เซี่ยเฟยคัดเลือกมาสำหรับภารกิจนี้โดยเฉพาะ

วินาทีแรกฮันนิซีถูกรุมโจมตีจากราชันย์สกายวิงจำนวน 10 คน วินาทีที่ 2 ร่างของเธอถูกโยนเข้าไปภายในเจมินี่ซึ่งเป็นยานรบที่เร็วที่สุดในจักรวาล แล้ววินาทีต่อไปร่างของเธอก็หายตัวจากตำแหน่งนั้นไปและพบว่าเธอไม่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อนเลย

คนบ้าก็คือคนบ้า!

กลุ่มคนพวกนี้ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ถึงขนาดที่พวกเขาวางแผนลักพาตัวจอมกฎหญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังภายใต้ดินแดนกฎไป คล้ายก็ว่าชื่อเสียงเหล่านี้ไม่สามารถเป็นเกราะป้องกันเธอจากกลุ่มคนบ้ากลุ่มนี้ได้เลย

ณ ห้องโดยสารภายในเจมินี่

แต่เดิมห้องโดยสารของยานลำนี้ก็ค่อนข้างแคบอยู่แล้ว แต่ในปัจจุบันมันต้องรองรับนักรบสกายวิง 11 คนร่วมกับฮันนิซี มันจึงยิ่งทำให้ห้องโดยสารคับแคบมากเข้าไปใหญ่ นักรบสกายวิงหลาย ๆ คนถึงขนาดจะต้องกางแขนกางขาเพื่อยึดตัวเองเอาไว้กับเพดานห้องโดยสารด้วยซ้ำ

หลังจากที่เซี่ยเกิงรายงานสถานการณ์ว่ามีชายคนหนึ่งสังหารเจ้าหน้าที่ 4 คนและหนีไป เซี่ยเฟยก็ตัดสินใจให้เขาขับยานเจมินี่มารับตัวนักรบกลุ่มนี้ ขณะที่ให้โอโร่ไปแจ้งสถานการณ์กับกลุ่มผู้พิทักษ์เพื่อให้อดีตจอมมารได้รับความไว้วางใจมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวเขาก็ไล่ตามชายหนุ่มที่วิ่งหนีไป เพราะชายคนนั้นคือบุคคลต้องสงสัยมากที่สุด

หลังจากเจมินี่เคลื่อนตัวออกไป กองทัพดาร์คไนท์ก็เคลื่อนตัวเข้ามาหลังจากนั้นเพียงแค่ไม่กี่นาที

“เซี่ยเฟยหายไปไหน?” เซี่ยกวงไห่รีบถามเมื่อตระหนักว่าสมาชิกภายในทีมหายไปหนึ่งคน

“ชายที่ติดตามฮันนิซีอยู่ตลอดเวลาน่าสงสัยมาก เซี่ยเฟยจึงตัดสินใจไปหาเขาคนนั้น” เซี่ยเกิงกล่าวขณะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนของยานให้กลายเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

“นี่นายปล่อยให้เซี่ยเฟยอยู่ที่ไนท์ปาร์ตี้คนเดียวงั้นเหรอ?!” เซี่ยกวงไห่ถามอย่างรวดเร็ว

นอกเหนือจากโอโร่แล้วแผนการในครั้งนี้มีสมาชิกสกายวิงร่วมปฎิบัติภารกิจจำนวน 16 คน เขาคือผู้นำทีมนักรบ 10 คนที่หลอกล่อและล้อมจับตัวฮันนิซีมา เซี่ยเย่จื่อทำหน้าที่จุดชนวนระเบิดคลื่นมิติ เซี่ยเกิงทำหน้าที่ค้นหาพร้อมกับระบุตำแหน่ง และเซี่ยเตียนเป็นผู้นำทีมนักรบ 3 คนคอยปกป้องเส้นทางล่าถอย

