เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 936 เนอร์วาน่า

ตอนที่ 936 เนอร์วาน่า

ตอนที่ 936 เนอร์วาน่า


ตอนที่ 936 เนอร์วาน่า

ณ มิติฝึกฝน

เซี่ยเฟยได้เตรียมฮอร์ครักซ์, บลัดบิวเทียส, เทลออฟวิสดอมและลูกแก้วดาร์คไนท์เอาไว้เพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับการสร้างอาวุธชิ้นใหม่ของเขาขึ้นมา

“ฮอร์ครักซ์ที่ริเวอร์ทิ้งเอาไว้สามารถหลอมรวมเข้ากับวัตถุดิบ 3 ชิ้นเท่านั้น นายแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมว่านายคัดเลือกพวกมันมาเป็นอย่างดีแล้ว?” ลินนิจกล่าว

“บลัดบิวเทียสคืออาวุธที่ดีที่สุดเท่าที่ผมมี เทลออฟวิสดอมก็คืออุปกรณ์เสริมที่ช่วยทำให้บลัดบิวเทียสสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ลูกแก้วดาร์คไนท์เป็นสิ่งที่ผมได้รับมาจากคางคกดาร์คไนท์ขนาดยักษ์ การนำมันไปหลอมรวมกับอาวุธน่าจะช่วยให้บลัดบิวเทียสสามารถสร้างอันตรายให้กับสิ่งมีชีวิตดาร์คไนท์ได้มากยิ่งขึ้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ความคิดของนายเป็นความคิดที่ดี แต่ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนว่าฮอร์ครักซ์ชิ้นนี้คืออุปกรณ์วิญญาณที่ริเวอร์ทิ้งเอาไว้ ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการตั้งค่าของฮอร์ครักซ์ชิ้นนี้เลย ดังนั้นมันจึงมีโอกาสเป็นไปได้ที่การหลอมรวมครั้งนี้จะทำให้บลัดบิวเทียสแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง” ลินนิจกล่าว

“ผมรู้ความเสี่ยงทุกอย่างดี สิ่งที่ผมสนใจมีเพียงอย่างเดียวว่าหลังจากการเปลี่ยนแปลงนี้บลัดบิวเทียสจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหรือ” เปล่าเซี่ยเฟยกล่าว

“ถึงแม้ฉันจะรับประกันไม่ได้ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นอะไร แต่ฉันมั่นใจว่ามันจะต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน” ลินนิจกล่าวอย่างจริงจัง

“ในเมื่อมันจะแข็งแกร่งขึ้น ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็มาเริ่มกันเลย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ชายหนุ่มเริ่มปฎิบัติตามขั้นตอนต่าง ๆ ตามคำแนะนำของลินนิจ โดยการเชื่อมบลัดบิวเทียส, เทลออฟวิสดอมและลูกแก้วดาร์คไนท์เข้ากับฮอร์ครักซ์ตามลำดับ ก่อนที่จะทำการวางชิปของลินนิจเอาไว้บนฮอร์ครักซ์เป็นขั้นตอนสุดท้าย

“สิ่งที่นายจำเป็นจะต้องทำเหลือแค่การเปิดใช้งานฮอร์ครักซ์ ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการเอง” ลินนิจกล่าวอย่างเคร่งขรึม

ติ้ง!

เซี่ยเฟยใช้มีดบาดนิ้วก้อยก่อนที่จะหยดเลือดลงไปในร่องเล็ก ๆ ด้านบนฮอร์ครักซ์ กระบวนการนี้คือกระบวนการจดจำวิญญาณเพื่อให้อาวุธวิญญาณที่ถือกำเนิดขึ้นมากลายเป็นอาวุธที่เขาสามารถใช้ได้เพียงแค่คนเดียว

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ทำการกดปุ่มที่อยู่ด้านข้างฮอร์ครักซ์เบา ๆ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการสร้างอาวุธวิญญาณจากวัตถุดิบทั้งหมด

วิ้ง!

แสงสว่างสาดส่องออกมาจากฮอร์ครักซ์อย่างเจิดจ้า พร้อม ๆ กับวิญญาณของลินนิจที่ถูกดูดเข้าไปยังด้านใน

ก่อนหน้านี้ลินนิจมีการเชื่อมต่อกับเซี่ยเฟยอย่างใกล้ชิด การที่วิญญาณของเขาถูกกระชากออกไปจึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเวียนหัวมากพอสมควร ขณะเดียวกันกระบวนการนี้ก็ทำให้ชิปของอาร์คกลายเป็นเพียงชิปที่ไร้วิญญาณ เพราะลินนิจได้เปลี่ยนที่สิงสถิตเข้าไปในฮอร์ครักซ์แล้ว

