เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 901 มีปัญหาอีกแล้ว

ตอนที่ 901 มีปัญหาอีกแล้ว

ตอนที่ 901 มีปัญหาอีกแล้ว


ตอนที่ 901 มีปัญหาอีกแล้ว

ณ ศูนย์วิจัย 137 ภายในบริษัทฟิกส์

ระหว่างที่เซี่ยเฟยไม่อยู่ไคเซอร์ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการคนเก่าก็ถูกโอนย้ายไปยังแผนกดูแลสวน ผู้อำนวยการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาใหม่จึงกลายเป็นนักวิจัยรุ่นเก่าที่ค่อนข้างเก็บตัวและมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นไม่มากนัก

มีข่าวลือออกมาว่าผู้อำนวยการคนใหม่คงจะถูกปลดออกไปในเวลาเพียงแค่ไม่นาน เพราะท้ายที่สุดตำแหน่งผู้อำนวยการไม่เพียงแต่จะต้องมีความสามารถในการทำงานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ผู้อำนวยการยังต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการสมาชิกภายในศูนย์วิจัยอีกด้วย คนไม่ค่อยชอบเข้าสังคมอย่างนักวิจัยชราคนนี้จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับบริษัทมากนัก

ข่าวเหล่านี้คือข่าวจากเพื่อนร่วมงานทั้งสามภายในทีมซ่อมบำรุง โดยทั้งสามต่างก็พูดอย่างภาคภูมิใจว่าเซี่ยเฟยคือคนที่ทำให้ไคเซอร์ต้องไปดูแลสวน

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก วัน ๆ หนึ่งเขายังคงทำงานตามปกติ, พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานเป็นครั้งคราวและกลับไปยังหอพักเพื่อเรียนรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากอัลฟ่า

ในห้องนอน

เซี่ยเฟยค่อย ๆ หายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ เพราะการเรียนรู้ตามวิธีของอัลฟ่าอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ชั่วโมงทำให้สมองของเขาเกิดอาการเหนื่อยล้ามาก

ไม่มีใครชอบการเรียนรู้ที่น่าเบื่อ แต่ความรู้ของอัลฟ่าต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ชายหนุ่มยังมีเรื่องที่ยังไม่รู้อยู่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการไขปัญหาชิ้นส่วนของยานไททันที่เขายังไม่รู้จัก หรือวิธีการหลอมรวมวิญญาณอันธเข้ากับเครื่องจักร ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้มันก็มีเพียงแต่การเรียนรู้กับอัลฟ่าต่อไป

อัลฟ่าเป็นตัวตนที่ลึกลับและมีความเก่งกาจเป็นอย่างมาก บทเรียนที่เขาได้เตรียมเอาไว้ให้กับเซี่ยเฟยมีตั้งแต่บทเรียนง่าย ๆ ไปจนถึงบทเรียนที่ลึกซึ้ง ซึ่งสุดท้ายมันก็นำไปสู่พลังของจักรวาลอันซับซ้อน

กาลเวลา 3 วันผ่านพ้นไปในพริบตา แม้ว่ามันจะยังไม่มีใครลืมการแข่งขันอันน่าระทึกขวัญระหว่างเซี่ยเฟยกับคาเตอร์ แต่มันก็ไม่มีใครนำเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่การประเมินพนักงานใหม่ก็ยังถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีคำอธิบาย ในขณะที่มิวท์ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหลัก 4 ก็ไม่ได้ออกมาพบเซี่ยเฟยด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าวันเวลา 3 วันก็เพียงพอแล้วที่จะให้ชายหนุ่มทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย พลังงานจากสิ่งมีชีวิตในดาร์คไนท์ถูกเขาดูดซับกลับเข้าไปได้ทั้งหมด และทำให้เขาเลื่อนระดับกลายมาเป็นจักรพรรดิขั้นที่ 5

ด้วยระดับที่เพิ่มขึ้นอย่างติดจรวดนี่เอง มันจึงเป็นหลักฐานชั้นดีว่าถึงแม้สิ่งมีชีวิตในดาร์คไนท์จะคือฝันร้ายของคนอื่น แต่พวกมันกลับเป็นอาหารอันโอชะของชายหนุ่ม

เซี่ยเฟยชอบพลังงานที่มั่นคงและบริสุทธิ์พวกนี้มาก แม้ว่าพลังงานของพวกมันจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายก็ตาม แต่เขากลับรู้สึกว่ายิ่งพลังงานเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย มันกลับเป็นพลังงานที่ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงชอบพลังงานที่เกี่ยวข้องกับความตาย

การประชุมของศูนย์วิจัยหลักภายในบริษัทฟิกส์

“ฉันเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหลัก 4  แล้วทำไมฉันถึงไม่มีสิทธิ์โอนย้ายผู้ใต้บังคับบัญชามาที่ศูนย์วิจัยของตัวเอง นี่คือสิ่งที่บริษัทตั้งใจจะทำกับศูนย์วิจัยหลัก 4 งั้นเหรอ?” มิวท์กล่าวประท้วงการประชุม

นับตั้งแต่ที่เซี่ยเฟยมีชัยชนะเหนือคาเตอร์ เขาก็พยายามโอนย้ายเซี่ยเฟยให้เข้ามาทำงานภายในศูนย์วิจัยหลัก 4 แต่ถึงกระนั้นทางบริษัทกลับเข้ามาคัดค้านไม่ให้มีการโอนย้ายบุคลากรในครั้งนี้เกิดขึ้น

การโอนย้ายบุคลากรในครั้งนี้เป็นการโอนย้ายภายในของศูนย์วิจัยหลัก 4 เท่านั้น มิวท์จึงไม่เข้าใจว่าทำไมทางบริษัทถึงเข้ามาแทรกแซง ทั้ง ๆ ที่มันขัดต่อกฎเกณฑ์ข้อปฏิบัติที่ทางบริษัทเคยทำมาก่อน

ด้วยการคัดค้านของบริษัทนี่เอง มิวท์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากยื่นเสนอให้มีการประชุมระหว่างศูนย์วิจัยหลัก เพราะถ้าหากเรื่องการแต่งตั้งบุคลากรแล้วถูกบริษัทปฏิเสธแพร่กระจายออกไป ชื่อเสียงภายในบริษัทของเขาก็จะได้รับผลกระทบ

“ใช่ มิวท์ไม่ได้ทำอะไรผิด ทางบริษัทไม่ควรเข้ามาแทรกแซงกับการโอนย้ายพนักงานภายในศูนย์วิจัยต่าง ๆ ของพวกเราโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้” เฮ็กเตอร์ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหลัก 3 กล่าวคัดค้านขึ้นมาด้วยเช่นกัน

เฮ็กเตอร์เป็นคนที่จริงจังมากและในสถานการณ์ปกติเขาก็ไม่ชอบท่าทีของมิวท์มาโดยตลอด อย่างไรก็ตามสาเหตุที่เขาคัดค้านการตัดสินใจของบริษัทในครั้งนี้ นั่นก็เพราะการตัดสินใจของบริษัทส่งผลกระทบต่ออำนาจของเขาด้วย

สมมุติว่าในครั้งนี้บริษัทสามารถเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งบุคลากรภายในศูนย์วิจัยได้จริง ๆ ผู้อำนวยการของศูนย์วิจัยหลักที่เหลืออีกสามคนก็จะสูญเสียอิสระในการแต่งตั้งพนักงานภายในศูนย์วิจัยของตัวเองด้วยเช่นกัน

จูลี่ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการหญิงจากศูนย์วิจัยหลัก 2 พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากที่ผู้อำนวยการจาก 3 ศูนย์วิจัยหลักมีความคิดเห็นพ้องไปในทิศทางเดียวกัน

เจมส์ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของศูนย์วิจัยหลัก 1 ยังคงสงบนิ่งอย่างไร้ความกังวล เพราะเขามีสถานะสูงสุดในบรรดาผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทุกคน และถึงแม้ว่ามันจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับศูนย์วิจัยอื่น แต่ปัญหาพวกนั้นมันก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเขา

บราวนิ่งผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของศูนย์เทคโนโลยีจงใจส่งเสียงกระแอมขึ้นมาสองครั้ง ซึ่งเขาคนนี้คือหัวหน้าของผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทั้งสี่อีกที และเขาก็มีหน้าที่ในการสื่อสารความต้องการของคณะกรรมการบริหารบริษัทมายังแผนกปฏิบัติการ

“มันไม่ใช่ว่าฉันอยากจะเข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งบุคลากรภายในศูนย์วิจัยของคุณ เพียงแต่มันมีคนบังคับให้ฉันต้องทำแบบนี้” บราวนิ่งกล่าวหลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก

หลังจากนั้นบราวนิ่งก็ค่อย ๆ เปิดหน้าจอเผยให้เห็นเอกสารอย่างเป็นทางการที่ถูกส่งตรงมาจากวิทยาลัยฟิกส์สตาร์อะคาเดมี่

ผู้อำนวยการทั้งสี่ต่างก็มองไปยังเอกสารนี้อย่างจริงจัง แม้แต่เจมส์ที่สงบนิ่งมาโดยตลอดก็ยังขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากที่ได้เห็นเอกสารจากวิทยาลัย

“ดูเหมือนเป้าหมายของวิทยาลัยในครั้งนี้จะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เซี่ยเฟย แต่มุ่งเป้าไปที่ฟลินน์ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเขามากกว่า พวกเขาบอกว่านับตั้งแต่ฟลินน์รับตำแหน่งเป็นอาจารย์ของวิทยาลัย เขาก็ไม่เคยเข้าร่วมการประชุมของวิทยาลัยเลยแม้แต่ครั้งเดียว พวกเขาจึงมีความเห็นว่าฟลินน์ไม่ใช่บุคลากรของวิทยาลัย” บราวนิ่งอธิบาย

“ทุกคนก็น่าจะรู้ดีว่าเหตุผลที่บริษัทเปิดสาขาอิสระขึ้นมาก็เพื่อป้องกันไม่ให้วิทยาลัยผูกขาดอำนาจต่อบริษัทโดยตรง สาขาอิสระจึงไม่เพียงแต่จะรับสมัครนักศึกษาได้โดยไม่จำเป็นจะต้องรายงานไปที่วิทยาลัยเท่านั้น แต่อาจารย์ในสาขาอิสระยังสามารถออกใบประกาศจบการศึกษาให้กับลูกศิษย์ของพวกเขาโดยตรง โดยไม่จำเป็นจะต้องขอการรับรองจากวิทยาลัยได้อีกด้วย”

“ฉันคิดว่าการต่อสู้ในครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างวิทยาลัยกับสาขาอิสระมากกว่า ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าวิทยาลัยให้ความสำคัญกับสาขานิรันดร์มากกว่าสาขาอื่น แต่จู่ ๆ หยิงเฟยจากสาขาอิสระกลับเอาชนะอัจฉริยะจากสาขานิรันดร์ได้สำเร็จ ทางวิทยาลัยจึงรู้สึกเหมือนกับถูกตบหน้าอย่างแรง และพวกเขาก็พยายามใช้โอกาสนี้ในการถอดถอนสาขาอิสระออกไปจากวิทยาลัย”

“ถึงแม้สาขาอิสระจะผลิตตัวประหลาดออกมาเสมอ แต่ความสามารถของตัวประหลาดพวกนั้นก็สามารถนำมาใช้งานได้จริง ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับบริษัทเลยแม้แต่นิดเดียว”

“ยกตัวอย่างเช่น หยิงเฟยที่สามารถเอาชนะคาเตอร์ได้อย่างขาดลอย ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถตอบคำถามระดับ 1 ได้ทั้ง ๆ ที่แม้แต่คาเตอร์ก็อาจจะไม่สามารถตอบคำถามระดับ ๆ ได้เลยด้วยซ้ำ” จูลี่กล่าว

“ฉันรู้ดีว่าคุณกำลังหมายถึงอะไร ปัญหาก็คือพวกเราไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของวิทยาลัยได้ เพราะเราจำเป็นจะต้องพึ่งพาบุคลากรที่ถูกผลิตออกมาจากวิทยาลัยในทุก ๆ ปี” บราวนิ่งกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“หากทางวิทยาลัยฟิกส์สตาร์อะคาเดมี่ไม่ยอมรับในตัวตนของหยิงเฟย มันก็อย่าว่าแต่การขัดขวางการโอนย้ายภายในศูนย์วิจัยของบริษัทเลย แม้แต่การไล่ออกก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

“พวกคุณรู้ไหมว่าคาเตอร์คือลูกศิษย์สายตรงของ 3 ยักษ์ใหญ่แห่งวิทยาลัยฟิกส์สตาร์อะคาเดมี่ เพื่อที่คนพวกนี้จะทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา พวกเขาย่อมสามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่สนกฎเกณฑ์ของบริษัท”

“ผู้อำนวยการมิวท์ ฉันพูดตรง ๆ นะว่าคุณควรไปบอกหยิงเฟยให้เขาเก็บของกลับบ้านไปอย่างเงียบ ๆ อย่างน้อยพวกเราก็จะได้ไม่ต้องไล่เขาออกให้คนอื่นนินทาพวกเรามากกว่านี้” บราวนิ่งกล่าว

ใบหน้าของมิวท์ซีดเผือดลงอย่างกะทันหัน เพราะเขาไม่เพียงแต่จะไม่สามารถโอนย้ายเซี่ยเฟยเข้ามาภายในศูนย์วิจัยของตัวเองได้เท่านั้น แต่เขายังได้รับคำสั่งให้กลับไปไล่หยิงเฟยออกอีกด้วย

“ก็ได้ ฉันจะพยายามไปเกลี้ยกล่อมหยิงเฟยให้” มิวท์กล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ

ภายในหอพัก

เซี่ยเฟยยังคงมีสมาธิกับการเรียนรู้อยู่เช่นเคย ซึ่งสถานการณ์ภายในบริษัทไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการฝึกฝนของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

ทันใดนั้นอัลฟ่าก็ขัดจังหวะการเรียนขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” เซี่ยเฟยถามด้วยความสับสน แต่ก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบมันกลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาจากด้านนอกซะก่อน

ชายหนุ่มเดินออกไปเปิดประตู ก่อนที่เขาจะได้เห็นมิวท์ยืนรอเขาอยู่เพียงลำพัง

เซี่ยเฟยทักทายผู้อำนายการชราด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะเชิญให้ชายชราเข้ามานั่งทางด้านใน

“ไม่เป็นไร ฉันแค่มีเรื่องจะต้องมาแจ้งนิดหน่อย เดี๋ยวฉันจะต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว” มิวท์กล่าวพร้อมกับโบกมือไปมา

“มีอะไรก็ฝากคนอื่นมาแจ้งก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นคุณจะต้องมาที่นี่ด้วยตัวเองเลย” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“ยิ่งมีคนรู้เรื่องนี้น้อยเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งอับอายน้อยลงน่ะสิ” มิวท์พึมพำขึ้นมาเบา ๆ

เซี่ยเฟยขมวดคิ้วโดยไม่พูดอะไรเพื่อรอคำอธิบายจากอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ

“คือว่าการรับรองคุณสมบัติของนายมีปัญหานิดหน่อย ฉันคิดว่าตอนนี้นายควรออกไปจากบริษัทก่อนจะดีกว่า” มิวท์กล่าวพร้อมกับเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก

“คุณช่วยอธิบายชัด ๆ หน่อยได้ไหมครับ ผมไม่เข้าใจ” เซี่ยเฟยอุทานออกไปอย่างตกใจ

“ฉันบอกรายละเอียดไม่ได้ แต่นายควรออกจากบริษัทโดยเร็วที่สุด” มิวท์กล่าวอย่างกังวล

“นี่ผมกำลังโดนไล่ออกงั้นเหรอ?!” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

3 ยักษ์ใหญ่แห่งวิทยาลัยฟิกส์สตาร์อะคาเดมี่เป็นคนที่มิวท์ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยอย่างแท้จริง เขาจึงพยายามพูดโน้มน้าวให้เซี่ยเฟยออกจากบริษัทโดยเร็วที่สุดแทน

“ออกไปจากบริษัทงั้นเหรอ? มันสายเกินไปแล้ว” ทันใดนั้นมันก็มีเสียงของชายชราดังมาจากส่วนลึกของทางเดิน

เมื่อได้ยินเสียงนี้ใบหน้าของมิวท์ก็ซีดลงอย่างกะทันหัน ก่อนที่เขาจะถอยหลังออกไป 3 เมตรและก้มหน้าลงโดยไม่กล้าจะเงยหน้าขึ้นมามอง

เซี่ยเฟยมองไปทางต้นเสียงก่อนที่เขาจะได้พบกับชายชรา 3 คนซึ่งสวมใส่เสื้อคลุมอันเป็นเอกลักษณ์ของวิทยาลัยฟิกส์สตาร์อะคาเดมี่ที่กำลังเดินมาทางห้องของเขา

“นายคือหยิงเฟยใช่ไหม?”

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับขณะยื่นมือออกไปไพล่ด้านหลัง

“ฉันได้ยินมาว่านายต้องการจะฆ่าลูกศิษย์ของพวกเราใช่ไหม?” ชายชราทางด้านขวาถามขึ้นมาด้วยท่าทางอันน่ากลัว

เมื่อพิจารณาจากท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของมิวท์แล้ว มันก็สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าชายชราทั้งสามคนนี้ย่อมเป็นตัวตนในอันดับต้น ๆ ของบริษัทอย่างแน่นอน

“ขอโทษด้วยครับ แต่ในชีวิตนี้ผมฆ่าคนไปเยอะมาก ไม่ทราบว่าพวกคุณกำลังพูดถึงใครงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์

***************

มาถามเรื่องฆ่าคนจากนักฆ่า ใครจะจำได้ 5555

จบบทที่ ตอนที่ 901 มีปัญหาอีกแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว