เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 868 คำสั่งจากราชวังราชันย์เทพ

ตอนที่ 868 คำสั่งจากราชวังราชันย์เทพ

ตอนที่ 868 คำสั่งจากราชวังราชันย์เทพ


ตอนที่ 868 คำสั่งจากราชวังราชันย์เทพ

“เผ่าเทพ!? เซี่ยเฟยถูกเรียกตัวขึ้นไปแล้วงั้นเหรอ?”

“ไม่มีทาง! เขาเพิ่งจะเลื่อนระดับมาเป็นจักรพรรดิได้เพียงแค่ไม่นาน ตามกฎแล้วเขาไม่สามารถที่จะขึ้นไปสู่เผ่าเทพได้เว้นแต่ว่าเขาจะมีความสามารถพิเศษ”

“บางทีสงครามอาจจะใกล้เริ่มแล้วก็ได้ ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้มีคนถูกเรียกตัวขึ้นไปเยอะมาก”

ฝูงชนต่างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ในทันที เมื่อเซี่ยกวงไห่ประกาศว่าเซี่ยเฟยถูกเรียกตัวไปยังเผ่าเทพ

คนส่วนใหญ่เชื่อว่าสาเหตุที่เซี่ยเฟยถูกเรียกตัวเร็วขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่าเขาเป็นสมาชิกของสกายวิง ท้ายที่สุดหลังจากสงครามครั้งที่ผ่านมาชื่อเสียงของสกายวิงก็โด่งดังไปไกล จนทำให้ใคร ๆ ต่างก็รู้สึกหวาดกลัว

ในเวลาเดียวกันเฝิงคูชาน, เอเลแกนซ์และซาเลมต่างก็รู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะการโจมตีใส่เผ่าเทพไม่ใช่ข้อหาที่จะถูกปล่อยผ่านไปได้ง่าย ๆ ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุดพวกเขาก็อาจจะถูกตัดสินโทษประหารชีวิต

พวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้จริง ๆ ว่าคนที่เพิ่งทะลุผ่านระดับจักรพรรดิกฎมาได้เมื่อเช้าจะถูกเรียกตัวขึ้นไปยังเผ่าเทพในทันทีแบบนี้

“ฉันไม่เชื่อ! เซี่ยเฟยเพิ่งจะพัฒนามาเป็นจักรพรรดิได้เพียงแค่ไม่นาน แล้วเขาจะถูกเรียกตัวขึ้นสู่เผ่าเทพได้ยังไง?!” เฝิงคูชานตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ

“ใช่ เรื่องนี้จะต้องเป็นเรื่องโกหกของสกายวิงแน่ ๆ ถ้าหากฉันรู้ว่าคุณกำลังโกหก ฉันไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไปเด็ดขาด!!” เอเลแกนซ์กล่าวเสริม

เซี่ยเฟยที่กำลังรับฟังบทสนทนาอยู่จากด้านข้างก็กำลังรู้สึกสับสนด้วยเช่นกัน และถึงแม้ว่าเขาจะต้องการเข้าสู่เผ่าเทพโดยเร็วที่สุด แต่เหตุการณ์นี้มันก็ค่อนข้างจะกะทันหันเกินไปหน่อย

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เซี่ยกวงไห่กำลังจะลงมืออีกครั้ง มันก็มีเสียงดังสนั่นขึ้นมาจากฟากฟ้า ก่อนที่จะมีร่างอีกสามร่างเคลื่อนที่ลงมาอย่างรวดเร็ว

“ไอ้พวกสารเลว! ทำผิดแล้วยังไม่รู้จักสำนึกอีกนะ!!”

พริบตาต่อมาชายชรา 3 คนก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน โดยสีหน้าของพวกเขาต่างก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความโกรธ

การปรากฏตัวของชายชราทั้งสามทำให้ผู้ชมตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกอีกครั้ง เพราะไม่เพียงแต่เซี่ยกวงไห่จะปรากฏตัวเท่านั้น แต่ชายชราจากเผ่าเทพทั้งสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาด้วยเช่นกัน

“เจ้าพวกนี้กล้าโจมตีคนของเผ่าเทพ พวกคุณเชิญจัดการพวกมันตามสมควรได้เลย” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับพยักหน้าไปทางจักรพรรดิกฎทั้งสามที่กำลังนั่งบาดเจ็บอยู่บนพื้น