เมื่อฮอร์ครักซ์ถูกเปิดใช้งานพลังงานปริมาณมหาศาลก็ถูกระเบิดออกมาอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่ในตอนนี้พวกเขาอยู่ภายในมิติฝึกฝน ไม่อย่างนั้นความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาย่อมดึงดูดความสนใจของทุกคนอย่างแน่นอน

ไม่กี่วินาทีต่อมาบลัดบิวเทียส, เทลออฟวิสดอมและลูกแก้วดาร์คไนท์ก็ถูกดูดหายไป ซึ่งในระหว่างนั้นฮอร์ครักซ์ก็เริ่มหมุนอย่างรวดเร็วเพื่อหลอมรวมวัตถุดิบทุกอย่างเข้าด้วยกัน

กระบวนการหลอมของฮอร์ครักซ์ดำเนินต่อไปจนถึงเช้าตรู่ ก่อนที่แสงสว่างจะจางหายไปเผยให้เห็นดาบไขว้เล่มหนึ่งที่ลอยอยู่ตรงหน้าของเขา

ดาบเล่มนี้ให้ความรู้สึกถึงลมพายุอันรุนแรงและมีความร้อนแรงราวกับเปลวไฟ กลิ่นอายของมันดูไม่เหมือนกับสิ่งที่ถูกมนุษย์สร้างขึ้นเลย แต่มันเป็นเหมือนผลงานที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์

ใบดาบทั้งสองชิ้นไขว้กันอย่างเป็นธรรมชาติไม่มีด้ามจับอยู่บนอาวุธชิ้นนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ด้านทุกด้านของอาวุธจึงเต็มไปด้วยใบมีดอันคมกริบที่สามารถปลิดชีวิตสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้อย่างง่ายดาย

เซี่ยเฟยมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง เพราะแต่เดิมบลัดบิวเทียสเป็นเพียงแค่ดาบเล่มหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่ออกมาหลังจากกระบวนการหลอมรวมกลับกลายเป็นดาบไขว้ที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับกงจักร

ใบมีดทั้งสี่ใบยื่นออกไปสี่ทิศทางที่แตกต่างกัน บนคมมีดทั้งแปดด้านเต็มไปด้วยฟันแหลมเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ตามใบดาบมีร่องเลือดที่วาดลวดลายอันแปลกประหลาด ซึ่งโดยรวมแล้วอาวุธชิ้นนี้มันก็อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการของอาวุธใด ๆ ที่มนุษย์เคยคิดค้นขึ้นมา

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังประหลาดใจอยู่นั้น ดาบไขว้เล่มใหม่ก็เริ่มส่งเสียงพูดกับเขา

“เซี่ยเฟยพวกเราทำสำเร็จแล้ว! พวกเราสามารถหลอมรวมอาวุธวิญญาณขึ้นมาได้ และฉันก็ได้รับข้อความที่ริเวอร์ทิ้งไว้ด้วย” ลินนิจตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น และอาจจะเป็นเพราะวิญญาณอมตะตนนี้ได้รับสถานที่สิงสถิตอันเหมาะสม พลังงานที่ลินนิจปลดปล่อยออกมาจึงดูมีความมั่นคงมากกว่าเดิม

“เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ตอนนี้คุณเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเฟยถาม

“ฮอร์ครักซ์คือสถานที่พักที่ดีที่สุดของวิญญาณอมตะอย่างเราอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นฮอร์ครักซ์นี้ยังถูกสร้างขึ้นมาจากเศษซากบางส่วนของอาร์ค ระดับพลังของมันจึงถือว่าสูงมากและมันคือที่สิงสถิตที่ดีที่สุดในจักรวาลนี้อย่างไม่ต้องสงสัย”

“ถึงแม้ว่าตอนนี้ฉันจะยังอ่อนแอแต่ถ้าหากฉันมีเวลาฟื้นฟูสักหน่อย ฉันก็ไม่เพียงแต่จะฟื้นฟูความแข็งแกร่งดั้งเดิมกลับมาได้เท่านั้น แต่ฉันยังจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วย แม้แต่การฟื้นฟูความทรงจำมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

ระหว่างที่ลินนิจกำลังพูดอยู่นั้นเซี่ยเฟยก็สังเกตเห็นเงาตะคุ่ม ๆ ปรากฏขึ้นภายในใจ ราวกับว่าเขากำลังเห็นร่างกายของลินนิจจริง ๆ ซึ่งมันก็หมายความว่าการเชื่อมโยงระหว่างเขากับลินนิจในตอนนี้มีความใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม

ขวับ!

