เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 926 ดวงตาแห่งจักรวาล

ตอนที่ 926 ดวงตาแห่งจักรวาล

ตอนที่ 926 ดวงตาแห่งจักรวาล


ตอนที่ 926 ดวงตาแห่งจักรวาล

ภายในช่องว่างมิติอันมืดมิด ลูกของโกลเดนไลท์ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากดักแด้ของพวกมันทีละตัว

ผู้ฝึกที่รออยู่รอบ ๆ ต่างก็มองไปยังภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง เพราะหลังจากที่หนอนด้วงมิติทั้งสามฟักตัวออกมา พวกมันก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ตอนนี้พวกมันไม่ได้เป็นหนอนตัวอ้วนอีกต่อไปแล้ว แต่มีขนาดตัวเล็กลงกว่าเดิมมาก บริเวณด้านหลังของพวกมันมีปีกสั้น 3 คู่ ลำตัวของพวกมันถูกปกป้องด้วยเปลือกสีดำหนา บริเวณหางของพวกมันก็เต็มไปด้วยหนามแหลม

การเปลี่ยนแปลงทางรูปลักษณ์ยังไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริงคือดวงตาสีแดงฉานของพวกมันทั้งสามตัว

เดิมทีหนอนด้วงมิติทั้งสามตัวนี้สืบทอดดวงตาสีทองมาจากพ่อของมัน ทำให้พวกมันแตกต่างจากหนอนด้วงมิติโดยทั่วไปอย่างชัดเจน แต่ในตอนนี้ดวงตาของพวกมันกลายเป็นสีแดงเลือด แม้แต่เสียงกรีดร้องของพวกมันก็ทำให้ผู้ฟังรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงขั้วของหัวใจ

“ปู่! นั่นมันตัวอะไร? พวกมันยังเป็นหนอนด้วงมิติอยู่หรือเปล่า?” ผู้ฝึกหนอนด้วงมิติหนุ่มกล่าวถามปู่ด้วยร่างกายอันสั่นเทา

“ตอนนี้พวกมันไม่ใช่หนอนด้วงมิติอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นด้วงมิติที่โหดร้ายกว่าเดิมมาก” ชายชรากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น

“ด้วงมิติ?!” ชายหนุ่มอุทานขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

“ใช่ พวกมันคือด้วงมิติในตำนาน หลังจากที่โกลเดนไลท์เสียชีวิตจิตอาฆาตของมันจะฝังอยู่ภายในเลือดเนื้อเป็นเวลา 72 ชั่วโมง เมื่อลูก ๆ ของพวกมันกินร่างพ่อของตัวเองเข้าไป พวกมันก็ไม่เพียงแต่จะสืบทอดพลังจากโกลเดนไลท์มาเท่านั้น แต่พวกมันยังเกิดการวิวัฒนาการกลายเป็นด้วงมิติในตำนานอีกด้วย”

“ตอนนี้ด้วงมิติทั้งสามตัวไม่เพียงแต่จะเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่พวกมันยังเต็มไปด้วยความโกรธแค้นทำให้พลังการต่อสู้ของพวกมันแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”

ตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแต่นักฝึกหนอนด้วงมิติหนุ่มเพียงคนเดียว เพราะนักฝึกหนอนด้วงมิติคนอื่น ๆ ก็กำลังฟังคำพูดของชายชราอย่างตั้งใจ ท้ายที่สุดข้อมูลพวกนี้ก็เป็นข้อมูลที่มีอยู่เพียงแต่ในหนังสือ การได้เจอด้วงมิติตัวเป็น ๆ จึงล้วนแล้วแต่ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

ทันใดนั้นด้วงมิติทั้งสามตัวก็ส่งเสียงร้องคำราม ก่อนที่พวกมันจะเริ่มเคลื่อนตัวไปยังส่วนลึกของช่องว่างมิติ

ผู้ฝึกหนอนด้วงมิติพยายามเร่งความเร็วตามด้วงมิติไป แต่การเคลื่อนไหวภายในช่องว่างมิติเป็นเรื่องที่ยากมาก พวกเขาจึงต้องการจะขึ้นไปนั่งบนหลังของด้วงมิติทั้งสามตัว

“หยุด! ตอนนี้พวกมันไม่ใช่หนอนด้วงมิติอีกต่อไปแล้ว หากใครเข้าใกล้พวกมัน ทุกคนก็จะถูกกำจัดลงไปด้วย สิ่งที่พวกเราทำได้ในตอนนี้มีเพียงแค่การพยายามติดตามพวกมันไปห่าง ๆ เท่านั้น” ชายชรารีบตะโกนหยุดทุกคน

“พวกมันจะไปไหน?”