แผนการในคราวนี้ถูกจัดเตรียมเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ในท้ายที่สุดกุนซืออย่างเซี่ยเฟยกลับถูกทิ้งเอาไว้ภายในไนท์ปาร์ตี้เพียงลำพัง

ทุกคนต่างก็รู้ดีว่ากองทัพดาร์คไนท์กำลังเคลื่อนกองกำลังเข้ามาแล้ว ซึ่งมันก็หมายความว่าทุก ๆ คนที่อยู่ภายในไนท์ปาร์ตี้กำลังตกอยู่ในอันตราย

“เซี่ยเฟยเป็นคนวางแผนและเป็นผู้นำในภารกิจนี้ แล้วฉันจะฝ่าฝืนคำสั่งของเขาได้ยังไง อีกอย่างนายไม่รู้จักนิสัยของเขาหรือยังไง ฉันถามจริง ๆ ว่ามันมีใครหยุดการตัดสินใจของเขาได้?” เซี่ยเกิงกล่าวด้วยสีหน้าที่ขมขื่น

“รีบแจ้งทีมเซี่ยเตียนเดี๋ยวนี้ ให้พวกเขาชะลอการโจมตีของพวกดาร์คไนท์ให้ได้มากที่สุดจนกว่าพวกเราจะยืนยันการถอนตัวของเซี่ยเฟยได้” เซี่ยกวงไห่ตะโกนสั่งการเสียงดัง

หลังจากพูดจบเซี่ยกวงไห่ก็กระชากผ้าคลุมศีรษะฮันนิซีออกไปอย่างโหดเหี้ยม

“ผู้ชายที่อยู่กับแกคือใคร?” เซี่ยกวงไห่ตะโกนถามเสียงดัง

“ฉันจำแกได้! แกคือคนจากสกายวิงสินะ ในเมื่อพวกแกกล้าจับกุมฉันตระกูลของแกก็ต้องตายทุกคน!!” ฮันนิซีกล่าวอย่างเย่อหยิ่ง

เพียะ!

อย่างไรก็ตามทันทีที่เธอพูดจบ เซี่ยกวงไห่ก็ตบหน้าเธออย่างรุนแรงจนทิ้งรอยนิ้วมือสีแดงเอาไว้บนใบหน้าที่สวยงามของเธอ

“แกนั่นแหละที่จะตาย!!” เซี่ยกวงไห่ตะคอกกลับและเนื่องมาจากสถานการณ์ของเซี่ยเฟยค่อนข้างสุ่มเสี่ยง มันจึงทำให้เขาค่อนข้างที่จะรู้สึกหงุดหงิด

“นี่แกกล้าตบฉันเหรอ?!” ฮันนิซีมองไปทางเซี่ยกวงไห่อย่างตกใจ เพราะเธอจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เธอถูกตบแบบนี้คือเมื่อไหร่ แต่เธอกลับถูกเด็กน้อยจากสกายวิงตบหน้าอย่างรุนแรงจนทำให้เธอรู้สึกโกรธจนพูดอะไรไม่ออก

แต่เดิมด้วยกฎแห่งสสารที่เธอฝึกฝน คนพวกนี้ย่อมไม่สามารถจะทำร้ายเธอได้เลย อย่างไรก็ตามพวกสกายวิงจับเธอสวมใส่โซ่พันธนาการมังกรทันทีที่พวกเขาเข้าถึงตัวของเธอ โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นอุปกรณ์สำหรับการผนึกพลังเอาไว้โดยเฉพาะ ดังนั้นถึงแม้ว่าเธอจะมีพลังอยู่ในระดับจอมกฎแต่ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างไปจากคนโดยทั่วไป

ผัวะ!

