- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 82 ถนน
บทที่ 82 ถนน
บทที่ 82 ถนน
"สวัสดีครับผู้ปกครองทุกท่าน ขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานประชุมผู้ปกครองของมหาวิทยาลัยผู้สูงอายุในวันนี้"
ในยามดึกสงัด หลี่อังสวมเสื้อโค้ทสีดำ มือหนึ่งถือร่มสีดำ อีกมือหนึ่งถือช่อดอกไม้ เขามีสีหน้าเคร่งขรึมและสงบนิ่งขณะเอ่ยเสียงต่ำกับกลุ่มป้ายวิญญาณหินในสุสาน
กลุ่มป้ายวิญญาณหินยังคงนิ่งสงบ รอบข้างไร้ซึ่งสรรพเสียง มีเพียงเสียงแมลงที่ดังระงมท่ามกลางความเงียบเชียบ
หลี่อังสะบัดเสื้อโค้ทแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ดูเหมือนทุกคนจะค่อนข้างเขินอายนะครับ ไม่ต้องเขินไปหรอกครับ ควรจะขยันยกมือถามและกระตือรือร้นในการแสดงความคิดเห็นกันหน่อยนะ"
จะไปพูดได้ก็ผีน่ะสิยะ!
ไฉชุ่ยเฉี่ยวที่หลบอยู่ในร่มสีดำคันใหญ่แอบบ่นในใจ เธอเอ่ยว่า "ดูดซับไอหยินที่นี่หมดแล้ว จะไปหรือยัง?"
"อืม..."
หลี่อังเหลือบมองข้อมูลของธงเรียกวิญญาณ [ปริมาณไอหยินปัจจุบัน: 379/1000]
เนื่องจากในยุคปัจจุบันนิยมการเผาศพเป็นหลัก การดูดไอหยินจากสุสานทั้งแห่งจึงเติมเต็มปริมาณไอหยินในธงเรียกวิญญาณได้เพียงหนึ่งในสามเท่านั้น
หากเพียงเพื่อให้ไฉชุ่ยเฉี่ยวคงรูปลักษณ์และสติสัมปชัญญะที่แจ่มใสไว้ได้ ปริมาณเท่านี้ก็น่าจะอยู่ได้ประมาณสิบเจ็ดถึงสิบแปดวัน
แต่หากเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงขึ้น ก็น่าจะอยู่ได้เพียงสามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น
"พอใช้ไปก่อนได้"
หลี่อังพยักหน้า เขาโยนช่อดอกไม้ทิ้งไว้หน้าป้ายวิญญาณที่สลักชื่อ ‘เฟ่ยเหว่ยเฉียง’ อย่างส่งๆ ก่อนจะถือร่มดำเดินออกจากสุสานไป
ในตอนนี้เขาไม่ได้สวมแว่นกันแดดหรือหน้ากากอนามัย หลี่อังคิดว่าองค์กรทางการอย่างหน่วยจัดการกิจการพิเศษ ได้เริ่มติดตั้งซอฟต์แวร์ในระบบกล้องวงจรปิดตามท้องถนนเพื่อตรวจจับบุคคลที่มีร่องรอยการอำพรางตัวอย่างชัดเจนแล้ว
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย เขาจึงสวมวิกผมสีดำที่หยิกเล็กน้อย ใช้ดินสอเขียนคิ้วปรับทรงคิ้วและโครงคิ้วใหม่
หลังจากสวมแว่นทรงกลม เขาก็ใช้ดินพอกหน้าสีเนื้อเน้นเงาที่บริเวณโหนกแก้มให้ดูเด่นชัดขึ้น
จากนั้น เขาก็ใส่ฟันปลอมที่ถอนฟันออกหมดแล้วเข้าไปในปาก เพื่อให้เหงือกดูเต็มขึ้นและปรับโครงสร้างกราม
รวมถึงแปะเพดานปากเทียมไว้ภายในเพื่อเปลี่ยนสำเนียงการพูด ให้เสียงดูทุ้มและแหบพร่าขึ้น
สุดท้ายเขาก็แปะแผ่นยางนิ่มๆ ไว้ที่นิ้วทั้งสิบเพื่อลบรอยนิ้วมือ แล้วสวมรองเท้าบูทเสริมส้นกับเสื้อโค้ทสีดำ
ขั้นตอนการปลอมตัวตามมาตรฐานชุดนี้ ทำให้หลี่อังที่ดูธรรมดาๆ กลายเป็นชายวัยกลางคนธรรมดาอีกคนหนึ่งไปเลย
มันเพียงพอที่จะหลอกระบบจดจำใบหน้าในกล้องวงจรปิดได้ ต่อให้พาหวังฉงซานหรือคุณตำรวจหวังเฟิงมายืนตรงหน้า ก็ยากที่จะจำได้ว่านี่คือหลี่อัง
แน่นอนว่า... วิธีการพูดของเขานั้นเปลี่ยนไม่ได้
ขณะเดินผ่านสวนสาธารณะ หลี่อังก็รำพึงออกมาด้วยความเวทนา "กลางคืนอากาศเริ่มเย็นลงแล้ว พวกเดรัจฉานในคราบมนุษย์ถึงได้กล้าออกมาวิ่งเพ่นพ่านบนถนนหลวง แล้วยืนฉี่ประจานต่อหน้าสาธารณะแบบนี้"
ไฉชุ่ยเฉี่ยวบ่นว่า "เดรัจฉานในคราบมนุษย์อะไรกันยะ นั่นมันแค่หมาที่มีเจ้าของใส่เสื้อผ้าให้แล้วจูงมาเดินเล่นไม่ใช่หรือไง"
หลี่อังเดาะลิ้น "ว้าว พ่อหนุ่มคนนั้นกำลังทำกิจกรรมต่อต้านมนุษยชาติอยู่เหรอเนี่ย ช่างไร้มนุษยธรรมจริงๆ"
ไฉชุ่ยเฉี่ยวปรายตามอง "นายเรียกการเต้นบีบอยท่าหกสูงว่าต่อต้านมนุษยชาติเหรอ... เออ แต่มันก็ฝืนธรรมชาติจริงๆ นั่นแหละ"
หลี่อังมองไปที่กลุ่มคนที่ลานกว้างกลางสวนสาธารณะ แล้วเอ่ยอย่างโกรธแค้น "อายุแค่นี้ดันเป็นพวกใคร่เด็กซะแล้ว น่ารังเกียจจริงๆ"
ไฉชุ่ยเฉี่ยวไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่า "เด็กประถมพวกนั้นแค่กำลังเซลฟี่กันเองย่ะ พวกเขาหลงตัวเองนับว่าเป็นพวกใคร่เด็กด้วยเหรอ..."
หลี่อังมองไปที่คนคนหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป เขาขมวดคิ้วแล้วด่าทอเสียงเบา "ไอ้หมาหัวขโมยหน้าด้าน แกกำลังเกาะกระแสแม่แกอยู่ล่ะสิ"
คำบ่นของไฉชุ่ยเฉี่ยวนั้นดูไร้เรี่ยวแรงอย่างยิ่ง "นั่นมันแค่เด็กน้อยที่หนาวจนต้องกอดแม่เขาไว้ไม่ใช่เหรอ! เกาะกระแสแม่บ้านแกสิ!"
การใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกับหลี่อังนั้น นับเป็นบททดสอบค่าสติปัญญาและตรรกะของสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญาอย่างยิ่ง หากไม่ระวังให้ดีก็อาจจะสติหลุดกระเจิงเอาได้ง่ายๆ เพียงเพราะความอยากตบมุกที่พลุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน
อย่างไรก็ตาม ไฉชุ่ยเฉี่ยวรู้สึกว่าความอดทนของเธอนั้นพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังจากที่ต้อง "ร่วมหัวจมท้าย" อยู่กินกับเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
จากความหวาดเกรงในพันธสัญญาเลือดช่วงแรกเริ่ม บัดนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นความเอือมระอาที่แสนสนิทใจ ความรู้สึกที่เคยมีต่อ "นายท่าน" ผู้ลึกลับและน่าเกรงขาม ถูกแทนที่ด้วยภาพของชายหนุ่มสุดเพี้ยนที่ชอบทำอะไรฝืนกฎธรรมชาติให้เธอเห็นจนชินตา
"นี่... นายยังเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวบ้างไหมเนี่ย"
หนึ่งคนกับหนึ่งผีเดินออกจากสวนสาธารณะ จงใจเลือกเดินตามตรอกซอกซอยที่เปลี่ยวและแคบซึ่งเป็นจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิด เดินเตาะแตะไปทางหมู่บ้านหว่านเหอ
ไหนๆ ก็ออกมาแล้ว การเดินอ้อมเมืองอินสักสองสามรอบเผื่อจะฟลุ๊คเจอภารกิจทั่วไปบ้างก็นับว่าเป็นเรื่องดี
แต่น่าเสียดาย ที่ตลอดทางกลับเงียบสงบ ไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆ
หลี่อังที่เริ่มผิดหวังเดินมาถึงสี่แยกที่ไร้ผู้คน เขามองเห็นหญิงชราผมขาวโพลนเดินเตาะแตะมาตามริมถนน ในมือถือถุงผ้าใบหนึ่งพลันเดินมุ่งหน้าไปทางสัญญาณไฟจราจร
ปีกจมูกของหลี่อังขยับ เขาได้กลิ่นสามอย่าง
กลิ่นแรก คือกลิ่นอับของเสื้อผ้าเก่าๆ
กลิ่นที่สอง คือกลิ่นเฉพาะตัวของคนแก่ที่ทำความสะอาดร่างกายลำบาก
กลิ่นที่สาม... คือกลิ่นของเนื้อสดและคาวเลือด
ในวินาทีที่หลี่อังรวมสายตาไปที่หญิงชราคนนั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบที่เย็นชาและเป็นเครื่องจักรก็ดังขึ้นข้างหู
[เงื่อนไขการเปิดใช้งานภารกิจครบถ้วน]
[ประเภทภารกิจ: ภารกิจทั่วไป]
[ชื่อภารกิจ: หุ่นเชิดหนัง]
[เป้าหมายภารกิจ: กำจัดวิญญาณหุ่นเชิดหนัง 0/1]
[จำกัดเวลาภารกิจ: 30 นาที]
[รางวัลภารกิจ 1: ค่าประสบการณ์เพิ่มเติม 100 แต้ม]
[รางวัลภารกิจ 2: เหรียญเกม 100 แต้ม]
[บทลงโทษหากทำภารกิจล้มเหลว: ไม่มี]
หลี่อังปรายตามองหญิงชราคนนั้นโดยไม่ให้ผิดสังเกต เขาหันมองซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่แถวนี้แล้ว เขาจึงเดินเข้าไปหาด้วยความกระตือรือร้น "คุณยายครับ จะข้ามถนนเหรอครับ?"
หญิงชราเหลือบมองเขาแล้วกำถุงผ้าในมือแน่นขึ้น เธอลอบกลืนน้ำลายแล้วก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
เธออิ่มพอแล้ว
หลี่อังขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดแล้วตะโกนใส่หญิงชรา "คุณยายครับ! จะข้ามถนนหรือเปล่าครับ?!"
เสียงตะโกนของเขานั้นดังลั่น หญิงชราเงยหน้าขึ้น ในใจเริ่มรู้สึกรำคาญ แต่ใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มที่ดูเหม่อลอยและใจดี "เอ๋? พ่อหนุ่ม จะช่วยยายข้ามถนนเหรอจ๊ะ?"
"ใช่ครับ! ผมน่ะชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่สุดเลย!"
หลี่อังยิ้มร่า เข้าไปประคองมือของหญิงชราไว้ทันที เมื่อไฟเขียวสว่างขึ้น เขาก็พายายเดินลงไปบนทางม้าลาย
"คนหนุ่มสมัยนี้เนี่ยนะ น้อยคนนักที่จะมีน้ำใจงามแบบเธอ"
หญิงชราแสร้งทำเป็นสติไม่ค่อยดี พลางบ่นงึมงำ "พ่อหนุ่มนี่ดีจริงๆ เลยนะจ๊ะ"
"เฮ้อ คุณยายอย่าเพิ่งรีบชมผมเลยครับ"
หลี่อังพาคุณยายมาถึงกลางทางม้าลาย แล้วดึงมือออก ยิ้มกริ่มพลางเอ่ยว่า "จ่ายเงินมาก่อนเถอะครับ"
"?"
คุณยายชะงักไป "เงินอะไรจ๊ะ?"
หลี่อังเอ่ยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ "ก็เงินค่าที่ผมช่วยคุณยายข้ามถนนไงครับ? คุณยายอย่าคิดนะว่าผมจะช่วยฟรีๆ? จ่ายมาซะดีๆ 5 หยวนครับ"
"..." หญิงชราหน้าตากระตุก "พ่อหนุ่ม ยายจำได้ว่ายายไม่ได้ขอให้เธอช่วยนะจ๊ะ?"
"งั้นแปลว่าไม่อยากจ่ายสินะ?"
หลี่อังสีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เขาคว้าตัวหญิงชราหมับเข้าให้ แล้วหนีบเธอไว้ใต้รักแร้ ก่อนจะออกตัววิ่งจี๋กลับไปยังฝั่งทางม้าลายที่ทั้งคู่เพิ่งเดินจากมา
ตุบ!
หลี่อังวางหญิงชราที่กำลังยืนอ้าปากค้างลงบนพื้น แล้วส่ายหน้า "ไอ้พวกจนกรอบ ครั้งหน้าถ้าไม่มีเงินก็บอกกันก่อนสิครับ"
...........