- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 110 จอมยุทธ์
บทที่ 110 จอมยุทธ์
บทที่ 110 จอมยุทธ์
ทำไมจู่ๆ ถึงมานับญาติกันได้ล่ะเนี่ย?
อาจเป็นเพราะน้ำเสียงของหลี่อังนั้นฟังดูจริงใจเกินไป และท่าทางก็ดูเคร่งขรึมเสียจนผีนักเรียนที่ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นคนนี้ถึงกับอ้าปากค้าง
"คุณ... คุณก็เหมือนกันเหรอ..."
"น้องชาย ในเมื่อเราต่างก็เป็นคนอาภัพที่โลกไม่รักเหมือนกัน ทำไมไม่ลองเล่าเรื่องของนายให้พี่ชายคนนี้ฟังหน่อยล่ะ"
หลี่อังงัดทักษะการเจรจาประเภท 'เห็นคนพูดภาษาคน เห็นผีพูดภาษาผี' ออกมาใช้ เขาตีสนิทด้วยการโอบไหล่ที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของอีกฝ่ายไว้
ก่อนจะเสกบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนแล้วส่งให้
อีกฝ่ายรับบุหรี่ไปตามสัญชาตญาณแต่ไม่ได้จุดสูบ เขาเริ่มเล่าเรื่องราวของตัวเองออกมาอย่างลังเล
ที่ญี่ปุ่นมีสิ่งที่เรียกว่า 'วัฒนธรรมการกู้เงิน' มาแต่โบราณ จนมีคำพังเพยที่ว่า "ชาวเอโดะไม่เก็บเงินไว้ข้ามคืน" ซึ่งหมายถึงการใช้ชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ มีเงินก็ใช้ให้หมด พอไม่มีเงินใช้เมื่อไหร่ก็จะไปกู้เงินมา
เงินกู้ประเภทนี้มักจะเป็นการกู้ระยะสั้นที่มีดอกเบี้ยสูงจนน่าตกใจ เช่น สิบวันหนึ่งเท่า สิบวันสองเท่า ไปจนถึงสิบวันห้าเท่า หรือแม้แต่วันละหนึ่งเท่า
ในช่วงปี 1970 แนวคิดการบริโภคด้วยเงินอนาคตจากอเมริกาถูกนำเข้ามาในญี่ปุ่น ทำให้วัฒนธรรมการกู้เงินที่เคยจำกัดอยู่แค่ในชนชั้นกลางเริ่มแพร่กระจายไปสู่ชนชั้นล่าง
และในช่วงเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่พุ่งทะยานอย่างรวดเร็วในตอนนั้น ก็ยิ่งเป็นตัวผลักดันให้เกิดกระแสนิยมการใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยด้วยการกู้หนี้ยืมสิน
ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานทางการเงิน ศูนย์ช่วยเหลือทางกฎหมายของญี่ปุ่น สำนักงานทนายความ และธนาคารต่างๆ ทำให้บริษัทเงินกู้ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ซึ่งรวมถึงบริษัทที่ให้บริการเงินกู้นอกระบบด้วย
ญี่ปุ่นเองก็มีกฎหมายที่ระบุว่า "หากอัตราดอกเบี้ยเกินกำหนดจะถือเป็นโมฆะ" บริษัทดอกเบี้ยโหดบางแห่งจึงแจ้งลูกค้าตรงๆ ก่อนกู้เลยว่า ดอกเบี้ยคือสิบวันห้าเท่า
ถ้าคืนไม่ได้ จะแจ้งตำรวจก็ได้ ไม่ต้องคืนเงิน แต่เหยื่อส่วนใหญ่ไม่กล้าทำแบบนั้น เพราะถ้าพวกเขาขาดเงินกู้ที่ไหลเวียนต่อเนื่องพวกเขาก็อยู่ไม่ได้
อิชิดะ อินาโมริ ผีนักเรียนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลี่อัง ก็คือหนึ่งในเหยื่อเหล่านั้น
จุดเริ่มต้นของเขาเกิดจากความหน้าใหญ่ใจโต อยากได้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจึงไปกู้เงินมาซื้อ แต่พอคืนไม่ได้ เขาก็ถูกล่อลวงให้ไปกู้เงินจากอีกบริษัทหนึ่งเพื่อมาโปะหนี้เก่า
แต่ทว่าเขาก็ยังคืนไม่ได้อีก ด้วยนิสัยแบบคนญี่ปุ่นที่ชอบ "แบกรับปัญหาไว้คนเดียวและขี้กังวลเกินเหตุ" อิชิดะ อินาโมริจึงไม่กล้าสารภาพกับพ่อแม่ แต่กลับตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่บ่อนการพนันเพื่อหวังจะฟลุกชนะพนันมาล้างหนี้
ผลลัพธ์ย่อมเป็นไปตามคาด... เขาเสียจนไม่เหลือแม้แต่กางเกง แถมยังติดหนี้เพิ่มขึ้นอีกเกือบล้านเยน
ดอกเบี้ยทบต้นพอกพูนจนมหาศาล ในที่สุดความจริงก็ถูกเปิดเผยต่อหน้าครอบครัวที่ยากจนของเขา
พ่อแม่ของอิชิดะเป็นเพียงชนชั้นแรงงานธรรมดาๆ ไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมากมาคืนในพริบตาได้ ขณะที่บริษัททวงหนี้ก็ส่งพวกนักเลงหน้าโหดร่างใหญ่มาวนเวียนข่มขู่ที่บ้านและโรงเรียนไม่เว้นวัน
"ถ้าไม่มีเงินคืน ก็รีบไปขายเลือด ขายไต ขายลูกตาซะ! ถ้าเสียดายอวัยวะก็ไปขายบ้านทิ้งซะ! สรุปคือต้องคืนเงินให้ตรงเวลา!"
