เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 889 เรียกรวมตัว

ตอนที่ 889 เรียกรวมตัว

ตอนที่ 889 เรียกรวมตัว


ตอนที่ 889 เรียกรวมตัว

ผลลัพธ์ของการแข่งขันจบลงอย่างเหนือความคาดหมายของทุกคนโดยสิ้นเชิง เพราะหยิงเฟยสามารถเอาชนะอัจฉริยะในรอบ 150 ปีของสาขานิรันดร์ได้ด้วยผลต่างถึง 10 ล้านคะแนน

“12ล้าน!! หยิงเฟยทำคะแนนมากขนาดนั้นในเวลาแค่ชั่วโมงเดียวได้ยังไง”

“อย่าบอกนะว่าเขาใช้เวลา 20 นาทีสุดท้ายในการแก้ปัญหาระดับ 1 ที่มีมูลค่า 10 ล้านคะแนน”

การเพิ่มคะแนนขึ้นมา 10 ล้านคะแนนอย่างกะทันหันทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงจนลืมหายใจไปพักหนึ่ง เพราะทุกคนรู้ดีว่าในบริษัทนี้มันมีคำถามระดับ 1 ที่มีคะแนนมากกว่า 10 ล้านคะแนนอยู่จริง ๆ

ว่ากันว่าสาเหตุที่คำถามระดับ 1 พวกนี้มีคะแนนมากกว่า 10 ล้านคะแนน เป็นเพราะว่าไม่มีใครสามารถไขปริศนาของคำถามได้เป็นเวลานาน โดยคำถามระดับ 1 มีอยู่ทั้งหมด 100 คำถาม ซึ่งมันเป็นคำถามที่จำเป็นจะต้องใช้ความรู้ในการตอบอย่างลึกซึ้ง เหล่าบรรดาพนักงานในบริษัทจึงตั้งฉายาให้คำถามทั้ง 100 คำถามนี้ว่า 100 คำถามพิชิตเซียน

พนักงานหลาย ๆ คนทำการศึกษาคำถามระดับ 1 ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเข้ามาในบริษัท โดยหวังว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะสามารถไขปริศนาตอบปัญหาเหล่านี้ได้ แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีคนพยายามลักษณะนี้อยู่อย่างมากมาย แต่มันกลับมีคนเพียงแค่ไม่กี่คนที่สามารถตอบคำถามระดับ 1 ได้สำเร็จ

แต่ในวันนี้เซี่ยเฟยสามารถแก้ไขปัญหาที่คนอื่นไม่สามารถแก้ไขมานานเป็นเวลาหลายร้อยปี โดยใช้เวลาในการไขปริศนาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น มันจึงทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงเรื่องที่เซี่ยเฟยตอบคำถามระดับ 1 ได้มากกว่าเรื่องที่เขาสามารถเอาชนะคาเตอร์ได้เสียอีก

“ดูนั่น คำถามที่หยิงเฟยตอบได้เป็นคำถามเรื่องการวิวัฒนาการเชิงตรรกะ”

“ฉันเคยดูคำถามนี้มาก่อนแล้ว ขอบอกเลยว่าแค่เห็นคำถามมันก็มากพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกปวดหัวแล้ว”

“เดี๋ยวก่อนนะ ทางบริษัทแค่ยืนยันว่าหยิงเฟยตอบคำถามได้ แต่ทำไมมันไม่มีคำตอบถูกปล่อยออกมา”

“ใช่ ๆ คำตอบเรื่องนี้คาใจฉันมานานแล้วด้วย”

ฝูงชนเริ่มพูดคุยกันอย่างวุ่นวาย เพราะระบบเพียงแค่ประกาศว่าหยิงเฟยตอบคำถามได้ แต่ไม่มีการประกาศคำตอบออกมาต่อหน้าสาธารณชน

“ไม่ต้องรอหรอก ถึงยังไงทางบริษัทก็ไม่มีทางเปิดเผยคำตอบให้พวกเรารู้” นักวิจัยเฒ่าคนหนึ่งกล่าวแทรกขึ้นมาท่ามกลางความสงสัยของทุกคน

“ทำไมทางบริษัทถึงไม่ประกาศคำตอบออกมาล่ะครับ?”

“บริษัทไม่อยากให้พวกเราเห็นคำตอบงั้นเหรอ?”

ฝูงชนเริ่มถาม

“คำถามระดับ 1 เป็นคำถามที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีระดับสูงสุดของบริษัท ถ้าหากว่ามันมีการประกาศคำตอบออกมา มันก็อาจจะก่อให้เกิดการรั่วไหลของเทคโนโลยีด้วยเหมือนกัน อีกอย่างพวกเราก็ไม่ใช่สมาชิกหลักของบริษัท พวกเราจึงไม่มีคุณสมบัติเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงพวกนั้นได้” นักวิจัยเฒ่ากล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“สมาชิกหลัก!? ที่พวกเราเป็นนักวิจัยของศูนย์วิจัยของบริษัทยังไม่เรียกว่าเป็นสมาชิกหลักอีกงั้นเหรอครับ?”

“ก็ใช่น่ะสิ ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีขนาดใหญ่และมีศูนย์วิจัยกระจายกันอยู่อย่างมากมาย แต่เสาหลักของบริษัทมีเพียงแค่ศูนย์วิจัยหลัก 1 กับศูนย์เทคโนโลยีเท่านั้น ลองดูนั่นให้ดี ๆ สิคำถามเดิมถูกแทนที่ด้วยคำถามใหม่แล้ว ไม่ว่ายังไงคำถามระดับ 1 ก็ยังคงมี 100 คำถามอยู่เหมือนเดิม”

ผู้คนต่างก็จ้องมองไปยังหน้าจอด้วยความประหลาดใจ ซึ่งมันก็ได้เป็นอย่างที่นักวิจัยเฒ่าได้บอกเอาไว้จริง ๆ โดยในตอนนี้คำถามที่ถูกหยิงเฟยแก้ปัญหาถูกนำออกไปแล้ว และทางบริษัทก็ได้เพิ่มคำถามใหม่เข้ามาในกระทู้

“ฉันเคยบอกเอาไว้ตั้งนานแล้วว่าบันไดก้าวแรกของการทำงานในบริษัทฟิกส์อย่างแท้จริง เริ่มต้นขึ้นจากการเข้าศูนย์วิจัยหลักไปให้ได้ ตอนนี้หยิงเฟยได้รับบัตรผ่านเรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานมันก็คงจะมีคำสั่งโอนย้ายให้เขาเข้าไปในศูนย์วิจัยหลัก” นักวิจัยเฒ่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ศูนย์วิจัยหลัก!”

“หยิงเฟยจะได้เข้าศูนย์วิจัยหลัก หลังจากได้เข้ามาทำงานเพียงแค่อาทิตย์เดียวเนี่ยนะ?!”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาดหรือเปล่า แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันแน่ใจคือเขาเป็นพนักงานซ่อมบำรุงที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

เมื่อได้ยินว่าหยิงเฟยคือพนักงานซ่อมบำรุงที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาในทันที แต่เสียงหัวเราะนี้ไม่ใช่การหัวเราะเยาะหยิงเฟย แต่เป็นการหัวเราะเยาะไคเซอร์ผู้ซึ่งโยนอัจฉริยะอย่างหยิงเฟยเข้าไปในทีมซ่อมบำรุง

ในเวลาเดียวกันคาเตอร์ก็ยังคงยืนค้างอยู่ในห้องทำงานอันหรูหรา และเขาก็กำลังจ้องมองไปยังหน้าจอตรงหน้าด้วยดวงตาที่เบิกค้าง

“สะ สะ 12 ล้าน…” คาเตอร์พึมพำประโยคนี้ขึ้นมาซ้ำ ๆ ราวกับคนเสียสติ

เห็นได้ชัดเลยว่าหยิงเฟยได้ทำการสังหารความภาคภูมิใจของคาเตอร์อย่างรุนแรง และถึงแม้ว่าสงครามครั้งนี้จะไม่มีเลือด แต่ผลลัพธ์กลับทำให้อัจฉริยะคนนี้ทรมานกว่าความตาย

คาเตอร์รู้สึกได้ถึงกลิ่นสนิมในลำคอและเมื่อเขาไอออกมา เขาก็ได้พบว่าเขากระอักเลือดออกมาเต็มปาก

การลงมือในครั้งนี้โหดร้ายมากเกินไปและการกระทำของหยิงเฟยมันก็ร้ายแรงมากยิ่งกว่าการสังหารคาเตอร์โดยตรงเสียอีก

ย้อนกลับไปคาเตอร์ได้เดินทางมายังบริษัทฟิกส์ด้วยความหยิ่งยโส ทุกคนต่างก็จ้องมาที่เขาด้วยแววตาแห่งการยกย่อง แต่ในเวลานี้ความภาคภูมิใจเหล่านั้นได้ถูกพังทลายลงไปอย่างสมบูรณ์ และมันก็ทำให้เขาไม่กล้าออกไปสู้หน้ากับใครอีกต่อไป