ก่อนที่ฮันนิซีจะฟื้นตัวจากอาการตกใจ เซี่ยกวงไห่ก็เตะเข้าใส่ใบหน้าของเธอโดยตรง

การลงมือของเซี่ยกวงไห่รุนแรงมากถึงกับทำให้ฟันขาวและฟองเลือดกระจายออกไปทั่วทั้งพื้นยาน

“ฉันตบแกแล้วมันทำไม! ถ้าหากว่าน้องชายของพวกเรามีอันตราย ฉันจะฆ่าแกให้ดู!!” เซี่ยกวงไห่ตะโกนอย่างไร้ปรานี

ขณะนี้ไม่ได้มีเพียงแต่เซี่ยกวงไห่คนเดียวเท่านั้นที่กำลังรู้สึกหงุดหงิด เพราะเมื่อทุกคนคิดว่าเซี่ยเฟยกำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาก็จับจ้องมองไปยังสาวใหญ่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตด้วยเช่นกัน

ในที่สุดฮันนิซีก็เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่าตระกูลคนบ้า เพราะคนจากตระกูลนี้กล้าที่จะลงมือทำทุกอย่างแม้ว่ามันจะขัดกับจิตสำนึกของทุกคนก็ตาม

“จูปิเตอร์แข็งแกร่งมาก คราวนี้น้องชายของพวกแกตายแน่และพวกแกก็อย่าคิดว่าการที่พวกแกกล้ามาขโมยของฉันแล้วพวกแกจะปลอดภัย ถึงแม้ฉันจะตายแต่ฉันก็จะลากตระกูลของพวกแกตายไปพร้อมกับฉันด้วย!” ฮันนิซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

“ขโมยของไร้สาระอะไร? ห้องนิรภัยของแกไม่มีอะไรอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว”

“ห้องนิรภัยของฉันไม่มีอะไรอยู่งั้นเหรอ?! เป็นไปไม่ได้! นี่มันจะต้องเป็นฝีมือของจูปิเตอร์แน่ ๆ!!”

ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าภารกิจของเซี่ยกวงไห่ไม่เพียงแต่จะหลอกล่อฮันนิซีออกมาได้สำเร็จเท่านั้น แต่มันยังหลอกล่องูพิษอย่างจูปิเตอร์ออกมาได้อีกด้วย

จูปิเตอร์รีบเคลื่อนร่างไปยังฝั่งตรงข้ามกับฮันนิซีเพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังหุบเขาที่อยู่ห่างไกล จากนั้นเขาก็มองย้อนกลับมาที่โรงแรมจันทร์สว่างที่ตั้งตระหง่านทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้า

“มันไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้องการจะช่วยคุณหรอกนะ แต่คราวนี้คุณโง่เกินไป ถ้าหากมีอะไรจะโทษก็โทษความโง่เขลาของตัวเองเถอะ” จูปิเตอร์กล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่เขาจะหันหลังเพื่อมุ่งหน้าต่อไป อย่างไรก็ตามจู่ ๆ เขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมา

ภาพที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าคือยานลำหนึ่งนอนอยู่ภายในหุบเขาโดยมีรูเจาะทะลุยานรบลำนั้นจนมันไม่สามารถที่จะนำมาใช้การได้อีกต่อไป

ทันใดนั่นเองจูปิเตอร์ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อเขามองย้อนกลับไปเขาก็ได้พบกับเซี่ยเฟยที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาราวกับหมาป่าที่กำลังจับจ้องมองเหยื่อ

“ขอโทษด้วย แต่ฉันคิดว่ายานลำนั้นคงจะบินไม่ได้อีกแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“น่าสนใจดีนี่ ว่าแต่แกเป็นใครงั้นเหรอ? แล้วแกรู้จักคำว่าแส่หาที่ตายหรือเปล่า?” จูปิเตอร์ถามกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

“ฉันก็ไม่รู้จักคำนี้เหมือนกัน แต่ฉันว่าแกน่าจะรู้จักอีกไม่นาน” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างเย็นชา

“อ่า ที่แท้แกก็คือคนที่วางแผนปล้นห้องนิรภัยของฮันนิซีสินะ และแกก็คือคนที่ใช้ระเบิดคลื่นมิติด้วยใช่ไหม ว่าแต่แกจะมาหาฉันทำไม? สารานุกรมที่แกอยากได้มันอยู่ที่ฮันนิซีโน่น” จูปิเตอร์กล่าวหลังจากพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทุกอย่าง

