เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 866 สถานการณ์อันตราย

ตอนที่ 866 สถานการณ์อันตราย

ตอนที่ 866 สถานการณ์อันตราย


ตอนที่ 866 สถานการณ์อันตราย 

“ฟังนะนังตัวเหม็น เซียวรั่วหยูคือคนของฉัน!!” เซี่ยเฟยกล่าวออกไปอย่างเย่อหยิ่ง ก่อนที่เขาจะชี้หน้าใส่เอเลแกนซ์อย่างไม่เกรงกลัว

ทันใดนั้นทุกคนทั้งอาคารต่างก็อ้าปากค้างจนทำให้สภาพแวดล้อมตกอยู่ในความเงียบสงัดจนน่าขนลุก

อย่าลืมว่าเอเลแกนซ์คือตัวแทนของตระกูลสโนว์ดริฟท์ คำพูดของเซี่ยเฟยจึงไม่ใช่การดูถูกหญิงชราคนนี้เพียงเท่านั้น แต่มันคือการดูถูกตระกูลสโนว์ดริฟท์ทั้งตระกูล

“เฮ้! สหายใจเย็นก่อน เท่าที่ฉันได้ยินมาชีวิตการเป็นอยู่ของเธอในตระกูลสโนว์ดริฟท์ก็ไม่ค่อยจะดีนัก สิ่งที่นายทำลงไปอาจจะทำให้เธอลำบากมากกว่านี้” หลางซุนเย่พยายามคว้าร่างสหายเอาไว้

เซี่ยเฟยเหลือบสายตามองเซียวรั่วหยูด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ ถึงแม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะเป็นการเคลื่อนไหวเพียงแค่เล็กน้อย แต่มันกลับแสดงออกถึงความหนักแน่นอย่างที่ใครก็ไม่สามารถจะเลียนแบบได้ง่าย ๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็มากพอที่จะอธิบายเหตุการณ์ทุกอย่างแล้ว เพราะถ้าหากว่าตระกูลสโนว์ดริฟท์ใส่ใจในตัวของเซียวรั่วหยู พวกเธอย่อมไม่มีทางปล่อยให้หญิงสาวไปเผชิญหน้ากับจักรวรรดิกฎที่มีพลังห่างชั้นกับหญิงสาวมากอย่างแน่นอน และถึงแม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้มันจะเป็นเพียงแค่การประลอง แต่อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นมันก็คือของจริง

สกายวิงเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในการปกป้องสมาชิกของตระกูล แต่ตระกูลสโนว์ดริฟท์ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสมาชิกตัวน้อย ๆ ภายในตระกูลเลยแม้แต่นิดเดียว เซี่ยเฟยจึงตัดสินใจที่จะพาเซียวรั่วหยูออกมาจากตระกูลสโนว์ดริฟท์ในวันนี้ แม้ว่าการทำแบบนั้นมันจะทำให้เขาต้องกลายเป็นศัตรูของทุกคนในสถานที่แห่งนี้ก็ตาม

เมื่อตัดสินใจได้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับปลดปล่อยจิตอสูรออกมาอย่างเต็มกำลัง

“แกเป็นใครถึงกล้ามาพูดแบบนี้กับฉัน! คนอย่างแกมันก็แค่คนชั้นต่ำ รีบพา เซี่ยบูหยุนมาเดี๋ยวนี้!! ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่ามันจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง?!” เอเลแกนซ์กัดฟันพูดอย่างเย็นชา

เอเลแกนซ์เป็นคนประเภทยึดติดกับชนชั้นอย่างชัดเจน เธอจึงถือว่าตัวเองคือผู้นำตระกูลสโนว์ดริฟท์ ขณะที่เซี่ยเฟยเป็นเพียงสมาชิกธรรมดาของตระกูลสกายวิง ดังนั้นชายหนุ่มจึงไม่มีสิทธิ์แม้กระทั่งจะมาเอ่ยปากพูดคุยกับเธอโดยตรง

“เซี่ยเฟย ฉันชื่นชมในพรสวรรค์ของนายนะ แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นสมาชิกของตระกูลสโนว์ดริฟท์ เธอไม่ใช่คนที่นายจะพาไปด้วยง่าย ๆ หรือว่านายอยากจะให้มันเกิดสงครามขึ้นมาอีกครั้ง?” เฝิงคูชานกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา

ดังสำนวนโบราณที่เคยว่าไว้ว่าขิงแก่ย่อมมีรสเผ็ดร้อน คำพูดของเฝิงคูชานจึงพุ่งเข้ากระทบจุดอ่อนของเซี่ยเฟยโดยตรง

สาเหตุที่สกายวิงต้องทำสงครามในครั้งล่าสุดนั่นก็เพราะตัวเขาเอง และเหตุการณ์นี้มันก็ทำให้ชายหนุ่มทั้งรู้สึกขอบคุณและตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาให้มากที่สุดในเวลาเดียวกัน

ท้ายที่สุดในตอนนี้ตัวตนของเขาก็ไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว การตัดสินใจที่ผิดพลาดของเขามันก็จะทำให้สมาชิกสกายวิงทั้งตระกูลต้องมีส่วนเข้ามารับผิดชอบพร้อมกับเขาด้วย

หากเรื่องนี้เข้าหูถึงตระกูลสกายวิงย่อมสามารถทำลายตระกูลสโนว์ดริฟท์ได้อย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้คือเรื่องที่เซี่ยเฟยไม่อยากเห็นมากที่สุด เพราะเขาไม่อยากให้เรื่องของตัวเองต้องไปพัวพันกับตระกูล

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” อย่างไรก็ตามจู่ ๆ เซี่ยเฟยก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างไม่คาดคิด ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปแตะแหวนมิติและหยิบตราอสูรคลั่งออกมาด้านนอก

“ตราอสูรคลั่ง!”

“ไม่นะ! มันกำลังจะมีสงครามอีกแล้วงั้นเหรอ?!”

ผู้ชมทุกคนสะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจ แม้แต่เฝิงคูชานกับเอเลแกนซ์ก็กำลังเกร็งจนตัวชาด้วยเช่นกัน ในสายตาของทุกคนตราอสูรคลั่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่มันถูกเปิดใช้งาน มันก็จะมีสงครามใหญ่ตามมาในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

ตระกูลสกายวิงคือตระกูลของคนบ้าและมันก็ไม่มีอะไรในจักรวาลนี้ที่คนบ้าทำไม่ได้!!

อย่างไรก็ตามสิ่งที่เซี่ยเฟยทำกลับกลายเป็นการส่งมอบตราอสูรคลั่งให้กับหลางซุนเย่ แต่สหายหนุ่มของเขาคนนี้กลับรับตราอสูรครั่งมาด้วยร่างกายที่สั่นเทา ราวกับว่าเขากลัวจะทำให้ตราประจำตระกูลสกายวิงได้รับความเสียหาย

ทุกคนต่างก็รู้สึกสับสนเพราะไม่รู้ว่าเซี่ยเฟยกำลังพยายามจะทำอะไร แต่โอโร่ภายในแหวนมิติรู้ดีว่าคนบ้าคนนี้กำลังตัดสินใจที่จะเคลื่อนไหวอีกครั้ง และมันยังเป็นการตัดสินใจที่มีความบ้าคลั่งมากขึ้นกว่าเดิม

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันขอลาออกจากตระกูล การกระทำใด ๆ ของฉันจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสกายวิงอีกต่อไป!!” เซี่ยเฟยประกาศด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจแล้วว่าเซี่ยเฟยต้องการที่จะจัดการกับปัญหาในครั้งนี้เพียงลำพัง ไม่ต้องการให้ปัญหาของตัวเองส่งผลกระทบกับตระกูล

การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มทำให้หยดน้ำตาไหลออกมาจากใบหน้าของเซียวรั่วหยูเป็นสาย เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เซี่ยเฟยกำลังทำอยู่ในขณะนี้นั่นก็คือการลาออกจากตระกูลเพราะตัวเธอเอง

มิตรภาพในครั้งนี้หนักหนายิ่งกว่าการแบกแผ่นฟ้า แล้วมันก็ทำให้แม้แต่จักจั่นขาวที่ไร้อารมณ์มาโดยตลอดก็กำลังเกิดความรู้สึกแปลก ๆ ภายในใจ

ไม่เพียงแต่จักจั่นขาวเท่านั้นที่กำลังมีปฏิกิริยา เพราะหญิงสาวทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มด้วยเช่นกัน ทันใดนั้นภาพของเซี่ยเฟยในหัวใจของผู้หญิงก็ถูกยกระดับขึ้นมาสูงกว่าผู้ชายเกือบทุก ๆ คนภายในชีวิตของพวกเธอ

ห่างออกไปไม่ไกลมู่ฟู่ผิงก็กำลังมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเองเช่นเดียวกัน และเนื่องมาจากวันนี้เป็นวันรวมตัวของกลุ่มมังกรฟ้า มู่ฟู่ผิงจึงเดินทางมาที่นี่พร้อมกับปู่ของเธอโดยไม่มีข้อยกเว้น

มู่ฉีหยุนไม่ค่อยชอบเซี่ยเฟยมากนัก เมื่อเขาได้รับข่าวว่าเซี่ยเฟยจะเดินทางมารายงานตัวที่กลุ่มมังกรฟ้าในวันนี้เช่นกัน เขาจึงเดินทางมาพร้อมกับหลานสาวสุดที่รักของเขาด้วย เพราะเขากลัวว่ามู่ฟู่ผิงจะมาเจอกับเซี่ยเฟยเพียงลำพัง เขาจึงมาทำหน้าที่เป็นไม้กันหมาไม่ให้หลานสาวของเขาเข้าไปพัวพันกับชายหนุ่มมากเกินไป

ในปัจจุบันมู่ฉีหยุนทำได้เพียงตบไหล่หลานสาวเบา ๆ โดยไม่พูดอะไร ซึ่งในที่สุดเขาก็ตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเองที่เคยคิดว่าเซี่ยเฟยอาจจะไม่เหมาะสมกับหลานสาวของเขา

เพื่อไม่ให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับตระกูล เซี่ยเฟยกลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับตระกูลชั้นยอดอย่างตระกูลสโนว์ดริฟท์เพียงลำพัง ทั้ง ๆ ที่คนทั่วทั้งดินแดนกฎต่างก็รู้สึกหวาดกลัวสกายวิง แต่เซี่ยเฟยกลับละทิ้งทุกอย่างเพื่อปกป้องคนของตัวเอง

มู่ฉีหยุนยังคิดอีกว่าสามีในอนาคตของมู่ฟู่ผิงจะต้องเป็นอัจฉริยะที่มีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎเป็นอย่างน้อย เพื่อที่เขาคนนั้นจะสามารถเดินทางขึ้นสู่เผ่าเทพได้อย่างรวดเร็ว และนำพาหลานสาวของเขาขึ้นไปอาศัยอยู่ในเผ่าเทพด้วย

แม้ว่าตัวเขาจะมีคุณสมบัติมากพอขึ้นสู่เผ่าเทพแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถทำใจอยู่ห่างจากหลานสาวสุดที่รักของตัวเองได้ และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงยังคงอยู่ดูแลตระกูลวิทเทอร์มาจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่เขาคิดผิดไปจากเดิมอย่างมหันต์ก็คือ เซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะเป็นอัจฉริยะเท่านั้น แต่ชายหนุ่มยังเป็นอัจฉริยะที่แม้แต่อัจฉริยะก็ยังต้องรู้สึกอิจฉาอีกด้วย

ผู้ที่พัฒนากลายเป็นจักรพรรดิกฎได้เมื่อเช้ากลับไม่ใช่เซี่ยซิง, เซี่ยหยูหรือเซี่ยโม่เหรินแบบที่เขาคิด แต่มันกลับเป็นเซี่ยเฟยผู้ซึ่งเขาคิดไม่ถึงมากที่สุด

แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็เลือกที่จะละทิ้งทุกอย่างอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อปกป้องเซียวรั่วหยูผู้ซึ่งเป็นหญิงสาวที่แทบจะไม่มีสถานะทางสังคม เพราะเซี่ยเฟยเคยสัญญากับตัวเองว่าทั้งชีวิตนี้เขาจะปกป้องผู้หญิง 2 คนคือแอวริลกับเซียวรั่วหยู ดังนั้นเขาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องหญิงสาวทั้งสองด้วยชีวิตของตัวเอง

เซี่ยเฟยไม่เคยสัญญาเรื่องอะไรง่าย ๆ แต่ตราบใดก็ตามที่เขาสัญญาอะไรบางอย่างแล้ว เขาก็จะรักษาสัญญาของตัวเองไว้แม้ว่ามันจะหมายถึงความตายของเขาก็ตาม และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงกล้าละทิ้งสกายวิงเพื่อปกป้องเซียวรั่วหยูตามลำพัง

มู่ฉีหยุนทำได้เพียงแต่ถอนหายใจ เพราะเงื่อนไขทั้งหมดของเซี่ยเฟยตรงตามหลานเขยที่เขาอยากได้ทุกประการ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกเสียดายคือชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกสนใจหลานสาวของเขาเลย

เหล่าบรรดาสาว ๆ ต่างก็รู้สึกหลงใหลกับฉากที่เหมือนกับอยู่ในความฝันนี้ และแอบชื่นชมเซี่ยเฟยอย่างลับ ๆ ที่กล้าออกมาปกป้องผู้หญิงของตัวเอง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเอเลแกนซ์ที่มีอำนาจในสังคมก็ตาม

เอเลแกนซ์ไม่เคยมีความรักในชีวิตแม้แต่ครั้งเดียว ในสายตาของเธอผู้ชายทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นตัวตนที่น่ารังเกียจ ดังนั้นถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะพยายามออกตัวมาปกป้องเซียวรั่วหยู แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกประทับใจในภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว

“ถ้าแกยังอยู่ในสกายวิงฉันก็อาจจะต้องระวังตัวเอาไว้บ้าง แต่ในเมื่อแกออกจากสกายวิงแล้วแกก็ไม่มีสิทธิ์มาเจรจาอะไรทั้งนั้น!!” เอเลแกนซ์กล่าวด้วยน้ำเสียงอันเยาะเย้ย

‘โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว! ถึงว่าทำไมยายป้านี่ถึงขึ้นคาน’ หลางซุนเย่แอบตะโกนด่าภายในใจ

“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ปกป้องคนของฉัน แล้วถ้าฉันจะฆ่าแก คนชั้นต่ำอย่างฉันพอจะมีสิทธิ์ไหม?” เซี่ยเฟยตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ คนชั้นต่ำแบบแกจะทำอะไรฉันได้ และถึงแม้ว่าแกจะฆ่าฉันได้แต่แกก็จะกลายเป็นศัตรูกับคนทั่วทั้งดินแดนกฎ อย่าลืมนะว่าแกประกาศออกจากสกายวิงแล้ว หลังจากนี้แกจะเอาอะไรมาคุ้มหัวตัวแกเอง” เอเลแกนซ์หัวเราะขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่น่ากลัว

“หากใครมาขวางทางฉัน ตาย!” เซี่ยเฟยประกาศเจตนารมย์ออกมาอย่างเรียบง่ายว่าถ้าหากใครกล้าเข้ามาขวางทางเขา เขาก็จะถือว่าคนคนนั้นคือศัตรู

ประโยคของชายหนุ่มเพียงประโยคเดียวบีบบังคับให้ฝูงชนปลีกตัวออกไปในทันที ปล่อยให้เซี่ยเฟยกับเซียวรั่วหยูค่อย ๆ เดินออกไปจากอาคารอย่างสงบ

การกระทำของเซี่ยเฟยทำให้สีหน้าของเอเลแกนซ์บิดเบี้ยวขึ้นมาด้วยความโกรธ ขณะที่สีหน้าของเฝิงคูชานก็กำลังโกรธไม่ต่างกัน เพราะการกระทำของชายหนุ่มเป็นการไม่ให้เกียรติกลุ่มมังกรฟ้าสักนิดเลย

“เซี่ยเฟย ถ้านายยืนยันจะทำแบบนี้ มันหมายความว่านายกำลังจะกลายเป็นศัตรูกับคนทั่วทั้งดินแดนกฎนะ” เฝิงคูชานตะโกนออกไปเสียงดัง

“ฉันไม่สน!” เซี่ยเฟยตอบอย่างตรงไปตรงมา

ในที่สุดเฝิงคูชาน, เอเลแกนซ์และซาเลมก็แอบพยักหน้าให้กัน ก่อนที่ทั้งสามจะเริ่มลงมืออย่างพร้อมเพรียง

เฝิงคูชานเป็นหัวหน้ากลุ่มมังกรฟ้าที่มีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎขั้นที่ 7 ขณะที่เอเลแกนซ์คือผู้นำตระกูลสโนว์ดริฟท์ พลังของเธอจึงมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎขั้นที่ 5 ทางด้านซาเลมก็มีความแข็งแกร่งไม่แพ้กัน เพราะในฐานะที่เขาเป็นผู้พิทักษ์มังกรฟ้าที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับ 2 พลังของเขาจึงอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎขั้นที่ 5 ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับเอเลแกนซ์

สถานการณ์กำลังวิกฤต เพราะเซี่ยเฟยกำลังถูกจู่โจมด้วยจักรพรรดิกฎผู้แข็งแกร่งพร้อม ๆ กันถึง 3 คน!

ณ สวนสายลม

ปัจจุบันเซี่ยจงไห่กำลังถูกดึงตัวออกมาจากห้องฝึกโดยเซี่ยอู๋เย่

“คุณตาจะเอาผมออกมาทำไมเนี่ย?! ผมกำลังตั้งใจฝึกอยู่แท้ ๆ” เซี่ยจงไห่กล่าวด้วยความไม่พอใจ

หลังจากเซี่ยเฟยกลายเป็นจักรพรรดิกฎ เซี่ยจงไห่ก็พยายามฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง เพราะเขาไม่ต้องการจะไล่ตามชายหนุ่มคนนี้มากเกินไป

“พี่ชายของคุณมาหา” เซี่ยอู๋เย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เซี่ยกวงไห่มางั้นเหรอ?!” เซี่ยจงไห่อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อได้พบว่าพี่ชายของเขากลับมาหา

นักรบบางคนก็มักจะมีพรสวรรค์อันน่าหวาดกลัว ยกตัวอย่างเช่น เซี่ยเฟยหรือเซี่ยกวงไห่ผู้ซึ่งเป็นพี่ชายของเซี่ยจงไห่นี่เอง เมื่อพี่ชายได้ขึ้นสู่เผ่าเทพเซี่ยจงไห่ก็ไม่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับพี่ชายของตัวเองอีกต่อไป แต่เมื่อเขาได้ยินว่าพี่ชายของตัวเองกลับมา มันก็ทำให้เขาตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

“พี่จะกลับมาทำไม?” เซี่ยจงไห่เริ่มทักทายพี่ชายพร้อมกับขมวดคิ้ว

ผัวะ!

เซี่ยกวงไห่กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนที่เขาจะนั่งลงบนหัวของเซี่ยจงไห่โดยตรง

“ที่นั่งตรงนั้นมันเจ็บก้น ฉันขอนั่งตรงนี้ก็แล้วกันนะน้องชาย” เซี่ยกวงไห่กล่าว จากนั้นเขาก็เหลือบสายตามองสวนสายลมและถอนหายใจ

“ฉันคิดถึงที่นี่จริง ๆ น่าเสียดายที่คราวนี้ฉันมาได้แค่แป๊บเดียว ช่วยพาฉันไปหาเซี่ยเทียนกับเซี่ยเฟยหน่อย ฉันต้องรีบพาพวกเขากลับไปพร้อมกับฉัน”

“ไปไหน?” เซี่ยจงไห่ถามอย่างสงสัย

“ถามอะไรแปลก ๆ ฉันมาจากเผ่าเทพฉันก็ต้องพาสองคนนั้นไปเผ่าเทพน่ะสิ บรรพบุรุษเรียกตัวพวกเขาทั้งสองคนแล้วทั้ง ๆ ที่เซี่ยบูหยุนยังไม่มีโอกาสขึ้นไปที่เผ่าเทพเลยด้วยซ้ำ” เซี่ยกวงไห่กล่าวพร้อมกับกางแขนออกทั้งสองข้าง

***************

เอาแล้วพี่เฟยจะขึ้นสู่เผ่าเทพ งั้นโอโร่ก็จะได้ตายสมใจแล้วสินะ ว่าแต่เซี่ยกวงไห่นี่รักน้องชายดีจังกระโดดนั่งบนหัวด้วยความคิดถึงเชียว 555

จบบทที่ ตอนที่ 866 สถานการณ์อันตราย

คัดลอกลิงก์แล้ว