เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 922 จักรพรรดิระดับสูงสุด

ตอนที่ 922 จักรพรรดิระดับสูงสุด

ตอนที่ 922 จักรพรรดิระดับสูงสุด


ตอนที่ 922 จักรพรรดิระดับสูงสุด

เมื่อลินนิจหายตัวไปอย่างเงียบ ๆ มันก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกเป็นกังวลมาก เพราะทุกสิ่งที่เขาทำลงไปก็คือการช่วยอีกฝ่ายออกมาจากบริษัทฟิกส์ ส่วนสิ่งอื่นที่เขาได้รับมาต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นของแถมด้วยกันทั้งนั้น

ชายหนุ่มนั่งตรวจสอบชิปประมวลผลของลินนิจอย่างระมัดระวัง ตราบใดก็ตามที่ชิปนี้ยังคงอยู่ลินนิจก็สามารถเปลี่ยนร่างกายใหม่ได้ทุกเมื่อ แม้ว่าร่างกายเดิมของเขาจะถูกบริษัทฟิกส์ทำลายลงไปแล้วก็ตาม

แต่ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะพยายามตรวจสอบชิปโบราณชิ้นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็ได้พบว่ามันไม่ได้มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นมา แต่ถึงกระนั้นลินนิจก็ยังคงนิ่งเงียบไป

ระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังสับสนอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเบา ๆ ขึ้นมาภายในหัว โดยมันเป็นน้ำเสียงที่คุ้นเคยและเสียง ๆ นั้นนั่นก็คือเสียงของลินนิจ

“นายรู้ไหมว่าตอนที่นายดูดพลังงานไป มันเกือบจะฆ่าฉันจนตายแล้ว” ลินนิจพูดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา

“ลินนิจ! นั่นคุณเหรอ? ทำไมคุณถึงเชื่อมจิตกับผมแบบนี้ได้? ไม่ใช่ว่าผมมีสายสัมพันธ์ทางวิญญาณกับอันธคนเดียวงั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยสะดุ้งถามอย่างตกใจ

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าอันธคือใคร? แต่ตราบใดก็ตามที่นายรู้วิธีจะวิญญาณอมตะตนไหนก็เชื่อมต่อกับนายได้ทั้งนั้นแหละ” ลินนิจกล่าวขึ้นมาอย่างแผ่วเบา คล้ายกับว่าวิญญาณของเขาพร้อมจะแหลกสลายได้ทุกเวลา

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็เป็นวิญญาณอมตะเหมือนกับอันธไม่ใช่หุ่นยนต์ตั้งแต่แรกงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ตอนแรกฉันไม่ได้คิดจะบอกนายหรอกนะ แต่ในเมื่อนายรู้เรื่องนี้แล้วฉันก็จะสารภาพตามตรงเลยก็แล้วกัน ใช่ตัวฉันคือวิญญาณอมตะที่มีวิญญาณอยู่ติดกับชิปโบราณชิ้นนั้นนั่นแหละ” ลินนิจกล่าว

เซี่ยเฟยอ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เมื่ออีกฝ่ายยอมรับแล้วว่าเขาคือวิญญาณอมตะจริง ๆ

“ตอนแรกฉันมีระบบป้องกันเตรียมเอาไว้แล้วเพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานเกิดความผันผวนขึ้นมา แต่เพื่อแลกกับอิสรภาพฉันเลยจำเป็นจะต้องทิ้งระบบป้องกันนั้นไป และทำให้นายเกือบจะตายจากความผันผวนของพลังงานไปแล้ว” ลินนิจกล่าวต่อ

“ผมขอโทษที่ผมเผลอทำร้ายคุณไป” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“อย่าพูดแบบนั้นเลย ไม่ว่ายังไงนายก็เป็นคนช่วยฉันออกมาแล้ว ถ้าหากว่านายไม่ได้ตัดสินใจใช้เม็ดพลังสีรุ้งภายในสมองของนายเพื่อดูดซับพลังงาน ฉันก็คิดว่าตอนนั้นวิญญาณของฉันคงจะแหลกสลายลงไปแล้ว”

“นายเก่งมากที่ตอนนั้นนายลงมือทำทุกอย่างโดยไม่ลังเล เพราะในตอนที่ฉันกำลังจะตัดใจ การกระทำของนายก็ได้ดึงฉันกลับมาจากขอบเขตแห่งความตาย”

