- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากอาชีพชาวนา หนึ่งหมัดถล่มปราชญ์ยุทธ์!
- บทที่ 70 การกลายพันธุ์!
บทที่ 70 การกลายพันธุ์!
บทที่ 70 การกลายพันธุ์!
เจียงเช่อกลับถึงหอพัก
ภายในห้องนั่งเล่นไฟเปิดสว่างอยู่ และอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร
เฉินเป่ยและถูรุ่ยกำลังนั่งล้อมโต๊ะกาแฟ ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารเดลิเวอรี่สองสามกล่อง
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู ทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
"กลับมาแล้วเหรอ?" ถูรุ่ยพูดทั้งที่ข้าวเต็มปาก ทักทายออกมาอย่างอู้อี้
เฉินเป่ยพยักหน้าให้ แล้วเลื่อนกล่องข้าวที่ยังไม่ได้แกะกล่องหนึ่งไปทางเจียงเช่อ
บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสามคน ไม่มีความห่างเหินหรือความเกรงใจที่จงใจสร้างขึ้นเหมือนแต่ก่อน แต่กลับมีความกลมเกลียวที่ยากจะอธิบายเพิ่มเข้ามา
ประสบการณ์ความเป็นตายร่วมกันนั้น มีอานุภาพในการดึงความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันได้มากกว่าคำพูดใด ๆ
เจียงเช่อไม่เกรงใจ เขาเลื่อนเก้าอี้นั่งลงแล้วเปิดกล่องข้าวออก
"ได้ยินรุ่นพี่เหลยเชียนบอกว่าผู้อำนวยการอู๋เรียกพบนายเหรอ?" เฉินเป่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นขณะที่กำลังตักข้าวเข้าปาก
ถูรุ่ยเองก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
เจียงเช่อเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ โดยข้ามจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้อำนวยการอู๋และเรื่องภายในของดาบจันทร์เสี้ยวไป เขาบอกเพียงว่าผู้อำนวยการอู๋ถูกใจในความสามารถของเขา จึงไหว้วานให้เขาไปมิติลี้ลับแห่งใหม่เพื่อปกป้องหลานสาวของท่าน
"เมืองเจียง? มิติลี้ลับแห่งใหม่?" ตะเกียบในมือของถูรุ่ยชะงักค้างอยู่กลางอากาศ "ระดับ B+ เลยเหรอ?"
"อืม" เจียงเช่อขานรับ "【เตาหลอมโลหิตบาป】"
ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบ
ถูรุ่ยและเฉินเป่ยสบตากัน ทั้งคู่ต่างมองเห็นความเร่าร้อนในดวงตาของอีกฝ่าย
นั่นคือความโหยหา
ความโหยหาในพละกำลัง ความโหยหาที่จะได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันอีกครั้ง
"เจียงเช่อ" เฉินเปี่ยวางตะเกียบลง เขามองเจียงเช่อด้วยสายตาที่จริงจังอย่างยิ่ง "พวพวกเราไปด้วย"
"ใช่!" ถูรุ่ยก็วางกล่องข้าวลงบนโต๊ะเสียงดังปัง "พวกเราจะมัวแต่ถ่วงแข้งถ่วงขานายตลอดไปไม่ได้! โอกาสเสี่ยงตายแบบนี้ จะขาดพวกเราได้ยังไง!"
ปฏิกิริยาของพวกเขาอยู่ในความคาดหมายของเจียงเช่ออยู่แล้ว
นับตั้งแต่กลับมาจากทะเลทรายที่นองไปด้วยเลือดครั้งนั้น จิตใจของทั้งสองคนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"ตกลง"
คำเดียวสั้น ๆ
สำหรับเจียงเช่อแล้ว สองคนนี้คือสหายที่ดีที่สุดที่เขามีในตอนนี้
หากสามารถพาพวกเขาไปแข็งแกร่งขึ้นด้วยกันได้ เขาก็ยินดีอย่างยิ่ง
เมื่อได้รับคำตอบรับที่แน่นอน ใบหน้าของเฉินเป่ยและถูรุ่ยต่างก็ปรากฏรอยยิ้มที่มาจากใจจริง
หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ
เจียงเช่อกลับเข้าห้องนอนของตัวเอง
ประตูปิดลงเบา ๆ
เขาหยิบกล่องโลหะที่เย็นเฉียบออกมาจากกระเป๋า
วิญญาณอาชาอัสนีสวรรค์
ของชิ้นนี้ต้องใช้งานยังไงกันแน่?