“ไปแก้แค้นน่ะสิ หลังจากการแก้แค้นเสร็จพวกมันถึงจะกลับมารับคำสั่งพวกเราอีกครั้ง ดวงตาสีแดงของพวกมันเต็มไปด้วยความแค้น ถึงแม้ศัตรูจะอยู่สุดขอบจักรวาลแต่พวกมันก็จะไล่ล่าไปฆ่าศัตรูของพวกมันให้ได้” ชายชราอธิบาย

ทุกคนต่างก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะพลังแห่งความแค้นเป็นพลังที่น่ากลัวมาก การที่พวกมันทั้งสามเริ่มเคลื่อนไหวทันทีที่ออกมาจากดักแด้แบบนี้ มันก็เพียงพอจะบอกให้ทุกคนได้รู้ว่าภายในใจของพวกมันกำลังลุกโชนไปด้วยความแค้นมากแค่ไหน

ดินแดนลับ

แท่งทองใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายโดยพวกหุ่นยนต์จะนำซากโลหะมาให้มันกินอยู่ตลอดเวลา หนอนด้วงมิติตัวสีทองจึงนอนกินอาหารอย่างสบายใจ และการได้อยู่ที่นี่เพียงวันเดียวก็ดูเหมือนจะทำให้ร่างของมันขยายขนาดขึ้นอีกนิด

หลังจากเซี่ยเฟยจัดการทุกอย่างแล้ว เขาก็กระโดดขึ้นหลังแท่งทองพร้อมกับส่งกระแสจิตเพื่อระบุตำแหน่งจุดหมายปลายทาง

หนอนด้วงมิติถือว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งมากจริง ๆ เพราะทันทีที่เซี่ยเฟยบอกตำแหน่ง มันก็สามารถทำความเข้าใจได้ในทันทีว่ามันจะต้องออกเดินทางไปทางไหน ทั้ง ๆ ที่มันเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้นมาเพียงแค่ประมาณเดือนกว่า ๆ เท่านั้น ราวกับแผนที่ภายในช่องว่างมิติถูกสลักลงในสมองของมันตั้งแต่เกิด

ก่อนออกเดินทางเซี่ยเฟยได้ทิ้งวิญญาณพิทักษ์สวรรค์และเจมินี่เอาไว้ภายในดินแดนลับ ซึ่งวิญญาณพิทักษ์สวรรค์ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องดินแดนลับได้เท่านั้น แต่พวกมอร์โรว์ยังสามารถทำการศึกษาสุดยอดเครื่องมือป้องกันนี้ เพื่อนำความรู้ไปพัฒนาความแข็งแกร่งของยานไททันได้อีกด้วย

ส่วนทางด้านของเจมินี่มันก็คือยานรบที่เร็วที่สุดในจักรวาล ชายหนุ่มจึงหวังว่าเทคโนโลยีบนยานลำนี้จะช่วยให้ไททันเคลื่อนที่ได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถึงยังไงก็ตามเจมินี่ก็มียานอยู่ทั้งหมดสองส่วน เขาจึงทิ้งยานลำใหญ่เอาไว้ให้ทุกคนศึกษาและเก็บยานลำเล็กเอาไว้ภายในแหวนมิติของเขา

ในระหว่างที่โครงการไททันกำลังมีความคืบหน้า สถานการณ์ภายในดินแดนกฎก็เริ่มทวีความวุ่นวายขึ้นจากเดิมด้วยเช่นกัน ความสำคัญของดินแดนลับจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว หรือนั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงให้ความสำคัญกับการป้องกันสถานที่แห่งนี้เป็นอันดับแรก

ฟุบ!

แท่งทองบุกเข้าไปภายในช่องว่างมิติและเนื่องมาจากว่าร่างกายของหนอนด้วงตัวนี้มีขนาดใหญ่มาก จนทำให้เซี่ยเฟยสามารถฝึกฝนกฎแห่งความเร็วในระหว่างการเดินทางได้

อย่างไรก็ตามลินนิจก็แนะนำให้เขาทำการฝึกฝนวิชามนตราอสูรก่อน ซึ่งเขาก็ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องลำดับการฝึกฝนอยู่แล้ว อีกอย่างเขาก็มีความคุ้นเคยกับวิชานี้เป็นอย่างดี เขาจึงเลือกที่จะฝึกวิชามนตราอสูรตามคำแนะนำของลินนิจ

2 วันต่อมา

เซี่ยเฟยกำลังบิดขี้เกียจผ่อนคลายร่างกายหลังจากที่เขาสามารถฝึกวิชามนตราอสูรขั้นที่ 2 ได้แล้วเสร็จ

“เยี่ยมมาก! ตอนนี้นายฝึกวิชามนตราอสูรได้จนถึงขั้นกลางแล้ว ความผันผวนที่เกิดขึ้นจากการฝึกวิชานี้มากพอที่จะต่อชีวิตของฉันไปได้อีก 20 วัน” ลินนิจกล่าวอย่างตื่นเต้น

นับตั้งแต่ที่เซี่ยเฟยช่วยเหลือเขาออกมา เขาก็จำเป็นจะต้องพึ่งพาความผันผวนของพลังงานที่เกิดจากการสำเร็จวิชาของเซี่ยเฟยในการเอาชีวิตรอดต่อไปเท่านั้น หากไม่มีเซี่ยเฟยเขาก็ไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้เหมือนกัน และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะต้องใช้เวลาในการซ่อมแกนพลังภายในร่างแล้วเสร็จเมื่อไหร่

เซี่ยเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ 2-3 ครั้งก่อนที่เขาจะเริ่มใช้วิชาเนตรมนตรา

ทันใดนั้นวิสัยทัศน์ตรงหน้าก็มีความละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่พื้นที่อันมืดมิดในระยะไกลก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“นี่สินะพลังของวิชาขั้นสมบูรณ์ มันแตกต่างจากวิชาที่ผมเคยเรียนรู้ในอดีตมากจริง ๆ ว่าแต่คุณไปเอาคำพูดนั้นมาจากไหน เรื่องที่ว่าถ้าหากไม่ทำลายจะไม่มีวันก่อกำเนิด?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างตื่นเต้น

“มันมีบันทึกอยู่ในฐานข้อมูลของฉันว่าถ้าหากเราต้องการจะพัฒนาต่อไป บางครั้งพวกเราก็ต้องทำลายแนวคิดเดิม ๆ เพราะแนวคิดเดิม ๆ มักจะทำให้เราติดปัญหา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มต้นใหม่ปัญหาพวกนั้นก็จะถูกคลี่คลายไปได้ด้วยดี”

“ยกตัวอย่างเช่น การที่นายลบวิชามนตราอสูรฉบับเก่าถึงแม้ว่ามันจะทำให้นายสูญเสียความสามารถในการควบคุมสัตว์อสูรไปในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เมื่อนายเริ่มเรียนวิชามนตราอสูรฉบับสมบูรณ์ นายก็จะมีความก้าวหน้าในวิชานี้อย่างรวดเร็วเนื่องมาจากว่านายมีรากฐานที่ดีมากอยู่แล้ว และเมื่อนายได้เรียนรู้ชุดความคิดที่ถูกต้อง มันก็จะช่วยให้นายก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ติดปัญหาคอขวดอีกต่อไป” ลินนิจอธิบาย

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับและต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงวิชามนตราอสูรฉบับเก่ามาเป็นฉบับสมบูรณ์ คือการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดโดยแท้จริง

“ถ้าหากว่าผมยกเลิกวิชามนตราอสูรแล้วฝึกฝนใหม่ มันช่วยให้ผมมีความคืบหน้าและมีพลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมได้รับวิธีการฝึกฝนกฎมิติแบบใหม่ มันจะให้ผลลัพธ์เหมือนกันด้วยหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“นายกำลังคิดมากจนเกินไปแล้ว วิธีการเรียนรู้กฎแห่งมิติในปัจจุบันได้พัฒนามาจนถึงขีดจำกัดของมันแล้ว โอกาสที่นายจะได้พบกับวิธีฝึกฝนแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิมเป็นเรื่องที่ยากมาก เว้นแต่ว่า…” ลินนิจกล่าวก่อนที่จะหยุดพูดไปอย่างกะทันหัน