ทันใดนั้นมันก็มีสัญญาณเชื่อมต่อเข้ามาหาคาเตอร์ ก่อนที่เขาจะทำการเชื่อมต่อสัญญาณด้วยท่าทางราวกับซอมบี้ที่ไร้ชีวิต หลังจากนั้นมันก็มีภาพของชายชรา 3 คน โดยแต่ละคนต่างก็มีสีหน้าอันมืดมนคล้ายกับว่าพวกเขาจะได้รับข่าวเรื่องความพ่ายแพ้ของลูกศิษย์แล้ว

“อาจารย์…” คาเตอร์ส่งเสียงขึ้นมาเบา ๆ อย่างเกรงกลัว

ชายชราทั้งสามบนหน้าจอยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง ท่าทางของแต่ละคนมั่นคงราวกับหินผา แม้ว่าตอนนี้คาเตอร์จะกำลังรู้สึกเศร้าใจจากความพ่ายแพ้ แต่มันก็ไม่มีวี่แววของความเมตตาในแววตาของชายชราเหล่านี้เลย

การประลองครั้งนี้จบลงในเวลา 11.15 น. แต่หลังจากนั้นมันก็ไม่มีใครได้พบเห็นคาเตอร์อีกเลย ราวกับว่าจู่ ๆ อัจฉริยะจากสาขานิรันดร์จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ณ พื้นที่อันแสนวุ่นวายภายในมัดดี้

เหล่าบรรดานักรบชั้นสูงของสกายวิงทั้งหมดหกคนกำลังถอยออกมาจากพื้นที่อันวุ่นวาย ก่อนที่จะหยุดพักบนดาวเคราะห์น้อยดวงหนึ่ง

สภาพของทุกคนต่างก็เหนื่อยล้า ดวงตาของพวกเขากลายเป็นสีแดงก่ำ บนชุดเกราะมีรอยขีดข่วนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน เป็นเครื่องตอกย้ำว่าพวกเขาเพิ่งจะผ่านพ้นประสบการณ์อันยากลำบากมา

“พวกเรากลับไปฆ่าไอ้พวกนั้นกันเถอะ” เซี่ยซีนักรบระดับราชันย์กฏขั้นที่ 4 ของสกายวิงตะโกนออกมาอย่างดุเดือด

ภายในตระกูลสกายวิงสมาชิกผู้ชายส่วนใหญ่จะเลือกเดินทางสายนักรบ ขณะที่สมาชิกผู้หญิงเลือกไปทางฝ่ายรักษา ภายในตระกูลจึงมีนักรบหญิงอยู่เพียงไม่กี่คน และเซี่ยซีก็คือหนึ่งในนักรบหญิงเหล่านั้น

พูดตามตรงว่าหน้าตาของเซี่ยซีค่อนข้างจะดูดีมากเลยทีเดียว แต่เธอกลับเป็นผู้หญิงอารมณ์ร้าย ที่แม้แต่คนอารมณ์ดีอย่างเซี่ยกวงไห่ก็ยังไม่อยากจะเข้าไปแหย่เธอมากนัก

“พวกเราบรรลุเป้าหมายแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงมากกว่านี้” เซี่ยกวงไห่กล่าว

เหตุการณ์ที่พวกเขาเพิ่งพบเจอมาคือการเผชิญหน้ากับนักรบเผ่ามารจำนวนมหาศาล แต่พวกเขาก็สามารถบุกฝ่าศัตรูออกมาได้ด้วยความเร็วอันเป็นจุดแข็งของสกายวิง

“เซี่ยเกิง นายแน่ใจใช่ไหมว่าเราได้ของที่ต้องการมาแล้ว?” เซี่ยกวงไห่กล่าวถาม

“ตอนที่ฉันเข้าไปในเขตอาคมของพวกมัน ฉันก็ได้ค้นพบกับสิ่งที่พวกมันกำลังพยายามค้นหาอยู่แล้ว ถึงแม้ฉันจะบอกไม่ได้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร แต่ฉันรับประกันได้เลยว่ามันจะต้องเป็นสัญญาณเกี่ยวกับอาวุธมายา” เซี่ยเกิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างหนักแน่น

เซี่ยเกิงคือนักค้นหาอันดับ 1 ในสกายวิง ทุกคนจึงเชื่อคำพูดของชายคนนี้โดยปราศจากข้อสงสัย

“รีบส่งข่าวกลับไปที่คฤหาสน์อีวิลวิงขอกำลังเสริมมาเดี๋ยวนี้ ระหว่างรอทุกคนพักผ่อนให้เต็มที่หลังจากนี้มันจะเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่แล้ว” เซี่ยกวงไห่ประกาศเสียงดัง

“เฮ้!”

