- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 74 บทพิสูจน์
บทที่ 74 บทพิสูจน์
บทที่ 74 บทพิสูจน์
“แน่นอน ฉันก็ไม่ได้มั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ
เพราะวิญญาณที่สืบทอดฐานะผู้เล่นมา อาจจะไม่จำเป็นต้องทำภารกิจนี้ต่อ เป็นไปได้ว่าหลังจากยึดร่างผู้เล่นได้แล้ว วิญญาณตนนั้นอาจจะจากไปเลยก็ได้
เพื่อที่จะคัดกรองว่ามีผีอยู่ในทีมไหม และใครกันที่เป็นผี ฉันเลยตั้งใจทำการทดลองขึ้นมาอย่างหนึ่ง”
“การทดลอง?”
อ๋าวหย่งถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “การทดลองอะไร?”
หลี่อังยิ้มพลางพูดว่า “เปิดวีแชทของนายดูสิ”
อ๋าวหย่งใช้มือขวาควักโทรศัพท์ออกมา เปิดโปรแกรมวีแชทขึ้นมา บัญชีนี้เป็นบัญชีสำรองที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ นอกเหนือจากกลุ่มแชทลับของผู้เล่นที่เพิ่งสร้างขึ้นมาแล้ว ก็ไม่มีอะไรอื่นเลย
เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรเลย ในหมวด “เพื่อนใหม่” มีการส่งคำขอเป็นเพื่อนมาเมื่อสิบนาทีก่อน
ผู้ส่งคำขอใช้ชื่อว่า “ตะวันส่องแสงทานตะวันสดใส” พร้อมข้อความว่า “เพื่อนเก่า ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เพิ่มเพื่อนกันหน่อยสิ”
รูปโปรไฟล์ของ “ตะวันส่องแสงทานตะวันสดใส” เป็นรูปหญิงสาวสุดเซ็กซี่ที่ดูแบ๊วนิดๆ สวมชุดนอนผ้าไหมสีชมพู กำลังทำปากจู๋ใส่กล้อง
ข้อความส่วนตัวเขียนว่า “บาร์ของเธอปิดใส่ฉันแล้วนะ~”
ไม่ต้องสงสัยเลย รูปโปรไฟล์แบบนี้ ข้อความขอเพิ่มเพื่อนแบบนี้ ข้อความส่วนตัวแบบนี้ มันคือรูปแบบของมิจฉาชีพทางเน็ตชัดๆ
ทันทีที่รับแอด ก็จะเจอกลเม็ดหลอกเอาเงินสารพัดรูปแบบพุ่งเข้าใส่ทันที ไม่ว่าจะเป็น “ไอ้ผู้ชายสารเลวมันให้ค่าทำแท้งมา เพื่อเป็นการแก้แค้น ฉันจะเอาเงินค่าทำแท้งแจกให้คนอื่นต่อ”, “วันเกิดสาวสวยขอกล่องสุ่มของขวัญหน่อยค่ะ”, หรือ “คุณปู่ที่บ้านเกิดเก็บใบชาลำบากมาก ขอให้พี่ชายช่วยซื้อใบชาหน่อยนะคะ”
กลวิธีหลอกเอาเงินพวกนี้มักจะถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ดูเหมือนจะตื้นเขินและเรียบง่าย แต่ความจริงแล้วมันคือการคัดกรองผู้ใช้งาน เพื่อเลือกเหยื่อที่มีระดับความฉลาดทางอารมณ์ต่ำพอที่จะถูกหลอกได้ง่ายๆ
แก๊งมิจฉาชีพ ที่มักจะเป็นชายฉกรรจ์ แค่ทำตามสูตรสำเร็จอย่างใจเย็น ก็สามารถหลอกเอาเงินหลักร้อยไปจนถึงหลักพันได้แบบสบายๆ
เมื่อสิบนาทีก่อน อ๋าวหย่งได้รับคำขอเพิ่มเพื่อนจากมิจฉาชีพทางเน็ตที่ดูออกได้ง่ายขนาดนี้ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
“นายปฏิเสธคำขอเพิ่มเพื่อนนั้นไปใช่ไหมล่ะ”
หลี่อังเอียงคอพูดว่า “จริงๆ แล้ว นั่นคือบัญชีสำรองของฉันเองแหละ”
เมื่อนานมาแล้ว เพื่อแก้เบื่อ หลี่อังเคยมองหามิจฉาชีพทางเน็ตในวีแชท แสร้งทำตัวเป็นหญิงสาวหรือชายหนุ่มเพื่อคุยกับอีกฝ่าย แน่นอนว่าใช้โปรแกรมเปลี่ยนเสียง ปั่นหัวมิจฉาชีพจนงงงวยยอมถวายเงินให้ เพื่อเป็นการฝึกฝนความฉลาดทางอารมณ์และวาทศิลป์ของตัวเอง
ต่อมาหลี่อังรู้สึกว่าวิธีนี้หาเงินได้ช้าไป ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แถมการต้องมาแชทหวานแหววกับชายฉกรรจ์ที่ปลอมตัวมาเป็นมิจฉาชีพมันก็น่าคลื่นไส้เกินไป เขาเลยเลิกทำอาชีพเสริมที่มีอนาคตและเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมอย่างการ “หลอกเงินมิจฉาชีพที่ไปหลอกคนอื่นมา” นี้เสีย
อ๋าวหย่งมองไปที่รูปหญิงสาวสวมชุดนอนสีชมพูบนหน้าจอ แล้วหันมามองหลี่อัง เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าดี
“อย่ามองฉันด้วยสายตาเหมือนมองพวกวิตถารแบบนั้นได้ไหม?”
หลี่อังราวกับมองทะลุหน้ากากกันพิษเข้าไปเห็นสีหน้าของอ๋าวหย่งได้ เขาเบะปากอย่างไม่พอใจ
“รูปโปรไฟล์หญิงสาวชุดนอนสีชมพูนี่เป็นรูปที่ฉันหามาจากเน็ตน่ะ แต่ข้างๆ ตัวเธอน่ะ ฉันใช้โปรแกรมตัดต่อในมือถือ ใส่รูปยันต์ที่ฉันเก็บได้จากชั้นห้าลงไปด้วย”
“หือ?”
อ๋าวหย่งก้มมองหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้งโดยสัญชาตญาณ แต่เขากลับเห็นแค่รูปหญิงสาว ไม่เห็นไอ้ยันต์ที่ว่านั่นเลยสักนิด
“วิญญาณร้ายมองไม่เห็นยันต์หรอกนะ ไม่ว่าจะเป็นของจริงหรือรูปที่ตัดต่อขึ้นมา ก็มองไม่เห็นทั้งนั้นแหละ”
หลี่อังพูดว่า “ตอนที่นายเรียกให้พวกเราลงมา ฉันใช้บัญชีนี้แอดวีแชทของนายกับอี้อีไป เพื่อพิสูจน์ว่าในพวกนายสองคนใครกันที่เป็นผี
ผลคืออี้อีตอบรับคำขอของฉันทันที แถมยังถามด้วยว่าฉันเป็นใคร ส่วนนายน่ะนิ่งเฉย”
อ๋าวหย่งเงยหน้าขึ้น พูดเสียงแหบพร่าว่า “ก็เป็นไปได้ว่าตอนนั้นฉันแค่ไม่ได้สังเกตเห็นนี่นา”
“ใช่ ฉันเผื่อใจเรื่องนั้นไว้แล้ว ฉันเลยตั้งบททดสอบที่สองขึ้นมา”
หลี่อังยิ้มพลางตบหน้ากากเบาๆ “ลองดูสิว่าบนหน้าผากของฉันมีอะไรอยู่?”
“...” อ๋าวหย่งนิ่งเงียบ
หลี่อังหัวเราะ “มองไม่เห็นล่ะสิ? ความจริงแล้วตรงนี้มีพลาสเตอร์ยันต์แปะอยู่นะ ฉันแปะยันต์ยืนคอสเพลย์เป็นซอมบี้จีนอยู่ตรงนี้ตั้งนาน แต่นายกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรที่ผิดปกติเลยสักนิด
สรุปได้ว่า นายก็คือวิญญาณร้ายที่เข้ามายึดร่างของอ๋าวหย่งไปตั้งแต่ตอนกลางวันใช่ไหมล่ะ?”
อ๋าวหย่งเงียบไปพักใหญ่ ครู่ต่อมาเขาจึงค่อยๆ ยืดตัวขึ้น แล้วปรบมือดังแปะๆ
“แกนี่มัน... ฉลาดมากจริงๆ”
“ใครๆ ก็พูดแบบนั้นแหละ” หลี่อังพยักหน้ายอมรับ “สงสัยตอนเด็กๆ ฉันจะดื่มพวกแบรนด์ซุปไก่กับวิตามินเร่งโตเยอะไปหน่อยล่ะมั้ง”
อ๋าวหย่งไม่ได้สนใจคำพูดไร้สาระของหลี่อัง เขาเอียงคอแล้วถามขึ้นลอยๆ ว่า “แล้วแกไปรู้ได้ยังไงว่าฉันคือ สวี่ทว่ออัน? ในเมื่อวิศวกรสวี่ทว่ออัน ควรจะเป็นหมอนี่ไม่ใช่เหรอ?”
อ๋าวหย่งชี้ไปที่วิญญาณไร้ลิ้นที่อยู่นอกกำแพงอากาศ
“เขาไม่ใช่วิศวกรหรอก” หลี่อังมองไปที่วิญญาณตนนั้นแล้วพูดนิ่งๆ ว่า “เขาคือดวงวิญญาณของเรือเหาะหลงทางต่างหาก”
“...” ดวงตาของอ๋าวหย่งหรี่ลง ส่วนวิญญาณตนนั้นกลับยิ่งดูตื่นเต้น มันอ้าปากที่ไร้ลิ้นโวยวายเสียงดัง พร้อมกับกวัดแกว่งแขนไปมาไม่หยุด เลือดไหลพรากออกจากดวงตา
“ตอนที่อี้อีลงไปชั้นใต้ดินเพื่อปิดสวิตช์ไฟ เขาถูกผีคนแก่ที่อยู่ในร่างของเรือเหาะหลงทางกับวิญญาณร้ายอีกตนไล่ล่า
ตอนแรกฉันก็คิดว่าวิญญาณร้ายตนนั้นคือวิศวกรสวี่ทว่ออัน แต่พอฉันพบว่าจำนวนผีมันไม่ลงตัว ฉันเลยเดาว่าวิญญาณร้ายตนนั้นอาจจะเป็นดวงวิญญาณของเรือเหาะหลงทางเองหรือเปล่า
ส่วนวิญญาณคนแก่ที่ยึดร่างของเรือเหาะหลงทางไป ก็ทำหน้าที่เฝ้าดูจากห้องควบคุมหลัก พร้อมกับควบคุมดวงวิญญาณของเรือเหาะหลงทางเอาไว้ บังคับให้เขาแสร้งทำเป็นสวี่ทว่ออัน เพื่อให้จำนวนผีดูตรงตามข้อมูล
หลังจากแอดวีแชทกับอี้อีแล้ว ฉันยืนยันได้ว่าเขาเป็นมนุษย์ และถามเขาถึงเหตุการณ์ในห้องควบคุมไฟ เขาบอกฉันว่าคนที่มาเคาะประตูมีแค่ผีคนแก่ ส่วนผีอีกตนถึงจะตามหาเขาอยู่เหมือนกันแต่ดูเหมือนจะไม่มีเจตนาทำร้ายรุนแรงอะไร
เพราะว่าตอนที่เรือเหาะหลงทางปฏิบัติภารกิจ เขาเอาผ้าพันคอสีดำคลุมหน้าไว้ พวกเราเลยไม่เคยเห็นหน้าเขา ทำให้ระบุตัวตนไม่ได้
ถ้าฉันเดาไม่ผิด ก่อนที่เรือเหาะหลงทางจะตาย ลิ้นของเขาคงถูกตัดออกไปก่อนแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ดวงวิญญาณของเขาพูดบอกความจริง ใช่ไหมล่ะ?”
นอกกำแพงอากาศ ร่างของเรือเหาะหลงทางค่อยๆ ถอดผ้าพันคอออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับดวงวิญญาณข้างๆ กันเป๊ะๆ
เขายิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ในปากมองเห็นลิ้นที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเดียว
ส่วนเรือเหาะหลงทางตัวจริงทำได้เพียงร้องไห้อย่างไร้ทางสู้ จู่ๆ เขาก็พุ่งหมัดเข้าใส่ร่างของตัวเอง แต่กลับถูกร่างนั้นคว้าข้อมือไว้ได้ทันควัน แล้วทุ่มลงกับพื้น
“ในข้อมูลที่นายหน้าหามาให้ฉัน ถึงจะไม่มีรูปของวิศวกรสวี่ทว่ออัน แต่มีรูปของผู้เสียชีวิตรายสุดท้าย ซึ่งก็คือคนที่ถูกป้ายโฆษณาหล่นทับตาย”
หลี่อังชี้ไปที่วิญญาณในชุดกางเกงสแล็ก “ตอนที่เขาตาย เขาแต่งตัวจัดเต็มใส่สูทผูกไทนะ เมื่อใช้หลักการตัดตัวเลือกทิ้งไป ก็เดาได้ไม่ยากว่าวิญญาณที่สิงอยู่ในร่างของอ๋าวหย่ง ก็คือวิศวกรสวี่ทว่ออันนั่นเอง”
..........