- หน้าแรก
- ชีวิตในเมืองของผมไม่ธรรมดาอีกต่อไป
- บทที่ 54 ฉินอี๋
บทที่ 54 ฉินอี๋
บทที่ 54 ฉินอี๋
ฉินอี๋รู้สึกว่าหลี่ซวี่จงใจแกล้งตนเอง จึงแค่นเสียงเหอะ "พี่เยิ่นคะ เขาไม่ใช่คนดีอะไรหรอก จัดการคนร้ายได้ทีเดียวสามคนเลยนะ! วันนี้พี่ไม่อยู่ เจ้านี่อวดเก่งจะตาย"
หลี่ซวี่ทำหน้าเหวอ "ผมไปอวดเก่งตอนไหนกันครับ นี่มันหน่วยงานรักษากฎหมายนะ ผมจะกล้าขนาดนั้นได้ยังไง?"
"คุณไม่กล้าเหรอ ตำรวจสอบถามอยู่คุณยังกล้าหยอกเย้า พอเลิกงานยังกล้ามาดักรอหน้าประตูอีก!" ฉินอี๋ปั้นหน้าเคร่งขรึมตามสไตล์อาชีพของนาง
หลี่ซวี่ถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า "อุตส่าห์เดินทางมาไกลเป็นพันลี้ คนบ้านเดียวกันมาพบกัน อยากจะเลี้ยงข้าวคนบ้านเดียวกันสักมื้อ แต่กลับถูกเข้าใจผิดเช่นนี้ ช่างเถอะ! ช่างเถอะ!"
ฉินอี๋ชะงักไป "คุณรู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็นคนมณฑลตงฉี?"
"ลองทายดูสิครับ?"
"คุณเอาอีกแล้วนะ!" ฉินอี๋โกรธจนยื่นมือเรียวขาวนวลออกมาทำท่าจะตีหลี่ซวี่
เห็นท่าทางเช่นนี้ พี่เยิ่นจะอยู่ต่อได้อย่างไร นางกล่าวว่า "คนบ้านเดียวกันพบกัน น้ำตาคลอเบ้า เสี่ยวฉิน พี่ไม่รบกวนพวกเธอวัยรุ่นแล้วล่ะ"
พูดจบนางก็ถือลูกโป่งเตรียมจะจากไป
หลี่ซวี่หัวเราะกล่าวว่า "บุฟเฟต์นั่นเป็นเรื่องจริงนะครับ พอดีโรงแรมที่ผมพักเขาแถมมาให้ ผมพักอีกไม่กี่วันก็ไปแล้ว เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ พี่เยิ่นเอาไปใช้เถอะครับ!"
พี่เยิ่นได้ยินดังนั้นจึงถามว่า "แถมมาจริงๆ เหรอ?"
"ครับ! แต่ไม่ใช่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลนะครับ เป็นของโรงแรมฟู่ลี่วานหัว นี่ครับ!" หลี่ซวี่ส่งบัตรรับประทานอาหารสองใบให้นาง
แหม เกรงใจจังเลย!" พี่เยิ่นกล่าวเกรงใจพลางยื่นมือไปรับบัตรบุฟเฟต์มาทันที
พวกเธอคุยกันไปนะ! พี่ไปล่ะ!" พี่เยิ่นโบกมือลา ยอมขายเพื่อนร่วมงานเพื่อแลกกับคูปองอาหารสองใบ
ไม่มีธุระไม่มาทำดีด้วยจริงๆ คนตงฉีบ้านเราไม่มีใครหน้าหนาเหมือนคุณหรอก!" พอเห็นว่าพี่เยิ่นเดินคล้อยหลังไปแล้ว ฉินอีก็หันมาค้อนควักใส่เขาอย่างอดเสียไม่ได้
"ขงจื่อกล่าวว่า วิญญูชนนั้นย่อมสง่าผ่าเผย ส่วนคนพาลนั้นย่อมกระสับกระส่ายตลอดเวลา ผมไม่ได้หน้าหนานะครับ เขาเรียกว่าพรหมลิขิตคนบ้านเดียวกันในต่างแดน! ไปเถอะครับ คุณตำรวจคนสวย!" หลี่ซวี่หัวเราะ
"คุณบอกมาก่อนสิ ว่าคุณรู้ได้อย่างไรว่าฉันเป็นคนตงฉี?" ฉินอี๋ยังคาใจเรื่องนี้ไม่หาย รู้สึกคันยุบยิบในใจตลอดเวลา
"ก็ก่อนหน้านี้คุณพูดกับผมว่า 'เก่งไม่เบาเลยนะเนี่ย!'" หลี่ซวี่กล่าว
"ประโยคนี้มันทำไมเหรอ?" ฉินอี๋สงสัย
"มันเป็นประโยคเน้นกริยาแบบคนตงฉีน่ะครับ!" หลี่ซวี่มุมปากยกยิ้มพลางกล่าว
"อ๋อ! แค่นี้คุณก็กล้าฟันธงว่าฉันเป็นคนตงฉีเลยเหรอ?" ฉินอี๋ทำหน้าไม่เชื่อถือ
"ความจริงมันก็พิสูจน์แล้วว่าผมทายถูก!! อีกอย่างถ้าทายผิด ผมก็แค่เลี้ยงข้าวคุณมื้อหนึ่งไงครับ!"
"หน้าคุณนี่มันหนาจริงๆ!" ฉินอี๋พูดอย่างอ่อนใจ
"ไปเถอะครับ ผมหิวจนไส้จะกิ่วแล้ว!" หลี่ซวี่เร่งเร้า
"ก็ได้ เห็นแก่ที่เป็นคนบ้านเดียวกัน ไปเถอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงคุณเอง!" ฉินอี๋กล่าวอย่างใจกว้าง
"ไปโรงแรมโซฟิเทล อินเตอร์เนชั่นแนลไหมครับ?"
"คิดอะไรอยู่คะ เงินเดือนฉันเดือนหนึ่งเท่าไหร่กันเชียว!"
"งั้นผมเลี้ยงเองดีกว่า อุตส่าห์มาอวิ๋นหนานทั้งที ยังไงก็ต้องลิ้มรสอาหารเลิศรสของที่นี่ดูหน่อย!" หลี่ซวี่กล่าว
"ถ้าคุณอยากกินอาหารพื้นเมืองเลิศรส ก็ต้องไปที่ถนนชาติพันธุ์สิ ที่นั่นน่ะของแท้เลย" ฉินอี๋เข้าสู่บทบาทคนบ้านเดียวกันผู้กระตือรือร้นโดยไม่รู้ตัว
"เอาอย่างนี้ วันนี้ผมเลี้ยงมื้อนี้ก่อน พรุ่งนี้คุณค่อยพาผมไปกินอาหารพื้นเมืองเป็นการตอบแทน!"
ฉินอี๋ได้ยินดังนั้นจึงค้อนให้เขาอีกครั้ง เจตนาแอบแฝงช่างชัดเจนเหลือเกิน
แต่กระนั้นนางก็ไม่ได้คัดค้าน กลับเดินเคียงข้างหลี่ซวี่ออกไป
ทั้งสองเดินไปริมถนน เรียกรถแท็กซี่คันหนึ่ง มุ่งตรงไปยังโรงแรมโซฟิเทล อินเตอร์เนชั่นแนลทันที
ก่อนมาหลี่ซวี่เลือกโรงแรมนี้ไว้แล้ว เพราะโรงแรมนี้มีชื่อเสียงด้านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาจึงอยากลองชิมดู
รถแท็กซี่จอดลงที่หน้าโรงแรม ทั้งสองลงรถแล้วเดินตามพนักงานต้อนรับขึ้นไปยังร้านอาหารหลานบนชั้นห้าสิบ
ที่นี่ไม่เพียงแต่จะได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองคุนหมิง แต่ยังได้รับชมการแสดงระบำพื้นเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดูมีมนตร์ขลังอีกด้วย
เรียกได้ว่าการชมทัศนียภาพและลิ้มรสอาหารเลิศรสส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว
ฉินอี๋เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกจึงอดประหม่าไม่ได้ นางเดินตามหลังหลี่ซวี่ไปติดๆ
ความจริงหลี่ซวี่ก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเช่นกัน แต่ที่ว่ากันว่ามีเงินในกระเป๋า ใจก็ไม่หวั่นไหว
แค่มากินข้าวเท่านั้น ไม่ได้ติดเงินร้านแกเสียหน่อย มาเยือนก็ย่อมเป็นแขก
เมื่อหาที่นั่งริมหน้าต่างได้แล้ว หลี่ซวี่ส่งเมนูให้ฉินอี๋เพื่อให้นางเลือก
ฉินอี๋นับว่ามีทักษะในการปรับตัวค่อนข้างดีเนื่องจากเป็นตำรวจ เมื่อนั่งลงแล้วนางก็กลับมาดูสงบผ่าเผยดังเดิม
"วันนี้ขอกินมื้อใหญ่หน่อยแล้วกัน ขอข้าวผัดสองสีของห้องอาหารหลานหนึ่งที่ค่ะ!"
นางสั่งเพียงอย่างเดียวแล้วส่งเมนูคืนให้หลี่ซวี่ พลางกล่าวว่า "ฉันไม่ค่อยคุ้นน่ะ คุณเลือกเถอะ! มีแค่เราสองคน สั่งอะไรเบาๆ กินก็พอ!"
หลี่ซวี่รับเมนูมาแต่ไม่ได้เปิดออกดู เขาหันไปสั่งพนักงานเสิร์ฟว่า "เลือกอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นของขึ้นชื่อมาให้เราสักสองสามอย่าง แล้วขอเหล้าดีๆ สักขวด"
พนักงานเสิร์ฟกล่าวว่า "คุณผู้ชายครับ รับเป็นไวน์ขาวชาร์ดอนเนย์ดีไหมครับ?"
"ได้ครับ!"
เมื่อพนักงานเสิร์ฟถอยออกไป ฉินอี๋จึงถามว่า "คุณชื่อหลี่ซวี่ใช่ไหม?"
"แท้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ!" หลี่ซวี่กล่าว
"ถ้าเป็นของปลอมจะดีกว่า เพราะหลังจากกินเสร็จฉันจะโยนคุณลงไปจากที่นี่เลย!" ฉินอี๋แสร้งทำท่าทีดุร้าย
หลี่ซวี่ยิ้มบางๆ แล้วถามว่า "ทำไมคุณถึงมาทำงานที่นี่ล่ะ? บ้านเดิมคุณอยู่แถวไหนของตงฉีเหรอ?"
"เรียนมหาวิทยาลัยที่นี่น่ะ พอจบแล้วก็เลยทำงานต่อที่นี่เลย บ้านเดิมฉันอยู่จี้โจว แล้วคุณล่ะ?"
"งั้นยิ่งใกล้เข้าไปใหญ่เลยครับ!"
หลี่ซวี่เล่าเรื่องราวของตนเองให้ฟัง ทั้งสองรับประทานของว่างพลางพูดคุยสัพเพเหระกันไป
จนกระทั่งอาหารที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นถูกยกมาวางบนโต๊ะ ทั้งสองจึงเริ่มว่างปากเพื่อจัดการกับอาหารเลิศรสตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
"แด่การพบกันของพวกเราในต่างแดน...ชนแก้ว!" หลี่ซวี่ชูแก้วเหล้าขึ้นชนกับฉินอี๋!
รสชาติอาหารยอดเยี่ยมมาก กลิ่นอายของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อันเข้มข้นพุ่งเข้าใส่โสตประสาท
หลี่ซวี่ราวกับมองเห็นวัดพระแก้วในไทย สวนสิงโตพ่นน้ำในสิงคโปร์ และตึกแฝดในมาเลเซียจากอาหารเหล่านี้
ในเวลาเดียวกัน บนเวทีก็มีกลุ่มนักแสดงในชุดพื้นเมืองเดินเข้ามา ร่ายรำระบำที่มีท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม
บรรยากาศเช่นนี้ จะไม่เช็กอินเพื่อเป็นรางวัลให้ตนเองได้อย่างไร
"เช็กอิน!"
"เช็กอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับฉายา 'เจ้าชายแห่งอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้' ฉายานี้จะทำให้โฮสต์ได้รับเงินคืนตามความพึงพอใจของต่อมรับรสเมื่อลิ้มรสอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แตกต่างกัน ความพึงพอใจระดับธรรมดา รับรางวัลเงินสดหนึ่งหมื่นหยวน ระดับปานกลาง รับรางวัลเงินสดหนึ่งแสนหยวน และระดับสูงสุด รับรางวัลเงินสดหนึ่งล้านหยวน"
"ระยะเวลาแสดงผลสิบห้านาที"
หลี่ซวี่ชะงักไป มีเงินให้ทำกำไรขนาดนี้ ไม่คว้าไว้ก็เสียสถาบันหมด
"พนักงานครับ ยกอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นของขึ้นชื่อเมนูอื่นมาอีกสี่ห้าอย่าง!" หลี่ซวี่กล่าว
ฉินอี๋ดึงแขนเขาไว้เบาๆ แล้วกล่าวว่า "พวกเราสองคนกินไม่หมดหรอกค่ะ!"
"ไม่เป็นไรครับ ปกติไม่มีเวลาไปเที่ยวแถบนั้น มีโอกาสแบบนี้ได้ลองชิมหลายๆ อย่างก็ไม่เลวเหมือนกัน"
หลี่ซวี่พูดจบก็ตั้งหน้าตั้งตาจัดการกับอาหารตรงหน้าทันที!
"ได้รับความพึงพอใจระดับสูงสุด รางวัลเงินสดหนึ่งล้านหยวน เข้าบัญชีเรียบร้อย โปรดตรวจสอบ!"
"ได้รับความพึงพอใจระดับสูงสุด รางวัลเงินสดหนึ่งล้านหยวน เข้าบัญชีเรียบร้อย โปรดตรวจสอบ!"
"ได้รับความพึงพอใจระดับปานกลาง รางวัลเงินสดหนึ่งแสนหยวน เข้าบัญชีเรียบร้อย โปรดตรวจสอบ!"
ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องกัน
...........