เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 849 เสาหลักทั้งหกแห่งซีเครดสปริง

ตอนที่ 849 เสาหลักทั้งหกแห่งซีเครดสปริง

ตอนที่ 849 เสาหลักทั้งหกแห่งซีเครดสปริง


ตอนที่ 849 เสาหลักทั้งหกแห่งซีเครดสปริง

“ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดฉันก็เจอคนอื่นแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวออกมาด้วยแววตาอันสดใส ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวออกมาราวกับหมาป่าที่พบเหยื่อ

คนอื่นอาจจะกลัวที่ได้พบกับศัตรูจำนวนกว่า 30 คน แต่เซี่ยเฟยกลับรีบวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย

หงส์คราม!

ขนอุย!

ชายหนุ่มเริ่มทำการปลดปล่อยการโจมตีออกไปโดยไม่ลังเล ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งผ่านกลุ่มนักรบไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วมากกว่า 400,000 เมตรต่อวินาที

ด้วยพลังการต่อสู้ของเขาในตอนนี้ แม้ศัตรูจะเป็นจักรพรรดิกฎเขาก็ไม่รู้สึกเกรงกลัว ดังนั้นถึงแม้จำนวนของศัตรูจะมีมากกว่า 30 คน แต่คนพวกนี้ก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของชายหนุ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

ใบหญ้าของหงส์ครามพุ่งออกไปรัดร่างของศัตรู 5 คนพร้อม ๆ กัน จากนั้นมันก็ทำการฉีกกระชากร่างของศัตรูออกเป็นชิ้น ๆ

ขนอุยทำหน้าที่เป็นเหมือนกับลูกบอลแสงแห่งความตาย เมื่อไหร่ก็ตามที่มันพุ่งผ่านร่างของศัตรูไป มันก็จะก่อให้เกิดรูโบ๋บนหน้าอกของศัตรูโดยตรง

บลัดบิวเทียสถูกตวัดกวัดแกร่งออกไปราวกับว่ามันกำลังเริงระบำ และไม่ว่าดาบเล่มนี้จะเคลื่อนที่ไปทางไหนพื้นที่บริเวณนั้นก็จะเต็มไปด้วยซากศพอันแห้งเหี่ยว

ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที เซี่ยเฟยก็สามารถจัดการกับศัตรูได้ทั้งหมดรวมถึงหนอนด้วงมิติทุกตัวที่ศัตรูกำลังขี่พวกมันอยู่ด้วย

นี่คือพลังของนักรบความเร็วสูง!

หากพูดถึงการสังหารศัตรูอย่างรวดเร็ว นักรบสายความเร็วย่อมมีความได้เปรียบอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูระดับต่ำกว่าตัวเอง ข้อได้เปรียบของความเร็วก็จะขยายออกไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด

ไม่ว่ายังไงการเผชิญหน้ากับความเร็วก็จำเป็นจะต้องใช้ปฏิกิริยาการตอบสนองที่รวดเร็วไม่แพ้กัน ศัตรูที่มีระดับต่ำกว่านักรบสายความเร็วจึงทำได้เพียงแต่รอคอยความตายโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะตอบโต้ด้วยซ้ำ

ในชั่วพริบตานักรบของทางฝั่งซีเครดสปริงก็ถูกสังหารจนหมด เหลือเพียงแค่ชายร่างผอมและหนอนด้วงมิติที่เขากำลังขี่อยู่เท่านั้น

หงส์คราม, ขนอุยและบลัดบิวเทียสเคลื่อนที่ออกไปล้อมชายร่างผอมเอาไว้อย่างฉับพลัน จนทำให้นักรบคนนั้นอ้าปากค้าง เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ เพื่อน ๆ ภายในทีมถึงเสียชีวิตกันจนหมด

“อย่าฆ่าฉันเลย! มีเรื่องอะไรฉันยอมบอกหมดเลย” ก่อนที่เซี่ยเฟยจะเริ่มสอบปากคำชายคนนั้นก็ส่งเสียงร้องตะโกนลั่นขึ้นมาซะก่อน

ผัวะ!

ชายหนุ่มเตะนักรบคนนั้นออกจากหนอนด้วงมิติ ทำให้เขาทำได้เพียงแต่เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ็บปวด แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะส่งเสียงร้องออกมาเสียงดัง

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยก็คว้าขนอุยเอาไว้ในอ้อมแขน เพราะเจ้าตัวน้อยเกลียดชังหนอนด้วงมิติยิ่งกว่าอะไร เขาจึงกลัวว่าขนอุยจะทำให้หนอนด้วงมิติหวาดกลัวจนตายคล้ายกับเหตุการณ์ที่มันเคยทำในอดีต

หงส์ครามใช้ใบหญ้าสองใบพันธนาการร่างของนักรบและหนอนด้วงมิติเอาไว้ ทำให้ทั้งคู่ต่างก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว

“นายรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นคนขี้ขลาดขนาดนี้?” โอโร่กล่าวขึ้นมาอย่างเหยียดหยาม

“ผมสังเกตเห็นเขาอยู่ตรงกลางกองกำลังด้วยท่าทางระมัดระวัง แสดงว่าเขาไม่ได้เพียงแต่ขี้ขลาดเท่านั้น แต่เขายังเป็นพวกรักชีวิตตัวเองอย่างถึงที่สุดด้วย การสอบปากคำกับคนแบบนี้ให้ผลดีกับเรามากที่สุดแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าว

โอโร่พยักหน้ารับและถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะอายุยังไม่มาก แต่ชายหนุ่มคนนี้ก็มองลักษณะท่าทางของคนอื่นได้เป็นอย่างดี และการที่เซี่ยเฟยสามารถมองหาคนขี้ขลาดท่ามกลางกลุ่มนักรบทั้ง 30 คนได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ มันก็ต้องบอกเลยว่าการสังเกตของชายหนุ่มจัดอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก

“แกรู้จักคนชื่อแซมสันไหม?” เซี่ยเฟยเริ่มสอบปากคำ

การอ่านท่าทางของเซี่ยเฟยมีความแม่นยำอย่างแท้จริง เพราะเมื่อชายร่างผอมได้ยินว่าเซี่ยเฟยต้องการที่จะตามหาแซมสัน เขาก็รีบอาสานำทางในทันที ยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเรื่องทุกเรื่องที่เขารู้ตราบใดก็ตามที่เซี่ยเฟยเริ่มถามคำถามใด ๆ ออกมา

ความขี้ขลาดของชายคนนี้ช่วยให้เขาประหยัดเวลาได้เยอะมาก เพราะเขาไม่จำเป็นจะต้องเริ่มต้นทรมานเพื่อให้ได้คำตอบตามที่เขาต้องการ

“แม้แต่ภายในซีเครดสปริงก็ใช้หนอนด้วงมิติในการนำทางงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

การหลงทางในช่องว่างมิติถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาทำการฝึกฝนหนอนด้วงมิติ เมื่อนั้นสัตว์ประหลาดชนิดนี้ก็จะสามารถนำทางให้ผู้คนได้เป็นอย่างดี แม้แต่ในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอย่างซีเครดสปริงก็ตาม

หนอนด้วงมิติตัวใหญ่มีความสามารถในการบรรทุกกองทัพภายในช่องว่างมิติได้ ขณะที่หนอนด้วงมิติตัวเล็กก็สามารถใช้เป็นยานพาหนะภายในพื้นที่เล็ก ๆ อย่างซีเครดสปริงได้ด้วยเช่นเดียวกัน คล้ายกับว่าการใช้ชีวิตในช่องว่างมิติมันจะขาดหนอนด้วงมิติไปไม่ได้เลย

เมื่อนึกถึงหนอนด้วงมิติชายหนุ่มก็ล้วงมือเข้าไปในหน้าอกเพื่อหยิบหนอนด้วงมิติตัวน้อยออกมา และเขาก็ได้เห็นว่ามันกำลังพยายามดิ้นรนต่อสู้กับความเจ็บปวด เพราะยาที่เขาให้ไปยังไม่สามารถที่จะรักษาอาการของมันได้ทำได้เพียงแต่ช่วยยืดอายุของมันออกไปเท่านั้น

“โยนมันทิ้งไปเถอะ ถึงยังไงมันก็จะตายอยู่แล้ว” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยเลือกที่จะไม่สนใจ ก่อนที่เขาจะหยิบขวดน้ำยาออกมาหยดลงไปบนหนอนด้วงมิติเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 2 เท่า

หลังจากให้ยาหนอนด้วงตัวน้อยจนเสร็จ เขาก็เก็บมันไว้ในหน้าอกพร้อมกับมุ่งหน้าตามหนอนด้วงมิติของชายร่างผอมตรงหน้าไป

อย่างไรก็ตามจู่ ๆ หนอนด้วงมิติก็หยุดอยู่ตรงบริเวณกลางสามแยก และมันก็ปฏิเสธที่จะเคลื่อนที่ออกไปข้างหน้า

“นี่มันหมายความว่ายังไง?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“พวกเราไม่สามารถไปต่อได้ เส้นทางทั้งสามเส้นนี้ผิดหมดเลย พวกเราจะต้องรอจนกว่ามันจะมีเส้นทางเส้นใหม่ปรากฏออกมา” ชายร่างผอมกล่าวด้วยความกลัว

“รอเส้นทางเส้นใหม่งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ชายร่างผอมรีบอธิบายออกมาอย่างเร่งรีบว่าพื้นที่ภายในซีเครดสปริงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และผู้ที่อาศัยอยู่ภายในไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ตามต้องการ การเดินทางไปยังสถานที่บางแห่งมันก็จำเป็นจะต้องรอเวลาอันเหมาะสม

ชายหนุ่มทำได้เพียงแค่นั่งรออย่างอดทน เพราะไม่ว่าเขาจะมีความเร็วสูงมากแค่ไหน แต่ตราบใดก็ตามที่เส้นทางไม่เปิดออกเขาก็ไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้

“ในซีเครดสปริงมีใครที่เด่น ๆ บ้าง?” เซี่ยเฟยถาม

“ผู้ที่โดดเด่นทั้งหมดในซีเครดสปริงถูกเรียกว่า 6 เสาหลัก ประกอบไปด้วย 4 จักรพรรดิ, 1 ราชันย์และ 1 นักปราชญ์ แซมสันที่คุณกำลังตามหาอยู่นั้นก็เป็น 1 ใน 6 เสาหลักด้วยเหมือนกัน” ชายร่างผอมตอบ

“4 จักรพรรดิ, 1 ราชันย์!? ในซีเครดสปริงมีราชันย์กฎอยู่ด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ใช่ครับ” ชายร่างผอมกล่าวต่ออีกครั้ง

“ตอนนี้ในซีเครดสปริงมีราชันย์ถือกำเนิดขึ้นมาแล้วงั้นเหรอ? ฉันว่าหลังจากนี้พวกเราต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม เพราะถึงแม้ว่านายจะพอรับมือจักรพรรดิกฎได้ แต่เรื่องมันคงจะยุ่งยากถ้าหากว่านายต้องเผชิญหน้ากับราชันย์กฎ” โอโร่กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอยู่เงียบ ๆ

หลังจากนั้นชายหนุ่มก็เริ่มถามถึงสถานการณ์เพิ่มเติมและได้รู้ว่าทั้งหกเสาหลักต่างก็รู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาบุกเข้ามาในซีเครดสปริง แต่ไม่มีใครมองว่าเขาคือภัยคุกคามเลยแม้แต่คนเดียว เพราะถึงยังไงคนนอกก็ยังคงมองเขาว่าเป็นเพียงแค่ราชากฎ ทีมที่ถูกส่งออกมาจึงเป็นเพียงแค่ทีมที่ถูกนำโดยราชากฎเท่านั้น

ตราบใดก็ตามที่เขาสามารถจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว และแอบเข้าหาแซมสันอย่างเงียบ ๆ เขาก็ควรที่จะได้ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ยังคงมีความได้เปรียบทางด้านความเร็ว

ทันใดนั่นเองมันก็มีเสียงดังเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนที่เส้นทางทางด้านขวาสุดจะจมลงสู่พื้นเผยให้เห็นเส้นทางเส้นใหม่ที่ถูกเปิดออกทางด้านซ้าย

หนอนด้วงมิติเริ่มกลับมานำทางได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาได้รับรู้ถึงการคงอยู่ของราชันย์กฎ มันก็ทำให้เขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม

10 ชั่วโมงต่อมา ในที่สุดชายหนุ่มก็เดินทางมาจนถึงที่พักของแซมสัน ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของซีเครดสปริง

ระหว่างทางเขาคอยเติมยาให้กับหนอนด้วงมิติตัวน้อยทุก ๆ ชั่วโมง น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บของมันยังไม่ดีขึ้นและมันก็อาจจะเสียชีวิตลงได้ทุกเมื่อ

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นบ้านต้นไม้ขนาดเล็กคล้ายกับว่ามันเป็นบ้านของเด็กมากกว่าผู้ใหญ่

“นี่คือบ้านของแซมสันจริง ๆ เหรอ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“ใช่ครับ ท่านนักปราชญ์อาศัยอยู่ที่นี่” ชายร่างผอมพยักหน้าอย่างเร่งรีบ

ทันทีที่ชายร่างผอมพูดจบลง ชายชราที่มีความสูงไม่ถึง 1 เมตรก็เดินออกมาจากบ้านต้นไม้ แล้วถึงแม้ว่าผมเผ้าของเขาจะถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวแต่ท่าทางของเขาก็ยังคงแข็งแรง

การปรากฏตัวของชายชราคนนี้ทำให้เซี่ยเฟยขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาไม่คิดเลยว่านักปราชญ์ที่เขากำลังตามหาจะเป็นคนแคระตัวเล็กขนาดนี้

แซมสันยื่นมือออกไปก่อให้เกิดบันไดเถาวัลย์ขึ้นมาอย่างฉับพลัน อย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาสร้างบันไดขึ้นมาแล้ว เขากลับส่งเสียงหัวเราะและใช้มือข้างหนึ่งตบหัวตัวเองเบา ๆ

“ฉันลืมไปเลยว่านายคงไม่จำเป็นจะต้องใช้บันได ว่าแต่ไหน ๆ เจ้าหน้าขนก็มาด้วยแล้วทำไมพวกเราถึงไม่ขึ้นมาร่วมสนทนากันบนบ้านของฉันล่ะ?” แซมสันกล่าวขณะจ้องไปยังพุ่มไม้ที่เซี่ยเฟยซ่อนตัวอยู่

ท่าทางของชายชราทำให้เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาในทันที เมื่อได้เห็นว่าแซมสันสัมผัสถึงตัวตนของเขาได้แล้ว

“เจ้านั่นคือแซมสันจริง ๆ พวกเราไปกันเถอะ เขาน่าจะสัมผัสถึงตัวตนของเราได้ตั้งนานแล้ว” โอโร่กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

***************

เจ้าหน้าขนนี่หมายถึงโอโร่ใช่ไหมหรือว่าขนอุย?

จบบทที่ ตอนที่ 849 เสาหลักทั้งหกแห่งซีเครดสปริง

คัดลอกลิงก์แล้ว