“ในเมื่อสารานุกรมอยู่ที่ฮันนิซีแล้วแกจะรีบหนีไปทำไม หรือว่าแกกำลังซ่อนความลับอะไรเอาไว้งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าว

สีหน้าของจูปิเตอร์เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่มันจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

“ถึงแม้แกจะเดาได้ว่าของชิ้นนั้นอยู่กับฉันแต่แกก็ไม่มีปัญญาเอามันไปจากฉันหรอก แกคงยังจะไม่รู้ตัวสินะว่าภัยพิบัติกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ไม่เชื่อแกก็ลองมองไปทางนั้นสิ” จูปิเตอร์ละทิ้งความสง่างามก่อนที่จะกล่าวขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ดุร้าย

ทันใดนั่นเองรอยแยกมิติขนาดใหญ่ก็ถูกเปิดออก ก่อนที่จะมีหัวขนาดใหญ่ค่อย ๆ โผล่ออกมา

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ! การโจมตีของพวกดาร์คไนท์เริ่มต้นขึ้นแล้ว พยายามหนีเอาชีวิตรอดเข้าล่ะ” จูปิเตอร์กล่าวอย่างเย่อหยิ่ง

เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้พบว่าสารานุกรมดาร์คไนท์น่าจะอยู่กับชายคนนี้จริง ๆ และถ้าหากเขาได้รู้ว่าจูปิเตอร์ขโมยสมบัติทั้งหมดของฮันนิซีมาด้วย เขาคงจะรู้สึกตกใจมากขึ้นกว่าเดิม

รอยแยกมิติเริ่มถูกเปิดออกมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่กี่วินาที หัวขนาดใหญ่จำนวน 12 หัวก็เริ่มปรากฏตัวออกมา

หัวสีดำเหล่านี้มีตั้งแต่หัวของคางคก, กิ้งก่าและงูเหลือม โดยที่พวกมันทุกตัวต่างก็มีร่างกายอันใหญ่โตเทียบเท่าได้กับดาวโลก

แต่ในทันใดนั่นเองมันก็มีเสียงร้องคำรามลากยาวมาจากระยะไกล ก่อนที่มันจะมีดาวตกสีแดงเพลิงพุ่งทะลุหัวของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตัวหนึ่งไปอย่างรวดเร็ว

นี่คือพลังทำลายของปีศาจทะลวงดาวและมันก็เป็นฝีมือของเซี่ยเตียนที่ได้รับคำสั่งให้พยายามยื้อกองทัพดาร์คไนท์เอาไว้

เนื่องมาจากว่าเซี่ยเตียนอยู่ในระยะไกลเกินไป พวกเขาจึงไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือเซี่ยเฟยได้ทันเวลา อาวุธชิ้นเดียวที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในลักษณะนี้นั่นก็คือปีศาจทะลวงดาวที่สามารถจู่โจมได้ภายในระยะ 100,000 ปีแสง

ระหว่างที่สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ถูกสังหาร เซี่ยเฟยกับจูปิเตอร์ก็เริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน โดยหมาป่าเดียวดายจากสกายวิงได้ปลดปล่อยเนอร์วาน่าและหงส์ครามออกไป ขณะที่ทางฝั่งจูปิเตอร์ปล่อยลูกบอลน้ำสีใสออกไปจากแขนของเขา

“วารีเคียดแค้น! ระวังด้วยอย่าไปโดนน้ำนั่นเด็ดขาด!! ไม่อย่างนั้นมันจะกัดกร่อนไปจนถึงกระดูกของนาย” ลินนิจตะโกนขึ้นมาด้วยความตกใจ

***************

การต่อสู้ระหว่างอาวุธมายาธาตุพืชและธาตุน้ำ!

จบบทที่ ตอนที่ 948 จูปิเตอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว