เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 885 เรียกฉันว่าอัลฟ่า

ตอนที่ 885 เรียกฉันว่าอัลฟ่า

ตอนที่ 885 เรียกฉันว่าอัลฟ่า


ตอนที่ 885 เรียกฉันว่าอัลฟ่า

“จงเรียนรู้แล้วนายจะไขปริศนาทั้งหมดได้” เซี่ยเฟยพึมพำข้อความที่ปรากฏขึ้นมาเบา ๆ

สิ่งต่าง ๆ ดูคล้ายจะเริ่มน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมันเหมือนกับว่าจะมีมือที่มองไม่เห็นคอยแอบช่วยเหลือเขาอยู่อย่างลับ ๆ ให้เขาเข้ามาในพื้นที่ส่วนลึกของบริษัทฟิกส์

นับตั้งแต่ที่เซี่ยเฟยเปิดใช้งานเครื่องปลอมแปลงบัตร เรื่องลึกลับก็เข้ามาหาตัวเขาไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาที่มีตัวตนอยู่จริง ๆ และตัวตนของศาสตราจารย์ฟลินน์ยังนำพาให้เขาได้มาประสบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเซี่ยเฟยก็ตัดสินใจพิมพ์ประโยคข้อความลงไปบนหน้าจอ

“คุณเป็นใคร? แล้วปริศนาที่คุณว่าคืออะไร?”

ทันทีที่พิมพ์จบชายหนุ่มก็จ้องมองค้างไปที่หน้าจอด้วยหวังว่าตัวตนอันลึกลับจะตอบคำถามเขากลับมา ซึ่งในไม่ช้ามันก็มีข้อความตอบกลับมาในหน้าจอจริง ๆ

“นายเรียกฉันว่าอัลฟ่าก็ได้ ขั้นตอนแรกของการไขปริศนาคือนายจะต้องเข้าสู่ศูนย์วิจัยหลักให้ได้ซะก่อน”

ข้อความของอัลฟ่าถึงกับทำให้เซี่ยเฟยสะดุ้งตกใจ เพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจจุดประสงค์ที่เขาเข้ามาในบริษัทนี้ ไม่ว่าจะเป็นการไขปริศนาเรื่องประตูจักรวาลจากคำใบ้ของเทพขาวเทพดำ และการสืบหาข่าวคราวเรื่องของลินนิจผู้ซึ่งเป็นผู้นำของเผ่าจักรกล

อย่างไรก็ตามมันก็ต้องอย่าลืมว่าสถานที่แห่งนี้คือบริษัทฟิกส์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในจักรวาล ภายในบริษัทจึงเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าบรรดาอัจฉริยะ แต่ถึงกระนั้นอัลฟ่าก็ต้องการให้เขาเข้าสู่ศูนย์วิจัยหลักให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

ที่สำคัญคืออัลฟ่าบอกว่าการเข้าสู่ศูนย์วิจัยหลักเป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น และการที่มันมีขั้นตอนแรก มันก็หมายความว่าหลังจากนี้มันจะต้องมีขั้นตอนต่อ ๆ ไป

เรื่องนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าบางทีบริษัทฟิกส์อาจจะไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่ทุกคนได้เข้าใจ บางทีมันอาจจะมีกองกำลังที่ไม่รู้จักซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังบริษัทนี้ หรือบางทีบริษัทอาจจะมีเรื่องบางอย่างที่ไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณชนได้

“แล้วฉันจะต้องทำยังไงถึงจะเข้าสู่ศูนย์วิจัยหลักได้?” เซี่ยเฟยพิมพ์ถาม

“จงเรียนรู้แล้วแสดงความสามารถของนายออกมา”

“เรียนรู้แล้วแสดงความสามารถออกมา?” เซี่ยเฟยอ่านข้อความพร้อมกับขมวดคิ้ว เพราะนิสัยตามปกติเขาชอบที่จะลงมืออย่างเงียบ ๆ แต่บุคคลปริศนากลับต้องการให้เขาทำตัวโดดเด่น

อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาคิดพิจารณาเรื่องนี้อยู่สักพัก เขาก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ เพราะสิ่งที่อัลฟ่าพูดเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว บริษัทฟิกส์มีขนาดใหญ่มากถ้าหากว่าเขายังคงเก็บตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปีเขาถึงจะสามารถเข้าไปยังศูนย์วิจัยหลักได้

