เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 917 โกลเดนไลท์

ตอนที่ 917 โกลเดนไลท์

ตอนที่ 917 โกลเดนไลท์


ตอนที่ 917 โกลเดนไลท์

ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าเซี่ยเฟยจะนำแท่งทองมาใช้ในแผนการ หนอนด้วงมิติร่างยักษ์จึงอมสถานีวิจัยลับเอาไว้ในปากขณะท่องไปในช่องว่างมิติอย่างรวดเร็ว

ภายในช่องว่างมิติไร้ซึ่งสัญญาณการสื่อสาร สถานีวิจัยลับจึงสูญเสียการติดต่อกับบริษัทฟิกส์โดยสมบูรณ์ หรือก็คือสถานีวิจัยนี้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชายหนุ่มแล้ว

การเก็บเกี่ยวในครั้งนี้สร้างผลกำไรให้กับเซี่ยเฟยอย่างมหาศาล เพราะท้ายที่สุดสถานีวิจัยลับก็เป็นตัวแทนของเทคโนโลยีระดับสูงสุดภายในบริษัท การได้รับสถานีวิจัยแห่งนี้มามันจึงไม่ต่างไปจากการที่เขามีหัวเชื้อของบริษัทฟิกส์อยู่กับตัว

เซี่ยเฟยจู่โจมเข้าใส่คาวิสอย่างไร้ปรานี ทำให้แขนขาของชายชราคนนี้แตกละเอียดนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด

“นี่แกคือคนของสกายวิงงั้นเหรอ? ถ้าหากข่าวเรื่องที่แกยึดสถานีวิจัยลับเผยแพร่ออกไป ตระกูลแกก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย” คาวิสพยายามใช้ชื่อเสียงของบริษัทฟิกส์เพื่อข่มขู่เซี่ยเฟย

ผัวะ ๆ

ชายหนุ่มตบหน้าชายชราอย่างรุนแรงจนทำให้ฟันสีขาวและฟองเลือดกระเด็นออกมาจากปาก คาวิสจึงเกือบจะเป็นลมด้วยความเจ็บปวด

“ในเมื่อฉันตัดสินใจทำเรื่องทุกอย่างขึ้นมาแล้ว แกยังคิดว่าฉันจะกลัวคำขู่ของแกอีกงั้นเหรอ?”

หลังจากพูดจบเซี่ยเฟยก็หันหน้าไปทางหน้าจอ ก่อนที่เขาจะได้พบกับประโยคที่ลินนิจส่งข้อความมาหา

“นายควบคุมหนอนด้วงมิติได้ยังไง? แม้แต่บริษัทฟิกส์ก็ทำอะไรแบบนี้ไม่ได้เลยนะ”

เซี่ยเฟยเลือกที่จะไม่ตอบคำถามแต่เลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องไปเรื่องใหม่

“คุณช่วยควบคุมทุกคนเอาไว้หน่อยได้ไหม? มันคงจะไม่ดีถ้าหากว่ามีใครเปิดระบบทำลายตัวเองขึ้นมา”

“ไม่มีปัญหา ตอนนี้สถานีอวกาศทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมของฉันแล้ว” ลินนิจส่งข้อความตอบกลับ

“ผมขอรายชื่อของคนที่ต้องจัดการมาให้ผมด้วย” เซี่ยเฟยพิมพ์

การขโมยสถานีวิจัยเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น หลังจากนี้เขาจำเป็นจะต้องจัดการกับคนทั่วทั้งสถานี เหลือเอาไว้เพียงแต่คนที่ลินนิจคิดว่าเชื่อถือได้เท่านั้น ส่วนคนที่เหลือจะต้องถูกสังหารลงไปทั้งหมด

ลินนิจหยุดนิ่งไปชั่วคราว ก่อนที่เขาจะส่งข้อความขึ้นมาใหม่

“ฉันไม่เคยควบคุมสถานีวิจัยนี้มาก่อนเลยและฉันก็ไม่รู้จักคนทุกคนบนสถานีวิจัยนี้ด้วย บางทีมันอาจจะมีคนที่ถูกจับตัวมาเหมือนกับฉัน แล้วเราจะแยกแยะได้ยังไงว่าใครคนไหนเป็นคนที่เชื่อถือได้?”

“ไม่จำเป็นจะต้องแยกแยะหรอก เพื่อความปลอดภัยนอกเหนือจากคนที่ถูกกักขังเอาไว้แล้วคนอื่น ๆ ล้วนแล้วแต่ไม่น่าไว้ใจทั้งหมด” เซี่ยเฟยพิมพ์พร้อมกับส่ายหัว

“นั่นมันคนมากกว่า 40,000 คนเลยนะ” ลินนิจพิมพ์ขึ้นมาด้วยความตกใจ

“40,000 คนแล้วยังไง ตราบใดที่คนในนั้นยังเป็นอันตรายพวกเราก็ต้องกำจัดพวกมันโดยเร็วที่สุด”

ณ บริษัทฟิกส์

ปัจจุบันคณะกรรมการได้ทำการเรียกรวมประชุมเป็นการฉุกเฉิน

“อะไรนะ?! นายกำลังบอกว่าจู่ ๆ สถานีวิจัยก็หายสาบสูญไปงั้นเหรอ?” เมแกนถามอย่างตกใจซึ่งคณะกรรมการทั้งหมดต่างก็รู้สึกตกตะลึงด้วยเช่นกัน

การสูญเสียสถานีวิจัยลับถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของบริษัทฟิกส์ ซึ่งบางทีใครหลาย ๆ คนก็อาจจะเสียชีวิตเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็ได้

“ฉันชี้แจงอย่างละเอียดแล้วว่าสถานีวิจัยได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย” ชายฉกรรจ์หน้าเหลี่ยมบนหน้าจอกล่าวตอบอย่างเฉยเมย

“แล้วทำไมถึงไม่รีบตามหา! รีบส่งทุกคนออกไปตามหาเบาะแสเร็วเข้า!!” เมแกนตะโกนออกคำสั่งเสียงดัง

“พวกเราพยายามตามหาอย่างสุดกำลังแล้ว เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับหยิงเฟยที่เพิ่งถูกส่งตัวเข้าไปในสถานีวิจัย แต่ฉันขอแนะนำว่าพวกคุณทุกคนอย่าตั้งความหวังเอาไว้มากนักจะดีกว่า และคุณก็ไม่ควรมาตะโกนใส่ฉันด้วย เพราะคุณไม่มีคุณสมบัติอีกต่อไปแล้ว” ชายหน้าเหลี่ยมกล่าวอย่างเย็นชา

เหล่าบรรดาคณะกรรมการต่างก็ตกอยู่ในความโกลาหล เมื่อได้ยินว่าพวกเขาอาจจะไม่เหลือความหวังในการตามหาร่องรอยสถานีวิจัยอีกต่อไปแล้ว

สีหน้าของเมแกนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ แต่ในขณะที่เขากำลังจะตะโกนคำสาปแช่งออกมา ชายหน้าเหลี่ยมก็กล่าวขึ้นมาอย่างสงบว่า

“นี่คุณยังไม่เข้าใจอีกงั้นเหรอว่าความผิดครั้งนี้มันอยู่ในความรับผิดชอบของคุณ หลังจากนี้ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านประธาน”

ปิ๊บ!

ทันทีที่ชายหน้าเหลี่ยมพูดจบเขาก็ตัดการเชื่อมต่อออกไปทิ้งเอาไว้เพียงแต่คณะกรรมการทั้ง 12 คนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยใบหน้าอันซีดเผือด

ทันใดนั่นเองหน้าจออีกหนึ่งหน้าจอก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ที่กำลังแสดงสีหน้ากังวลขึ้นมาอย่างชัดเจน

“ท่านเมแกนตอนนี้ห้องขังของฟลินน์เต็มไปด้วยเลือด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 130 คนถูกสังหารทั้งหมด และตัวของฟลินน์ก็หายสาบสูญไปแล้วครับ” เจ้าหน้าที่รายงานอย่างกระวนกระวายใจ

“อะไรนะ?!” เมแกนใช้มือทุบโต๊ะอย่างโกรธเกรี้ยว ซึ่งความโกรธที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันก็เกือบจะทำให้เขาถึงกับเป็นลม

ทุกอย่างมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สถานีวิจัยได้หายไปอย่างลึกลับ หรือการที่ฟลินน์หลบหนีออกจากคุกและทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ชี้ไปยังชายหนุ่มที่ชื่อว่าหยิงเฟย

“ไอ้โง่พวกนี้คิดจะให้ฉันรับผิดชอบความผิดของพวกมันงั้นเหรอ? คนที่ขโมยสถานีวิจัยไปได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน พวกแกจัดการเรื่องนี้เอาเองเถอะ” ชายหน้าเหลี่ยมพึมพำกับตัวเองด้วยใบหน้าอันเย็นชา หลังจากที่เขาได้ปิดหน้าจอสื่อสารของคณะกรรมการบริษัทฟิกส์

ทันใดนั้นมันก็มีหน้าจอสว่างขึ้นมาบริเวณทางด้านหลังเขาเผยให้เห็นชายชราที่อยู่ในเสื้อคลุมสีแดงเพลิง

“ท่านประธานผมผิดไปแล้วครับ” ชายหน้าเหลี่ยมผู้ซึ่งมีความเยือกเย็นอยู่เสมอสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อเขาได้เห็นชายชราในหน้าจอ

“ดรากูน นายไม่ผิดอะไรหรอก เจ้าพวกโง่ในห้องประชุมนั่นต่างหากที่สมควรตาย ความผิดของฉันคือฉันเชื่อใจพวกมันมากเกินไป ฉันคิดว่ามันไม่มีใครกล้ามาแตะต้องบริษัทฟิกส์ แต่สุดท้ายฉันก็คิดผิด จะว่าไปแล้วเรื่องนี้มันก็เป็นความผิดของฉันด้วย” ชายชรากล่าวพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่าง

“เชิญท่านประธานออกคำสั่งมาได้เลยครับ” ดรากูนพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

“ตรวจสอบทั่วทั้งดินแดนกฎว่าเรื่องนี้มันเป็นแผนการของใคร การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่แบบนี้ไม่ใช่แผนการที่จะเตรียมตัวได้ในไม่กี่วัน เห็นได้ชัดเลยว่าพวกมันจะต้องแอบวางแผนมานานหลายปีแล้ว เริ่มต้นจากศัตรูของบริษัทฟิกส์ก่อน” ชายชราชุดแดงเพลิงออกคำสั่ง

ความเป็นจริงประธานบริษัทฟิกส์คนนี้ประเมินศัตรูผิดไปจากความเป็นจริงค่อนข้างไกล เพราะเซี่ยเฟยกับบริษัทฟิกส์ไม่เคยมีความบาดหมางกันมาก่อน และเขาได้ใช้เวลาในการวางแผนพร้อมกับดำเนินงานในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเท่านั้น

“ฉันได้ยินมาว่ามันมีสัญญาณของช่องว่างมิติเกิดขึ้นด้วยงั้นเหรอ?” ชายชราพูดต่อหลังจากหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง

“ใช่ครับ ระบบตรวจจับแสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาเดียวกันกับสัญญาณช่วยเหลือถูกส่งออกมา มันก็มีสัญญาณของช่องว่างมิติเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันด้วย มีแนวโน้มสูงมากที่ศัตรูอาจจะใช้ช่องว่างมิติในการดำเนินงานแผนการนี้” ดรากูนตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“ช่องว่างมิติ!? ช่องว่างมิติไม่ใช่พื้นที่ที่พวกเราจะเข้าไปยุ่มย่ามได้ง่าย ๆ รีบติดต่อไปหาชาวอิโดซายืมโกลเดนไลท์ของพวกเขามาแล้วเข้าไปตรวจสอบในช่องว่างมิติซะ” ชายชราเริ่มสั่งการ

“ชาวอิโดซาคือคนของเผ่ามารนะครับ ถ้าหากมีข่าวหลุดออกไปว่าบริษัทฟิกส์ติดต่อกับคนของเผ่ามาร มันอาจจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัทได้”

“นอกจากนี้โกลเดนไลท์ยังเป็นหนอนด้วงมิติที่ล้ำค่าที่สุดภายในเผ่าของพวกเขา ถึงแม้พวกเขาจะให้เรายืมมาใช้แต่เราก็คงจะต้องจ่ายค่าเช่าในราคามหาศาล” ดรากูนกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ค่อยสบายใจ

“สถานการณ์ในตอนนี้มันไม่จำเป็นที่พวกเราจะต้องไปกังวลเกี่ยวกับชื่อเสียงอะไรอีกแล้ว เพราะถ้าหากบริษัทฟิกส์ไม่มีสถานีวิจัยลับ ตัวบริษัทก็ไม่ได้มีความหมายอะไรอีกต่อไป” ชายชรากล่าว

ดรากูนสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อได้รู้ว่าการสูญเสียสถานีวิจัยลับ หมายถึงการสูญเสียคุณค่าของบริษัทไปโดยตรง

แท้ที่จริงแล้วคำว่าบริษัทฟิกส์คือสถานีวิจัยลับงั้นเหรอ!?

“หากใช้ชื่อของฉันพวกอิโดซาน่าจะยอมเจรจากับพวกเราอยู่บ้าง ปัญหาในตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาในเรื่องเงินแล้ว แต่มันเป็นปัญหาว่าบริษัทจะอยู่รอดต่อไปได้หรือเปล่า” ชายชรากล่าวเน้นย้ำขึ้นมาอีกครั้ง

“ได้ครับ ผมจะรีบไปติดต่อชาวอิโดซาเพื่อขอยืมโกลเดนไลท์มาเดี๋ยวนี้ ตราบใดก็ตามที่พวกเราใช้ราชาแห่งช่องว่างมิติในการไล่ล่า พวกมันย่อมไม่มีทางหนีรอดจากเงื้อมมือของพวกเราไปได้” ดรากูนพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม

“ในสถานีวิจัยลับมีระบบการสื่อสารที่ดีที่สุดในดินแดนกฎ พวกมันย่อมไม่ออกมาจากช่องว่างมิติง่าย ๆ หรอก จนกว่าพวกมันจะหาทางทำลายระบบสื่อสารนั้นลงไปได้ แต่นายจะต้องดำเนินการโดยเร็วที่สุด ฉันกำลังสงสัยว่าพวกที่ดำเนินการน่าจะมีความเชี่ยวชาญที่สูงมาก บางทีพวกมันอาจจะทำลายระบบสื่อสารได้ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วัน”

การโยนหินลงในน้ำของเซี่ยเฟยในคราวนี้ก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่วทั้งจักรวาล จนทำให้ประธานบริษัทฟิกส์พยายามออกมาตามหาสถานีวิจัยภายในช่องว่างมิติ แม้ว่าการเคลื่อนไหวนั้นจะต้องแลกกับการขอความช่วยเหลือไปทางเผ่ามารก็ตาม

โกลเดนไลท์คือหนอนด้วงมิติที่โอโร่เคยบอกว่ามันคือราชาของหนอนด้วงมิติทั้งหมด หนอนด้วงตัวนี้มีดวงตามากกว่า 10,000 ดวง และมันก็ได้ครอบครองพลังต่อสู้ที่ใครยากจะเทียบเคียงกับมันได้ หากหนอนตัวนี้ถูกส่งออกมาไล่ล่าเซี่ยเฟยจริง ๆ มันก็คงจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย เพราะในช่องว่างมิติมันไม่มีสัตว์ชนิดไหนมีความเชี่ยวชาญมากกว่าหนอนด้วงมิติแล้ว

ณ คฤหาสน์อีวิลวิง

ปัจจุบันเซี่ยเค่อกับเซี่ยเหลียนหนิงกำลังรอฟังข่าวอย่างกังวล

ฟุบ!

“ผมช่วยศาสตราจารย์ฟลินน์และเอาเขาไปหลบในสถานที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้วครับ” เซี่ยกวงไห่พุ่งเข้ามาภายในห้องและรายงานด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?” เซี่ยเค่อถาม

“ไม่ต้องห่วงครับ เซี่ยเฟยเปิดช่องว่างให้เราเยอะมาก ไม่มีทางที่บริษัทฟิกส์จะตรวจจับร่องรอยของพวกเราได้” เซี่ยกวงไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยกวงไห่รู้สึกภาคภูมิใจในตัวของเซี่ยเฟยเล็กน้อย เพราะเส้นทางที่ชายหนุ่มเปิดเอาไว้ให้ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกสบายมาก เมื่อมันรวมกับความเชี่ยวชาญของเขาแล้วการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้จึงไม่มีอุปสรรคเลยแม้แต่นิดเดียว

“ทำไมพวกคุณถึงกังวลขนาดนี้ แล้วเซี่ยเฟยอยู่ไหน?” เซี่ยกวงไห่ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ตอนนี้เรื่องมันใหญ่กว่าที่เราคิดเอาไว้มาก จู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ขโมยสถานีวิจัยลับไปทั้งสถานี” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“สถานีวิจัยลับมันคืออะไรงั้นเหรอครับ? แต่บรรพบุรุษบอกมาแล้วไม่ใช่เหรอว่าเซี่ยเฟยสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจทำอะไรพวกเราก็ต้องสนับสนุนเขาไม่ใช่เหรอ?” เซี่ยกวงไห่ถามอย่างไร้เดียงสา

“ฉันคิดว่าบรรพบุรุษคงไม่เคยคิดมาก่อนว่าเซี่ยเฟยจะก่อเรื่องใหญ่จนถึงขนาดนี้ ฉันก็ไม่ค่อยรู้หรอกนะว่าสถานีวิจัยลับมันคืออะไร แต่ฉันพอจะพูดได้ว่าการสูญเสียสถานีวิจัยลับไปอาจจะทำให้บริษัทฟิกส์ปิดตัวลงได้เลย เพราะแม้แต่ฟิวรี่ที่หายไปนานหลายปีก็ยังปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง” เซี่ยเค่อกล่าวอย่างกังวล

“ฟิวรี่!? ประธานบริษัทฟิกส์คนนั้นนั่นเหรอครับ!” เซี่ยกวงไห่สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

***************

เผ่าเทพยังไม่ชินในการสร้างปัญหาของพี่เฟยนะสิ คนอื่น ๆ ที่รู้จักมาก่อนเขาชินกันหมดแล้วนะ 55555

จบบทที่ ตอนที่ 917 โกลเดนไลท์

คัดลอกลิงก์แล้ว