“เว้นแต่ว่าอะไร?” เซี่ยเฟยถามอย่างเร่งรีบ

“เว้นแต่ว่านายจะคิดวิธีการฝึกแบบใหม่ขึ้นเอง และวิธีที่นายคิดมันก็จะต้องดีกว่าวิธีการดั้งเดิมที่นายใช้อยู่ตอนนี้ด้วย” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างผิดหวังเล็กน้อย เพราะการคิดค้นวิธีการฝึกฝนใหม่ยากลำบากกว่าการฝึกฝนด้วยวิธีใหม่หลายพันเท่า แต่ถึงกระนั้นถ้าหากว่าเขาได้รับวิธีการฝึกฝนใหม่มาจริง ๆ มันก็คุ้มค่าที่จะลบเลือนวิธีการเก่า ๆ ที่เขาเคยฝึกฝนมา

การเปลี่ยนแปลงวิธีฝึกฝนคล้ายกับการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ใหม่ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสามารถเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ใหม่ที่แรงกว่าเดิมได้ มันย่อมส่งผลดีกับเขาในระยะยาวมากกว่า

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่เพลิน ๆ นั่นเอง แท่งทองก็หยุดเคลื่อนไหวพร้อมกับส่งสัญญาณบอกเซี่ยเฟยว่าพวกเขาเดินทางมาจนถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

“เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?!” เซี่ยเฟยชะงักไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดว่าการเดินทางในคราวนี้จะใช้เวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

“พวกเราไม่มีทางทำความเข้าใจเส้นทางภายในช่องว่างมิติได้หรอก เส้นทางพวกนั้นมีความซับซ้อนสูงมาก แต่ตราบใดก็ตามที่เราเลือกเส้นทางได้อย่างถูกต้อง มันก็จะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางได้เยอะมาก”

“แท่งทองยังเด็กมาก การเลือกเส้นทางในช่วงแรกของมันจึงไม่ค่อยช่ำชองนัก แต่เมื่อมันมีประสบการณ์มากขึ้น มันก็จะค่อย ๆ เลือกเส้นทางที่สั้นลงกว่าเดิมด้วยเหมือนกัน” ลินนิจอธิบาย

“เอาล่ะในที่สุดเราก็จะได้เห็นดวงตาแห่งจักรวาลแล้ว ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่ามันคือสถานที่แบบไหนกันแน่” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตื่นเต้น

เมื่อได้รับคำสั่งจากเซี่ยเฟย แท่งทองก็ทำการแหวกช่องว่างมิติและกลับมาสู่จักรวาลปกติอีกครั้ง

“หือ!?”

ชายหนุ่มอุทานขึ้นมาอย่างประหลาดใจ ขณะที่ลินนิจเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ภาพตรงหน้าคือกาแล็กซีอันว่างเปล่าคล้ายกับมีคนมากัดเค้กจากตรงกลางในระยะไกล มันจึงดูคล้ายกับลูกตาขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่ในบริเวณนั้น

ชายหนุ่มขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย เพราะพื้นที่บริเวณนี้ไม่เพียงแต่จะมีรูปร่างหน้าตาแปลก ๆ เท่านั้น แต่มันยังเต็มไปด้วยความผันผวนของพลังงานอันทรงพลัง และมันยังให้ความรู้สึกเหมือนกับพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากชิ้นส่วนอาร์ค

“ฉันว่าฉันรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน” ลินนิจกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังหลังจากที่เงียบไปนานกว่า 3 นาที

“ที่ไหน?” เซี่ยเฟยถาม

“จุดที่อาร์คระเบิด! รอยยุบที่ดูเหมือนดวงตาตรงนั้นคือจุดที่เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ ถึงแม้ตอนนี้เวลาจะผ่านไปนานหลายล้านปีแล้ว แต่รอยแผลในจักรวาลก็ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยสะดุ้งด้วยความตกใจในทันที เพราะถ้าหากพื้นที่บริเวณนี้คือจุดที่เกิดการระเบิดของอาร์คจริง ๆ มันก็ไม่เพียงแต่จะเป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยพลังงานเท่านั้น แต่มันยังเป็นพื้นที่ที่มีเบาะแสสำคัญสำหรับการตามหาความจริงที่อยู่เบื้องหลังประตูจักรวาลอีกด้วย

***************

พี่เฟยจะได้อะไรจากพื้นที่ตรงนี้กันแน่?

จบบทที่ ตอนที่ 926 ดวงตาแห่งจักรวาล

คัดลอกลิงก์แล้ว