“ตอนนี้ฉันยังอ่อนแอมาก แต่ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องให้นายช่วยหน่อยได้ไหม?” ลินนิจกล่าวอย่างจริงจัง

“ผมจะช่วยคุณได้ยังไง?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับ

“นายจะทำยังไงก็ได้แต่ช่วยเลื่อนระดับพลังของตัวเองโดยเร็วที่สุด เมื่อไหร่ก็ตามที่นายเลื่อนระดับพลัง มันจะเกิดคลื่นสะท้อนภายในสมองของนาย โดยคลื่นสะท้อนนี้เป็นคลื่นสะท้อนที่นายสัมผัสไม่ได้ แต่มันช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของฉันขึ้นมาได้”

“ตอนนี้ฉันได้เสียแกนพลังของตัวเองไปจนหมดแล้ว ถ้าหากว่าฉันไม่ได้รับการฟื้นฟูจากนาย ฉันก็คิดว่าตัวเองน่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ไม่เกิน 72 ชั่วโมง” ลินนิจกล่าว

“คุณกำลังบอกว่าผมต้องเลื่อนระดับให้ได้ภายใน 72 ชั่วโมงนั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยถามกลับอย่างตกใจ

“ฉันรู้ว่าตอนนี้ระดับของนายสูงมากอยู่แล้วและการเลื่อนระดับต่อไปก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่นอกเหนือจากวิธีนี้แล้วฉันก็ไม่เหลือทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ” ลินนิจกล่าวอย่างขมขื่น

“ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางยอมแพ้ พวกเรามาลองดูกันเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวก่อนที่เขาจะรีบมุ่งหน้าตรงไปอย่างห้องควบคุมอย่างรวดเร็ว

พวกเท็มเพลสกำลังยุ่งอยู่กับธุระของตัวเอง แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นเซี่ยเฟยเข้าห้องมาด้วยสีหน้าอันจริงจัง ทุกคนก็รีบเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความสับสน

“ผมมีเรื่องเร่งด่วนจะต้องเริ่มการฝึกฝนเดี๋ยวนี้ ผมขอฝากสถานีวิจัยเอาไว้กับพวกคุณด้วย ทุกคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าสถานีวิจัยนี้คือเสาหลักของบริษัทฟิกส์ มันย่อมมีการป้องกันอยู่หลายชั้นอย่างแน่นอน ผมหวังว่าพวกคุณจะทำลายระบบติดตามทุกอย่างให้หมดเพื่อที่พวกเขาจะไม่สามารถไล่ตามร่องรอยของพวกเราได้อีก”

“หากพวกคุณไม่สามารถตรวจหาระบบทั้งหมดได้พบ ผมก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องทำลายสถานีวิจัยนี้ทิ้ง แต่ถ้าหากว่ามันส่งสัญญาณลับกลับไปที่บริษัทฟิกส์ ในตอนนั้นพวกเราทุกคนก็จะตกอยู่ในอันตราย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยท่าทีที่จริงจัง

ปรมาจารย์ทั้งสามคนต่างก็รีบตบหน้าอกของตัวเอง และให้การรับรองว่าพวกเขาจะทำลายระบบติดตามทุกอย่างให้หมด เพื่อทำการยึดศูนย์วิจัยแห่งนี้ให้กลายมาเป็นศูนย์วิจัยของพวกเขาอย่างแท้จริง

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะกลับไปยังห้องขังหมายเลข 1 จากนั้นเขาก็ปิดประตูโลหะทั้งหกชั้นเพื่อเริ่มการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งภายในห้องนี้คนเดียว

“ไม่ต้องห่วง ผมสัญญากับโซฟีแล้วว่าจะพาคุณกลับไป ไม่ว่ายังไงครั้งนี้คุณก็จะต้องรอด” เซี่ยเฟยตะโกนเสียงดัง

ศพของโกลเดนไลท์ถูกตัดออกเป็นชิ้น ๆ ซึ่งถ้าหากว่าใครเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่บริเวณนั้น พวกเขาก็คงจะคิดว่าตัวเองเผลอเคลื่อนที่ผ่านขุมนรก

หนอนด้วงมิติขนาดใหญ่ 3 ตัวเดินทางมาจนถึงสนามรบภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากที่เซี่ยเฟยได้จากไป โดยหนอนด้วงมิติเหล่านี้ต่างก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกันกับโกลเดนไลท์

“ไม่นะ! โกลเดนไลท์ตายแล้วงั้นเหรอ?”

“ใครเป็นคนทำ? โกลเดนไลท์ถูกยกย่องว่าเป็นราชาแห่งช่องว่างมิติ ยูลานที่ควบคุมมันมาก็เป็นนักฝึกหนอนด้วงมิติที่มีประสบการณ์สูงมาก แล้วพวกเขาพลาดท่าแบบนี้ได้ยังไง?”

นักรบชาวอิโดซาบนหนอนด้วงมิติทั้งสามคนต่างก็มองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง เพราะภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันโหดร้ายเกินกว่าสิ่งที่พวกเขาจินตนาการไว้

ไม่มีใครเชื่อว่าหนึ่งในหนอนด้วงมิติชั้นแนวหน้าของเผ่ามารจะตายไปแบบนี้ ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าศัตรูไม่เพียงแต่จะมีความแข็งแกร่งมากเท่านั้น แต่ศัตรูยังมีความโหดร้ายเป็นอย่างมากอีกด้วย

อี๊ด!

หนอนด้วงมิติทั้งสามตัวที่มีดวงตาหลายพันต่างก็ส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด ท้ายที่สุดพวกมันทั้งสามก็เป็นลูกของโกลเดนไลท์ การที่ได้เห็นพ่อของตัวเองเสียชีวิตในสนามรบจึงทำให้พวกมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

ย้อนกลับไปในระหว่างที่พวกเขากำลังฝึกหนอนด้วงมิติเหล่านี้อยู่ จู่ ๆ หนอนด้วงมิติทั้งสามตัวก็มีปฏิกิริยาอันแปลกประหลาด พวกเขาจึงปล่อยหนอนทั้งสามตัวนี้มาและได้ติดตามมาจนพบกับโศกนาฏกรรมในที่แห่งนี้

หลังจากส่งเสียงร้องด้วยความโกรธอยู่นาน หนอนด้วงมิติทั้งสามก็เริ่มกัดกินร่างบิดาของตัวเอง

“พวกมันกำลังกินพ่อของตัวเองงั้นเหรอ?!” ชายหนุ่มชาวอิโดซาอุทานขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เพราะเขาเพิ่งจะเริ่มมาเป็นผู้ฝึกหนอนด้วงมิติแค่ไม่นาน เขาจึงยังไม่เข้าใจพฤติกรรมอันแปลกประหลาดของหนอนด้วงมิติเหล่านี้

“นายรู้ไหมว่าทำไมโกลเดนไลท์ถึงเป็นราชาหนอนด้วงมิติเพียงตัวเดียว?” ชายชราที่อยู่ใกล้ ๆ กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

ชายหนุ่มส่ายหัวกลับเป็นคำตอบ

“นั่นก็เพราะว่าราชาไม่ได้เกิดจากการเติบโตแต่มันเกิดจากการสืบทอด เมื่อไหร่ก็ตามที่ราชาตัวเก่าเสียชีวิตลง มันก็จะมีราชาตัวใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยเช่นกัน นี่คือการส่งต่ออำนาจจากรุ่นสู่รุ่นและสิ่งที่พวกมันกำลังทำอยู่นั่นก็คือการสืบทอดอำนาจต่อจากพ่อของตัวเอง” ชายชรากล่าวอธิบาย

“ผมจำได้ว่าในหัวของแสงสีทองมีลูกแก้ววิญญาณอยู่ เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเสียชีวิตลูกหลานของมันจะกินลูกแก้ววิญญาณนั้นเข้าไป แต่ในหนังสือมันไม่ได้เขียนอธิบายไว้ว่าลูก ๆ ของมันจะต้องกินเลือดกินเนื้อของพ่อตัวเองเข้าไปด้วยนี่ครับ?” ชายหนุ่มถามอย่างสับสน

“นั่นก็เพราะว่าพวกมันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แม้แต่ลูกแก้ววิญญาณของพ่อพวกมันก็ถูกขโมยไป แต่การที่เหตุการณ์เป็นแบบนี้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเราแล้ว” ชายชราระเบิดเสียงหัวเราะด้วยแววตาที่น่าหวาดกลัว

“โกลเดนไลท์เพิ่งตาย ลูกแก้ววิญญาณก็ถูกขโมยไป แล้วทำไมปู่ถึงบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับพวกเรา?” ชายหนุ่มถามอย่างสับสนอีกครั้ง

“ลองแหกตาดูซะสิ! ตอนนี้พวกมันทั้งสามตัวกำลังจะกลายเป็นดักแด้ไปแล้ว” ชายชรากล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังหนอนด้วงมิติทั้งสามตัวด้วยความตื่นเต้น

เมื่อชายหนุ่มมองไปตามนิ้วของชายชรา เขาก็ได้พบว่าหนอนด้วงมิติทั้งสามตัวกำลังกลายเป็นดักแด้ภายใต้ความมืดมิด

ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าพร้อมกับอ้าปากค้างขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะหนอนด้วงมิติทั้งสามเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว หากมันกลายเป็นดักแด้ในตอนนี้แล้วมันจะออกจากดักแด้มาเป็นตัวอะไรกันแน่

“สัตว์ทุกชนิดต่างก็มีสัญชาตญาณเป็นของตัวเอง พวกมันได้สูญเสียมรดกจากโกลเดนไลท์และไม่มีวันกลายเป็นราชาหนอนด้วงมิติได้อีกต่อไปแล้ว พวกมันจึงเลือกกินร่างพ่อของตัวเองเพื่อสืบทอดพลังและความโกรธจากโกลเดนไลท์มา ซึ่งหลังจากนี้พวกมันก็จะกลายเป็นปีศาจที่แท้จริง”

“เผ่าอิโดซาควรจะขอบคุณคนที่สังหารโกลเดนไลท์ลงไปด้วยซ้ำ เพราะถึงแม้ว่าเราจะสูญเสียราชาหนอนด้วงมิติไป แต่เรากลับได้ปีศาจ 3 ตัวเข้ามาแทน ซึ่งมันก็หมายความว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเราจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม”

“รอก่อนเถอะ เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกมันออกมาจากดักแด้ เมื่อนั้นพวกมันย่อมกลายเป็นผู้ครอบครองช่องว่างมิติแห่งนี้อย่างแน่นอน”

ภายในห้องวิจัยหมายเลข 1

เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปนานกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ที่เซี่ยเฟยสนทนากับลินนิจครั้งสุดท้าย และในตอนนี้เขาก็กำลังเผชิญหน้ากับการฝึกฝนอันยากลำบาก

ลินนิจถือได้ว่าเป็นตัวตนที่ลึกลับจนยากจะค้นหาได้จริง ๆ เพราะเพียงแค่การได้รู้ว่าอีกฝ่ายคือวิญญาณอมตะ มันก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงมากพอแล้ว ยิ่งการได้รู้ว่าการฝึกฝนของเขาสามารถเยียวยาอีกฝ่ายได้ มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกตกตะลึงมากขึ้นไปอีก

เซี่ยเฟยไม่สามารถทำความเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้ได้เลย แต่เขาก็ต้องเก็บข้อสงสัยพวกนั้นเอาไว้ภายในใจ เพราะสิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องทำในตอนนี้คือการบุกทะลวงผ่านระดับถัดไปให้ได้ภายในเวลา 72 ชั่วโมง

ตูม!

ก่อนจะถึงเส้นตาย 72 ชั่วโมงที่ลินนิจได้บอกไว้ ในที่สุดเซี่ยเฟยก็ทะลวงผ่านอุปสรรคได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามพลังงานที่มักจะระเบิดออกมากลับหายไปในพริบตา เพราะพวกมันถูกดูดซับเข้าไปภายในชิปของลินนิจ

“นายจะน่าทึ่งเกินไปแล้ว! นายทำได้ยังไง?! ทะวงผ่านระดับได้ตั้ง 2 ขั้นในเวลา 72 ชั่วโมง นี่มันความเร็วในการเลื่อนระดับที่บ้ามากเลยชัด ๆ” ลินนิจกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น ซึ่งความผันผวนที่เกิดขึ้นจากการเลื่อนระดับพลังของเซี่ยเฟย มันก็ทำให้เขากลับมามีแรงโต้ตอบอีกครั้ง

ใช่แล้ว ภายในเวลา 72 ชั่วโมงนี้เซี่ยเฟยไม่ได้เลื่อนระดับไปเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น แต่เขาได้เลื่อนระดับ 2 ระดับติดต่อกันทำให้เขากลายเป็นจักรพรรดิกฎขั้นสูงสุด

***************

แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วววว

จบบทที่ ตอนที่ 922 จักรพรรดิระดับสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว