เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 844 ซีเครดสปริง

ตอนที่ 844 ซีเครดสปริง

ตอนที่ 844 ซีเครดสปริง


ตอนที่ 844 ซีเครดสปริง

“เซี่ยเฟย ฉันว่าตอนนี้พวกเราควรจะต้องรีบไปที่เผ่ามารโดยเร็วที่สุด” โอโร่กล่าวอย่างเคร่งเครียด

“ไปที่เผ่ามารงั้นเหรอ? เพราะอะไร?” เซี่ยเฟยถามอย่างสับสน

“คำว่าฟิกส์กับโถงวีรบุรุษตีความได้ไม่ยาก แต่คำว่าอาร์คทำให้ฉันนึกถึงตำนานเรื่องเมื่อนานมาแล้ว แต่ฉันจำรายละเอียดเรื่องนั้นไม่ค่อยได้ ฉันเลยคิดว่าพวกเราควรจะต้องไปสำรวจสถานที่นั้นด้วยตัวเอง” โอโร่กล่าวอย่างลึกลับ

ประตูจักรวาลเป็นสิ่งที่ลึกลับมากและมันก็ถูกปกคลุมไปด้วยปริศนาอย่างมากมาย เขาจึงรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่ประตูธรรมดา แต่อาจจะมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ที่เขายังไม่สามารถจะตีความได้เท่านั้นเอง แต่อย่างน้อยคำใบ้ของเทพดำมันพอจะมีเป้าหมายให้เขาค้นหาความลับเรื่องนี้ได้บ้างแล้ว

“โอเค ไปที่ที่คุณพูดถึงก่อนก็แล้วกัน” เซี่ยเฟยกล่าว

“เดี๋ยวฉันขอนึกรายละเอียดให้หมดก่อน ฉันได้ข้อสรุปเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันค่อยมาบอกให้นายเริ่มออกเดินทางอีกที” โอโร่กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

หลังจากที่เซี่ยเฟยกลับมายังสวนสายลม เขาก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดเรื่องหวู่หยูหมิงให้เซี่ยอู๋เย่ฟังเลยแม้แต่นิดเดียว

ปัญหาการขาดกำลังคนของสกายวิงเป็นเรื่องที่มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว สาเหตุที่หน่วยข่าวกรองไม่สามารถตรวจสอบพลังความสามารถที่แท้จริงของหวู่หยูหมิงได้ มันก็ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาสะเพร่าแต่มันเป็นเพราะสถานการณ์ที่เร่งด่วน และความสามารถในการปกปิดตัวตนของหวู่หยูหมิงมีความลึกลับมากเกินไป

แม้ว่าพ่อบ้านชราจะดูเหมือนคอยทำความสะอาดอย่างสบาย ๆ ในทุก ๆ วัน แต่ความจริงแล้วเขาอยู่เบื้องหลังการตัดสินใจสำคัญ ๆ หลาย ๆ เรื่องในตระกูล หากเซี่ยอู๋เย่รู้ถึงเรื่องของหวู่หยูหมิงเขาจะต้องตำหนิตัวเองอย่างแน่นอน เซี่ยเฟยจึงไม่อยากจะเอาความผิดพลาดในครั้งนี้ไปทำให้พ่อบ้านชรารู้สึกไม่สบายใจ

ชายหนุ่มเข้าไปพักภายในห้องพร้อมกับใช้น้ำยาฟื้นฟูบาดแผลไฟไหม้ทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งมันก็โชคดีที่เขามีชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นคอยปกป้องเอาไว้ บาดแผลเพียงเท่านี้น่าจะใช้เวลาเพียงแค่ 3 วันแผลทั้งหมดก็คงจะหายดี

หลังจากจัดการกับบาดแผลของตัวเองเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยก็เริ่มศึกษาเรื่องการประดิษฐ์อีกครั้ง และด้วยคำแนะนำจากเซี่ยเหล่าสืออย่างใกล้ชิด มันจึงทำให้ความรู้เรื่องการประดิษฐ์ของเขาพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

การฝึกให้กับเซี่ยเฟยทำให้เซี่ยเหล่าสือรู้สึกตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปหลายครั้ง เพราะชายหนุ่มคนนี้เป็นเหมือนกับบุคคลในตำนานที่สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และมีความเชี่ยวชาญหลังจากใช้เวลาฝึกฝนไปเพียงแค่ไม่นาน

ในเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์เซี่ยเฟยก็พัฒนามาจนถึงจุดสูงสุดของกฎแห่งการประดิษฐ์ขั้นที่ 4 แล้ว ซึ่งมันเป็นความเร็วในการพัฒนาอย่างที่เซี่ยเหล่าสือไม่เคยเจอมาก่อน และถ้าหากว่าเซี่ยเฟยยังคงพัฒนาด้วยความเร็วในระดับนี้ต่อไป ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือนชายหนุ่มก็จะกลายเป็นนักหลอมพลังงานในระดับเดียวกันกับเขา

น่าเสียดายที่ชายหนุ่มยังไม่สามารถตีความรูปมิสเทอรีมูนได้ ซึ่งความก้าวหน้าในเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องเพียงแค่ไม่กี่เรื่องที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกผิดหวัง

ช่วงเวลาดึก

ระหว่างที่ชายหนุ่มยังคงฝึกฝนอย่างหนัก จู่ ๆ โอโร่ที่นิ่งเงียบมาเป็นเวลานานก็กล่าวออกมาอย่างกะทันหัน

“ฉันเรียบเรียงทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นายควรเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางไปยังเผ่ามารตั้งแต่เช้า”

“สรุปแล้วพวกเราจะไปไหน?” เซี่ยเฟยถาม

“หลังจากเทพดำพูดถึงอาร์ค สิ่งแรกที่นายนึกถึงคืออะไร?” โอโร่ถามกลับ

“ผมพยายามนึกว่าอาร์คมันคืออะไรกันแน่ เพราะคำว่าฟิกส์กับโถงวีรบุรุษเป็นอะไรที่ตรงตัวอยู่แล้ว ส่วนอาร์คมันฟังดูเหมือนชื่อของยานรบ แต่ถึงแม้ว่าผมจะพยายามตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดผมก็ไม่พบกับคำว่าอาร์คในฐานข้อมูลของสกายวิงเลย ผมเลยเดาว่าอาร์คไม่น่าจะใช่ยานรบธรรมดาแต่มันน่าจะเป็นยานรบที่ลึกลับอีกด้วย” เซี่ยเฟยตอบ

“มีคนที่ช่วยตอบคำถามเรื่องอาร์คให้กับเราได้ และสถานที่ที่พวกเรากำลังจะไปก็คือที่อยู่ของเขาคนนั้น” โอโร่กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

คำบอกใบ้ของเทพดำย่อมไม่ใช่คำพูดที่ไร้เหตุผล ทั้งสามสิ่งนี้ย่อมมีความเกี่ยวข้องกับประตูจักรวาลอย่างแน่นอน การไขปริศนาเกี่ยวกับอาร์คย่อมช่วยให้ชายหนุ่มได้ค้นพบเงื่อนงำ เขาจึงไม่คิดที่จะปฏิเสธคำชวนของโอโร่

“เก็บแหวนนี้เอาไว้ เดี๋ยวมันจะมีประโยชน์กับนายในอนาคต” โอโร่กล่าวพร้อมกับถอดแหวนสิงโตทองคำออกจากนิ้ว

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะใช้กฎแห่งความโกลาหลผ่านมือขวาเพื่อยื่นมือออกไปหยิบแหวนสิงโตมาจากโอโร่

แม้ว่าแหวนวงนี้จะเป็นเพียงแค่แหวนวงเล็ก ๆ แต่มันก็มีน้ำหนักมากพอสมควร ด้านบนของตัวแหวนถูกแกะสลักเป็นรูปสิงโต ซึ่งชายหนุ่มมักจะเห็นโอโร่เล่นกับแหวนวงนี้อยู่เป็นประจำ คล้ายกับว่ามันเป็นของรักของหวงของอดีตจอมมาร

“นี่คือแหวนราชันย์สิงโตเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิที่แท้จริงของตระกูล เมื่อไหร่ก็ตามที่นายแสดงแหวนราชันย์สิงโตออกมา นายก็จะสามารถออกคำสั่งสมาชิกคนใดของตระกูลก็ได้เหมือนกับว่าฉันไปที่นั่นด้วยตัวเอง” โอโร่กล่าวอธิบาย