ชายชราทั้งสามคือเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในโถงยุติธรรมของเผ่าเทพ ซึ่งเป็นสมาคมที่คอยควบคุมกฎและอยู่เหนือสมาคมผู้คุมกฎในดินแดนกฎอีกที

“พวกแกกล้ามากนะที่มาทำร้ายคนของเผ่าเทพแบบนี้” ชายชราร่างผอมกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา และถึงแม้ว่าเสียงของเขาจะไม่ดังมากนัก แต่มันเปรียบเสมือนดาบแหลมที่กำลังแทงเข้าสู่หัวใจของผู้ฟัง

“นายรู้กฎดีอยู่แล้ว ดังนั้นฉันจะไม่อธิบายอะไรมาก เฝิงคูชานถูกถอดออกจากตำแหน่งผู้นำกลุ่มมังกรฟ้าทันที จงนำซาเลมไปที่โถงยุติธรรมเพื่อยอมรับบทลงโทษซะ หลังจากนี้กลุ่มมังกรฟ้าจะอยู่ภายใต้การควบคุมของบรูซเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำตัดสินลงมาใหม่”

“เอเลแกนซ์ผู้นำตระกูลสโนว์ดริฟท์มีความบกพร่องในการดูแลตระกูล เผ่าเทพไม่ยอมรับตำแหน่งของเอเลแกนซ์อีกต่อไป จงเข้าไปที่โถงยุติธรรมเพื่อยอมรับการลงโทษแต่โดยดี ส่วนหัวหน้าตระกูลสโนว์ดริฟท์คนต่อไปให้ทางตระกูลเป็นผู้คัดเลือกกันขึ้นมาเอง”

คำสั่งของเทพชราทำให้เฝิงคูชาน, เอเลแกนซ์และซาเลมต่างก็รู้สึกตกตะลึง เนื่องจากไม่มีใครเคยคิดเลยว่าพวกเขาจะถูกลงโทษอย่างรุนแรงจนถึงขนาดนี้ เพราะไม่เพียงแต่พวกเขาจะถูกถอดออกจากตำแหน่งในปัจจุบันของตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขายังจะต้องเดินทางไปยังโถงยุติธรรมเพื่อรอรับบทลงโทษเพิ่มเติมอีกด้วย

“นี่มันไม่ยุติธรรม! เซี่ยเฟยเพิ่งจะเลื่อนระดับเป็นจักรพรรดิได้เมื่อเช้า เขามีคุณสมบัติอะไรที่จะเข้าสู่เผ่าเทพ?!” เอเลแกนซ์ตะโกนออกมาอย่างไม่ยินยอม

“เซี่ยเฟยเพิ่งเลื่อนระดับเมื่อเช้าแล้วทำไม? พวกแก 3 คนมีพลังสูงกว่าเขาตั้งเยอะแต่พวกแกยังไม่สามารถจัดการกับเขาได้ แบบนี้ยังจะมีหน้ามาคัดค้านอีกงั้นเหรอ?” เซี่ยกวงไห่ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

คำพูดของชายคนนี้ทำให้พวกเอเลแกนซ์หน้าแดงด้วยความอับอาย เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสามจะร่วมมือกัน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะโค่นล้มเซี่ยเฟยได้จริง ๆ

“แกจะไม่ยอมรับคำตัดสินใช่ไหม?” เทพชรากล่าวขึ้นมาด้วยความโกรธ เพราะเขาชี้แจงบทลงโทษทุกอย่างอย่างชัดเจนแล้ว แต่เอเลแกนซ์ก็ยังคงไม่เชื่อถือคำตัดสินของพวกเขา

“นี่คือคำสั่งดึงตัวจากราชวังราชันย์เทพ ถ้าหากว่าแกไม่เชื่อก็ลองดูคำสั่งด้วยตาของตัวเอง” ชายชรากล่าวก่อนที่เขาจะหยิบกระบอกสีทองออกมายื่นไปต่อหน้าเอเลแกนซ์

อย่างไรก็ตามมันกลับไม่มีใครกล้ารับกระบอกสีทองชิ้นนี้เลยแม้แต่คนเดียว

“คำสั่งดึงตัวจากราชวังราชันย์เทพ ปกติทางฝั่งโถงยุติธรรมจะเป็นคนออกคำสั่งดึงตัวไม่ใช่เหรอ?”

“นี่มันการอนุมัติจากราชันย์เทพโดยตรง หมายความว่าคำสั่งดึงตัวเซี่ยเฟยไม่ได้ผ่านโถงยุติธรรม แต่ถูกส่งไปยังราชวังราชันย์เทพเพื่ออนุมัติเป็นการส่วนตัว”

“พวกผู้เฒ่าในราชวังรู้จักเซี่ยเฟยด้วยงั้นเหรอ?”

คำสั่งดึงตัวจากราชวังราชันย์เทพไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ มันจึงทำให้ทุกคนต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ราชวังราชันย์เทพคือสถานที่ทำงานของสมาคมผู้เฒ่า หรือจะถูกเรียกว่ามันคือศูนย์กลางอำนาจของเผ่าเทพก็ไม่ผิดนัก ซึ่งมันก็มีเพียงแต่บุคคลระดับสูงในเผ่าเทพเท่านั้นที่สามารถเข้าออกสถานที่แห่งนี้ได้

ดวงตาทุกคู่ต่างก็จ้องมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความอิจฉาริษยามากยิ่งขึ้น เนื่องจากฐานะของชายหนุ่มถูกยกระดับขึ้นมากกว่าเดิมชนิดที่พวกเขาไม่อาจจะจินตนาการได้

เฝิงคูชานทำได้เพียงแต่เผยรอยยิ้มและส่ายหัวไปมาอย่างขมขื่น เพราะดูเหมือนว่าในรอบนี้เขาจะเคลื่อนไหวอย่างผิดพลาดร้ายแรงไปแล้วจริง ๆ

แม้ว่าเฝิงคูชานกับซาเลมจะยอมรับความผิดของตัวเองอย่างเงียบ ๆ แต่เอเลแกนซ์เป็นคนปากร้ายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรเธอจึงยังคงกล่าวใส่ร้ายเซี่ยเฟยต่าง ๆ นานา

“หุบปาก!”

ทันใดนั้นมันก็ได้มีเสียงอันเย็นชาดังเข้ามาภายในจิตใจของเอเลแกนซ์

“ท่านราชินี!?” เอเลแกนซ์สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะเจ้าของเสียงที่ดังขึ้นมาภายในจิตใจของเธอนี้คือหญิงชราผู้ซึ่งเป็นคนก่อตั้งตระกูลสโนว์ดริฟท์ขึ้นมาในอดีตอันยาวนาน ทุก ๆ คนในตระกูลจึงเรียกหญิงชราคนนี้ว่าราชินี

“ถ้าเธอไม่หยุดเธอจะไม่ได้ตายเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เธอยังจะลากตระกูลสโนว์ดริฟท์ทั้งตระกูลตายไปพร้อมกับเธอด้วย หากว่าเธอพูดอะไรไปมากกว่านี้ แม้แต่ฉันก็จะช่วยอะไรเธอไม่ได้อีกแล้ว” ราชินีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

เมื่อมีคำสั่งลงมาจากเบื้องบน ในที่สุดเอเลแกนซ์ก็ต้องก้มหน้าลงโดยไม่คิดที่จะเถียงอะไรอีกแล้ว

“คุณไม่คัดค้านคำตัดสินนี้ใช่ไหม?” เมื่อเอเลแกนซ์เงียบเสียงลงชายชราทั้งสามก็หันไปถามความเห็นจากเซี่ยกวงไห่

“ถามผมไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก พวกคุณไปถามบรรพบุรุษของผมดีกว่า” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับยักไหล่

เทพชราหน้าซีดขึ้นมาในทันที เพราะเมื่อพูดถึงบรรพบุรุษของตระกูลสกายวิง มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกปวดหัว ทุกคนต่างก็คิดในใจว่าพวกเขาจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยมากที่สุด ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็จะถูกรังควานจากคนบ้าที่อยู่ในเผ่าเทพ

“ทำไมพวกเราถึงไม่ฆ่าพวกเขาเลยล่ะครับ…” เซี่ยเฟยกล่าวถามเซี่ยกวงไห่ขึ้นมาเบา ๆ

“ดูเหมือนว่านายจะโหดเหี้ยมกว่าฉันอีกนะ” เซี่ยกวงไห่มองไปยังเซี่ยเฟยด้วยความประหลาดใจ

เซี่ยเฟยไม่พูดอะไรเพราะสำหรับเขา ศัตรูทุกคนจะต้องถูกกำจัด

“นายคิดว่าฉันไม่อยากฆ่าพวกมันเหรอ? แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษด้วย คนพวกนั้นมันก็เป็นเพียงแค่มดปลวกในสายตาของพวกเรา ที่พวกเราสามารถจะฆ่าพวกมันเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ เพียงแต่บรรพบุรุษอยากจะรีดไถเงินจากพวกมันสักหน่อย ถ้าหากว่านายไปทำลายแผนการของบรรพบุรุษก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน” เซี่ยกวงไห่ดึงตัวเซี่ยเฟยมากระซิบที่ข้างหูเบา ๆ

คำอธิบายนี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดไม่ออก เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าบรรพบุรุษจะใช้เหตุการณ์นี้เพื่อรีดไถเงินจากคู่กรณี

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็เริ่มจินตนาการถึงบรรพบุรุษที่เขาไม่เคยพบมาก่อน จากตอนแรกที่เขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นชายชราใจดี แต่ตอนนี้เขาเริ่มคิดว่าอีกฝ่ายกลายเป็นชายชราที่น่ากลัวแล้ว

เหตุการณ์จบลงด้วยการลงโทษจักรพรรดิทั้งสามคน ทำให้ข่าวเรื่องนี้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาที ทั่วทั้งดินแดนกฎก็ได้ยินข่าวนี้เหมือนกันหมด แล้วมันก็ทำให้ชื่อของเซี่ยเฟยกลับมาเป็นชื่อที่โด่งดังอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้นข่าวเรื่องที่เซี่ยเฟยยอมละทิ้งตระกูลเพื่อปกป้องสาวใช้เพียงคนเดียวยังได้สร้างตำนานขึ้นมาในหมู่หญิงสาว และตำนานนี้ก็คงจะอยู่ต่อไปอีกยาวนาน จนกว่าผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จะตายจากไป

ณ สวนสายลม

เซี่ยอู๋เย่รู้สึกเอ็นดูเซียวรั่วหยูมาก เขาจึงได้นำขนมและผลไม้เป็นจำนวนนับไม่ถ้วนเข้ามาเสิร์ฟให้กับหญิงสาวอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ขนอุยก็ตัวติดเซียวรั่วหยูอย่างไร้อย่างอาย ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวคนนี้ยังไม่ทำให้มันรู้สึกอึดอัดเหมือนกับตอนที่มันอยู่กับแอวริล

เซี่ยกวงไห่เรียกเซี่ยเฟยเข้าไปในห้องประชุมพร้อมกันกับเซี่ยเทียน ซึ่งชายชราผู้สวมแว่นคนนี้ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจในเรื่องที่เขาถูกดึงตัวขึ้นสู่เผ่าเทพมากนัก เพราะเขาได้คาดเดาเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เขาไม่ได้คาดเดาว่าคนที่จะถูกดึงตัวขึ้นไปพร้อมกับเขาจะเป็นเซี่ยเฟย

“พวกคุณทั้งสองคนเตรียมตัวให้พร้อม อีกสักพักพวกเราจะเริ่มออกเดินทางแล้ว” เซี่ยกวงไห่กล่าว

“รีบขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

เขายังมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่ต้องจัดการ ทั้งเรื่องของการสังหารโอโร่ตามสัญญา, เรื่องของการไปดูตู้เซฟขั้นสูงสุดของธนาคารฟารซี รวมถึงเรื่องที่เขาจะต้องวางแผนเข้าไปสืบหาข่าวคราวเกี่ยวกับลินนิจภายในบริษัทฟิกส์

“บรรพบุรุษเตรียมเรื่องพิเศษเอาไว้ให้กับนายแล้ว อีก 2-3 วันนายค่อยตามมาก็ได้ แต่เซี่ยเทียนจะต้องไปพร้อมกับฉันในวันนี้” เซี่ยกวงไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เซี่ยกวงไห่พูดคำว่าเรื่องพิเศษ มันก็ทำให้เขารู้สึกขนลุกขึ้นมาเล็กน้อย

“พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมพวกคุณถึงถูกดึงตัวขึ้นไปอย่างเร่งด่วนแบบนี้?” เซี่ยกวงไห่ถาม

เซี่ยเฟยกับเซี่ยเทียนส่ายหัวตอบกลับด้วยความสับสน

“เพราะว่าสงครามมันใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้วยังไงล่ะ” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับจิตสังหารที่พุ่งผ่านออกมาจากแววตา

***************

หมายถึงสงครามระหว่างเผ่าเทพกับเผ่ามารใกล้จะเกิดขึ้นอีกแล้วใช่ไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 868 คำสั่งจากราชวังราชันย์เทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว