เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 827 ดาร์คไนท์

ตอนที่ 827 ดาร์คไนท์

ตอนที่ 827 ดาร์คไนท์


ตอนที่ 827 ดาร์คไนท์

แต่ทันใดนั้นมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างกะทันหัน เพราะกาแล็กซีที่เคยสว่างไสวจู่ ๆ มันก็หรี่แสงลงในพริบตา

ภาพแบบนี้เป็นภาพที่หาได้ยากมาก เพราะมันเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกราวกับว่าแสงสว่างทั้งหมดถูกดูดกลืนหายไป ทุกคนจึงล้วนแล้วแต่เงยหน้ามองฟากฟ้าจนลืมไปแล้วว่าพวกเขากำลังต่อสู้กันอยู่

“นั่นมันอะไร!?”

ภาพต่อมาคือเงาสีดำเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องมาจากระยะทางที่ไกลเกินไปพวกเขาจึงไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สิ่งเดียวที่ทุกคนรู้สึกคืออารมณ์แปรปรวนภายในจิตใจคล้ายกับว่าวันสิ้นโลกกำลังจะเดินทางมาถึง

เนตรมนตรา!

ชายหนุ่มแอบเสริมพลังให้กับดวงตาของตัวเองอย่างเงียบ ๆ เพื่อมองเหตุการณ์บนฟากฟ้าให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ชั่วพริบตาเดียวที่เซี่ยเฟยจ้องมองไปบนฟากฟ้า เขาก็รู้สึกตกตะลึงจนชะงักค้างไป เพราะเงาสีดำนั้นดูเหมือนปีศาจในตำนาน สิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากยิ่งกว่าคือมันกำลังมีคนไล่ตามปีศาจตัวนั้นอยู่

ผู้ที่กำลังไล่ตามปีศาจคือนักรบเกราะทองจำนวน 6 คน ก่อนที่พวกเขาจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าและฉีกกระชากร่างของปีศาจออกเป็นชิ้น ๆ ภายใต้การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว

หลังจากกำจัดปีศาจเสร็จสิ้นนักรบเกราะทองทั้งหกก็หายตัวไปในจักรวาลอันมืดมิดอย่างกะทันหัน ซึ่งกระบวนการพวกนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงแค่ 2 วินาที ตั้งแต่ที่ปีศาจได้ปรากฏตัวจนกระทั่งนักรบเกราะทองได้หายตัวไป

น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะใช้เนตรมนตรา แต่เขาก็ยังสังเกตรายละเอียดทุกอย่างได้ไม่ชัดเจน แต่สัญชาตญาณของเขากำลังกรีดร้องว่าหากเขาเผชิญหน้ากับคนเหล่านี้ เขาก็คงจะตายตั้งแต่ยังไม่ทันจะได้รู้ตัวด้วยซ้ำ

ปัจจุบันเขามีพลังต่อสู้ที่แท้จริงเทียบเคียงได้กับจักรพรรดิกฎ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถต้านทานการโจมตีของนักรบเกราะทองทั้งหกได้แม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งมันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่านักรบพวกนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังมากเพียงใด

สิ่งที่ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสับสนมากกว่านั้นคือเงาสีดำที่ปรากฏตัวออกมาดูไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเผ่าพันธุ์ใด ๆ เลย และมันก็ดูไม่เหมือนสัตว์อสูรตัวไหนที่เขารู้จัก เพราะวิชามนตราอสูรไม่สามารถทำให้เขามองเห็นเปลวไฟวิญญาณของอีกฝ่ายได้

แต่ในตอนที่เซี่ยเฟยกำลังตกตะลึงอยู่นั้น เสียงของเซี่ยบูหยุนก็ดังขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันจึงดึงสติชายหนุ่มให้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ปัจจุบันสงครามได้ดำเนินมาจนถึงช่วงสุดท้ายแล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่สกายวิงสามารถจัดการกับจักรพรรดิกฎ 5 คนสุดท้ายได้ เมื่อนั้นพวกเขาก็จะเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะในสงครามครั้งนี้

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

อย่างไรก็ตามจู่ ๆ เซียงจินเฉิงก็หัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน และเสียงหัวเราะนั้นมันยังให้ความรู้สึกที่น่ากลัวและเยือกเย็น

“ดาร์คไนท์กำลังจะมาถึงแล้ว! ถึงแม้วันนี้พวกแกจะฆ่าฉันได้ แต่พวกแกก็จะต้องตายตามฉันไปในไม่ช้า ค่ำคืนอันมืดมิดจะค่อย ๆ กัดเซาะให้พวกแกทรมาน ความตายของพวกแกจะเจ็บปวดมากกว่าฉันนับพันนับหมื่นเท่า!!” เสียงร้องคำรามของเซียงจินเฉิงคล้ายกับเสียงตะโกนสาปแช่งในช่วงวาระสุดท้าย เสียงของเขาจึงเต็มไปด้วยความแหบแห้งและให้ความรู้สึกที่น่ากลัวอย่างที่ไม่เคยสัมผัสได้มาก่อน

“ไม่ต้องห่วง ถึงแม้แกจะตายพวกเราก็จะใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนเดิม ดาร์คไนท์มันเป็นเพียงแค่เรื่องในตำนาน ของแบบนั้นมันไม่มีอยู่จริง” เซี่ยบูหยุนตะโกนกลับไป จากนั้นเขาก็โบกแขนออกคำสั่งให้ฝูงหมาป่าทำการโจมตีเป็นครั้งสุดท้าย

“ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าปล่อยให้ใครเหลือรอดเป็นอันขาด!”

เมื่อฝูงหมาป่าสกายวิงเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ศัตรูก็ถูกฉีกกระชากร่างกายออกเป็นชิ้น ๆ ในที่สุดสงครามอันบ้าคลั่งก็ได้สิ้นสุดลงพร้อม ๆ กับตระกูลมูนวอร์ด, ลัทธิเทพโบราณและลัทธิต้นกำเนิดที่ถูกทำลายล้างอย่างสิ้นเชิง

“เมื่อกี้นายเห็นอะไร? ฉันรู้ว่าสายตาของนายดีกว่าคนอื่นหลายเท่า อะไรคือเงาสีดำนั่น? แล้วอะไรคือแสงสีทองที่ฉีกกระชากเงาดำออกเป็นชิ้น ๆ?” โอโร่กล่าวถาม

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร สิ่งที่ผมเห็นมันให้ความรู้สึกถึงความว่างเปล่าและสภาพแวดล้อมบริเวณรอบ ๆ มันก็มืดมาก จนทำให้ผมเห็นรายละเอียดอะไรได้ไม่ชัด” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

คำตอบของเซี่ยเฟยทำให้โอโร่ขมวดคิ้วขึ้นมากกว่าเดิม เพราะเขาแทบที่จะไม่สามารถหาคำตอบใด ๆ ได้จากคำอธิบายของชายหนุ่มคนนี้เลย

เฮ้!

เมื่อสังหารศัตรูกลุ่มสุดท้ายได้สำเร็จ นักรบสกายวิงต่างก็ส่งเสียงร้องและเริ่มการเฉลิมฉลอง คล้ายกับว่าปรากฏการณ์อันแปลกประหลาดในก่อนหน้านี้ มันจะไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ ต่ออารมณ์ของทุกคนเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามคำพูดสุดท้ายของเซียงจินเฉิงก็ยังคงติดอยู่ภายในใจของเซี่ยเฟย โดยเฉพาะปรากฏการณ์แปลก ๆ ที่อีกฝ่ายเรียกว่าดาร์คไนท์ มันทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำ ๆ นี้

ต่อมาทุกคนก็ได้กลับไปเลี้ยงฉลองภายในสวนสายลม ซึ่งหลังจากที่ทุกคนดื่มสังสรรค์กันไปสักพัก พวกเขาก็กลับไปพักผ่อนภายในห้อง

“ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมได้เห็นปีศาจ” เซี่ยเฟยเริ่มพูดคุยกับโอโร่หลังจากที่เขาก็ได้กลับมาภายในห้องของตัวเองด้วยเช่นกัน

“นายกำลังพูดถึงเงาดำนั่นงั้นเหรอ?” โอโร่ถามอย่างเร่งรีบ

“อือ”

“บางทีมันอาจจะเป็นคนจากบางเผ่าพันธุ์หรืออาจจะเป็นสัตว์อสูรสักชนิดหรือเปล่า?” โอโร่ถามขึ้นไปอีกครั้งด้วยความไม่มั่นใจ

“ไม่ ผมยืนยันได้ว่ามันไม่ใช่สัตว์อสูรในจักรวาลนี้แน่ ๆ และผมก็คิดว่ามันไม่ใช่คนจากเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาเผ่าพันธุ์ไหนเหมือนกัน เพราะถึงแม้เผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาจะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วโครงสร้างก็ยังจะคงมี 2 แขน, 2 ขา, มีลำตัว, มีศีรษะเหมือนกับพวกเรา”

“แต่ปีศาจตัวนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่รูปร่างของมันจะแปลกประหลาดจนทำให้ผมไม่สามารถระบุตัวตนของมันได้เท่านั้น แต่กลิ่นอายที่มันปล่อยออกมายังทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวจนเหงื่อไหลท่วมทั้งร่างของผมไปหมด ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกหวาดกลัวอะไรสักอย่างได้มากขนาดนี้” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

“นายพอจะเห็นร่างมันชัดเจนไหม?” โอโร่ถามอีกครั้ง

“ระยะทางมันไกลเกินไป ถึงแม้ว่าผมจะเสริมพลังให้กับดวงตาแล้ว แต่ผมก็เห็นภาพของมันเพียงแค่ลาง ๆ เท่านั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจคือมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในรูปแบบที่ผมรู้จักแน่ ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

สัญชาตญาณของชายหนุ่มมีความชัดเจนมาก และถ้าหากว่าสัญชาตญาณของเขาหวาดกลัวปีศาจตัวนั้น มันย่อมหมายความว่าปีศาจตัวนั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาแน่ ๆ

“แล้วแสงสีทอง 3 เส้นที่ปรากฏตัวขึ้นมาล่ะ มันคืออะไร?” โอโร่ถาม

“ไม่ใช่ 3 แต่เป็น 6 พวกเขาดูเหมือนนักรบที่สวมใส่ชุดเกราะสีทอง ดูจากรูปร่างของพวกเขาแล้วพวกเขาน่าจะเป็นสมาชิกของเผ่าใดเผ่าหนึ่ง” เซี่ยเฟยกล่าวตอบพร้อมกับแก้ไขความเข้าใจผิดให้กับโอโร่

“นักรบเกราะทอง! บนหมวกของพวกเขามีเขาเหมือนวัวด้วยใช่ไหม?” จู่ ๆ โอโร่ก็รีบถามด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ผมยืนยันให้ไม่ได้ ตอนนั้นผมมองเห็นไม่ค่อยชัด” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

“นักรบเกราะทองพวกนั้นน่าจะเป็นผู้พิทักษ์ประตูจักรวาล ส่วนเงาดำนั่นก็อาจจะเป็นอสูรกายที่หลุดลอดออกมาจากประตู…” โอโร่กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง หลังจากที่เขานิ่งเงียบไปประมาณ 1 นาที

ประตูจักรวาลเป็นตำนานอันเก่าแก่ของจักรวาลแห่งนี้ ว่ากันว่ามันมีประตูตั้งอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในเขตแดนของดินแดนกฎ ส่วนเรื่องที่ว่าด้านหลังของประตูมีอะไรและมีใครอาศัยอยู่ด้านหลังประตูบานนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้อย่างแน่ชัด

