เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 879 สองศึก

ตอนที่ 879 สองศึก

ตอนที่ 879 สองศึก


ตอนที่ 879 สองศึก

เขตอาคมปีศาจสิงโตคำรามคือเขตอาคมที่ใช้พลังจากกฎแห่งความมืดดักจับศัตรูในพื้นที่ และค่อย ๆ บีบอัดพลังลงมาเพื่อใช้ความมืดกัดกินศัตรูที่อยู่ภายใน

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้เรียนรู้กฎแห่งความมืด เขาจึงประยุกต์ใช้กฎมิติในระหว่างการสร้างเขตอาคมนี้ ซึ่งมันก็คงจะมีเพียงแต่คนบ้าแบบเขาเท่านั้นที่ใช้พลังของทางฝั่งเทพในการกระตุ้นเขตอาคมของฝั่งมาร

เขตอาคมของทางเผ่ามารย่อมถูกปรับปรุงให้มีความเข้ากันได้กับพลังของเผ่ามารโดยเฉพาะ การพยายามใช้พลังของเผ่าเทพในเขตอาคมของเผ่ามารแบบนี้มันจึงทำให้เขตอาคมเริ่มเกิดความไม่เสถียร

ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้เซี่ยเฟยจะมีความสามารถในการควบคุมเขตอาคมปีศาจสิงโตคำรามได้ แต่ก็อย่าลืมว่าสถานที่ที่เขากำลังยืนอยู่ในปัจจุบันนี้คือดินแดนของเผ่าเทพ การพยายามใช้เขตอาคมของเผ่ามารในพื้นที่ของเผ่าเทพจึงถือว่าเป็นการกระทำที่บ้าบิ่นอย่างแท้จริง

“วันนี้ไม่พวกแกก็ฉันจะต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!!” เซี่ยเฟยร้องคำรามขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะการที่เขาตัดสินใจใช้เขตอาคมของเผ่ามารในดินแดนของเผ่าเทพ มันก็หมายความว่าเขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะต้องจบการต่อสู้ลงที่นี่ให้ได้

“นั่นมันเขตอาคมของเผ่ามารไม่ใช่เหรอ?!” บลายอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง เพราะเขาไม่คิดว่านักรบสกายวิงอย่างเซี่ยเฟยจะกล้าใช้เขตอาคมของเผ่ามารขึ้นมาในสถานที่แห่งนี้จริง ๆ

อย่างไรก็ตามเขตอาคมปีศาจสิงโตคำรามก็ทำให้ชายตาบอดเหงื่อไหลซึมขึ้นมาทั่วทั้งร่าง เพราะอย่าลืมว่าเขตอาคมของทางฝั่งมารถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับนักรบของทางฝั่งเทพโดยเฉพาะ

ทั่วทั้งดินแดนกฎคนที่ไม่สนใจเรื่องเผ่าพันธุ์อย่างเซี่ยเฟยมีไม่มากนัก เพราะในสายตาของนักรบโดยทั่วไปจอมมารอย่างโอโร่คือตัวร้ายที่จะต้องถูกกำจัดโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามในสายตาของชายหนุ่มโอโร่คือสหายที่ดี แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของเขาอย่างเฉินตง เขาก็พร้อมจะยินดีให้สหายเข้าไปพัฒนาในดินแดนของทางฝั่งมารด้วยเช่นกัน

ในสายตาของเซี่ยเฟยมีเพียงมิตรกับศัตรู 2 สิ่งเพียงเท่านั้น ซึ่งศัตรูทุกคนจะต้องถูกกำจัดและสหายทุกคนจะต้องถูกปกป้องไม่ว่าสหายคนนั้นจะอยู่ทางฝั่งเทพหรือฝั่งมารก็ตาม

พลังของกฎมิติทำให้เขตอาคมบีบตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ซึ่งในความเป็นจริงการใช้พลังมิติในการขับเคลื่อนเขตอาคมปีศาจสิงโตคำรามนี้ มันกลับให้ผลดีมากกว่าการใช้พลังของกฎแห่งความมืดในการขับเคลื่อนเขตอาคมเสียอีก

บางทีแม้แต่นักรบมารที่ออกแบบเขตอาคมนี้มาก็คงจะนึกไม่ถึงว่าวิธีการใช้เขตอาคมอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด แท้ที่จริงแล้วมันควรจะต้องขับเคลื่อนเขตอาคมด้วยพลังมิติของทางฝั่งดินแดนเทพ

นักฆ่าทั้งสองเริ่มแสดงความกังวลออกมาอย่างชัดเจน และพวกเขาก็เริ่มปลดปล่อยพลังของตัวเองเพื่อทำลายเขตอาคมนี้ออกไป

ตูม ๆ ๆ

บลายมีพลังอยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่ 2 ขณะที่เลมมีพลังอยู่ในระดับราชันย์ข้างที่ 1 อย่างไรก็ตามถึงแม้พวกเขาจะทุ่มเทพลังจู่โจมเข้าใส่เขตอาคมอย่างเต็มที่ พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะทำลายเขตอาคมนี้แล้วหนีไปยังพื้นที่บริเวณด้านนอกได้

ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาทางเซี่ยเฟย เพราะพวกเขาเดาว่าจุดที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้นควรจะเป็นพื้นที่ที่มีความผันผวนของเขตอาคมมากที่สุด

“ขนอุย ฆ่าพวกมันซะ!!” เซี่ยเฟยร้องตะโกนอย่างดุร้าย

อสูรน้อยในร่างแปลงของชายหนุ่มพุ่งตัวไปข้างหน้าในทันที ขณะที่เซี่ยเฟยยกฝ่ามือขึ้นก่อนที่จะจู่โจมเข้าใส่เขตอาคมของตัวเอง

ตูม!

โจมตีใส่เขตอาคมของตัวเอง?

เซี่ยเฟยบ้าไปแล้วงั้นเหรอ?!

พลังของกฎแห่งความโกลาหลได้เปิดช่องว่างในเขตอาคมขึ้นมาอย่างฉับพลัน เมื่อบลายกับเลมได้เห็นโอกาสพวกเขาก็พยายามมุ่งหน้าตรงไปยังพื้นที่ในตำแหน่งนั้น เพื่อหลบหนีออกไปจากเขตอาคมที่อันตรายแห่งนี้

โอกาส?

จู่ ๆ เซี่ยเฟยจะเปิดโอกาสให้ศัตรูได้ยังไง นอกเสียจากว่าโอกาสนี้มันจะแฝงไปด้วยกับดักที่เขาได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้า

ขนอุยเผยรอยยิ้มออกมาอย่างน่าหวาดกลัว และในขณะที่บลายกับเลมอยู่ห่างจากทางออกเขตอาคมไม่กี่วินาที เจ้าตัวน้อยก็อ้าปากและส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างน่าสยดสยอง

โกลเด้นฟาลคอน!

สิ่งที่ชายหนุ่มทำไม่ได้มีเพียงแค่การหลอกล่อศัตรูเข้ามาติดกับดัก ซึ่งเป็นวิธีการที่อีกฝ่ายเคยใช้กับเขาเท่านั้น แต่เขายังใช้สิ่งประดิษฐ์ที่เคยเป็นสมบัติของสหายศัตรูในการจัดการกับศัตรูทั้งสองคนนี้อีกด้วย

อิ้ว!

เสียงร้องคำรามของขนอุยเป็นสิ่งที่ทรงพลังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และเมื่อมันได้ถูกเสริมพลังด้วยโกลเด้นฟาลคอน มันจึงทำให้เสียงร้องคำรามของอสูรตัวน้อยมีความอันตรายราวกับการจู่โจมด้วยอาวุธมายา

เสียงร้องคำรามของอสูรศักดิ์สิทธิ์ประสานพลังเข้ากับพลังของสิ่งประดิษฐ์อันทรงพลังและควบคู่ไปกับเขตอาคมอันบ้าคลั่ง มันจึงยากที่จะทำให้ศัตรูหนีรอดไปจากกับดักที่น่าหวาดกลัวครั้งนี้ได้

บริเวณห่างออกไปไม่ไกลนัก ผู้อาวุโสทั้งสองคนของสกายวิงก็ยังคงจับตาดูการต่อสู้ในครั้งนี้อยู่อย่างใกล้ชิด

มันคงจะเป็นเรื่องโกหกถ้าหากจะบอกว่าตระกูลไม่ได้กังวลเรื่องของเซี่ยเฟยเลย เพราะอย่าลืมว่าชายหนุ่มคนนี้คืออีวิลวิงคนที่ 2 นอกเหนือจากบรรพบุรุษของพวกเขา

หากพวกเขาไม่สนใจในตัวชายหนุ่ม เซี่ยกู่เฉิงผู้ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสกายวิงคงจะไม่รีบร้อนนำตัวเซี่ยเฟยขึ้นมาสู่เผ่าเทพตั้งแต่วันแรกที่อีกฝ่ายพัฒนากลายเป็นจักรพรรดิกฎแบบนี้ เพียงแต่พวกเขาคอยแอบดูแลความปลอดภัยให้กับเซี่ยเฟยอย่างลับ ๆ เท่านั้น

“คราวนี้ฉันเชื่อแล้วว่าทำไมบรรพบุรุษถึงบอกว่าเซี่ยเฟยจะสามารถดูแลตระกูลของพวกเราได้ในอนาคต แผนการของเขาช่างเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ อีกอย่างในตระกูลของเราก็ไม่มีใครสร้างเขตอาคมที่ทรงพลังแบบนี้ขึ้นมาได้นานมากแล้ว” เซี่ยเค่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เขตอาคมของเขาทรงพลังจริง ๆ แต่การตัดสินใจของเขาก็เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมากเหมือนกัน เขาคิดยังไงถึงใช้เขตอาคมของเผ่ามารในดินแดนเผ่าเทพแบบนี้ ในหัวเขาไม่ได้คิดถึงปัญหาที่จะตามมาหลังจากนี้เลยงั้นเหรอ?” เซี่ยเหลียนหนิงกล่าวขึ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจมากนัก

“บรรพบุรุษเคยบอกเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือไงว่าการจัดการกับศัตรู พวกเราไม่จำเป็นจะต้องเลือกวิธีการ อีกอย่างฉันก็เคยเห็นคนที่เคยทำอะไรคล้าย ๆ แบบนี้อยู่เหมือนกัน” เซี่ยเค่อกล่าว

“ใคร?” เซี่ยเหลียนหนิงถาม

“บรรพบุรุษ” เซี่ยเค่อตอบ

เซี่ยเหลียนหนิงถึงกับพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่งเมื่อสหายได้นำเซี่ยเฟยไปเปรียบเทียบกับบรรพบุรุษ

อย่างไรก็ตามความบ้าคลั่งของเซี่ยเฟยก็ทำให้เซี่ยเหลียนหนิงรู้สึกชื่นชมชายหนุ่มคนนี้มาก เพราะถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ได้ใช้แผนการบ้า ๆ แบบนี้ มันก็ยากที่เขาจะกำจัดนักรบที่ทรงพลังกว่าอย่างบลายกับเลมได้

“แย่แล้ว! มีพวกเจ้าชายกำลังบุกเข้าไปในภูเขา” เซี่ยเค่ออุทานขึ้นมาพร้อมกับขมวดคิ้ว

พวกเจ้าชายคือคำเรียกลูกหลานของนักรบในเผ่าเทพที่ยังคงอาศัยภายในดินแดนแห่งนี้อยู่ และถึงแม้เจ้าชายส่วนใหญ่จะเป็นคนไร้ประโยชน์ แต่ตระกูลที่อยู่เบื้องหลังก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถมองข้ามได้ง่าย ๆ

“ฆ่าพวกมันให้หมด!” เซี่ยเฟยตะโกนบอกขนอุยเสียงดัง

อสูรตัวน้อยเคลื่อนตัวลงจากภูเขาอย่างรวดเร็วและปฏิบัติตามคำสั่งของเซี่ยเฟยอย่างไม่ลังเล

อิ้ว!

เสียงร้องคำรามของขนอุยดังขึ้นมาอีกครั้งก่อให้เกิดคลื่นเสียงอันทรงพลังสังหารกลุ่มเจ้าชายทุกคนจนหมด

“โหดเหี้ยมมาก! เซี่ยเฟยไม่คิดจะถามด้วยซ้ำว่าคนพวกนั้นเป็นใคร เขาไม่กลัวว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเด็กพวกนั้นจะมาแก้แค้นเขาบ้างเหรอ?!” เซี่ยเหลียนหนิงอุทานขึ้นมาเบา ๆ ซึ่งความโหดเหี้ยมของชายหนุ่มที่แสดงออกมามันก็ถึงกับทำให้พวกเขาเกือบจะพูดไม่ออก

ความจริงแล้วการลงมือของชายหนุ่มย่อมไม่สร้างปัญหาใด ๆ ตามหลังมาอย่างแน่นอน เพราะถึงแม้เซี่ยเฟยจะไม่ลงมือแต่พวกเขาทั้งสองก็ไม่คิดจะปล่อยให้ใครรอดชีวิตกลับไปได้อยู่แล้ว

สิ่งที่สำคัญคือเซี่ยเฟยสังหารอย่างเด็ดขาดมากจนเกินไป เพราะก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเคลื่อนไหว ชายหนุ่มก็เลือกสังหารทุกคนโดยไม่ลังเลคล้ายกับว่าเขาจะสังหารคนทุกคนที่เห็นเขตอาคมนี้ และเขาก็จะไม่หยุดสังหารจนกว่าเขตอาคมจะปิดตัวลง

การต่อสู้ของสกายวิงไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ของเผ่าเทพเท่านั้น เพราะนักรบสกายวิงอีกสองคนก็กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดภายในมัดดี้ที่อยู่ห่างไกลด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันเซี่ยกวงไห่กับเซี่ยเกิงผู้ซึ่งเป็นราชันย์ขั้นที่ 8 และผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหากำลังเผชิญหน้ากับ 2 ราชันย์และ 2 จักรพรรดิจากเผ่าไคลีของทางฝั่งมาร

ในช่วงท้ายของการต่อสู้มันก็ทำให้ดวงดาวที่พวกเขายืนอยู่นั้นเกือบจะพังทำลาย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าการต่อสู้ในครั้งนี้มันเป็นการต่อสู้ที่โหดร้ายมากเพียงใด

ตอนจบของการต่อสู้ 2 จักรพรรดิกับ 1 ราชันย์ของเผ่าไคลีถูกสังหารลง เหลือเพียงนักรบระดับราชันย์อีกคนที่เซี่ยกวงไห่จงใจไว้ชีวิตคนเดียวเท่านั้น

“พวกแกเข้ามาในมัดดี้ทำไม?” เซี่ยกวงไห่ตะโกนถาม โดยนักรบคนนี้คือนักรบระดับราชันย์ขั้นที่ 4 ซึ่งน่าจะเป็นหัวหน้าทีมของเผ่าไคลี

ในช่วงแรกนักรบชาวไคลีคนนี้ค่อนข้างที่จะดื้อรั้น แต่หลังจากที่เขาถูกทรมานมาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็เริ่มเปิดปากบอกความลับออกมา

“พวกเราได้ข่าวว่ามีอาวุธมายาอยู่ในมัดดี้ พวกเราจึงถูกส่งมาสำรวจว่ามันมีอาวุธมายาอยู่จริงไหม”

“อาวุธมายาธาตุอะไร?” เซี่ยกวงไห่ถาม

“ข่าวมี 2 ข่าว ข่าวหนึ่งบอกว่าเป็นนทีบริสุทธิ์ธาตุน้ำกับอีกข่าวบอกว่าเป็นต้นสนไร้วันสลายธาตุพืช”

ต้นสนไร้วันสลายคืออาวุธมายาธาตุพืชที่แข็งที่สุดในบรรดาอาวุธมายาธาตุพืชทั้งหมด ความแข็งของอาวุธชิ้นนี้เป็นสิ่งที่แม้แต่อาวุธมายาธาตุโลหะก็ยังเจาะทำลายไม่ได้ ถ้าหากเซี่ยเฟยสามารถหลอมรวมต้นสนไร้วันสลายเข้ากับหงส์ครามของชายหนุ่มได้ มันย่อมช่วยเพิ่มพลังให้กับเซี่ยเฟยได้อย่างมหาศาล

“พวกแกมาคนเดียวหรือมีคนอื่นมาด้วย?” เซี่ยกวงไห่ถามอีกครั้ง

เผ่าไคลี, อิโดซ่าและซุยซู ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ กัน ทั้งสามเผ่าพันธุ์นี้จึงมีความสัมพันธ์อันไม่ธรรมดา ซึ่งการที่มันมีนักรบเผ่าไคลีปรากฏตัวในพื้นที่บริเวณนี้ มันก็อาจจะหมายความว่ามันได้มีนักรบอีกสองเผ่าพันธุ์ที่เหลืออยู่ใกล้ ๆ

เมื่อนักรบเผ่าไคลีสารภาพว่ามีนักรบเผ่าอิโดซ่าและซุยซูเดินทางมาด้วย เซี่ยกวงไห่กับเซี่ยเกิงก็ขมวดคิ้วอย่างปวดหัว ก่อนที่เซี่ยกวงไห่จะใช้ขวานฟันร่างของศัตรูออกเป็น 2 ท่อน

หลังจากมีข่าวหลุดออกไปมันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกไม่นานจะต้องมีนักรบจากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ถูกส่งเข้ามาในมัดดี้ด้วยเช่นกัน และถ้าหากว่ามันได้มีนักรบถูกส่งเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ มันก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

“พวกเราถอยก่อนดีไหม?” เซี่ยเกิงถามอย่างเคร่งเครียด

“ถอย? พวกเราถอยไม่ได้เด็ดขาด รีบบอกให้ผู้อาวุโสส่งกำลังเสริมมาเพิ่ม ไม่ว่ายังไงพวกเราก็จะต้องเอาต้นสนไร้วันสลายกลับไปให้ได้!” เซี่ยกวงไห่พูดเสียงดังขณะเก็บขวานเอาไว้ตรงบริเวณชุดเกราะด้านหลัง

***************

ใครจะเจอก่อนกันล่ะทีนี้?

จบบทที่ ตอนที่ 879 สองศึก

คัดลอกลิงก์แล้ว