“ฉันจะกลับไปฆ่าไอ้พวกนั้นให้ตายให้หมด!!”

สงครามใกล้จะปะทุขึ้นในไม่ช้า เหล่าบรรดานักรบสกายวิงจึงส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

บริษัทฟิกส์

การเอาชนะคาเตอร์เป็นเพียงความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตของเขาเท่านั้น ในปัจจุบันเซี่ยเฟยจึงนอนรอการเรียนจากอัลฟ่าอยู่

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเขาก็ยังต้องเรียนรู้และฝึกฝนต่อไป เพราะสิ่งเหล่านี้คือรากฐานของการเอาชีวิตรอดในจักรวาลอันกว้างใหญ่ การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เขาเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

อัลฟ่ามักจะปรากฏตัวขึ้นมาและหายตัวไปอย่างตรงเวลาอยู่เสมอ เซี่ยเฟยไม่สามารถคาดเดาได้จริง ๆ ว่าชายผู้ลึกลับคนนี้คือใครกันแน่ แต่เขาก็นอนรออย่างอดทน เพราะท้ายที่สุดการแก้ปัญหาเรื่องการวิวัฒนาการเชิงตรรกะก็ทำให้เขาสูญเสียพลังงานไปมากพอสมควร

การวิวัฒนาการเชิงตรรกะคือการป้อนโปรแกรมให้เครื่องจักรสามารถประมวลผลสิ่งที่พวกมันเรียนรู้ ให้ออกมามีความเป็นธรรมชาติเหมือนกับตรรกะของมนุษย์ การตั้งค่าโปรแกรมในลักษณะนี้จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเครื่องจักรกับมนุษย์มีโครงสร้างที่แตกต่างจากกันโดยสิ้นเชิง

ไม่ว่ายังไงเครื่องจักรก็ไม่มีสมอง ดังนั้นถ้าหากว่าเราต้องการจะให้เครื่องจักรประมวลผลได้เหมือนมนุษย์ เราก็จำเป็นจะต้องเข้ารหัสเชิงตรรกะอันซับซ้อน

คำถามข้อนี้มีความเกี่ยวพันกับสิ่งต่าง ๆ ที่ชายหนุ่มได้เรียนรู้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้นมันก็เป็นคำถามที่ยากพอสมควรในสายตาของเซี่ยเฟย

อันที่จริงเขาสังเกตเห็นมาตั้งนานแล้วว่าในคำถามระดับ 1 มันมีคำถามที่เขาพอจะตอบคำถามได้อยู่ แต่เขายังไม่ได้คิดที่จะเข้าไปแตะต้องคำถามนั้น แต่รอจนกระทั่งคาเตอร์เห็นความหวังก่อนที่เขาจะขโมยความหวังนั้นให้หายไปในพริบตา

เมื่อตัดสินใจจัดการกับศัตรูเขาย่อมเลือกวิธีการที่โหดเหี้ยมอยู่เสมอ ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็เป็นคนหาเรื่องเขาก่อนเขาจึงไม่จำเป็นจะต้องมีความสงสารให้กับศัตรู

ทันใดนั้นเข็มทิศมิติของสกายวิงก็เริ่มสั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

คราวนี้เขาถูกบรรพบุรุษให้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเป็นเวลา 3 เดือน ดังนั้นถ้าหากว่ามันไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรพิเศษ ทางตระกูลคงจะไม่มีวันติดต่อมาหาเขาง่าย ๆ และการที่มันมีการติดต่อเข้ามาอย่างกะทันหันแบบนี้ มันก็อาจจะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นกับตระกูล

ชายหนุ่มรีบหยิบเข็มทิศมิติขึ้นมาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเห็นข้อความฉุกเฉินสีแดงซึ่งหมายความว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน

รวมตัวที่คฤหาสน์อีวิลวิงภายใน 1 ชั่วโมง

ฟุบ!

เซี่ยเฟยกระโดดออกไปจากห้องในทันที เพราะนี่คือคำสั่งเรียกตัวของตระกูล ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงข้อความ แต่มันกลับมีกลิ่นอายของจิตสังหารส่งผ่านมาทางข้อความนั้น

***************

สงครามระหว่างสกายวิงกับเหล่ามารในมัดดี้ใช่ไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 889 เรียกรวมตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว