- หน้าแรก
- ชีวิตในเมืองของผมไม่ธรรมดาอีกต่อไป
- บทที่ 42 การเช็กอินเข้าใช้กับบัตรไร้ค่า
บทที่ 42 การเช็กอินเข้าใช้กับบัตรไร้ค่า
บทที่ 42 การเช็กอินเข้าใช้กับบัตรไร้ค่า
“เช็กอิน”
“เช็กอินสำเร็จ ยินดีด้วยที่โฮสต์ได้รับบัตรช้อปปิ้งออร่านางเอกสายแอ๊บ โปรดตรวจสอบด้วย”
“เช็กอิน!”
“เช็กอินสำเร็จ ยินดีด้วยที่โฮสต์ได้รับช็อกโกแลตเดิฟหนึ่งกล่อง สินค้าถูกส่งออกไปทางพัสดุแล้ว โปรดรอรับด้วย”
ได้การ์ดอีกแล้ว ช่วงนี้ระบบดูจะคลั่งไคล้การแจกการ์ดเป็นพิเศษ หลี่ซวี่เองก็รู้สึกจนปัญญาเหมือนกัน
เมื่อเปิดอ่านคำอธิบาย เขาก็ถึงกับอุทานออกมา!
“บัตรช้อปปิ้งออร่านางเอกสายแอ๊บ อย่าได้หวาดกลัว อย่าได้ตระหนก ผู้หญิงที่แสร้งทำตัวเป็นนางเอกใสซื่อแต่ข้างในร้ายลึกแท้จริงแล้วหอมหวานกว่าที่คิด เธอช่างเอาใจใส่ อ่อนโยน และเย้ายวนใจ เธอคือสาวงามในอุดมคติที่คุณจินตนาการไว้ โปรดให้เธอช้อปปิ้งเพื่อคุณ ยอดการซื้อทั้งหมดจะได้รับเงินคืนเป็นเงินสดสิบเท่า โปรดจำไว้ว่าเธอต้องเป็นคนซื้อของให้คุณ!”
เอาเถอะ กลายเป็นบัตรไร้ค่าไปเสียใบหนึ่ง หลี่ซวี่ยิ้มแห้งๆ ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เขาปิดหน้าต่างระบบลง ตอนนี้เขาไม่ขัดสนเรื่องเงิน บัตรที่มีเงื่อนไขยากๆ แบบนี้ไม่ใช้ก็คงไม่เป็นไร
เขาลุกขึ้นคว้าถุงใส่รองเท้าส้นสูงและถือแก้วน้ำแตงโมเดินออกจากร้านขนมหวาน
ยังไม่ทันจะพ้นประตูห้างกินซ่า เขาก็เห็นกลุ่มคนมุงล้อมรอบอะไรบางอย่างอยู่ตรงกลาง
ตอนแรกหลี่ซวี่ไม่ได้คิดจะเข้าไปดูเรื่องสนุก แต่กลับได้ยินเสียงคนรอบข้างพูดกันว่า "เด็กสาวหน้าตาดีขนาดนี้ ทำไมถึงเป็นลมล้มพับไปได้ ดูความสูงสิ ไม่ใช่เล่นๆ เลยนะนั่น"
"เด็กสาวสมัยนี้ ใครจะไปรู้ว่าทำอะไรมา ดูเสื้อผ้าที่ใส่อวดเนื้ออวดหนังนั่นสิ ไม่รู้จักอายบ้างเลย!"
ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าเป็นพวกป้าๆ ที่ชอบอิจฉาริษยามาหาเรื่องแสดงตัวตน
หลี่ซวี่คิดในใจว่า "คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง!" เขาเดินแทรกตัวเข้าไปดูข้างใน แล้วก็พบว่า ใช่จริงๆ เสียด้วย!
เขาสะกิดคนที่อยู่ข้างหน้าแล้วพูดว่า "ขอทางหน่อยครับ ขอทางหน่อย นั่นเพื่อนผมเอง!"