ดาร์คไนท์กำลังใกล้เข้ามาแล้ว และถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าดาร์คไนท์คืออะไร แต่มันเห็นได้ชัดเลยว่าเขาเหลือเวลาจัดการเรื่องทุกอย่างอีกไม่มากนัก

“ถ้าอย่างนั้นเราก็มาเริ่มกันเถอะ” เซี่ยเฟยพิมพ์ข้อความโดยไม่ได้ถามต่อ เพราะอัลฟ่าดูเหมือนไม่เต็มใจจะตอบเขาจึงไม่คิดจะถามเรื่องอะไรให้มันมากเกินไป

หลังจากหยุดไปอีกครู่หนึ่งอัลฟ่าก็ตอบกลับมา แต่คำตอบนี้ค่อนข้างที่จะอยู่นอกเหนือจากความคาดหมายของเขา

“ขั้นแรกของการเรียนรู้คือการฝึกฝนให้เชี่ยวชาญ”

ทันใดนั้นหน้าจอบริเวณด้านหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเผยให้เห็นแผนการเรียนรู้อันน่าตกตะลึง ที่มันจำเป็นจะต้องใช้การประสานงานระหว่างดวงตา, สมองและพลังงานให้ทำงานพร้อม ๆ กัน

วิธีการเรียนรู้ลักษณะนี้เป็นวิธีการที่น่าทึ่งมาก เพราะมันคือการใช้ดวงตาส่งภาพเข้าไปสู่สมอง จากนั้นพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ก็จะทำหน้าที่ป้อนพลังงานเพื่อกักเก็บความรู้ทั้งหมดเข้าสู่สมองโดยสมบูรณ์

สมองซีกซ้ายและสมองซีกขวาของมนุษย์มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยสมองซีกขวาทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ ขณะที่สมองซีกซ้ายทำหน้าที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์ วิธีการที่อัลฟ่านำเสนอมาคือการให้สมองทั้งสองส่วนทำงานขึ้นมาในเวลาเดียวกัน และทำให้สมองสามารถประมวลผลได้ด้วยความเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เซี่ยเฟยกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่พร้อมกับพยายามจดจำวิธีการเรียนรู้ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต

เขาไม่รู้เหมือนกันว่าวิธีการเรียนรู้แบบนี้จะให้ผลลัพธ์เป็นยังไง แต่สิ่งที่เขารู้คือคนคิดวิธีการนี้ขึ้นมาย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

อัลฟ่าคล้ายกับจะได้ศึกษาสมองของมนุษย์โดยละเอียด และทำการออกแบบวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งถ้าหากว่าวิธีการเรียนรู้วิธีการนี้ได้ผลลัพธ์ตามทฤษฎีจริง ๆ หลังจากนี้การเรียนรู้ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีกต่อไป

หากเปรียบเทียบวิธีการเรียนรู้แบบดั้งเดิมของเขาจำเป็นจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ยาวนานถึง 1 ปี วิธีการนี้ก็อาจจะย่นระยะเวลาการเรียนรู้ลงมาให้เหลือเพียงแค่ประมาณ 1 อาทิตย์เท่านั้น

หลังจากนั้นภาพบนหน้าจอก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อป้อนข้อมูลเข้าสู่สมองของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง

เนตรมายา!

เซี่ยเฟยใช้พลังเสริมการมองเห็นให้กับตัวเอง เนื่องมาจากภาพบนหน้าจอเคลื่อนที่รวดเร็วมาก และถ้าหากว่าเขาไม่ได้ใช้เนตรมายาเขาก็จะเห็นเนื้อหาข้อความเพียงบางส่วนเท่านั้น

หลังจากนั้นไม่นานระบบประสาทของนักรบสายความเร็วก็ทำการส่งภาพทุกอย่างไปยังสมองซีกขวา และมอบหน้าที่ให้สมองซีกซ้ายทำการประมวลผลข้อมูล ระหว่างนั้นพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ก็ทำการป้อนพลังงานเข้าสู่สมองอย่างบ้าคลั่งสลักชุดข้อมูลความรู้ทั้งหมดที่เพิ่งเรียนรู้มาเข้าสู่เซลล์เก็บความทรงจำภายในสมองโดยตรง