อาวุธชิ้นใหม่ได้ล่องลอยฉวัดเฉวียงขึ้นไปในอากาศ แม้แต่คลื่นลมที่ถูกพัดออกมาจากอาวุธชิ้นนี้ก็ยังให้ความรู้สึกถึงอันตราย

“ดูนี่สิ! ฉันสามารถควบคุมบลัดบิวเทียสได้อย่างอิสระ ถ้าหากนายยุ่งเกินกว่าจะควบคุมอาวุธชิ้นนี้ได้ อย่างน้อยฉันก็ช่วยควบคุมอาวุธจู่โจมศัตรูแทนนายได้ นายแค่ต้องส่งกระแสจิตบอกฉันมาว่านายต้องการจะฆ่าใคร ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง”

“แต่ถ้าให้ดีนายคอยควบคุมอาวุธชิ้นนี้เองจะดีกว่า ท้ายที่สุดนายก็เป็นนักรบที่มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางไปเทียบกับนายได้” ลินนิจกล่าวอย่างตื่นเต้น

“คุณรู้ไหมว่าตอนนี้มันยังมีความสามารถแบบเดิมอยู่หรือเปล่า?” เซี่ยเฟยกล่าวถามหลังจากหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ขอโทษที ฉันลืมบอกนายไปเลยตอนนี้บลัดบิวเทียสมันไม่ใช่อาวุธธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่มันควรจะถูกเรียกว่าอาวุธสังหารพระเจ้าน่าจะเหมาะสมกว่า” ลินนิจกล่าวขึ้นมาอย่างเขินอายเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าตัวเองกำลังตื่นเต้นมากเกินไป

“อาวุธสังหารพระเจ้า?!” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาอย่างตกตะลึง

“ใช่ มันคืออาวุธที่สังหารได้แม้กระทั่งพระเจ้า ในอดีตบลัดบิวเทียสสามารถสังหารได้เพียงแต่ร่างกายของเป้าหมายเท่านั้น แต่ในตอนนี้มันสามารถสังหารแม้กระทั่งวิญญาณของเป้าหมายได้อีกด้วย”

“แม้วิญญาณจะไม่มีตัวตนแต่วิญญาณก็มีอยู่จริง หลังจากที่พวกเราตายแต่เราก็ยังคงเหลือวิญญาณล่องลอยอยู่ในอากาศ หากใครมีความสามารถวิญญาณพวกนั้นก็จะสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่ได้ ซึ่งถ้าหากว่านายได้ไปเจอศัตรูที่เกิดใหม่ได้อย่างริเวอร์ การสังหารเขาเพียงครั้งเดียวมันยังไม่เพียงพอเพราะเขาสามารถเกิดใหม่กลับมาล้างแค้นนายได้ทุกเมื่อ”

“แต่บลัดบิวเทียสจะทำให้ปัญหาพวกนั้นหมดไปโดยสมบูรณ์ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูถูกอาวุธชิ้นนี้สังหาร แม้แต่วิญญาณของพวกเขาก็จะถูกทำลายลงไปด้วย แบบนี้ถ้าไม่เรียกมันว่าอาวุธสังหารพระเจ้าแล้วจะเรียกมันว่าอะไร”

“ฉันขอบอกได้เลยว่าตอนนี้บลัดบิวเทียสกลายเป็นฝันร้ายของทุกคนในจักรวาล แม้แต่จอมเทพหรือจอมมารถ้าถูกอาวุธชิ้นนี้สังหารพวกเขาก็ไม่มีทางได้กลับไปเกิดใหม่”

เมื่อได้ยินคำอธิบายแววตาของชายหนุ่มก็เปล่งประกายขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เพราะในการต่อสู้กับศัตรูระดับสูงเขาไม่สามารถหาทางถอนรากถอนโคนศัตรูได้จริง ๆ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูได้รับโอกาสกลับไปเกิดใหม่ ศัตรูคนนั้นก็มีโอกาสจะกลับมาแก้แค้นเขาได้ทุกเมื่อ

แต่ในตอนนี้บลัดบิวเทียสสามารถสังหารศัตรูได้อย่างหมดจด ซึ่งศัตรูที่ถูกสังหารไม่เพียงแต่จะถูกกำจัดร่างกายลงไปเท่านั้น แต่วิญญาณของพวกเขาก็จะถูกกำจัดลงไปด้วย

“ตรงนี้คือจุดเก็บพลังงานที่ถูกบลัดบิวเทียสสังหาร เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเก็บสะสมพลังงานได้มากพอ มันก็สามารถวิวัฒนาการกลายเป็นอาวุธที่บ้าคลั่งกว่านี้ได้” ลินนิจกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่รอยนูนที่อยู่ตรงกลางบลัดบิวเทียส

“ตอนนี้มันกลายเป็นอาวุธระดับไหนแล้ว?” เซี่ยเฟยถามขณะเหยียดนิ้วออกไปสัมผัสอาวุธชิ้นใหม่เบา ๆ

“มันเป็นอาวุธกลืนวิญญาณเพียงชิ้นเดียวในจักรวาล แล้วนายคิดว่ามันควรจะอยู่ในระดับไหนล่ะ?” ลินนิจกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คำตอบนี้ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เพราะมันหมายความว่าบลัดบิวเทียสได้กลายเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาลที่ไม่มีใครสามารถนำมาเทียบเคียงกับมันได้

“สรุปแล้วริเวอร์ทิ้งข้อความอะไรเอาไว้ให้กับคุณ?” เซี่ยเฟยถามหลังจากพยายามระงับอาการตื่นเต้น

“ริเวอร์เป็นคนที่น่าสงสารมาก แท้ที่จริงแล้วเขาได้รับภารกิจจากตระกูลในการเคลื่อนที่ผ่านประตูจักรวาลมา แต่น่าเสียดายที่เขาถูกไล่ล่าจนทำให้ภารกิจครั้งนั้นต้องล้มเหลว เขาจึงรู้สึกหดหู่ใจและโทษตัวเองอยู่ซ้ำ ๆ”

“เขายังไม่รู้ว่าฉันสูญเสียความทรงจำไปบางส่วน เขาเลยอธิบายสถานการณ์ไม่ละเอียดนัก แต่ข้อความบางส่วนก็มีประโยชน์มาก เช่น บนยานมีของที่สำคัญกับเขามาก ๆ อยู่ด้วย แต่มันได้หายไปหลังจากที่ยานระเบิด”

“เมื่อริเวอร์สร้างร่างกายตัวเองขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จ เขาก็พยายามตามหาของสิ่งนั้นเพียงลำพัง เพราะถึงแม้ภารกิจดั้งเดิมของเขาจะล้มเหลวไปแล้ว แต่เขาก็พยายามแก้ไขสถานการณ์ให้กลับมาดีที่สุด” ลินนิจอธิบาย

“นั่นก็หมายความว่าริเวอร์อาจจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการตามหาของชิ้นนั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ริเวอร์เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบมากกว่าชีวิต ในบรรดาข้อความที่เขาฝากเอาไว้มีข้อความบางส่วนอธิบายเกี่ยวกับประตูจักรวาลเอาไว้ด้วย”

“เขาบอกว่าเขาคาดการณ์เอาไว้มานานแล้วว่าวันหนึ่งผนึกของประตูจักรวาลจะถูกคลายออก และเขาก็เตือนว่าด้านนอกประตูคือนรกทั้งสำหรับฉันและสำหรับเขา ดังนั้นถ้าหากว่าฉันไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่จำเป็นจริง ๆ ห้ามฉันเข้าไปใกล้ประตูจักรวาลอย่างเด็ดขาด” ลินนิจอธิบายเพิ่มเติม

เซี่ยเฟยไม่ได้พูดอะไร เพราะท้ายที่สุดทั้งริเวอร์และลินนิจต่างก็หลบหนีศัตรูมาจากอีกฟากฝั่งของประตูจักรวาล มันจึงเป็นเรื่องปกติที่ริเวอร์จะไม่ต้องการให้ลินนิจกลับไปใกล้ประตูบานนั้น

แต่สิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุดคือริเวอร์กำลังตามหาอะไรอยู่กันแน่ ถึงขนาดที่ถึงแม้เขาจะใช้เวลาตามหามานานหลายล้านปี แต่มันก็ดูเหมือนกับว่าเขายังตามหาของชิ้นนั้นไม่เจอ

“ตอนนี้บลัดบิวเทียสได้กลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่แล้ว ฉันว่าเราควรจะตั้งชื่อใหม่ให้กับมันดีกว่า” ลินนิจกล่าว

รูปลักษณ์ของบลัดบิวเทียสไม่ได้มีความใกล้เคียงกับดาบสีแดงเล่มเดิมอีกต่อไป แม้กระทั่งความสามารถของมันก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การตั้งชื่อใหม่ให้กับอาวุธชิ้นนี้จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลแล้ว

“ผมขอตั้งชื่อมันว่า 'เนอร์วาน่า' โอเคไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“นั่นสินะ ศัตรูที่ถูกดาบเล่มนี้สังหารจะเข้าสู่นิพพานอย่างแท้จริง ชื่อเนอร์วาน่าคือชื่อที่เหมาะสมกับมันแล้ว”

***************

ตั้งชื่อได้ดีอีกแล้ว ขอเสียงปรบมือหน่อยน๊าา

จบบทที่ ตอนที่ 936 เนอร์วาน่า

คัดลอกลิงก์แล้ว