เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 ผลบุญ

บทที่ 54 ผลบุญ

บทที่ 54 ผลบุญ


“?”

หลี่อังชะงักไปครู่หนึ่ง วิธีแรกน่ะเข้าใจง่าย แต่ไอ้วิธีที่สองนี่มันหมายความว่ายังไง?

“ภาษา... ก็เหมือนกับยันต์ คาถา หรือพิธีกรรม มันมีคุณสมบัติเหนือธรรมชาติในตัวมันเอง” โจวจงลี่อธิบาย “ขอเพียงแค่ได้รับรู้ความจริงที่ว่า ‘สังสารวัฏถูกแทนที่ด้วยเครื่องบดวิญญาณ’ แก่นแท้แห่งดวงวิญญาณของนายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงนามธรรมอย่างลึกซึ้งทันที

การแพร่กระจายความจริงเรื่องโลกหลังความตายก็เหมือนกับการปนเปื้อนทางรหัสพันธุกรรมทางความคิด มันจะทำให้คนเรากลายเป็นผีเร่ร่อนหลังจากตายไป”

เรื่องหลังความตาย!

หลี่อังพลันนึกถึงชื่อภารกิจแรกที่เขาเคยทำขึ้นมาได้ ที่แท้ตั้งแต่ตอนนั้นเขาก็ถูกผีเข้าสิงเพื่อบอกความจริงเรื่องโลกหลังความตาย และได้รับ ‘มลพิษทางข้อมูล’ เข้าไปแล้วสินะ

เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าเพียงเล็กน้อยของหลี่อัง โจวจงลี่ก็หัวเราะออกมา “เมื่อห้าร้อยปีก่อน หลังจากที่สังสารวัฏและยมโลกทั้งหมดอันตรธานหายไป สมาคมวิจัยศาสตร์เร้นลับแทบคลั่ง พวกเขาเร่งรวบรวมข้อมูลและทำการทดลองวิจัยอย่างหนัก จนในที่สุดก็พบกฎข้อนี้เข้า

กฎข้อนี้ไม่ใช่ของขวัญจากโชคชะตา แต่มันคือกล่องแพนโดร่า เพราะถ้าข่าวคราวเรื่องโลกหลังความตายแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้เมื่อตายไปก็จะกลายเป็นผีเร่ร่อน ไม่สามารถเข้าสู่การเวียนว่ายตายเกิดได้อีก

เมื่อถึงเวลานั้น วิญญาณจะล้นโลก วงจรการเกิดใหม่จะหยุดชะงัก และทารกที่เกิดมาใหม่ก็จะกลายเป็นเพียง ‘ซากศพเดินได้’ ที่ไร้วิญญาณสถิต!

นั่นคือหายนะล้างบางสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่ง!

เหล่านักพรตของสมาคมวิจัยศาสตร์เร้นลับ หลังจากถกเถียงกันอย่างรุนแรงก็ได้ข้อสรุปที่ต้องยอมแลก นั่นคือการกำจัดดวงวิญญาณส่วนใหญ่ที่ดำรงอยู่ และปิดตายข้อมูลเรื่องโลกหลังความตายจากชาวโลก เพื่อให้ผู้คนยังคงเชื่อว่าตายแล้วจะไปเกิดใหม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขากลายเป็นผีเร่ร่อน

สมาคมวิจัยศาสตร์เร้นลับจึงกลายเป็น ‘ผู้เฝ้ายามราตรี’ พวกเขาสาบานว่าจะปกป้องความลับแห่งความตายด้วยชีวิต ไม่แต่งงาน ไม่ครองที่ดิน ไม่ขอมีบุตร ไม่สวมมงกุฎ ไม่ชิงลาภยศ ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่จนตัวตาย และเริ่มเฝ้ามองตั้งแต่วันนี้ไปจนกว่าจะสิ้นลม!

ด้วยเหตุนี้ สมาคมจึงไม่ลังเลที่จะเปิดศึกกับเมืองผีฟงตู พวกเขากำจัดวิญญาณร้ายส่วนใหญ่บนโลกด้วยราคาที่แสนแพงจนองค์กรเริ่มเสื่อมถอย โชคดีที่ ‘เกมสมรภูมิ’ ค่อยๆ สงบลง จำนวนดวงวิญญาณลดน้อยลง ความลับแห่งความตายจึงถูกสมาคมปกป้องไว้ได้สำเร็จ และหายนะล้างโลกก็ไม่เกิดขึ้น”

ประวัติศาสตร์อันแสนรันทดของสมาคมวิจัยศาสตร์เร้นลับแห่งจีนช่างน่าเลื่อมใส ทว่าใบหน้าของโจวจงลี่กลับค่อยๆ บิดเบี้ยว “ฉันรักฟางนี ยิ่งกว่ารักตัวเอง ยิ่งกว่ารักทุกสิ่งบนโลกใบนี้

หลังจากรู้ความลับเรื่องความตาย ฉันยอมรับไม่ได้ที่เธอจะต้องวิญญาณแตกสลาย กลายเป็นเพียง ‘เชื้อเพลิง’ เพื่อต่ออายุสังสารวัฏที่พังพินาศนั่น

ตอนแรก ฉันกะจะบอกความลับโลกหลังความตายให้เธอรู้ เพื่อให้เธอได้รับมลพิษทางข้อมูล และกลายเป็นผีหลังจากตายไป

แต่... แค่นั้นมันยังไม่พอ ผีเร่ร่อนอาจอยู่ได้นานกว่าร้อยปี แต่สุดท้ายก็ต้องสลายไปตามธรรมชาติอยู่ดี”

“เพราะงั้น คุณก็เลยฆ่าเธอ?” หลี่อังเอ่ยถาม

“ถูกต้อง” โจวจงลี่พยักหน้า เขาฉีกเสื้อตัวเองออก เผยให้เห็นแผ่นอกที่ซูบผอมจนเห็นซี่โครง

ใบหน้าชายหญิงสองหน้าโผล่ ‘ผุด’ ออกมาจากทรวงอกที่เต็มไปด้วยซี่โครงนั่น หนังกำพร้าถูกดันขึ้นจนโป่งพอง ใบหน้าทั้งสองดูบิดเบี้ยวและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

เจิงเว่ยหมิง และ หวังฟางนี

【ชื่อทักษะ: วิชาเทวมาร·วิถีมารหยินหยางสองขั้ว (ขั้นที่ 1)】

【ประเภท: พลังจิต/ปราณ】

【เอฟเฟกต์: ดูดซับแก่นพลัง, เลือดเนื้อ และดวงวิญญาณของฝ่ายตรงข้าม เพื่อฟื้นฟูความอ่อนเยาว์และเพิ่มพูนกำลังภายใน】

【การสิ้นเปลือง: ไม่มี】

【เงื่อนไขการเรียนรู้: ค่าความแข็งแกร่ง >= 10, ค่าสติปัญญา >= 8, ค่าความอดทน >= 10】

【หมายเหตุ: วิชาเทวมารไม่ใช่สิ่งที่สร้างมาเพื่อมนุษย์ทั่วไป หากผู้ฝึกมีพรสวรรค์ไม่ถึงขั้น จะทำให้รูปลักษณ์บิดเบี้ยว จิตใจคุ้มคลั่ง ธาตุไฟเข้าแทรกจนตาย หรือตัวระเบิดเป็นเสี่ยงๆ แต่หากฝึกสำเร็จ จะมีพลังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหล้า ไร้ผู้ต่อต้าน】

วิชาเทวมารคือสุดยอดวิชาจากมังงะฮ่องกงเรื่อง ‘ตำนานจักรพรรดิ์’ สร้างโดยมหาเทวมาร แบ่งเป็นวิชาภายใน ‘วิถีมารหยินหยางสองขั้ว’ และวิชาภายนอก ‘สุดยอดวิชาเทวมาร’

แม้ ‘วิถีมารหยินหยางสองขั้ว’ ที่เป็นวิชาภายในจะไม่มีพลังทำลายล้างรุนแรงเหมือนวิชาภายนอก แต่มันสามารถทำให้ผู้ฝึกวิวัฒนาการจากมนุษย์ไปสู่สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ได้ โดยการ ‘กิน’ สิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อเสริมแกร่งให้ตัวเอง

“ผีเร่ร่อนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยลำพัง แต่ฉันคือ ‘ผู้เล่น’ ที่ระบบเลือกมา ขอเพียงให้ฉันได้กลืนกินวิญญาณของเธอ เธอจะสามารถอยู่กับฉันได้อย่างปลอดภัย ข้ามผ่านเกมสมรภูมิครั้งนี้ไปจนถึงวันที่สังสารวัฏเปิดใหม่อีกครั้ง

เมื่อถึงตอนนั้น ฉันจะส่งฟางนีกลับคืนสู่สังสารวัฏ รักษาตัวตนของเธอไว้ โดยไม่ต้องเผชิญกับชะตากรรมวิญญาณแตกสลาย”

โจวจงลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “แต่พอฉันเปิดประตูบ้านเข้าไป ฉันกลับพบว่า เจิงเว่ยหมิง สามีของเธอก็คือไอ้สารเลวที่แย่งหน้ากากกันไฟของฉันไปในกองเพลิงวันนั้น เจิงเว่ยหมิงมันเปลี่ยนชื่อใหม่ และเวลาก็ผ่านมานานมากจนตอนแรกฉันก็นึกไม่ถึงว่าเป็นมัน”

“ความแค้นที่มันแย่งเมียฉัน ความเกลียดที่มันทำลายชีวิตฉัน ทำให้ฉันคุมสติไม่อยู่ ตอนลงมือเลยรุนแรงไปนิดหน่อย”