เขาพยายามโคจรปราณเลือดเข้าไปสัมผัส แต่กล่องกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
ผู้อำนวยการอู๋บอกเพียงว่าให้ค่าตอบแทนล่วงหน้า แต่ไม่ได้บอกวิธีใช้
เจียงเช่อนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง ในหัวพลันแวบความคิดหนึ่งขึ้นมา
เขาขยับปลายนิ้วชี้ รีดเค้นเลือดสีแดงฉานหยดหนึ่งออกมา แล้วหยดลงบนพื้นผิวของกล่องโลหะ
วึ่ง——!
ในพริบตา เลือดหยดนั้นราวกับถูกมอบชีวิต มันซึมหายเข้าไปในกล่องทันที
เจียงเช่อสัมผัสได้ว่า ระหว่างเขากับแกนผลึกภายในกล่อง ได้เกิดความเชื่อมโยงที่ประหลาดและลึกลับสายหนึ่งขึ้นมา
สำเร็จจริง ๆ ด้วย
เขาพกกล่องติดไว้ที่เอว กลิ่นอายสายฟ้าที่บ้าคลั่งนั้นดูเหมือนจะถูกปราณเลือดในตัวเขากล่อมจนสงบลงและอ่อนโยนขึ้นมาก
เขาเปิดกำไลข้อมือส่วนตัว เพื่อตรวจสอบข้อมูลปราณเลือดของตัวเอง
ภายใต้การทำงานของ 《วิชาหายใจสายลมยาว》 ตลอดเวลา ปราณเลือดของเขากำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมั่นคง
【ปราณเลือด: 9860】
ห่างจากธรณีประตูหนึ่งหมื่นหน่วยของระดับขุนพลยุทธ์เพียงก้าวเดียวเท่านั้น
สติของเขาดำดิ่งลงสู่พื้นที่ระบบ
บนที่ดินสีดำผืนนั้น
《โลหิตสกัดของมังกรวายุแรกกำเนิด》 ยังคงเติบโตอย่างช้า ๆ พร้อมกับแสดงตัวเลขถอยหลัง
【เวลาสุกงอมที่เหลือ: 112 ชั่วโมง】
ส่วนไร่อาวุธและที่ดินธรรมดาอีกผืนหนึ่งยังว่างอยู่
เจียงเช่อไม่ลังเลอีกต่อไป เขานำตำรา 《คัมภีร์ชมทะเลฟังคลื่น》 ที่แลกมาจากห้องสมุดเมืองเจียงปลูกลงในที่ดินธรรมดา
สำหรับไร่อาวุธ ในตอนนี้เขายังไม่รีบร้อน
ในแง่หนึ่ง เอฟเฟกต์ของ 【โลหิตคลุ้มคลั่ง】 ทำให้พลังต่อสู้ของเขาก้าวกระโดดไปไกลมาก อาวุธที่มีอยู่ตอนนี้ถือว่าเพียงพอแล้ว
ในอีกแง่หนึ่ง เขาต้องการรอให้ 《โลหิตสกัดของมังกรวายุแรกกำเนิด》 สุกงอมก่อน แล้วค่อยซื้อวัสดุอื่น ๆ ให้ครบ เพื่อทำการหลอมรวมคุณลักษณะที่สมบูรณ์แบบสักครั้ง
เขาล็อกอินเข้าสู่แพลตฟอร์มคำสั่งซื้อของแผนกสนับสนุนโลจิสติกส์ นิ้วเลื่อนผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก คำสั่งซื้อหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเขา
[คำสั่งซื้อ: ซ่อมแซมดาบศึก ‘เล่ยเชี่ย’ ที่ชำรุด ข้อกำหนดคือฟื้นฟูความคมดั้งเดิม และเพิ่มผลอัมพาตเล็กน้อย]
[ค่าตอบแทน: 1 ล้านหยวน]
[รับงาน]
โดยไม่มีความลังเล เจียงเช่อรับคำสั่งซื้อนี้ทันที
เมื่ออาวุธส่งมาถึงมือ เขาก็ปลูกมันลงในไร่อาวุธทันที
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง เริ่มโคจร 《วิชาหายใจกระแสวารี》 อย่างเงียบเชียบ
พลังงานแห่งฟ้าดินที่บริสุทธิ์ถูกสูบเข้าสู่ร่างกาย และเปลี่ยนเป็นปราณเลือดของตนเอง
เวลาไหลผ่านไปทีละนาทีทีละวินาที
9880…
9920…
9980…
ในที่สุด
เมื่อปราณเลือดหยดสุดท้ายถูกเติมจนเต็ม
ตูม!
ราวกับมีพันธนาการที่มองไม่เห็นบางอย่างระเบิดออกภายในร่างกายของเขา!
【ปราณเลือด: 10000】
ทะลวงระดับสำเร็จ!
เจียงเช่อทั้งร่างราวกับก้อนหินยักษ์ที่ถูกโยนลงในทะเลสาบที่สงบนิ่ง จนเกิดระลอกคลื่นมหาศาลซัดสาด!
ปราณเลือดทั่วร่างในวินาทีนี้เริ่มเดือดพล่านและไหลหลั่งอย่างบ้าคลั่ง!
และในจังหวะนั้นเอง
กล่องโลหะที่บรรจุวิญญาณอาชาอัสนีสวรรค์ตรงเอวของเขา ก็พลันระเบิดแสงสีม่วงที่เจิดจ้าออกมา!
มวลพลังสายฟ้าที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุด พุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างดุดันผ่านความเชื่อมโยงระหว่างเขากับแกนผลึก!
เปรี๊ยะ——!
ในตอนแรก มันเป็นเพียงความรู้สึกซ่า ๆ เล็กน้อย ราวกับไฟฟ้าสถิตตอนถอดเสื้อไหมพรมในฤดูหนาว
แต่ทว่าหลังจากนั้น
ความรู้สึกซ่า ๆ นั้นกลับกลายเป็นการช็อตที่บ้าคลั่งในพริบตา!
ราวกับมีเข็มเหล็กที่เผาจนแดงนับหมื่นเล่ม ทิ่มแทงเข้าสู่ทุกอณูเนื้อเยื่อ ทุกชิ้นส่วนกระดูก และทุกเซลล์ในร่างกายพร้อมกัน!
เจ็บปวด!
มันคือความเจ็บปวดร้าวรานแทบขาดใจ!
ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ บนผิวหนังมีกระแสไฟฟ้าสีม่วงสายเล็ก ๆ วิ่งพล่านและกระโดดไปมาอย่างบ้าคลั่ง
กล้ามเนื้อถูกฉีกกระชาก กระดูกส่งเสียงร้องประท้วง เส้นลมปราณเริ่มปริแตกทีละส่วน!
จากนั้น พวกมันก็ถูกพลังสายฟ้าที่ดุดันและไร้เทียมทานนั่น บังคับให้หลอมรวมกันใหม่ด้วยวิธีที่ป่าเถื่อนและแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม!
ตลอดกระบวนการนี้ เจียงเช่อกัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก
เขาไม่หลุดเสียงร้องออกมาแม้แต่คำเดียว
ความเจ็บปวดระดับนี้มันเกินกว่าที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้ และเพียงพอที่จะทำให้คนใจไม่แข็งพอต้องพังทลายลงทันที หรือกระทั่งจิตวิญญาณตายตกตามกันไป
แต่สำหรับเจียงเช่อ มันกลับทำให้เขามีสมาธิจดจ่อมากขึ้น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
อาจจะเพียงหนึ่งนาที หรืออาจจะยาวนานราวกับหนึ่งศตวรรษ
ความรู้สึกบ้าคลั่งที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่งเริ่มค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด
สิ่งที่มาแทนที่ คือความรู้สึกใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
สำเร็จแล้ว
เจียงเช่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ภายในห้องเละเทะไปหมด และในอากาศยังอบอวลไปด้วยกลิ่นไหม้จาง ๆ
เขาสำรวจภายในร่างกายตัวเอง
ปราณเลือดไหลหลั่งราวกับแม่น้ำที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง
ทุกส่วนของร่างกายล้วนแฝงไว้ด้วยพลังที่พร้อมจะระเบิดออกมา
ขุนพลยุทธ์ระดับ 1!
แต่สิ่งที่เขาสนใจที่สุดไม่ใช่เรื่องนี้
เขารีบเปิดแผงสถานะส่วนตัวในระบบดูทันที
ข้อมูลใหม่สองบรรทัดปรากฏขึ้นสู่สายตา
【หมัดทลายภูผา】, 【ย่างก้าวกัมปนาท】 ทักษะการต่อสู้พื้นฐานสองวิชาที่บรรลุระดับสมบูรณ์ไปนานแล้วนั้น ภายใต้การเสริมพลังจากวิญญาณอาชาอัสนีสวรรค์ พวกมันได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง
สติของเจียงเช่อดำดิ่งสู่แผงสถานะส่วนตัว
ข้อมูลสองบรรทัดที่เคยเป็นสีหม่น ในตอนนี้กลับเปล่งแสงสีม่วงที่เจิดจ้า ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสายเล็ก ๆ กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนตัวอักษร
【หมัดทลายภูผา (สมบูรณ์)】
【ย่างก้าวกัมปนาท (สมบูรณ์)】
เกิดการกลายพันธุ์แล้ว
ข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของเขาได้รับการยืนยันแล้ว
พลังของวิญญาณอาชาอัสนีสวรรค์ ได้ทำการปรับปรุงทักษะการต่อสู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับธาตุสายฟ้า หรือทักษะที่ไม่มีธาตุ ให้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ!
สติของเจียงเช่อเริ่มกดไปที่ 【หมัดทลายภูผา】 ก่อนเป็นอันดับแรก
เอฟเฟกต์ซ่อนเร้นเดิมอย่าง “สั่นสะเทือน” และ “คริติคอล” เป็นเพียงการซ้อนทับพลังที่เรียบง่ายและรุนแรงเท่านั้น
แต่ตอนนี้...
【ทักษะการต่อสู้: หมัดอัสนีทลายภูผา (กลายพันธุ์ · สมบูรณ์)】
【เอฟเฟกต์ 1 · ขั้วอัสนี (พาสซีฟ): ทุกการโจมตีด้วยหมัดของคุณจะติดผล “ขั้วอัสนี” สามารถทำลายประสาทของคู่ต่อสู้ให้เป็นอัมพาตได้ในพริบตา และรบกวนการโคจรปราณเลือดภายในร่างกายของอีกฝ่าย ผลของมันสามารถซ้อนทับกันได้ตามจำนวนครั้งที่โจมตีถูกเป้าหมาย】
【เอฟเฟกต์ 2 · คุกอัสนี (แอ็กทีฟ): มีโอกาส 15% ที่จะติดคริติคอล สร้างความเสียหายสิบเท่า เมื่อติดคริติคอล พลังสายฟ้าที่บ้าคลั่งจะกลายเป็นกรงขังสายฟ้าเพื่อกักขังเป้าหมายไว้เป็นเวลา 1.5 วินาที พร้อมกับสร้างความเสียหายธาตุสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง】
หัวใจของเจียงเช่อเต้นแรงขึ้นอย่างหนักหน่วง
นี่ไม่ใช่แค่การเสริมพลังธรรมดา ๆ แล้ว
แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงในระดับธาตุแท้!
แรงกระแทกซ้ำสองจาก “สั่นสะเทือน” หายไป แต่สิ่งที่แลกมาคือผลลัพธ์การควบคุมที่ดุดันและไร้ทางแก้มากกว่าเดิม
อัมพาตแบบพาสซีฟ และรบกวนปราณเลือด
นั่นหมายความว่า ขอเพียงเขาต่อยถูกตัวคู่ต่อสู้ การตอบสนองและความเร็วของอีกฝ่ายจะลดลงเรื่อย ๆ การโคจรปราณเลือดก็จะติดขัด ทำให้พละกำลังถดถอยลงอย่างมาก
และเอฟเฟกต์แอ็กทีฟที่ชื่อ “คุกอัสนี” ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่
อัตราคริติคอล 15% สูงกว่าเดิมถึงห้าเปอร์เซ็นต์
และเมื่อมันทำงาน นอกจากดาเมจทำลายล้างสิบเท่าแล้ว ยังมีการกักขังที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดนานถึง 1.5 วินาที!
ในการต่อสู้ที่ตัดสินกันในเสี้ยววินาที การควบคุมที่สมบูรณ์แบบนาน 1.5 วินาทีนั้น เพียงพอที่จะตัดสินผลแพ้ชนะและความเป็นความตายได้เลย
เจียงเช่อเริ่มประมวลความคิด และลองจำลองสถานการณ์การต่อสู้ในหัว
เพียงแค่ปะทะกันครั้งเดียวแล้วติดคริติคอล
คู่ต่อสู้จะต้องรับดาเมจสิบเท่าพร้อมกับถูกคุกอัสนีล็อกตัวไว้จนขยับไม่ได้
ส่วนเขา ก็จะสามารถเหวี่ยงหมัดปลิดชีพตามไปได้อย่างสบายอารมณ์ในช่วงเวลา 1.5 วินาทีนั้น
แข็งแกร่งเกินไปแล้ว
แข็งแกร่งจนดูไร้เหตุผลสุด ๆ
เขากดข่มอารมณ์ในใจ แล้วเลื่อนสติไปที่ทักษะการต่อสู้ที่กลายพันธุ์อีกวิชาหนึ่ง
【ย่างก้าวกัมปนาท】
เอฟเฟกต์ “อัสนีวูบวาบ” เดิม คือการระเบิดความเร็วสามเท่าเพื่อเคลื่อนที่ในระยะสั้น
แล้วตอนนี้ล่ะ?
【วิชาตัวเบา: ย่างก้าวกัมปนาทสายฟ้าม่วง (กลายพันธุ์ · สมบูรณ์)】
【เอฟเฟกต์ 1 · รอยสายฟ้า (พาสซีฟ): การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงของคุณจะทิ้งร่องรอยสายฟ้าไว้เบื้องหลังนาน 1 วินาที สร้างความเสียหายและทำให้อัมพาตเล็กน้อยแก่ศัตรูที่สัมผัสถูก】
【เอฟเฟกต์ 2 · ก้าวกระโดดแสงอัสนี (แอ็กทีฟ): สิ้นเปลืองปราณเลือดมหาศาลเพื่อทำการเคลื่อนย้ายพริบตาในระยะสูงสุด 30 เมตร และทิ้งมวลพลังงานสายฟ้าที่ไม่เสถียรไว้ที่ตำแหน่งเริ่มต้น ซึ่งจะระเบิดออกหลังจากผ่านไป 0.5 วินาที สร้างความเสียหายมหาศาลแก่พื้นที่โดยรอบรัศมี 3 เมตร ระยะเวลาคูลดาวน์: 15 วินาที】
การเคลื่อนย้ายพริบตา!
ไม่ใช่การระเบิดความเร็ว ไม่ใช่การพุ่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่มันคือการก้าวข้ามมิติในความหมายที่แท้จริง!
ลมหายใจของเจียงเช่อถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
นี่มันหลุดขอบเขตของทักษะวิชาตัวเบาไปแล้ว!
มันดูเหมือนกับ... พรสวรรค์พลังพิเศษมากกว่า!
ระยะทาง 30 เมตร หมายความว่าเขาสามารถเคลื่อนที่ไปมาในสนามรบได้อย่างอิสระ จะไปปรากฏตัวตรงไหนก็ได้ตามใจนึก
จะลอบโจมตี จะหนีเอาตัวรอด หรือจะใช้ดึงจังหวะ...
