เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 904 โถงวีรบุรุษ

ตอนที่ 904 โถงวีรบุรุษ

ตอนที่ 904 โถงวีรบุรุษ


ตอนที่ 904 โถงวีรบุรุษ

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาใช้เทคโนโลยีจำลองพลังพิเศษกันเถอะ” เซี่ยเฟยตอบกลับด้วยแววตาอันแน่วแน่

อัลฟ่าเงียบไปชั่วขณะราวกับว่าการตัดสินใจอันบ้าคลั่งของเซี่ยเฟยทำให้เขารู้สึกกังวล

เซี่ยเฟยรู้ดีว่ามันมีเทคโนโลยีหนึ่งที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ภายในดินแดนกฎ ซึ่งเทคโนโลยีนั้นนั่นก็คือเทคโนโลยีการจำลองพลังพิเศษ

ทั้งกระป๋องและวอร์สตาร์ต่างก็มีสติปัญญาที่เหนือกว่ามนุษย์ แต่ปัญญาประดิษฐ์ทั้งสองชนิดนี้ก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กระป๋องเป็นหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการให้บริการ ขณะที่วอร์สตาร์เป็นหุ่นยนต์ต่อสู้ที่สามารถใช้เทคโนโลยีลอกเลียนแบบพลังพิเศษของมนุษย์ได้

หุ่นยนต์ไม่มีพื้นที่สมองส่วนที่ 7 อยู่ภายใต้ร่างกายของพวกมันด้วยซ้ำ แต่พวกมันกลับสามารถลอกเลียนแบบพลังพิเศษของมนุษย์ได้จริง ๆ และพลังพิเศษมันก็คือต้นกำเนิดที่จะพัฒนาไปสู่พลังกฎต่อไป

ปัจจุบันเผ่าจักรกลเหลือรอดชีวิตมาเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น ซึ่งนอกเหนือจากผู้ก่อตั้งเผ่าพันธุ์อย่างลินนิจที่หายตัวไปอย่างยาวนาน อีกสามคนที่เหลือก็คือมอร์โรว์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม, วอร์สตาร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ และโซฟีเทพธิดาแห่งหุ่นยนต์ผู้ซึ่งมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่จนยากจะมีใครที่มีฐานข้อมูลเทียบชั้นกับเธอได้

เผ่าจักรกลทั้งสามในดินแดนลับต่างก็มีความสามารถพิเศษเป็นของตัวเอง แม้ว่าผู้คนในดินแดนกฎจะสามารถลอกเลียนความสามารถทางวิศวกรรมของมอร์โรว์และฐานข้อมูลของโซฟีได้ แต่มันกลับยังไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบเทคโนโลยีพลังพิเศษของวอร์สตาร์ได้เลยแม้แต่คนเดียว

อีกนัยหนึ่งก็คือหลังจากที่ลินนิจถูกเผ่าเทพจับตัวมา เขาก็มอบเทคโนโลยีบางส่วนให้กับบริษัทฟิกส์เท่านั้น แต่เขายังคงแอบซ่อนเทคโนโลยีการจำลองพลังวิเศษของวอร์สตาร์เอาไว้

แต่ในตอนนี้เซี่ยเฟยกำลังจะเปิดเผยเทคโนโลยีนั้นออกมาในระหว่างการเผชิญหน้าของสาขาอิสระกับวิทยาลัย และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเทคโนโลยีนี้ย่อมทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงอย่างแน่นอน

นี่คือการตัดสินใจที่บ้าระห่ำมาก!

หากทุกคนได้รู้ว่าเซี่ยเฟยคือผู้ครอบครองเทคโนโลยีจำลองพลังพิเศษ ในตอนนั้นมันก็อย่าว่าแต่ราชวังราชันย์เทพเลย เพราะแม้แต่กลุ่มพระเจ้าก็ยังต้องจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด และใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วงชิงเทคโนโลยีนั้นมาให้ได้

ในตอนนั้นเซี่ยเฟยก็จะกลายเป็นเป้าหมายของทุกคนในทันที ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด

“นายกำลังหมายถึงเทคโนโลยีการจำลองพลังพิเศษของวอร์สตาร์ใช่ไหม?” อัลฟ่าเขียนข้อความบนหน้าจอหลังจากเงียบไปครู่ใหญ่

“ถูกต้อง” เซี่ยเฟยตอบกลับไปสั้น ๆ

“นั่นมันอันตรายเกินไป เทคโนโลยีนี้ย่อมดึงดูดความสนใจของทุกคนให้มุ่งเป้ามาที่นายอย่างแน่นอน ฉันคิดว่านายไม่ควรเอามันขึ้นมาใช้เลยจะดีกว่า” อัลฟ่าพยายามเตือน

การพยายามฝึกนักรบขึ้นมาคนหนึ่งจำเป็นจะต้องใช้เวลาและพลังงานอย่างมากมาย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เทคโนโลยีนี้ถูกเปิดเผยออกมา มันก็หมายความว่าพวกเขาสามารถสร้างนักรบขึ้นมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ด้วยต้นทุนเทคโนโลยีจากดินแดนกฎ พวกเขาย่อมสามารถพัฒนาสร้างหุ่นยนต์นักรบที่ใช้พลังขึ้นมาได้อย่างแน่นอน และถึงแม้ว่าหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะไม่ได้มีความแข็งแกร่งมากนัก แต่ถ้าหากว่าพวกมันมีปริมาณนับ 100 ล้านตัว ความน่ากลัวของพวกมันก็จะมีมากกว่าทีมของนักรบชั้นยอดเสียอีก

เมื่อเผ่าเทพเชี่ยวชาญเทคโนโลยีนี้แล้วพวกเขาย่อมจัดการกับเผ่ามารได้อย่างแน่นอน ซึ่งในเวลานั้นดินแดนกฎก็จะไม่ได้อยู่ในสภาวะสมดุลย์อีกต่อไป แล้วมันก็คงจะก่อให้เกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์ตามมาในเวลาอีกไม่นาน

“ผมจะพยายามดัดแปลงเทคโนโลยีนี้ให้อ่อนแอลงเพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจมากเกินไป ไม่ว่ายังไงผมก็ตัดสินใจไปแล้วว่าผมจะต้องเอาตัวคุณออกมาจากบริษัทให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม” เซี่ยเฟยตอบกลับอย่างแน่วแน่

ลินนิจยังคงนิ่งเงียบโดยไม่ตอบอะไรกลับมา แต่เห็นได้ชัดเลยว่าชายหนุ่มคนนี้คือคนเดียวที่เขาสามารถพึ่งพาได้ แต่ในก่อนหน้านั้นเซี่ยเฟยก็จะจำเป็นจะต้องแทรกตัวเข้ามาภายในทีมวิจัยลับให้ได้ซะก่อน

ทุกคนต่างก็คิดว่าโซฟีคือผลงานที่ดีที่สุดที่ลินนิจเคยทิ้งไว้ แต่เรื่องนั้นมันไม่ได้เป็นความจริงเลย เพราะเทคโนโลยีที่น่ากลัวที่สุดคือเทคโนโลยีการจำลองพลังพิเศษของวอร์สตาร์ต่างหาก

“ตอนนี้ผมต้องการบัตรผ่านเข้าโถงวีรบุรุษ” เซี่ยเฟยกล่าวหลังจากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบัน

“โถงวีรบุรุษ! นายจะไปที่นั่นทำไม?”

“เอาเป็นว่าช่วยสร้างตัวตนให้ผมเข้าไปที่นั่นได้ก็พอ”

หลังจากอัลฟ่าหายไปฟลินน์ก็พาเซี่ยเฟยไปยังหอพักอันเงียบสงบ

“ถึงแม้ฉันจะไม่เข้าใจว่าเรื่องที่นายคุยกับอัลฟ่าคือเรื่องอะไร แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยใช่ไหม?” ฟลินน์ถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเริ่มเขียนข้อความบนหน้าจอแล้วส่งข้อมูลทุกอย่างให้กับฟลินน์

“คุณช่วยเตรียมของพวกนี้ให้ผมที เมื่อผมกลับมาพวกเราจะเริ่มทำตามแผน”

“การเตรียมของพวกนี้ไม่ใช่ปัญหา แต่นายพอจะบอกหน่อยได้ไหมว่านายกำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่?” ฟลินน์กล่าวถามหลังจากเหลือบสายตามองรายการที่เซี่ยเฟยเขียนเอาไว้

“ถึงตอนนั้นคุณก็จะรู้เอง ว่าแต่สาขาอิสระมีแผนจะแยกตัวออกจากวิทยาลัยจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยเฟยถาม

“ใช่ สาขาอิสระของพวกเราถูกกดขี่มานานแล้ว ตาแก่พวกนั้นเป็นเพื่อนฉันเองถึงแม้ว่าจะไม่มีเรื่องของนายเข้ามา แต่พวกเราก็จะเรียกร้องหาอิสรภาพไม่ช้าก็เร็ว เพียงแค่การปรากฏตัวของนายทำให้แผนการทุกอย่างเร็วขึ้นกว่าเดิม” ฟลินน์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ครั้งนี้ทั้งคุณและผมต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการเต็ม ๆ คุณควรกลับไปเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมดีกว่า หลังจากเหตุการณ์นี้จบลงพวกเราก็อาจจะไม่ได้อยู่ในเผ่าเทพอีกต่อไปแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

ฟลินน์สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อเซี่ยเฟยได้บอกว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่ในเผ่าเทพอีกต่อไปแล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าอัลฟ่ากับเซี่ยเฟยกำลังวางแผนการครั้งใหญ่ แต่ในฐานะที่อัลฟ่ามีบุญคุณกับเขามาก เขาจึงพร้อมที่จะตอบแทนอีกฝ่ายกลับไปไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

หลังจากที่ฟลินน์เดินทางกลับไปแล้ว เซี่ยเฟยก็ใช้เข็มทิศมิติเชื่อมต่อไปยังคฤหาสน์อีวิลวิง ก่อนที่จะมีภาพของสองผู้อาวุโสปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

“ผมมีเรื่องสำคัญจะต้องแจ้งให้ทราบ 2 เรื่องครับ เรื่องแรกคือผมกำลังจะสร้างปัญหาครั้งใหญ่ในบริษัทฟิกส์ เรื่องที่สองการสร้างปัญหาครั้งนี้อาจจะทำให้ผมไม่สามารถอยู่ในเผ่าเทพต่อไปได้ และปัญหาของผมก็อาจจะสร้างความวุ่นวายให้กับตระกูลด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

“นายกำลังหมายความว่ายังไง?” เซี่ยเค่อกับเซี่ยเหลียนหนิงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“พวกคุณช่วยติดต่อไปหาบรรพบุรุษได้ไหมว่าเขาพอจะมีคำแนะนำอะไรในเรื่องนี้บ้าง?” เซี่ยเฟยกล่าว

“การติดต่อไปหาบรรพบุรุษจำเป็นจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะตอนนี้เขากำลังอยู่ในราชวังราชันย์เทพ การรักษาความปลอดภัยของที่นั่นค่อนข้างที่จะเข้มงวด” เซี่ยเค่อกล่าว

“ได้ครับ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

โถงวีรบุรุษเป็นสถานที่ที่เหล่าบรรดาคนของเผ่าเทพได้เข้ามาสักการะผู้เสียชีวิตภายในสงครามครั้งก่อน

ตัวตนในฐานะนักวิจัยหยิงเฟยยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาเข้าสู่โถงวีรบุรุษได้ เขาจึงขอให้อัลฟ่าเปลี่ยนแปลงตัวตนของเขาให้เป็นทายาทของตระกูลใหญ่ เพื่อแจ้งความต้องการว่าเขาต้องการจะเข้ามาสักการะบรรพบุรุษของตัวเอง

พื้นที่ของโถงวีรบุรุษครอบคลุมพื้นที่อันกว้างใหญ่ ทั่วทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยแผ่นหินสีขาวเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งแผ่นหินแต่ละแผ่นได้มีการสลักถึงวีรกรรมของนักรบที่เสียชีวิตในสงคราม แล้วถึงแม้ว่านักรบจะพัฒนาไปจนถึงระดับจอมกฎแล้ว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะสามารถอยู่ได้ตลอดไป เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตของพวกเขาถูกทำลายจนหมดเมื่อนั้นพวกเขาก็ต้องตายอยู่ดี

โอโร่ถือว่าเป็นนักรบที่มีไหวพริบสูงมากที่เลือกหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตเอาไว้ภายในแดนเนรเทศอันห่างไกล การพยายามกำจัดนักรบเฒ่าคนนี้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะทำได้ง่าย ๆ

หลังจากสำรวจโถงวีรบุรุษไปสักพัก เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีความลึกลับเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มจึงไม่เข้าใจว่าทำไมเทพขาวกับเทพดำถึงให้เขามาตามหาความจริงที่นี่ เขาจึงเดินสำรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความสงสัย

ชายหนุ่มพยายามตรวจสอบโถงวีรบุรุษโดยละเอียด เมื่อไหร่ก็ตามที่มันมีคนปรากฏตัวขึ้นมาเขาก็จะรีบใช้วิชาพรางจิตเพื่อซ่อนตัว แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่มันไม่มีคนอยู่เขาก็จะเร่งความเร็วในการตรวจสอบ จนต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมดเป็นเวลาเกือบ 1 วันเต็ม ๆ

พื้นที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่มากและคนทั่วไปที่ไม่ได้มีความเร็วเหมือนกับเซี่ยเฟยก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาทั้งวันในการเดินทางไปกลับเพื่อสักการะวีรบุรุษของพวกเขา ระหว่างทางของโถงวีรบุรุษจึงมีศาลาพร้อมอาหารเครื่องดื่มเอาไว้ให้ญาติของผู้เสียชีวิตนั่งพักผ่อน

ปัจจุบันชายหนุ่มกำลังนั่งพักอยู่ที่ศาลายกน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย แต่สมองของเขายังคงประมวลผลไม่หยุด โดยพยายามหาเบาะแสว่าสถานที่แห่งนี้มันมีอะไรหลบซ่อนเอาไว้อยู่กันแน่

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ตระหนักถึงเรื่องอะไรบางอย่าง เขาจึงรีบลุกยืนขึ้นและมุ่งหน้าตรงไปยังหอคอยแห่งความทรงจำ ซึ่งเป็นสถานที่บันทึกสงครามระหว่างเผ่าเทพและเผ่ามาร

หลังจากได้ตรวจสอบผลลัพธ์ของสงครามอีกครั้ง มันก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น เพราะถึงแม้สงครามระหว่างเผ่าเทพกับเผ่ามารจะเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่สงครามทุกครั้งกลับจบลงด้วยผลเสมอกัน

สิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากกว่านั้นคือฝั่งที่มีความได้เปรียบมากกว่ามักจะจบลงที่ความสูญเสียมากกว่าทุกครั้งไป

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเผ่าเทพมีนักรบชั้นยอดจำนวน 10,000 คนปะทะกับเผ่ามารที่มีนักรบชั้นยอดจำนวน 8,000 คน ไม่ว่าใครก็คงจะบอกว่าเผ่าเทพจะเป็นฝั่งที่ได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่ทุกคนเคยคิดกัน

เพราะท้ายที่สุดแล้วหลังสงครามสิ้นสุดลงทั้งฝั่งเทพและฝั่งมารจะมีนักรบชั้นยอดเหลือประมาณ 5,000 คนทั้งสองฝ่าย มันจึงเป็นเหตุผลที่ชายหนุ่มบอกว่าทำไมฝั่งที่มีความได้เปรียบถึงมีการสูญเสียมากยิ่งกว่า

นี่มันไร้เหตุผลเกินไปแล้ว!

หากผลลัพธ์แบบนี้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว มันก็อาจจะสรุปได้ว่ามันคือเรื่องบังเอิญ แต่สงครามทุกครั้งกลับจบลงแบบนี้ทั้งหมด ซึ่งมันก็หมายความว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มเดินออกมาจากโถงวีรบุรุษพร้อมกับขมวดคิ้ว ซึ่งในเวลานั้นเข็มทิศมิติของตระกูลสกายวิ่งก็ส่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา

“บรรพบุรุษตอบกลับมาแล้ว” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย

“บรรพบุรุษว่ายังไงบ้างครับ? เขาได้ตำหนิอะไรผมหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถามอย่างเร่งรีบ

“บรรพบุรุษไม่ได้ต่อว่าอะไรนายเลย และเขายังฝากข้อความผ่านฉันมาด้วย” เซี่ยเค่อกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ข้อความอะไรครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“อยากทำอะไรก็ทำไปเลย!”

***************

บรรพบุรุษนี่ดู ๆ ไปก็เหมือนผู้เฒ่าผู้แก่ที่ชอบสปอยลูก ๆ หลาน ๆ เน๊าะว่าไหม? 5555

จบบทที่ ตอนที่ 904 โถงวีรบุรุษ

คัดลอกลิงก์แล้ว