“ฉันยืนคิดอยู่หน้าประตูตู้เย็นนานมาก ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจให้อภัยพวกมัน และเลือกที่จะกลืนกินวิญญาณของพวกมัน มอบ ‘ผลบุญ’ ในการรักษาแก่นแท้แห่งวิญญาณให้”

หลี่อังอดไม่ได้ที่จะแขวะ “การถูกกินจนไม่เหลือแม้แต่ซากนี่ คุณเรียกว่า ‘ผลบุญ’ เหรอ? เมื่อกี้ผมยังไม่ค่อยเชื่อเลยว่าคุณเป็นพวกบ้าเต็มขั้น แต่ตอนนี้เริ่ม ‘สงสัย’ ขึ้นมาตะหงิดๆ แล้วแฮะ”

“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายไม่มีทางเข้าใจ และฉันก็ไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใจด้วย”

โจวจงลี่ถอนหายใจ “นายเห็นสลัมพวกนี้ไหม? ที่นี่เต็มไปด้วยความยากจน ความเฉยชา การดิ้นรน และความสิ้นหวัง ที่แย่กว่านั้นคือ ต่อให้ตายไป พวกเขาก็หนีไม่พ้นจุดจบอันแสนรันทดที่วิญญาณต้องแตกสลาย ไม่มีความสุขในชาติหน้ามารอรับ”

หลี่อังนึกถึงซอยเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายหยินนั่น พลันรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา “คุณคิดจะทำอะไร?”

“ชาติหน้า... ฉันอยากจะมอบชาติหน้าอันสงบสุขให้แก่พวกเขา”

ใบหน้าของโจวจงลี่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่ดู ‘เปี่ยมสุข’ เขาอ้าแขนออกราวกับจะโอบกอดโลกทั้งใบ “ฉันรักพวกเขา ฉันเห็นการดิ้นรนอันแสนเจ็บปวด เห็นอนาคตที่ไร้ทางออก

เพราะฉะนั้น ฉันจะให้พวกเขารวมเป็นหนึ่งเดียวกับฉัน รักษาแก่นแท้แห่งวิญญาณไว้ เพื่อรอคอยวันที่สังสารวัฏจะกลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง เพื่อต้อนรับผลบุญในชาติหน้า

ไม่ขอชาตินี้ ขอเพียงชาติหน้าก็พอ!!”

โจวจงลี่เหวี่ยงแขนสุดแรง กลิ่นอายหยินที่กระจายอยู่ทั่วชุมชนแออัดพลันม้วนตัวเป็นพายุคลั่ง พุ่งทะลักเข้ามาในห้องแคบๆ เล็กๆ แห่งนี้

ผ้าม่านสะบัดรัว โต๊ะเก้าอี้กระแทกผนังจนแตกกระจาย

ฝุ่นตลบอบอวล ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วหมู่บ้านหว่านเหอจนราวกับตกลงไปในหลุมน้ำแข็ง

แสงไฟตามอาคารที่เก่าทรุดโทรมทยอยสว่างขึ้น ผู้คนจำนวนมากชะโงกหน้าออกมานอกหน้าต่าง แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นกลุ่มเมฆดำทะมึนที่หมุนวนเป็นพายุเหนืออาคารที่โจวจงลี่อยู่

“ลมมา!”

โจวจงลี่ชูแขนกู่ร้อง เมฆดำที่ควบแน่นจากไอหยินบริสุทธิ์หมุนวนอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่ชะโงกหน้าออกมาดูรู้สึกหน้ามืดกะทันหัน สติเริ่มเลอะเลือน วิญญาณราวกับจะหลุดออกจากร่างและถูกม้วนเข้าไปในพายุเมฆดำนั่น

“บ้านที่สั่งสมความดี ย่อมมีสิริมงคลล้นเหลือ บ้านที่สั่งสมความชั่ว ย่อมมีภัยพิบัติเนืองนอง”

โจวจงลี่ถีบเท้าพุ่งชนฝ้าเพดานจนทะลุ ยืนตระหง่านอยู่ใต้พายุเมฆดำ เขาหัวเราะร่า “ดิ้นรนในความจน ชินชากับความทุกข์ ขอชาติหน้าไม่ได้ สร้างกุศลไม่ถึง เทพเจ้าทอดทิ้งมนุษย์ แต่ฉันนี่แหละที่รักมนุษย์!”

“รักบ้านแกสิ!”

หลี่อังตะโกนก้อง มือหนึ่งขว้างขวานสนามออกไป ส่วนอีกมือควักมือถือสำรองแบบใช้แล้วทิ้งออกมา (ซิมการ์ดไม่ได้ลงทะเบียนชื่อเขา ใช้เสร็จแล้วเก็บเข้าช่องกระเป๋าทันทีเพื่อกันการตามรอย) กดเบอร์โทรหาหน่วยจัดการกิจการพิเศษ

เรื่องแจ้งตำรวจ ผมนี่ระดับมืออาชีพครับ

...........

จบบทที่ บทที่ 54 ผลบุญ

คัดลอกลิงก์แล้ว