หลังจากเรียนรู้ไปได้สักพักเซี่ยเฟยก็ตระหนักว่าวิธีการนี้สามารถใช้ได้ผลจริง ๆ สมองของเขาจึงสามารถประมวลผลได้ทรงพลังมากกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าเขาจะสามารถทำได้ในชีวิต

มันเคยมีคำกล่าวในอดีตว่ามนุษย์สามารถใช้งานสมองได้เพียงแค่ไม่ถึง 5% เท่านั้น ถึงแม้มนุษย์จะใช้งานพลังพิเศษได้แต่ประสิทธิภาพของสมองก็ถูกนำมาใช้งานไม่ถึง 20%

ในวันนี้ชายหนุ่มสามารถใช้สมองทุกส่วนให้ทำงานได้ 100% แล้ว และผลจากการใช้สมองอย่างเต็มประสิทธิภาพมันก็สร้างผลลัพธ์ขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ

เมื่อเซี่ยเฟยเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการเรียนรู้แบบใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ภาพบนหน้าจอก็เร่งความเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน ซึ่งทุก ๆ 1 นาทีที่ผ่านไปข้อมูลที่ชายหนุ่มได้เรียนรู้มันก็เทียบเท่าได้กับการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยเป็นเวลานานถึง 3 เดือน

หลังจากเวลาได้ผ่านพ้นไป 5 นาที ในที่สุดการเรียนรู้อันบ้าคลั่งก็ได้หยุดลง

ชายหนุ่มหอบหายใจออกมาอย่างหนักทั่วทั้งร่างของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เพราะในช่วง 5 นาทีที่ผ่านมานี้สมองของเขาได้จดจำความรู้ที่จำเป็นจะต้องใช้เวลาเรียนรู้ 1 ปีเข้ามาแล้ว

“เอาอีก”

เซี่ยเฟยพักผ่อนแค่ช่วงสั้น ๆ ก่อนที่เขาจะเริ่มกระบวนการเรียนรู้อย่างบ้าคลั่งอีกครั้งหนึ่ง

น่าเสียดายที่กระบวนการเรียนรู้ในลักษณะนี้สร้างภาระให้กับร่างกายมากเกินไป เซี่ยเฟยจึงสามารถเรียนรู้ต่อเนื่องได้ครั้งละ 5 นาที และจำเป็นจะต้องพักอีก 5 นาทีก่อนที่จะเริ่มเรียนรู้ในครั้งต่อไป

แต่ถึงกระนั้นอัตราการเรียนรู้ของเขาก็อยู่ในระดับที่สูงมาก เพราะในช่วง 10 ชั่วโมงต่อมาเขาก็ได้รับความรู้เทียบเท่ากับความรู้ของผู้อื่นเป็นเวลาถึง 60 ปี

แม้ว่าจะได้รับความรู้เข้ามาในปริมาณมหาศาล แต่ชายหนุ่มก็ยังต้องการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อย ๆ เพราะการเรียนรู้แบบนี้ทำให้สมองของเขาถูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ จนทำให้การเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมาไม่สามารถนำมาเทียบได้กับความรู้ที่เขาได้เรียนรู้ในวันนี้เพียงวันเดียว

น่าเสียดายที่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปครบ 10 ชั่วโมงแล้วอัลฟ่าก็ขาดการติดต่อไปอย่างกระทันหัน จนทำให้เซี่ยเฟยจำเป็นจะต้องจบการเรียนรู้ของวันนี้เอาไว้เพียงเท่านั้น เขาจึงจำเป็นจะต้องไปพักผ่อนโดยไม่เต็มใจ

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ โดยใช้เวลาภายในทีมซ่อมบำรุงวันละ 1 ชั่วโมงแบ่งออกเป็นการทำงาน 30 นาที และการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน 30 นาทีเพื่อเรียนรู้สิ่งที่น่าสนใจเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับบริษัท

เมื่อกลับมาที่หอพักชายหนุ่มก็จะเข้าไปในมิติฝึกฝนในทันที และเริ่มเรียนรู้กับอัลฟ่าเป็นเวลาวันละ 10 ชั่วโมง