คำอธิบายนี้ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาในทันที เพราะการที่โอโร่มอบของสำคัญมาให้เขาแบบนี้ มันก็หมายความว่าคนที่เขาต้องไปพบย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มใช้เข็มทิศมิติเดินทางไปยังบริเวณชายแดนของเผ่ามาร เพื่อไปพบกับฮีธฟิลด์ผู้ซึ่งเป็นลูกหลานของโอโร่

แน่นอนว่าฮีธฟิลด์ย่อมต้อนรับเซี่ยเฟยเป็นอย่างดี แต่ชายหนุ่มกลับส่งสายตาบอกเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากห้องรับรองให้หมด เจ้าเมืองแบล็กไลออนจึงขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าทำไมเซี่ยเฟยจะต้องระแวงคนอื่นมากขนาดนั้น แต่ด้วยความไว้วางใจที่เขาได้มอบให้เขาจึงสั่งให้คนอื่นออกไปตามความต้องการของเซี่ยเฟย

เมื่อทุกคนออกไปแล้วชายหนุ่มก็หยิบแหวนราชันย์สิงโตออกมาด้านนอก จนทำให้ฮีธฟิลด์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

ในฐานะที่เขาเป็นสมาชิกของราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ท เขาย่อมจดจำแหวนที่เป็นสัญลักษณ์แสดงอำนาจสูงสุดในตระกูลของตัวเองได้ เพียงแต่เขาแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมแหวนวงนี้ถึงอยู่ในมือของชายหนุ่ม

อย่างไรก็ตามการปรากฏของแหวนราชันย์สิงโตก็ไม่ต่างไปจากการที่จักรพรรดิเดินทางมายังที่นี่แล้ว หลังจากตกตะลึงได้เพียงแค่ไม่นานฮีธฟิลด์จึงคุกเข่าลงโดยไม่ลังเล

ตระกูลใหญ่ทุกตระกูลในดินแดนกฎต่างก็ล้วนแล้วแต่มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบต่อกันมาภายในตระกูลของตน ยกตัวอย่างเช่น สกายวิงที่ช่วงเวลาปกติพวกเขาก็ไม่ได้มีข้อบังคับใด ๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ตราอสูรคลั่งถูกทำลายเมื่อนั้นพวกเขาจะต้องกลับมารวมตัวกัน

ทางฝั่งของตระกูลไลอ้อนฮาร์ทก็มีขนบธรรมเนียมประเพณีลักษณะนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งจุดเด่นของตระกูลนักรบยิ่งใหญ่จากเผ่ามารนี้ก็คือความภักดีและการแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อจักรพรรดิของตระกูล

“คุณจำแหวนวงนี้ได้ใช่ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ครับ! แหวนวงนี้คือแหวนราชันย์สิงโต” ฮีธฟิลด์รีบตอบ

ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้เซี่ยเฟยเขินอายอยู่เล็กน้อย เมื่อจู่ ๆ สมาชิกของราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ทได้มาคุกเข่าลงตรงหน้าเขา

“จะยืนงงอยู่ทำไม? รีบอธิบายให้เขาฟังไปสิว่านายต้องการอะไร ตอนนี้เขากำลังรอรับคำสั่งจากนายอยู่” โอโร่กล่าว

“จากนี้ไปผมจะขอพูดแทนเจ้าของแหวนวงนี้” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง

คำพูดของชายหนุ่มทำให้ฮีธฟิลด์สั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความรุนแรง ตอนแรกเขาก็พอจะรู้มาบ้างแล้วว่าเซี่ยเฟยกับโอโร่มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกลับ ยิ่งในตอนนี้เซี่ยเฟยกล่าวอ้างว่าเขาเป็นตัวแทนเจ้าของแหวน มันก็เป็นการประกาศออกไปอย่างชัดเจนว่าโอโร่ยังคงมีชีวิตอยู่ แล้วลูกหลานของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่จะไม่ตื่นเต้นกับข่าวดีเรื่องนี้ได้ยังไง

เวลาได้ล่วงเลยไปนานกี่แสนกี่ล้านปีแล้วก็ไม่รู้ที่ตระกูลไลอ้อนฮาร์ทไม่เคยมีข่าวเกี่ยวกับจักรพรรดิที่แท้จริงของตระกูลพวกเขาเลย ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าโอโร่เป็นอมตะ แต่การหายตัวไปอย่างลึกลับของอดีตจอมมารมันก็ทำให้สมาชิกภายในตระกูลทุกคนเต็มไปด้วยความสับสน

แต่ในตอนนี้เซี่ยเฟยกำลังจะออกคำสั่งในนามของโอโร่ และชายหนุ่มยังแสดงแหวนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิออกมาอีกด้วย

ฮีธฟิลด์ยังคงก้มหัวลงอย่างตื่นเต้นเพื่อรอรับฟังคำสั่งจากองค์จักรพรรดิของตระกูล

เซี่ยเฟยแอบคิดว่าแหวนราชันย์สิงโตวงนี้น่าจะซ่อนความลับอะไรบางอย่างที่เขาไม่รู้ ไม่อย่างนั้นฮีธฟิลด์คงจะไม่แสดงความเคารพทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ตรวจสอบแหวนภายในมือของเขาด้วยซ้ำ

“ลุกขึ้นเถอะครับ ความปรารถนาของเจ้าของแหวนมีเพียงแค่เรื่องเดียวคือเขาต้องการให้คุณพาผมไปยังซีเครดสปริง”

“ซีเครดสปริง! เข้าใจแล้วครับ” ช่วงแรกฮีธฟิลด์อุทานขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก แต่เมื่อมันเป็นคำสั่งจากจักรพรรดิเขาจึงตอบรับคำสั่งอย่างหนักแน่น

หลังจากนั้นเจ้าเมืองแบล็กไลออนก็ลุกขึ้นและทำการติดต่อไปที่ราชวงศ์ของตัวเองในทันที ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในหน้าจอนี้ต่างก็อยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตของเซี่ยเฟย

“ฉันเอง ฮีธฟิลด์!” ฮีธฟิลด์ประกาศชื่อตัวเองอย่างภาคภูมิใจ เมื่อได้เห็นเจ้าหน้าที่ไลอ้อนฮาร์ทปรากฏขึ้นในหน้าจอ

“ไม่ทราบว่าท่านฮีธฟิลด์มีคำสั่งอะไรครับ?”

“ฉันต้องการใช้ทีมสิงโตดำ 10 ทีม” ฮีธฟิลด์กล่าวอย่างเคร่งขรึม

“10 ทีม!? คุณแน่ใจนะ? การใช้ทีมสิงโตดำครั้งนี้มันจะเป็นการใช้คะแนนสะสมของคุณทั้งหมดเลย” พนักงานในหน้าจอถามออกมาอย่างตกใจ

“ฉันไม่เคยมั่นใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต” ฮีธฟิลด์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“ทีมสิงโตดำคืออะไร?” เซี่ยเฟยแอบถามโอโร่

“ทีมสิงโตดำคือทีมนักรบชั้นยอดในตระกูลของเรา ภายในทีมจะประกอบไปด้วยสมาชิกระดับราชากฎขึ้นไป โดยแต่ละทีมจะมีสมาชิกจำนวน 10 คน การที่เขาขอใช้ทีมสิงโตดำทั้ง 10 ทีมก็หมายถึงเขาต้องการกองกำลังราชากฎ 100 คน” โอโร่กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

คำตอบนี้ทำให้เซี่ยเฟยแอบรู้สึกตกตะลึง เมื่อได้เห็นว่าจำนวนนักรบระดับสูงของเผ่าไลอ้อนฮาร์ทมีจำนวนเยอะกว่านักรบระดับสูงในตระกูลของมนุษย์มาก

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเรื่องนี้มากนัก เพราะเผ่าไลอ้อนฮาร์ทไม่ได้แยกออกเป็นตระกูลย่อย ๆ เหมือนมนุษย์ แต่เผ่าของพวกเขาทั้งเผ่ามีการรวมกองกำลังกันเป็นหนึ่งเดียว จำนวนนักรบภายในเผ่าจึงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

อย่างไรก็ตามการที่ฮีธฟิลด์ร้องขอกองกำลังราชากฎนับร้อย มันก็ยังคงเป็นสิ่งที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงอยู่ดี

“ทำไมเขาจะต้องร้องขอกองกำลังราชากฎเยอะขนาดนี้? ซีเครดสปริงที่คุณพูดถึงมันคือที่แบบไหนกันแน่?” เซี่ยเฟยถามอย่างตกใจ

“แน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่สถานที่ธรรมดาอยู่แล้ว” โอโร่กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างลึกลับ

***************

จบบทที่ ตอนที่ 844 ซีเครดสปริง

คัดลอกลิงก์แล้ว