เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 831 ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน

ตอนที่ 831 ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน

ตอนที่ 831 ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน


ตอนที่ 831 ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน

“นี่มันชุดเกราะอะไรกันเนี่ย!? นี่นายสร้างอุปกรณ์แปลก ๆ ขึ้นมาอีกแล้วงั้นเหรอ?” โอโร่อุทานด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“ฉันไม่เคยเห็นชุดเกราะอะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้แบบนี้มาก่อนเลย ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มพลังการโจมตีให้กับนายได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยเสริมพลังป้องกันให้มากขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย ฉันรับรองได้เลยว่าตอนนี้ชุดเกราะของนายได้พัฒนามาจนถึงระดับราชันย์แล้ว” โอโร่กล่าวอย่างตื่นเต้น

“ระดับราชันย์?” คำอธิบายของโอโร่ทำให้เซี่ยเฟยสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจในทันที

“ระดับพลังในดินแดนกฎถูกแบ่งระดับตั้งแต่ระดับนักรบ, ระดับอัศวิน, ระดับราชา, ระดับจักรพรรดิและขั้นต่อมานั่นก็คือระดับราชันย์ ที่ตามปกติจะถูกเรียกติดปากว่าระดับเทพหรือระดับมาร เพราะผู้ที่มีพลังในระดับนี้มีเพียงแต่ผู้ที่อยู่ในเผ่าเทพหรือเผ่ามารเท่านั้น”

เท่าที่เขารู้ระดับราชันย์สมควรจะเป็นพลังระดับสูงสุดในจักรวาลแล้ว และถึงแม้ว่าในปัจจุบันเขาจะมีพลังในระดับราชาเท่านั้น แต่เขากลับครอบครองชุดเกราะในระดับราชันย์ ซึ่งมันเป็นการครอบครองอุปกรณ์ที่มีระดับก้าวกระโดดไปจากตัวเอง

“ไม่ว่าจะเป็นบลัดบิวเทียสหรือชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุปกรณ์ระดับราชันย์ทั้งหมด ฉันคิดว่าทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาวคงจะไม่มีใครมีอุปกรณ์ที่ดีกว่านายแล้ว แม้แต่ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของนายก็ยังสวมใส่อุปกรณ์ที่ด้อยกว่านายมาก” โอโร่กล่าว

ในหลาย ๆ ครั้งระดับของอาวุธอุปกรณ์ก็สามารถที่จะตัดสินผลลัพธ์ของการต่อสู้ได้เช่นกัน นักรบที่ดีจึงไม่ได้พึ่งพาเพียงแต่พละกำลังของตัวเองเท่านั้น แต่พวกเขายังจำเป็นจะต้องรู้จักพึ่งพาพลังของอาวุธอุปกรณ์ที่ดีอีกด้วย

ระดับของอุปกรณ์ที่เซี่ยเฟยสวมใส่อยู่นั้นจัดอยู่ในระดับที่ดีมากเกินไป จนทำให้แม้แต่โอโร่ก็ยังรู้สึกอิจฉา เพราะถึงแม้จะเทียบในระดับจักรวาล แต่อาวุธอุปกรณ์ของชายหนุ่มก็ยังคงจัดอยู่ในระดับแนวหน้าของนักรบทั่วทั้งจักรวาลอยู่ดี

ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยเฟยยังได้ครอบครองทั้งอสูรศักดิ์สิทธิ์และอาวุธมายา เรียกได้ว่าสิ่งที่ชายหนุ่มคนนี้ครอบครองอยู่นั้นต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่ธรรมดาด้วยกันทั้งสิ้น

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะนิสัยของชายหนุ่มคนนี้นี่เองที่ดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาหาตัวเองอย่างมากมาย เพราะผู้ที่สามารถครอบครองสิ่งของเหล่านี้ได้ย่อมจะต้องเป็นผู้ที่ไม่ได้เลือกเดินในเส้นทางธรรมดา

“ดูเหมือนว่าวิธีการใช้ค้อนรวมศูนย์ของผมจะเป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้วสินะ” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แม้ว่าเขาจะสูญเสียเงินค่าอัปเกรดชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นในราคาที่สูงมาก แต่ผลลัพธ์ที่เขาได้รับกลับมาก็ถือว่าน่าพึงพอใจ ท้ายที่สุดชุดเกราะที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองตามสถานการณ์ได้แบบนี้ มันย่อมช่วยเสริมพลังการสู้รบของเขาขึ้นจากเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย และมันก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถถูกวัดค่าด้วยเงินตามวิธีการปกติได้เลย

“คุณพอจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับวิญญาณอมตะบ้างไหม?” เซี่ยเฟยถามเพราะเขารู้สึกกังวลเรื่องการหาร่างใหม่ให้อันธด้วยเช่นกัน

“ฉันไม่ค่อยรู้อะไรเรื่องนี้มากนักหรอก สิ่งที่ฉันรู้มีเพียงข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาในตระกูลของฉันเท่านั้น” โอโร่กล่าว

“มันมีบันทึกข้อมูลเรื่องวิญญาณอมตะอยู่ในตระกูลไลอ้อนฮาร์ทด้วยงั้นเหรอ? คุณพอจะหาวิธีการเข้าถึงข้อมูลพวกนั้นในตอนนี้ได้ไหมครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสนใจ

“ฉันจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง ว่าแต่ในตระกูลสกายวิงของนายก็ควรจะมีบันทึกอยู่เหมือนกัน ทำไมนายถึงไม่ลองไปหาข้อมูลในตระกูลของตัวเองก่อนล่ะ?” โอโร่กล่าว

“นั่นสินะ ผมลืมไปเลย”

ณ สวนสายลม

รูปร่างหน้าตาภายนอกของชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นไม่ต่างไปจากเดิมมากนัก ดังนั้นแม้ว่าเขาจะกลับมายังสวนสายลมแล้ว แต่เซี่ยอู๋เย่กับเซี่ยจงไห่ก็ยังไม่สามารถระบุความแตกต่างของชุดเกราะชั้นยอดของตระกูลชุดนี้ได้

“คุณตาครับ ผมอยากจะตรวจสอบข้อมูลอะไรบางอย่างนิดหน่อย ในตระกูลของเราพอจะมีห้องสมุดอยู่บ้างไหมครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“ในตระกูลมีห้องสมุดอยู่จริง ๆ แต่ในช่วงสงครามบันทึกพวกนั้นถูกย้ายออกไปชั่วคราว ตอนนี้พวกเรากำลังจัดเรียงบันทึกทุกอย่างอยู่ คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดให้ใช้งานได้อีกครั้ง”

“ถ้าหากนายน้อยอยากจะตรวจสอบข้อมูลอะไร ทำไมถึงไม่ไปที่สมาคมผู้คุมกฎล่ะ? ที่นั่นมันก็มีห้องสมุดขนาดใหญ่อยู่เหมือนกัน” เซี่ยอู๋เย่กล่าว

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะลองไปดู แต่ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเทคโนโลยีของพวกเราพัฒนาไปมาก แต่ทำไมทุกคนถึงยังชอบบันทึกข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ ทั้ง ๆ ที่การสร้างห้องสมุดออนไลน์มันสะดวกสบายมากกว่าแท้ ๆ” เซี่ยเฟยกล่าว

“คนรุ่นเก่ายังชอบวิธีการเก่า ๆ อยู่เหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่มีค่าอย่างแท้จริงย่อมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงง่าย ๆ ได้อยู่แล้ว” เซี่ยอู๋เย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เหตุการณ์นี้ทำให้เขานึกถึงตอนที่เขายังอยู่กับฉินหมางภายในพันธมิตร เพราะย้อนกลับไปตอนนั้นชายชราก็เคยพูดอะไรในทำนองนี้ด้วยเช่นกัน ว่าข้อมูลที่มีค่าจริง ๆ มักจะถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรมากกว่าจะถูกบันทึกในรูปแบบของข้อมูลออนไลน์

หลังจากนั้นเซี่ยเฟยก็เดินทางไปหาหลางซุนเย่ที่สมาคมผู้คุมกฎ เพื่อที่จะขอใช้ห้องสมุดของสมาคม เมื่อชายหนุ่มจากตระกูลเชฟชิฟเตอร์ได้รู้ข่าวว่าเซี่ยเฟยกำลังจะลงทะเบียนในกลุ่มมังกรฟ้า มันก็ทำให้เขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

การเข้าร่วมกลุ่มมังกรฟ้าเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับประชาชนทั่ว ๆ ไปเท่านั้น แต่สำหรับตระกูลใหญ่อย่างสกายวิงหรือตระกูลเชฟชิฟเตอร์ การเข้าร่วมกับกลุ่มมังกรฟ้าไม่ใช่เรื่องยากลำบากสำหรับพวกเขาเลย เพราะท้ายที่สุดแม้แต่กลุ่มมังกรฟ้าก็ต้องการนักรบชั้นยอดเข้าไปภายในกลุ่มของตัวเองด้วยเหมือนกัน

ขณะเดียวกันหลางจิวหลินผู้ซึ่งเป็นลุงของหลางซุนเย่ก็เป็นถึงรองประธานสมาคมที่รับผิดชอบในเรื่องข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ แน่นอนว่าการที่เขาสามารถนำเอาหลานชายตัวแสบมาทำงานในสมาคมได้ การขอกุญแจห้องสมุดจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา

แอ๊ด!

เมื่อเซี่ยเฟยเปิดประตูห้องสมุดกลิ่นหนังสือเก่าก็ลอยโชยมากระทบกับใบหน้าของเขา ทำให้ชายหนุ่มคิดถึงตอนที่เขายังคงทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์ในทันที ซึ่งย้อนกลับไปในตอนนั้นแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังจำไม่ได้ว่าตัวเองอ่านหนังสือจบไปแล้วกี่เล่ม

‘ตอนนี้คุณตาจะเป็นยังไงบ้างนะ?’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจขณะที่เขาเดินเข้าไปในห้องสมุด

“นี่คือกุญแจห้องสมุดทุกห้องของสมาคมแล้ว ฉันเกลียดหนังสือพวกนั้นมาก รอบนี้ฉันขอตัวไม่ไปกับนายนะ” หลางซุนเย่กล่าวพร้อมกับโยนกุญแจเก่า ๆ ชุดหนึ่งไปให้กับชายหนุ่ม

ห้องสมุดของสมาคมดูเหมือนจะไม่ถูกเปิดใช้งานบ่อยมากนัก พื้นที่หลาย ๆ ส่วนจึงถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนา เป็นหลักฐานบ่งชี้เป็นอย่างดีว่าไม่มีใครเข้ามาในห้องแห่งนี้เป็นเวลานานแล้ว

“ไหนดูซิ! วิธีการฝึกการกลั่นพลังงาน, วิธีการฝึกการประดิษฐ์, ... หนังสือมีเยอะมากเลย ผมควรเริ่มหาข้อมูลจากตรงไหนดี?” เซี่ยเฟยกล่าวถามโอโร่

“เริ่มจากประวัติศาสตร์ดินแดนกฎเลยก็ได้” โอโร่กล่าว

เนื่องจากชายหนุ่มเป็นผู้มีพลังพิเศษสายความเร็ว เขาจึงสามารถอ่านหนังสือเล่มต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเขาก็อ่านบันทึกจบลงไปเยอะมาก แต่เขาก็เลือกที่จะออกจากห้องสมุดเพียงเท่านี้ก่อน

“ข้อมูลพวกนี้มันเต็มไปด้วยความลำเอียงชัด ๆ” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

“ตอนนี้นายอยู่ในเขตแดนเทพมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่บันทึกในแดนเทพจะเชิดชูวีรกรรมของตัวเอง แน่นอนว่าบันทึกที่นายอ่านคือบันทึกที่ถูกบิดเบือนไปจากความจริงในประวัติศาสตร์อย่างมากมาย แล้วมีความจริงปะปนอยู่ในข้อมูลพวกนั้นน้อยมาก” โอโร่กล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและถ้าหากว่าเขาต้องการที่จะค้นหาข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด เขาก็ควรจะต้องค้นหาข้อมูลจากทั้งฝั่งแดนเทพและมาร การอ่านข้อมูลจากฝั่งเดียวแทบที่จะไม่สามารถทำให้เขาหาข้อสรุปได้เลย

สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดมากกว่านั้นคือมันมีร่องรอยการลบประวัติศาสตร์บางส่วนออกไปอย่างชัดเจน ข้อมูลที่เขาหามามันจึงดูไม่ต่อเนื่องกัน คล้ายกับว่าใครบางคนจงใจปกปิดประวัติศาสตร์บางส่วนเอาไว้

จากข้อสรุปที่เขาได้อ่านหนังสือมาในช่วง 2 ชั่วโมงนี้ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกสับสนมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเหตุผลในการทำสงครามระหว่างเผ่าเทพกับเผ่ามารในแต่ละครั้งดูจะเป็นเหตุผลที่คลุมเครือมาก คล้ายกับว่ามันมีใครบางคนกำลังผลักดันให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ทำสงครามกันครั้งแล้วครั้งเล่า

ทั้งสองเผ่าพันธุ์ทำสงครามกันไปเพื่ออะไรกันแน่? เซี่ยเฟยไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้ได้เลย

ส่วนในเรื่องของประตูจักรวาลที่เขาสนใจมากที่สุดก็มีบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เพียงแค่เล็กน้อย ซึ่งข้อมูลเพียงเท่านี้มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรต่อเขามากนัก

“ห้องสมุดของสมาคมผู้คุมกฎมีขนาดใหญ่มาก วันนี้พวกเราค้นหาข้อมูลมาได้แค่บางส่วนเท่านั้น พรุ่งนี้พวกเราค่อยมาหาข้อมูลต่อก็แล้วกัน บางทีเราอาจจะเจอข้อมูลอะไรอื่นบ้างก็ได้ หลังจากฉันกลับไปเดี๋ยวฉันจะลองคิดหาวิธีส่งนายไปที่ห้องสมุดของไลอ้อนฮาร์ทด้วย เผื่อนายจะได้มีข้อมูลเปรียบเทียบจากทั้งสองฝั่ง มันน่าจะช่วยให้นายมองเห็นเรื่องต่าง ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น” โอโร่กล่าว

หลังจากที่เซี่ยเฟยกลับมายังสวนสายลม เขาก็ได้พบว่าเซี่ยเหล่าสือได้มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

ก่อนหน้านี้พวกเขาพอจะมีเรื่องบาดหมางกันมาบ้าง การพบเจอกันในครั้งนี้จึงทำให้ทั้งสองฝั่งค่อนข้างที่จะรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย

“ฉันรอนายมาสักพักหนึ่งแล้ว หลักสูตรการเรียนกฎแห่งการกลั่นพลังงานและกฎแห่งการประดิษฐ์เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ความสามารถในการควบคุมพลังงานของนายก็ยอดเยี่ยมมากด้วยเหมือนกัน”

“ฉันคิดว่าตราบใดก็ตามที่นายมีความพยายามมากพอ การสำเร็จศาสตร์ทั้งสองประเภทนี้ก็คงจะไม่เชื่อเรื่องที่เกินกว่าความสามารถของนายมากนัก” เซี่ยเหล่าสือเริ่มบทสนทนาเพื่อทำลายบรรยากาศที่อึดอัด

เนื่องมาจากชายชราเป็นฝ่ายเริ่มต้นยุติความขัดแย้ง ชายหนุ่มก็แสดงความจริงใจของตัวเองออกไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่ายังไงเซี่ยเหล่าสือก็คือสมาชิกคนสำคัญของตระกูล และชายชราคนนี้ยังจะต้องเป็นครูฝึกให้กับเขาในเรื่องการกลั่นพลังงานและการประดิษฐ์ด้วย การรักษาความสัมพันธ์อันดีเอาไว้มันย่อมดีต่อการพัฒนาของเขาในอนาคต

“ผู้อาวุโส ผมยังไม่ทันหาเวลาไปขอโทษคุณเลยที่ผมเผลอใช้พลังงานในศูนย์ฝึกสายลมไปจนหมด หวังว่าผู้อาวุโสจะให้อภัยผมด้วยนะครับ” เซี่ยเฟยเริ่มขอโทษอย่างจริงใจ

“คนเรามันเผลอใช้พลังงานจากคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 กว่า 10,000 ก้อนได้ด้วยเหรอ?” เซี่ยเหล่าสือกล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ก่อนที่เขาจะกล่าวตอบมาว่า

“ช่างมันเถอะ! ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้มันก็ผ่านไปแล้ว ฉันฝึกฝนกฎแห่งการกลั่นพลังงานจนถึงขั้นที่ 4 ฉันจึงสามารถสร้างคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ขึ้นมาใช้ได้สบาย ๆ ถ้าหากวันนั้นนายใช้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ฉันคงจะไม่รู้สึกอะไรมากนัก แต่มันเป็นเพราะว่านายใช้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 มันเลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงโกรธมากขนาดนั้น”

“อีกอย่างนายก็เป็นถึงผู้ที่มีศักยภาพพัฒนาเป็นอีวิลวิงในอนาคต และตระกูลก็ต้องการที่จะตอบแทนนายจากสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นมานี้ ถ้าหากในวันนั้นพวกเราไม่ได้มีนายในฐานะหมาป่าเดียวดาย บางทีพวกเราก็คงต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่”

“ถึงแม้ว่าฉันจะรักเงินมากแต่ฉันก็รักตระกูลมากกว่า ในเมื่อเรื่องนี้มันคือเรื่องสำคัญของตระกูล ฉันคงจะไม่มัวมาทะเลาะกับนายด้วยเรื่องเงินแค่นั้นหรอก”

เซี่ยเฟยรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าสมาชิกทุกคนในตระกูลให้ความสำคัญกับความสามัคคีเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้เมื่อชายหนุ่มรับผิดชอบหน้าที่หมาป่าเดียวดายอย่างสมบูรณ์ ทัศนคติของชายชราที่มีต่อเขาก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมด้วยเช่นกัน

เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปภายในห้องฝึก เซี่ยเหล่าสือก็เริ่มถามคำถามเกี่ยวกับกฎแห่งการกลั่นพลังงานของชายหนุ่ม

“อะไรนะ?! นี่นายเรียนรู้กฎแห่งการกลั่นพลังงานด้วยตัวเองงั้นเหรอ?” เซี่ยเหล่าสืออุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

***************

ดีกันแล้วววว ก็ลุ้นอยู่ว่าจะจบลงยังไง

จบบทที่ ตอนที่ 831 ประวัติศาสตร์ที่ถูกบิดเบือน

คัดลอกลิงก์แล้ว