เวลาเรียนรู้ 10 ชั่วโมงไม่ใช่เวลามากหรือน้อยจนเกินไป ซึ่งภายในเวลา 10 ชั่วโมงนี้มันก็ช่วยให้เขาสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่โดยไม่สร้างภาระให้กับสมองมากเกินไป

ทันทีชายหนุ่มทำการย่อยข้อมูลภายในสมองจนเสร็จ เขาก็จะเริ่มทำการฝึกฝนเรื่องอื่นจนถึงเช้า ก่อนที่เขาจะไปทำงานในทีมซ่อมบำรุงวนอยู่เรื่อย ๆ แบบนี้ในทุก ๆ วัน

ศูนย์วิจัย 137

ตอนที่เซี่ยเฟยเข้ามาทำงานมีคนให้ความสนใจกับเขาไม่มากนัก แต่ในทางกลับกันตอนนี้ทุกคนต่างก็กำลังให้ความสนใจกับคาเตอร์ผู้ซึ่งเป็นอัจฉริยะที่จบการศึกษามาจากสาขานิรันดร์

เป็นที่รู้กันดีว่าสาขานิรันดร์ส่งบัณฑิตจบการศึกษาออกมาน้อยมาก ทุกคนจึงอยากรู้ว่าผู้ที่สามารถสำเร็จการศึกษาได้ในรอบ 150 ปีจะมีความรู้ความสามารถอยู่ในระดับไหนกันแน่

“ดูนั่น! คาเตอร์กำลังตอบคำถามชิงคะแนนอีกแล้ว” พนักงานสาวสวมแว่นอุทานขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

เมื่อมีคนพูดเปิดประเด็นพนักงานคนอื่น ๆ ในศูนย์วิจัยต่างก็รีบเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายของบริษัทอย่างรวดเร็ว

ในบริษัทฟิกส์มีกระทู้สำหรับการตั้งคำถาม ทำให้ไม่ว่าใครก็ตามสามารถถามคำถามและเสนอของรางวัลสำหรับคำถามพวกนั้นได้

การตอบคำถามไม่เพียงแต่จะช่วยปรับปรุงชื่อเสียงของผู้ตอบภายในบริษัทได้เท่านั้น แต่คะแนนที่พวกเขาได้รับสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้อีกด้วย

ผลิตภัณฑ์ระดับสูงหลาย ๆ ชิ้นสามารถหาซื้อได้ด้วยคะแนนของบริษัทเท่านั้น พนักงานเป็นจำนวนมากจึงพยายามตอบคำถามเพื่ออวดทักษะความรู้ของตัวเอง และหาคะแนนกลับมาเป็นสิ่งตอบแทน

สิ่งแรกที่คาเตอร์ทำหลังจากเข้ามาในบริษัทฟิกส์คือการใช้เวลาวันละ 2 ชั่วโมงในการตอบคำถามในกระทู้ ซึ่งความเร็วในการตอบคำถามของชายคนนี้อยู่ในระดับที่สูงมาก จนเพื่อนร่วมงานตั้งฉายาให้กับคาเตอร์ว่าเป็นกองหน้าตัวยิงประตู

“นี่สินะอัจฉริยะที่สามารถจบการศึกษามาจากสาขานิรันดร์ได้ หลังจากเขาเข้าบริษัทมาได้แค่ไม่กี่วัน เขาก็ทำคะแนนไปได้มากกว่า 1 ล้านคะแนนแล้ว” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยความอิจฉา

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจไปกับคาเตอร์ พวกเขาก็ไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามันกำลังมีชื่อ ๆ หนึ่งกำลังไล่ตอบปัญหาภายในกระทู้ด้วยเช่นกัน และความเร็วในการแก้ปัญหาของชายคนนั้นก็เร็วยิ่งกว่าคาเตอร์เสียอีก

***************

พี่เฟยสินะ

วันสุดท้ายของปี 2566 แล้วขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาอย่างยาวนาน ทิ้งสิ่งที่แย่ สิ่งที่ไม่ดีไว้แล้วไปฉลองปีใหม่กัน เย้!!

จบบทที่ ตอนที่ 885 เรียกฉันว่าอัลฟ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว