- หน้าแรก
- ผู้เล่นสุดโหด โหมดนรกประจัญบาน
- บทที่ 48 เดลิเวอรี
บทที่ 48 เดลิเวอรี
บทที่ 48 เดลิเวอรี
ในฐานะชายหนุ่มผู้พึ่งพาตนเองและบากบั่นสร้างตัว หลี่อังมักจะใช้เวลาว่างทำงานพิเศษเป็นติวเตอร์ตามบ้านเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เนื่องจากผลการเรียนของเขาค่อนข้างดีเยี่ยม ค่าตอบแทนที่ได้รับจึงเพียงพอให้เขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองอินได้อย่างไม่ลำบากนัก
แถมหลี่อังยังมีไม้เด็ดในการจัดการกับเด็กแสบ แค่รัววาทศิลป์ล้างสมองบวกกับหมัดมวยกองทัพถล่มเข้าไป ต่อให้เป็นเด็กเปรตที่ร้ายกาจแค่ไหนก็ถูกดัดนิสัยจนกลายเป็นดอกไม้ของชาติที่มีคุณธรรมได้ในพริบตา ชื่อเสียงของเขาจึงเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มผู้ปกครองเมืองอิน
มีผู้ปกครองจำนวนมากที่ไม่มีความสามารถในการสั่งสอนบุตรหลาน ต่างก็พยายามว่าจ้างหลี่อังให้มาเป็นติวเตอร์ สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี ซึ่งในจำนวนนั้นมีครอบครัวระดับไฮโซที่มีรายได้ต่อปีหลายสิบล้านหรือร้อยล้านรวมอยู่ด้วย
"บรรยากาศมันชวนให้พิศวงเหมือนรายการ 'ด็อก วิสเปอเรอร์' ของ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่มี ซีซาร์ มิลลาน เป็นผู้ดำเนินรายการไม่มีผิด"
หลังจากสอนการบ้านให้เด็กแสบไปสามสี่บ้าน หลี่อังที่กำลังจะกลับบ้านไปทำกับข้าวก็ได้รับข้อความ QQ จากหวังฉงซาน
“อยู่ไหม?”
หลี่อังเลิกคิ้วขึ้นแล้วตอบกลับว่า “อยู่จ้า มีอะไรเหรอ? เจ้าหญิงผู้แสนดี และสูงส่ง?”
“??? หมายความว่าไง”
“ก็ชมว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและสูงส่งไง”
“เชื่อก็บ้าแล้ว” หวังฉงซานส่งสติ๊กเกอร์หน้าเซ็งกลับมา พร้อมพิมพ์ว่า “พ่อกับแม่ฉันออกไปงานเลี้ยงรุ่นน่ะ ตอนนี้ไม่อยู่บ้าน”
“คิดอะไรของนายเนี่ย คอมพิวเตอร์ฉันเสีย นายมาช่วยซ่อมให้หน่อยสิ เดี๋ยวฉัน กดสั่งอาหารในแอปเลี้ยงข้าวเย็นมื้อหนึ่งเป็นการตอบแทน!”
“จะไปเดี๋ยวนี้แหละ รอฉันสิบห้านาที”
พอได้ยินว่าจะมีคนเลี้ยงข้าว หลี่อังก็ฮึดสู้ขึ้นมาทันที เขาขี่จักรยาน ‘นกฟีนิกซ์’ รุ่นเก่าฝ่าฝนปรอยๆ โดยเปิดแผนที่ไป่ตู้ นำทางไปยังบ้านหวังฉงซาน และใช้เวลาไม่นานก็ซ่อมคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในห้องนอนของเธอจนเสร็จ
“แค่แรมมันหลวมน่ะ”
หลี่อังวางเคสคอมพิวเตอร์กลับที่เดิมใต้โต๊ะ ปัดมือไปมาแล้วพูดอย่างสบายๆ “เป่าฝุ่นเสร็จก็ใช้ได้แล้ว วันหลังเธอก็ใช้ไดร์เป่าผมเป่าฝุ่นในพัดลมพาวเวอร์ซัพพลายเองก็ได้นะ เอาสเปรย์ล้างหน้าสัมผัสฉีดเมนบอร์ดแล้วใช้แปรงเล็กๆ ปัดออก ส่วนแถบทองแดงของแรมก็ใช้ยางลบถูเบาๆ...”
หวังฉงซานเอามือปิดหู ทำหน้าทรมาน “หลวงพี่ขา พอเถอะค่ะ! หงอคงรู้ผิดแล้ว!”
หงอคงบ้านไหนของเธอ เธอมีกระบองวิเศษยืดหดได้หรือไง?
หลี่อังมุมปากกระตุก กำลังจะลับฝีปากกับหวังฉงซานต่อ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูด้านนอก
“เดลิเวอรีครับ!”
เสียงผู้ชายฟังดูอู้อี้ดังมาจากหน้าประตู
“เอ๊ะ?” หลี่อังหันไปมองหวังฉงซาน “เธอสั่งอาหารเหรอ?”
“เปล่านะ ฉันกะว่าตอนเย็นจะสั่งข้าวกล่องไปส่งที่บ้านนายน่ะ” หวังฉงซานงงเป็นไก่ตาแตก “ส่งผิดบ้านหรือเปล่า?”
“เดี๋ยวฉันไปดูเอง” หลี่อังเดินไปที่ประตู เปิดประตูออกเห็นพนักงานส่งอาหารร่างยักษ์ยืนอยู่
เขาสูงอย่างน้อยหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร รูปร่างหนาบึกบึน สวมหมวกกันน็อกสีเหลือง ใส่เครื่องแบบพนักงานส่งอาหารสีเหลืองสลับดำที่ดูหนามาก และสวมหน้ากากอนามัยสีขาว
“ห้อง 2084 ใช่ไหมครับ? หม่าล่าผัดแห้งกระทะร้อน ที่สั่งได้แล้วครับ” พนักงานส่งอาหารส่งเสียงอู้อี้ถามผ่านหน้ากาก
“เอ่อ...”
หลี่อังมองป้ายบนถุงอาหาร “เหมือนจะส่งผิดห้องนะครับ ของห้องตรงข้ามหรือเปล่า?” “อืม...” พนักงานส่งอาหารกวาดสายตามองใบสั่งอาหาร “ขอโทษครับ ดูผิดห้อง”
“ไม่เป็นไรครับ”
หลี่อังปิดประตูลง แล้วหันไปถอนหายใจใส่หวังฉงซาน “นึกว่าเธอจะสำนึกได้แล้วอยากให้เซอร์ไพรส์ฉันซะอีก”
“พ่อหนุ่ม นายคิดมากไปเองแล้วล่ะ” หวังฉงซานเบ้ปาก “ในตู้เย็นมีไอศกรีม จะกินไหม?”
กินสิ ต้องกินอยู่แล้ว หลังจากหลี่อังกับหวังฉงซานกินไอศกรีมถั่วเขียวจนหมด เขาก็ทนแรงยั่วยวนไม่ไหว ตอบรับคำชวนอันกระตือรือร้นของหวังฉงซาน ล็อกประตูห้อง ปิดม่าน แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง...
ควักโทรศัพท์ออกมาเล่น ROV แรงก์คู่ไปสิบตา
และแน่นอน... แพ้รวดสิบตารวด
“ไก่มาก ไก่สุดๆ” หวังฉงซานชะโงกหน้าออกมาจากหลังโทรศัพท์ จ้องมองหลี่อังด้วยแววตาอาฆาต “นายนี่มันไหวไหมเนี่ย?”
“ผู้หญิงน่ะจะว่าอะไรก็ได้นะ แต่อย่าว่าผู้ชายไม่ไหว” หลี่อังตอบหน้าตาย “ขนาดฉันไปนวดที่ร้านยังเลือกคอร์ส 298 หยวนเลย คอร์สแพงสุดเลยนะ เธอว่าฉันไหวไหมล่ะ”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเกี่ยงกันว่าใครเป็นตัวถ่วง เสียงกุญแจเสียบเข้าในรูไขกุญแจที่ประตูบ้านหวังฉงซานก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงผู้หญิงที่ดังมาจากหน้าประตู “ซานซาน ออกมาช่วยแม่ถือของหน่อยสิ วันนี้งานเลี้ยงรุ่นพ่อเขาถูกยกเลิก แม่กับพ่อเลยไปเดินตลาดสดมา ซื้อปูของโปรดลูกมาด้วยนะ”
หวังฉงซานสูดลมหายใจเข้าลึก หันไปมองหลี่อัง “พ่อกับแม่ฉันกลับมาแล้ว”
ในฐานะเพื่อนสมัยเด็ก หลี่อังพอจะรู้ว่าแม่ของหวังฉงซานทำงานในกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนพ่อเป็นตำรวจสายสืบเมืองอิน บ้านนี้เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยมาก ในสายตาพ่อแม่ หวังฉงซานคือเด็กดีมาตลอด ไม่มีทางที่เธอจะแอบพาผู้ชายเข้าบ้านแบบนี้แน่
“อา... ถ้าอย่างนั้นคงต้องสารภาพความจริงแล้วล่ะ” หลี่อังพยักหน้าพลางเออออตาม “เรื่องเด็กในท้อง ฉันจะรับผิดชอบเอง”
“รับผิดชอบกับผีน่ะสิ!” หวังฉงซานค้อนขวับวงใหญ่ “นั่นไง... ระเบียงข้างนอกมีท่อน้ำ นายก็โหนท่อน้ำปีนลงไปเลย”
“นี่มันชั้นยี่สิบนะแม่นาง” หลี่อังหรี่ตามองพลางเลิกคิ้ว
“เชอะ ดันจำแม่นซะด้วย” หวังฉงซานเบ้ปากพลางเกาหัวอย่างกลุ้มใจ “งั้นนายไปแอบในห้องหนังสือซะ ถ้าถูกจับได้เดี๋ยวฉันบอกว่านายเอาสมุดโน้ตมาส่งให้ เข้าใจนะ?”
หลี่อังทำมือสัญลักษณ์ตกลง
หลังจากหวังฉงซานไปเปิดประตูอธิบายกับพ่อแม่ หลี่อังก็จัดทรงผมใหม่เรียบร้อย พร้อมรอยยิ้มแบบมืออาชีพ ในมือถือสมุดโน้ตหนึ่งเล่ม ทำตัวเป็นนักเรียนตัวอย่างผู้ดีเลิศ เดินออกจากห้องหนังสือ “สวัสดีครับคุณอาทั้งสอง ผมเป็นเพื่อนของฉงซาน วันนี้ตั้งใจมา...”
คำพูดพลันค้างอยู่ในลำคอ
พ่อของหวังฉงซาน หลี่อังเคยเจอมาก่อน... ที่ใต้ตึก 7 หมู่บ้านหว่านเหอ
เขาคือตำรวจสายสืบที่รับผิดชอบคดีการตายของยายเฒ่าจางชุ่ยเหลียนนั่นเอง
นายตำรวจหวังเฟิงเหนียน ผู้ทำงานเป็นตำรวจมานานกว่ายี่สิบปี ถลึงตามองแล้วพูดว่า “เป็นนายนี่เอง?”
“ผมเองครับ” หลี่อังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าโลกนี้มันช่างกลมเหลือเกิน “ผมคือผู้สืบทอดอุดมการณ์สังคมนิยม ดอกไม้ที่แสนอ่อนโยนของชาติ ผ้าพันคอแดงผู้ทำความดีไม่ประสงค์ออกนามไงครับ”
เอาอีกแล้ว ใครถามนายเรื่องนี้กันเนี่ย?
หวังฉงซานกับแม่ของเธอตกใจพอๆ กัน ถามขึ้นพร้อมกันว่า “พวกคุณรู้จักกันด้วยเหรอ?”
“ก็พอตัวน่ะ” หวังเฟิงเหนียนหรี่ตามองหลี่อังอย่างพินิจพิเคราะห์ “เธอเป็นเพื่อนซานซานเหรอ? ชื่ออะไร? ทะเบียนบ้านอยู่ที่ไหน? สถานะครอบครัวเป็นยังไง?”
“โธ่ คุณทำอะไรน่ะ” แม่ของหวังฉงซานดันตัวสามี “ซานซานอุส่าห์มีเพื่อนมาหา คุณจะมาทำตัวเหมือนสอบปากคำอาชญากรได้ยังไง”
หวังเฟิงเหนียนหน้าคล้ำ จ้องหลี่อังด้วยสายตาสงสัยสลับไปมา
‘ไอ้หนู แกทำตัวดีๆ หน่อยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะหักขาแกทิ้งซะ เชื่อไหม’
สายตาของนายตำรวจหวังแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ‘กะหล่ำปลีในบ้านเขา จะปล่อยให้หมูป่าที่ไหนไม่รู้มาขุดกินไม่ได้เด็ดขาด’
“ชื่อเสี่ยวหลี่ใช่ไหมจ๊ะ?” แม่ของหวังฉงซานกระซิบกระซาบกับลูกสาวสองสามคำก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “เย็นนี้กินข้าวบ้านเราเถอะนะ พอดีซื้อปูมาเยอะเลย”
หลี่อังรู้สึกได้ถึงสายตาเย็นเยือกของนายตำรวจหวังเฟิงเหนียนที่ทิ่มแทงแผ่นหลังทันที แต่ในฐานะนักกินผู้คลั่งไคล้ ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งเขาจากการกินปูได้
“งั้นก็รบกวนคุณอาด้วยนะครับ”
...........