ความกดดันรอบด้านทำให้ออิชิดะ อินาโมริมาถึงทางตัน บ่ายวันหนึ่งในหอพัก เขาจึงนำสายไฟไปแขวนไว้กับราวเตียงในห้องพัก...
ธนบัตรที่ปูลาดอยู่บนทางเดินชั้นเจ็ดนี้ ก็คือเศษซากความทรงจำของวัยรุ่นที่ถูกเงินกู้ดอกเบี้ยโหดบีบจนต้องจบชีวิตลงเหมือนกับอิชิดะ
หลี่อังตบไหล่อิชิดะอย่างเห็นใจ ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบเองพลางเล่าเรื่องราวในอดีต ที่เขามโนขึ้นสดๆ
"ถ้าเทียบกับพี่ชายคนนี้แล้ว พวกนายนับว่าโชคดีมากนะ"
"โชคดี?"
อิชิดะกัดฟันกรอด แววตาเต็มไปด้วยความแค้นที่คมกริบดุจใบมีด "ผมถูกพวกมันบีบจนตาย! ในโลกนี้ไม่มีใครน่ารังเกียจและเจ้าเล่ห์ไปกว่าพวกมันอีกแล้ว!"
"พ่อหนุ่ม... เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือกะลายังมีฝา เมื่อเทียบกับ 'เงินกู้หลุมพราง' ที่แท้จริงแล้ว บริษัทเงินกู้ในญี่ปุ่นพวกนี้ก็นับว่าเป็นแค่เด็กอมมือเท่านั้นแหละ"
หลี่อังหัวเราะร่า "พวกบริษัทเงินกู้หลุมพรางน่ะ เขาจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาเพียบ เพื่อหาวิธีเลี่ยงบาลีทุกรูปแบบ
สมมติว่ามีคนมาขอกู้ 5,000 โดยมีดอกเบี้ยเดือนละ 2,000
ไอ้พวกนี้จะให้เซ็นสัญญาว่ากู้ 7,000 ถ้าไม่คืนภายในเดือนเดียว ดอกเบี้ยจะพุ่งเป็น 3,000
ถ้ายังไม่คืนอีก ก็จะให้เซ็นสัญญาใหม่เพิ่มว่ากู้หนี้เก่ารวมดอกเบี้ยบวกเข้าไปอีก กลายเป็นหนี้ก้อนโตในพริบตา
ผลคือดอกเบี้ยทบต้น ดอกทบดอก จนผู้กู้ไม่มีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก แล้วบริษัทนั่นก็จะแนะนำให้ผู้กู้ไปกู้จากบริษัทอื่นในเครือมาโปะหนี้เดิมเพื่อเลี้ยงไข้ต่อไป
มูลค่าในสัญญาแต่ละใบดูเหมือนจะไม่สูงมาก แต่พอมันบวกค่าธรรมเนียมบ้าบอสารพัดเข้าไป ทั้งค่าที่ปรึกษา ค่าบริการ ค่าจัดการ... พอบวกกันแล้วมันจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ทันที
หลังจากโยนกลองกันไปมาไม่กี่รอบ เงินต้นก้อนเล็กๆ ก็จะพอกพูนกลายเป็นภูเขาหิมะที่ถล่มทับผู้กู้จนมิดหัว
ที่แสบกว่านั้นคือ บริษัทพวกนี้สามารถยึดบ้านของผู้กู้ได้อย่างถูกกฎหมายผ่านการขายทอดตลาด หรือใช้กระบวนการทางศาลเปลี่ยนหนี้ที่ผิดกฎหมายให้กลายเป็นหนี้ที่ถูกต้องตามกฎหมายได้แบบหน้าด้านๆ
แถมด้วยช่องว่างของกฎหมายที่ยังไม่ชัดเจน ต่อให้จับตัวคนรับผิดชอบได้ ก็ยากที่จะเอาผิดตามกฎหมายได้อย่างเด็ดขาด
พูดง่ายๆ คือในสายตาของพวกนักเลงที่มีความรู้เรื่องกฎหมาย ต้นทุนในการทำความผิดมันต่ำจนน่ากลัว แต่กำไรที่แฝงอยู่นั้นมันมากพอที่จะทำให้พวกมันยอมทำทุกอย่าง
ถ้าพี่จะบอกนายว่า มีบริษัทเงินกู้ออนไลน์บริษัทหนึ่งที่ร่ำรวยจากการสูบเลือดสูบเนื้อคนจนทำให้มีคนตายเพียบ...
แต่พวกมันกลับไม่ได้รับบทลงโทษอะไรเลย
"แถมบริษัทนั่นยังประสบความสำเร็จถึงขั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา จนมูลค่าพุ่งทะยานไปถึงหมื่นล้านดอลลาร์... นายคงไม่เชื่อเรื่องตลกร้ายแบบนี้สินะ"
พี่ชายคนนี้ก็เคยพลาด กู้เงินแค่สองพันหยวน สุดท้ายก็ถูกเล่ห์เหลี่ยมพวกนั้นบีบจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปนั่งคุยสัพเพเหระกับพี่ๆ ในเว็บบอร์ดโน่น
อะไรนะ...
'ใจต้องสู้ถึงจะชนะ ใจต้องกล้าถึงจะแดง' 'อยากรวยต้องลงหนักๆ' 'เด็กบ้านไหนร้องไห้ทุกวัน พี่ชายคนไหนแพ้พนันทุกวัน'..."
หลี่อังพ่นแสลงวงการนักเลงและนักพนันออกมาเป็นชุด เขาตบไหล่อิชิดะที่กำลังยืนอ้าปากค้างพลางถอนหายใจ "นายน่ะไม่ได้ตัวคนเดียวหรอก ในโลกนี้ยังมีคนอีกเป็นหมื่นเป็นแสนที่น่าสงสารพอๆ กับนาย หรืออาจจะมากกว่านายด้วยซ้ำ
เงินกู้ในรั้วโรงเรียนน่ะมันของแสลง ถ้าหลวมตัวเข้าไปเมื่อไหร่ ชีวิตก็พังพินาศเมื่อนั้น"
อิชิดะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาลืมเรื่องที่จะทำร้ายหลี่อังไปเสียสนิท "แล้ว... พวกเราไม่มีทางออกเลยจริงๆ เหรอครับ?"
"ทางออกงั้นเหรอ... มันก็พอจะมีอยู่นะ"
หลี่อังครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตบไหล่อิชิดะ "อินาโมริคุง..."
"คุณหลี่... เรียกผมว่าอิชิดะเฉยๆ ก็ได้ครับ" อิชิดะเอ่ยอย่างนอบน้อม
"โอเค อิชิดะ" หลี่อังพยักหน้าพลางเอ่ยอย่างลังเล "ตอนนี้นาย... กลายเป็นผีไปแล้วสินะ"
"ครับ" อิชิดะพยักหน้าพลางทำหน้าเศร้า "เฮ้อ พอมาคิดดูดีๆ ผมก็น่าจะอยู่เพื่อดูแลพ่อแม่จริงๆ"
"ใช่แล้วอิชิดะ การที่นายทิ้งพ่อแม่ไปแล้วเลือกทางออกง่ายๆ แบบนั้นมันคือความไม่รับผิดชอบอย่างรุนแรง"
หลี่อังตำหนิออกไปก่อนหนึ่งประโยค แล้วรีบพูดต่อทันที "แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วก็แก้ไขอะไรไม่ได้ อิชิดะ... เอากระเป๋าเงินใบนี้ไปซะ เอาไปให้พ่อแม่นาย
เงินดอลลาร์ในนี้ไม่ใช่ธนบัตรเรียงเลข แถมปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ พ่อแม่นายสามารถนำไปใช้ได้สบายใจ"
อิชิดะรับกระเป๋าเดินทางไป ความเย็นเยียบที่ข้อมือหลี่อังหายวับไปทันที สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื้นตัน "คุณหลี่..."
"คนหัวอกเดียวกัน เห็นนายแล้วพี่ก็นึกถึงตัวเองในอดีต"
หลี่อังเอ่ยด้วยน้ำเสียงกินใจ "อิชิดะ นายเคยคิดจะไปล้างแค้นพวกที่บีบให้นายต้องตายไหม?"
"ใครครับ? พวกแก๊งเงินกู้เหรอ?"
อิชิดะถือกระเป๋าพลางทำหน้าเศร้า "หลังจากรู้ตัวว่ากลายเป็นผี ผมก็อยากไปแก้แค้นพวกมันอยู่หรอก แต่ไอ้พวกทำธุรกิจนี้น่ะมันมีแต่พวกนักเลงหน้าเหี้ยมที่มีจิตสังหารรุนแรง
แถมถ้าผมออกไปนอกโรงเรียน พลังวิญญาณของผมก็ลดฮวบลงทันที ไม่มีปัญญาไปสู้กับพวกนักเลงที่มีไอสังหารอาฆาตพวกนั้นได้เลย"
หลี่อังยิ้มกริ่ม "ถ้าฆ่าพวกมันไม่ได้ ก็แค่ไปแกล้งพวกมันก็ได้นี่นา"
อิชิดะอึ้งไป "แกล้งเหรอครับ?"
"ถูกต้อง" หลี่อังพยักหน้า "อย่างเช่นตอนที่ไม่มีใครอยู่ ก็ไปพ่นสีแดงใส่หน้าบ้านมัน เอาอุจจาระไปเขียนที่พื้นหน้าบ้านมันว่า 'เป็นหนี้ต้องคืนเงิน'
พอตกดึกเที่ยงคืน ก็ไปเคาะหน้าต่างชั้นสองบ้านมันรัวๆ
หรือเอาแปรงขัดส้วมไปยัดไว้ในตู้เย็นบ้านมัน หรือเอาเข็มไปทิ่มยางรถยนต์พวกมันให้ระเบิด..."
หลี่อังพล่ามสารพัดวิธีแสบๆ คันๆ ให้อิชิดะฟังจนผีหนุ่มถึงกับมึนตึ้บ
"แถมในเมื่อนายเป็นวิญญาณ พวกมันก็ไม่มีทางจับนายได้ ต่อให้บอสใหญ่ของบริษัทเงินกู้จะมีเงินจ้างองเมียวจิมาคุ้มกันตัวเอง แต่มันก็คุ้มกันพวกลูกน้องตัวเล็กตัวน้อยไม่ได้หรอก"
หลี่อังพยายามโน้มน้าวใจ "ด้วยการดูดซับแรงอาฆาตและความแค้นจากพวกนักเลงนั่น ในฐานะผี นายก็สามารถเพิ่มพละกำลังได้ แถมยังได้ปกป้องพวกคนดวงจู๋ที่ต้องเจอชะตากรรมเดียวกับนาย ไม่ให้ต้องจบชีวิตแบบนายอีกด้วย"
"แต่ว่า..." อิชิดะเอ่ยอย่างไม่ค่อยมั่นใจ "ทำแบบนั้นมันจะดีจริงๆ เหรอครับ? ผมรู้สึกว่า..."
"ใครทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้รับผลกรรมนั้น!"
หลี่อังเอ่ยด้วยท่าทางเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม "ไม่ว่าพวกมันจะพยายามใช้คำว่า 'จิตวิญญาณแห่งพันธสัญญา' มาฟอกตัวยังไง สุดท้ายมันก็หนีความจริงที่ว่าพวกมันหากินบนคราบน้ำตาของคนอื่นไม่ได้อยู่ดี
อิชิดะ นายไม่อยากทำหน้าที่เป็นทูตแห่งความยุติธรรม คอยผดุงความชอบธรรมในความมืดมิดงั้นเหรอ?!"
อิชิดะถูกหลี่อังปลุกปั่นด้วยคุณธรรมกำมะลอ จนฮึกเหิม เขาพยักหน้าหงึกๆ "ครับ! พี่หลี่! ผมจะทำตามที่พี่บอก!"
"ดีมาก" หลี่อังพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะตบบ่าอิชิดะเบาๆ
"DC มีแบทแมน Marvel มีไอรอนแมน ในฐานะที่นายจะเป็นซูเปอร์ฮีโร่สายดาร์กของญี่ปุ่น นายก็ควรจะมีฉายาด้วยนะ"
อิชิดะถาม "ฉายาอะไรเหรอครับ?"
หลี่อังหัวเราะร่า "ในเมื่อเป็นฉายา จุดประสงค์หลักก็คือต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงให้มิดชิดที่สุด ต่อไปนี้นายจงปลอมตัวเป็นผีที่มาจากเกาหลี แล้วใช้ชื่อว่า... จอมยุทธ์กาวลี่ หรือที่รู้จักกันในนามจอมยุทธ์ดอกเบี้ยโหด ก็แล้วกัน!"
............