มูลค่าทางยุทธวิธีของวิชาตัวเบานี้ ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ที่จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนย้าย ยังมีการทิ้งกับดักสายฟ้าเอาไว้อีกด้วย
ไม่ว่าจะใช้ไล่ล่าหรือใช้ถอยร่น ก็ล้วนแต่สร้าง “ความเซอร์ไพรส์” ให้แก่ศัตรูได้อย่างคาดไม่ถึง
การควบคุมที่สมบูรณ์แบบของหมัดอัสนีทลายภูผา
ความคล่องตัวที่ไร้ทางแก้ของย่างก้าวกัมปนาทสายฟ้าม่วง
เมื่อสองสิ่งนี้มารวมกัน ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น ทำให้แม้แต่ตัวเจียงเช่อเองยังรู้สึกใจสั่น
เขาสังเกตแผงทักษะของตัวเองอีกครั้ง
【หมัดเมฆา】 ยังคงอยู่ในระดับสมบูรณ์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
【โลหิตคลุ้มคลั่ง】 ก็เช่นเดียวกัน
ความคิดหนึ่งพลันกระจ่างแจ้งในหัวของเขา
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
วิญญาณอาชาอัสนีสวรรค์ คือธาตุสายฟ้าบริสุทธิ์
มันจึงส่งผลกลายพันธุ์ได้เฉพาะกับทักษะพื้นฐานที่ไม่มีธาตุ หรือทักษะที่เป็นธาตุสายฟ้าอยู่แล้วเท่านั้น
《หมัดทลายภูผา》 คือวิชาหมัดพื้นฐานที่ไม่มีธาตุ จึงถูกพลังสายฟ้าอัดฉีดเข้าไปจนเกิดการลอกคราบเปลี่ยนกระดูกใหม่
《ย่างก้าวกัมปนาท》 เดิมทีแฝงไว้ด้วยเจตจำนงแห่งสายฟ้าอยู่แล้ว เมื่อได้รับการเสริมพลังจากวิญญาณอาชาอัสนีสวรรค์ จึงก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นจนบรรลุการวิวัฒนาการขั้นสุดยอด
ส่วน 《หมัดเมฆา》 ที่เป็นธาตุลม และทักษะสนับสนุนอย่าง 《โลหิตคลุ้มคลั่ง》 ที่ไม่ได้สังกัดธาตุพลังงานใด ย่อมไม่สามารถสั่นสะเทือนเข้ากับพลังของวิญญาณอาชาอัสนีสวรรค์ได้
เมื่อเข้าใจจุดนี้แล้ว เส้นทางการฝึกยุทธ์ในอนาคตของเจียงเช่อก็พลันชัดเจนขึ้นมาในทันที
ลำพังแค่ทักษะที่กลายพันธุ์ทั้งสองวิชานี้ เขาก็มั่นใจว่า ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับระดับขุนพลยุทธ์ที่สูงกว่าเขาหลายขั้น เขาก็มีปัญญาจะต่อสู้ด้วยได้!
หรือกระทั่ง... สังหาร!
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เหลยเชียนเองก็ยังออมมือไว้สินะ เขาไม่เชื่อหรอกว่าทักษะกลายพันธุ์ของเหลยเชียนจะด้อยกว่าเขามากนัก
ไอ้หมอนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ เจียงเช่อประเมินเหลยเชียนใหม่ในใจ
แต่จะยังไงก็ช่าง การตอบตกลงผู้อำนวยการอู๋ครั้งนี้ ถือว่ากำไรมหาศาลสุด ๆ
เจียงเช่อลุกขึ้นยืน ขยับร่างกายไปมา
กระดูกส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะปร๊ะต่อเนื่องกันเป็นสาย กล้ามเนื้อทุกส่วนล้วนเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
กลิ่นไหม้จาง ๆ ในห้อง ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะก้มลงมองดูตัวเอง
เสื้อผ้ายังคงสภาพดีอยู่ แต่บนผิวหนังกลับถูกปกคลุมด้วยคราบสิ่งสกปรกสีดำที่เหนียวเหนอะหนะและมีกลิ่นคาว
นี่คือสิ่งเจือปนที่ถูกขับออกมาจากร่างกายตอนที่ทะลวงระดับ
เขาจำเป็นต้องไปอาบน้ำทำความสะอาดเสียหน่อย
ในจังหวะที่เขากำลังจะเดินไปทางห้องน้ำนั้นเอง
ปัง! ปัง ปัง!
เสียงเคาะประตูที่ร้อนรนพลันดังขึ้นอย่างรุนแรง
"เจียงเช่อ! นายอยู่ในนั้นหรือเปล่า!"
นั่นคือเสียงของเฉินเป่ย
ในน้ำเสียงของเขา แฝงไว้ด้วยความร้อนใจและความตกใจที่ปิดไม่มิด
เจียงเช่อหยุดฝีเท้าลง
"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! รีบดูประกาศฉุกเฉินของมหาวิทยาลัยเร็วเข้า!"
ที่ใต้ช่องว่างของประตูห้องนอน มีแสงสีแดงที่บาดตากำลังกะพริบถี่รัวอย่างบ้าคลั่ง
(จบบท)