เมื่อได้ยินดังนั้น คนข้างหน้าก็เปิดทางให้ หลี่ซวี่จึงแทรกตัวเข้าไปได้
เขาเห็นเฉินเสี่ยวเจี๋ยนอนตะแคงอยู่บนพื้นจริงๆ กระเป๋าและโทรศัพท์ของเธอก็ตกอยู่ข้างตัว
"มีใครโทรแจ้งรถพยาบาลหรือยังครับ?" หลี่ซวี่ถามออกไป แต่ไม่มีใครตอบเลย ต่อให้เป็นผู้หญิงสวยแค่ไหน ในสังคมยุคนี้ก็ไม่มีใครอยากหาเรื่องใส่ตัวหรอก กลัวว่าจะถูกกล่าวหาหรือโดนเรียกร้องค่าเสียหายเอาได้
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ หลี่ซวี่จึงต้องโทรแจ้งด้วยตัวเอง จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ตบหน้าเฉินเสี่ยวเจี๋ยเบาๆ แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาก็ไม่กล้าขยับตัวเธอซี้ซั้ว
เขาชูถุงกระดาษที่ใส่รองเท้าส้นสูงขึ้นเพื่อบังแสงแดดให้เธอ
อากาศในช่วงเวลานี้ยังคงร้อนอบอ้าว หลี่ซวี่ไม่มีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและไม่กล้าเคลื่อนย้ายเธอส่งเดช เขาทำได้เพียงช่วยบังแดดพลางตะโกนถามว่า "มีใครปฐมพยาบาลเป็นไหมครับ?"
ในตอนนั้นเอง มีชายหญิงวัยรุ่นสองคนแทรกตัวเข้ามา ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาของเฉินเสี่ยวเจี๋ยดูแล้วลองจับหน้าผากดู ก่อนจะบอกว่า "ช่วยอุ้มเธอไปไว้ในที่ร่มหน่อยครับ ดูเหมือนจะเป็นอาการน้ำตาลในเลือดต่ำประกอบกับเป็นลมแดด"
เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วย หลี่ซวี่ก็มีหน้าที่แค่ช่วยยกช่วยถือเท่านั้น
ผ่านไปประมาณห้าหกนาที เฉินเสี่ยวเจี๋ยก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมา ในขณะเดียวกันรถพยาบาลก็ขับเข้ามาพอดี
เฉินเสี่ยวเจี๋ยเริ่มรู้สึกดีขึ้นบ้างแล้ว เธอจึงพูดว่า "ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลก็ได้ค่ะ"
หลี่ซวี่ขัดขึ้นทันที "ไปโรงพยาบาลก่อนเถอะครับ" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจนปฏิเสธไม่ได้
ถ้าไม่รู้จักกันก็คงปล่อยผ่านไป แต่ในเมื่อรู้จักกันแล้ว จะปล่อยทิ้งไว้ก็คงไม่ใช่เรื่อง
เฉินเสี่ยวเจี๋ยเดิมทีอยากจะแย้งออกมา แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเขา เธอจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพกำลังพาเฉินเสี่ยวเจี๋ยขึ้นรถพยาบาล หลี่ซวี่ก็ได้กล่าวขอบคุณชายหญิงสองคนนั้น เขาตั้งใจจะขอเบอร์โทรไว้ให้เฉินเสี่ยวเจี๋ยติดต่อกลับไปขอบคุณ แต่ทั้งคู่กลับปฏิเสธ
บางคนไม่ว่าสังคมจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความมีน้ำใจในจิตใจก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย บางทีนี่อาจจะเป็นความงดงามของความเป็นมนุษย์!
หลี่ซวี่นั่งรถพยาบาลตามไปจนถึงโรงพยาบาลเขตหวยซู่ในเมืองจี้โจวที่อยู่ใกล้ที่สุด
หลังจากแพทย์วินิจฉัยและตรวจเบื้องต้น เฉินเสี่ยวเจี๋ยก็ถูกส่งตัวไปยังห้องให้น้ำเกลือ
"ขอบคุณมากนะคะ คุณหลี่!" ริมฝีปากของเฉินเสี่ยวเจี๋ยแห้งผาก น้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความอ่อนเพลีย
"ไม่เป็นไรครับ บังเอิญไปเจอพอดี หมอบอกว่าเป็นเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ วันหลังต้องระวังเรื่องการกินให้มากกว่านี้หน่อยนะ!" หลี่ซวี่วางกระเป๋าไว้ข้างตัวเธอแล้วพูดขึ้น
"ค่ะ ช่วงนี้ฉันกำลังคุมอาหารอยู่ เดี๋ยวค่าใช้จ่ายฉันจะโอนคืนให้คุณนะคะ" เฉินเสี่ยวเจี๋ยพองลมในแก้มมองดูผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกเกรงใจ
"ได้ครับ" หลี่ซวี่ตอบรับอย่างเรียบง่ายโดยไม่ทำเป็นคนใจกว้างเกินเหตุ เพราะเธอก็ไม่ใช่เพื่อนสนิทถึงขั้นที่เขาต้องมาออกเงินให้ฟรีๆ "คุณลองโทรบอกเพื่อนหรือเพื่อนร่วมชั้นให้มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อยดีไหมครับ?"
"ค่ะ!" เฉินเสี่ยวเจี๋ยพยักหน้ารับอย่างว่างง่าย ร่างกายของเธอดูจะอ่อนแอขัดกับหุ่นที่ดูดีของเธออย่างสิ้นเชิง
หลังจากโทรหาเพื่อนร่วมห้องเสร็จ เฉินเสี่ยวเจี๋ยก็พูดว่า "เดี๋ยวพวกเขาก็คงมาถึงแล้วค่ะ"
"ครับ งั้นคุณพักผ่อนเถอะ" หลี่ซวี่ตอบรับ
เฉินเสี่ยวเจี๋ยพยักหน้าแล้วหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งและลืมตาขึ้นมอง ก็พบว่ารูมเมทของเธอมากันครบแล้ว แถมยังมีเพื่อนจากห้องข้างๆ อีกสองสามคน
"ฟื้นแล้วเหรอ ทำไมถึงไม่ระวังตัวเองแบบนี้" หนิงไฉ่เสีย รูมเมทและเพื่อนสนิทของเธอเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง
"ฉันไม่เป็นไรแล้ว หมอบอกว่าแค่น้ำตาลในเลือดต่ำน่ะ! แล้วคุณหลี่ล่ะ?" เฉินเสี่ยวเจี๋ยกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ไม่พบวี่แววของหลี่ซวี่เลย
"เธอหมายถึงผู้ชายที่ช่วยเธอไว้น่ะเหรอ?" หนิงไฉ่เสียพูดต่อ "เขาเห็นพวกเรามาถึงแล้วก็เลยลากลับไปก่อนน่ะ"
"อ๋อ!" เฉินเสี่ยวเจี๋ยรู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
สวี่ตั่วเอ๋อร์ รูมเมทอีกคนพูดขึ้นอย่างล้อเลียนว่า "หน้าตาก็ไม่เลวนะเนี่ย นางเอกของเราคงเริ่มจะมีใจให้แล้วล่ะมั้ง!"
"พูดเหลวไหลอะไรกัน ฉันก็แค่แค่อยากจะขอบคุณเขาเท่านั้นเอง" เฉินเสี่ยวเจี๋ยโต้กลับ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้น
"เล่ามาหน่อยสิ ความรู้สึกตอนถูกวีรบุรุษช่วยสาวงามมันเป็นยังไงบ้าง?" หวางเหวินเจา รูมเมทอีกคนร่วมวงล้อเลียนด้วยรอยยิ้ม
"ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอกน่า" ใบหน้าเล็กๆ ของเฉินเสี่ยวเจี๋ยขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบปฏิเสธพัลวัน
"เอาล่ะ ไว้กลับไปค่อยคุยกันต่อ อย่ารบกวนเวลาพักผ่อนของเสี่ยวเจี๋ยเลย รอให้น้ำเกลือหมดก่อนค่อยว่ากัน" หนิงไฉ่เสียเห็นว่าเฉินเสี่ยวเจี๋ยยังดูอ่อนเพลียอยู่จึงห้ามไม่ให้ทุกคนล้อเล่นต่อ
หลี่ซวี่ออกจากโรงพยาบาลแล้วนั่งรถแท็กซี่กลับไปที่ห้างกินซ่าเพื่อไปเอารถที่ลานจอดรถใต้ดิน
พอลงจากรถแท็กซี่เขาก็ได้พบกับบรรยากาศที่คึกคักเป็นพิเศษ เวทีขนาดใหญ่ถูกติดตั้งจนเสร็จสมบูรณ์ แสงสีเสียงและจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดมหึมาส่องประกายงดงามจับตา
ใต้เวทีมีกลุ่มนักแสดงวัยรุ่นมารวมตัวกัน และยังมีฝูงชนที่มามุงดูเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“โครงการหรงเซิ่งหัวฝู่เปิดตัวต้อนรับฤดูร้อน พร้อมงานพบปะแฟนคลับของหยุนเฟยเอ๋อร์!”
ที่แท้ก็มีดารานักร้องมานี่เอง ถึงว่าทำไมถึงคึกคักขนาดนี้
หยุนเฟยเอ๋อร์คนนี้หลี่ซวี่เคยเห็นในงานแต่งงานวันนั้น เธอปรากฏตัวพร้อมกับม่อเฉิน ไม่นึกเลยว่าเธอยังไม่ไปจากเมืองจี้โจว แถมยังมารับงานอีเวนต์โปรโมทโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบนี้ด้วย
มีเงินนี่มันดีจริงๆ ดาราดังแค่ไหนก็จ้างมาได้!
เมื่อนึกถึงบรรยากาศที่มีดารามารวมตัวกัน หลี่ซวี่ก็หยุดเดิน เขายังเหลือโควตาเช็กอินอีกครั้งหนึ่งนี่นา
การเช็กอินในสภาพแวดล้อมพิเศษมักจะได้ของดีเสมอ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่ซวี่จึงเดินตามฝูงชนมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานแสดง
เมื่อรัตติกาลเริ่มมาเยือน ท่ามกลางอากาศที่อบอ้าวก็มีลมเย็นพัดผ่านเข้ามา ช่วยดับความร้อนรุ่มของบรรยากาศที่กำลังเดือดพล่านในที่แห่งนั้น
แฟนคลับของหยุนเฟยเอ๋อร์ช่างทรงพลังจริงๆ แม้จะยังไม่เห็นตัวดาราสาว แต่เสียงโห่ร้องเรียกชื่อเธอก็ดังระงมไปทั่วอย่างเป็นระเบียบ
หลี่ซวี่รอจนเริ่มเบื่อจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูวิดีโอฆ่าเวลา
ทันใดนั้นก็มีคำขอเพิ่มเพื่อนปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขา
เมื่อกดเข้าไปดู พบว่าเป็นรูปตัวการ์ตูนผู้หญิง ชื่อว่า "หยุนไห่"
ชื่อในอินเทอร์เน็ตดูเชยจัง ใครกันนะ?
เขากดตอบรับแล้วเปิดเข้าไปดูในหน้าโซเชียลของอีกฝ่าย เห็นแต่รูปภาพทิวทัศน์สวยๆ และข้อความสั้นๆ เขาเลื่อนลงไปดูอีกสิบกว่ารูปถึงได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง
ที่แท้ก็คือเด็กสาวรูปร่างสูงโปร่งคนนั้นนั่นเอง
..........