แต่ในวันนี้จู่ ๆ โอโร่ก็ได้พูดถึงเรื่องประตูจักรวาลขึ้นมาอย่างกะทันหัน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกว่าเงาสีดำคือสิ่งมีชีวิตที่หลุดรอดออกมาจากประตูจักรวาล มันจึงทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตกตะลึงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ไม่มีทาง! เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้!! ผู้พิทักษ์ประตูไม่น่าจะปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ส่วนพวกอสูรกายมันก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?” โอโร่พึมพำออกมาอย่างวิตกกังวล พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาดึงผมสีทองของตัวเอง

“คุณกำลังพูดถึงอะไร? ใครคือผู้พิทักษ์? แล้วใครคืออสูรกาย?” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เรื่องนี้เป็นตำนานตั้งแต่สมัยโบราณ ก่อนอื่นนายต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมดินแดนกฎถึงถูกแบ่งออกเป็นเผ่าเทพกับเผ่ามาร” โอโร่เริ่มเล่าพร้อมกับถอนหายใจ

“ผมเคยได้ยินตำนานเรื่องนี้มาก่อน ดูเหมือนว่าตั้งแต่สมัยโบราณมีคนได้ค้นพบการใช้พลังกฎพวกเขาจึงแยกตัวออกมาจากกลุ่มผู้ใช้พลังปกติ เมื่อผู้ใช้กฎได้มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ มันจึงได้ก่อกำเนิดขึ้นมาเป็นดินแดนกฎจนถึงปัจจุบัน”

“เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนในดินแดนกฎก็เริ่มมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย พวกเขาจึงเริ่มแยกตัวออกจากกันจนกลายเป็นเผ่าเทพและเผ่ามาร”

“การถือกำเนิดของเผ่าพันธุ์ทั้งสองก่อให้เกิดการแบ่งชนชั้นกันอย่างสมบูรณ์ และถึงแม้ว่าดินแดนของคนธรรมดา, ดินแดนกฎและดินแดนของเผ่าพันธุ์ทั้งสองจะตั้งอยู่ในจักรวาลเดียวกัน แต่พวกเขาก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องของกันและกัน ตามบทบัญญัติที่พวกเขาได้ตกลงกันเอาไว้” เซี่ยเฟยกล่าวตอบ

“ประวัติศาสตร์ช่างเป็นเรื่องอันตรายจริง ๆ สิ่งที่นายจดจำมามันยังห่างจากความจริงอยู่อีกไกล” โอโร่กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

เซี่ยเฟยเม้มริมฝีปากขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ท้ายที่สุดประวัติศาสตร์ก็คือสิ่งที่ใครบางคนบันทึกเอาไว้ แน่นอนว่าผู้บันทึกไม่จำเป็นจะต้องเขียนความจริงทุกอย่างลงในกระดาษด้วยเช่นกัน เมื่อเวลาผ่านพ้นไปความจริงก็จะค่อย ๆ ถูกลืมเลือน ผู้คนรุ่นหลังก็สามารถที่จะเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านทางบันทึกที่ถูกทิ้งเอาไว้ได้เพียงเท่านั้น

“พวกอสูรกายรีเวิร์สเป็นสิ่งมีชีวิตอันตรายที่อาศัยอยู่นอกประตูจักรวาล พวกมันมีพลังที่อยู่เหนือเกินกว่าจินตนาการ และถ้าหากว่าพวกมันมีความตั้งใจที่จะทำลายล้างจักรวาล ฉันก็ขอบอกได้เลยว่าพวกมันสามารถทำลายล้างจักรวาลแห่งนี้ได้โดยไม่ยากเย็น”

“ส่วนจุดประสงค์ดั้งเดิมของสมาคมผู้เฒ่าที่สร้างดินแดนกฎขึ้นมา มันก็ไม่ใช่เพียงเพราะว่าพวกเขาต้องการแยกตัวออกมาจากดินแดนคนธรรมดา แต่มันเป็นเพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะปกป้องประตูจักรวาลเอาไว้ต่างหาก” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

‘ประตูจักรวาลคือรังของอสูรกายที่โหดร้ายงั้นเหรอ!?’ เซี่ยเฟยคิดภายในใจอย่างตกตะลึง และเมื่อเขานึกถึงความรู้สึกที่ได้เห็นร่างของอสูรกายตัวนั้น มันก็ทำให้เขาขนลุกขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

“แล้วพวกผู้พิทักษ์ล่ะครับ?” เซี่ยเฟยถาม

“ผู้พิทักษ์ก็คือคนที่พยายามปกป้องประตูจักรวาลเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าไปใกล้ประตูจักรวาลอย่างเด็ดขาด แม้แต่คนจาก 2 เผ่าพันธุ์สูงสุดก็ไม่ได้รับการยกเว้น” โอโร่กล่าวตอบ

“นอกจากเผ่าเทพกับเผ่ามารมันยังมีกองกำลังที่ 3 อยู่อีกงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาเพิ่งจะรู้ว่ามันยังมีกองกำลังอีกกองกำลังหนึ่งที่คอยปกป้องประตูจักรวาลเอาไว้อีกด้วย

“ไม่ใช่แค่สาม นอกจากพวกผู้พิทักษ์แล้วมันยังมีกลุ่มกบฏที่อยากจะออกไปผจญภัยด้านหลังประตูจักรวาลด้วย ดังนั้นถ้าหากนายจะพูดให้ถูก มันก็ควรเรียกว่าภายในจักรวาลนี้มีกองกำลังอยู่ทั้งหมด 4 ฝ่ายต่างหาก” โอโร่กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“ฝั่งหนึ่งไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ประตูจักรวาล ส่วนอีกฝั่งหนึ่งต้องการเปิดประตูจักรวาลนั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาเบา ๆ เมื่อเขาได้พบว่ามันยังมีความลับอีกมากมายที่เขายังไม่รู้ โดยเฉพาะเรื่องกลุ่มผู้พิทักษ์และกลุ่มกบฏที่เขาเพิ่งได้ยินวันนี้เป็นครั้งแรก

“แล้วที่คุณบอกว่าอสูรกายพวกนั้นไม่ปรากฏตัวขึ้นมานานมากแล้ว การปรากฏตัวของพวกมันมีความหมายว่าอะไรงั้นเหรอครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“มันก็หมายความว่าดาร์คไนท์กำลังจะมาถึงแล้วยังไงล่ะ?” โอโร่กล่าวตอบไม่ต่างไปจากคำพูดสุดท้ายของเซียงจินเฉิงก่อนที่เขาจะตาย

***************

จบแล้วสำหรับเนื้อหา E-Book เล่ม 15 ในที่สุดการผจญภัยที่ยาวนานและปัญหาที่ยืดยาวของเซี่ยเฟยก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ในที่สุดพี่เฟยก็ได้เจอครอบครัวในสายเลือดที่เหมาะสมกับความบ้าของแกสักที และสงครามการกำจัดตระกูลมูนวอร์ด, ลัทธิเทพโบราณและลัทธิต้นกำเนิดในครั้งนี้ก็คงจะทำให้ไม่มีใครกล้าหาเรื่องสกายวิงและพี่เฟยอีกต่อไป แต่มันจะเป็นแบบนี้จริงเหรอ? ต้องติดตามกันต่อหลังจากนี้เป็นต้นไป

ประกาศแจ้งข่าว E-Book เล่ม 15 (ตอนที่ 781-827) วางจำหน่ายแล้วน๊า ใครที่รอสอยอยู่จัดได้เลยนะจ้ะ เราแปะลิงก์ไว้ให้แล้วหรือสามารถดูข้อมูลและติดตามข่าวสาวได้ที่เพจ สำนักพิมพ์เซียนอ่าน - Xianaan ได้เหมือนกันนะ (❁´◡`❁)

ช่องทาง MEB >> https://shorturl.asia/Z2GND   ช่องทางเด็กดี >> https://shorturl.asia/z475w ช่องทางปิ่นโต >> https://shorturl.asia/QD42c

จบบทที่ ตอนที่ 827 ดาร์คไนท์

คัดลอกลิงก์แล้ว