เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 825 กฎแห่งการกลืนกิน

ตอนที่ 825 กฎแห่งการกลืนกิน

ตอนที่ 825 กฎแห่งการกลืนกิน


ตอนที่ 825 กฎแห่งการกลืนกิน

การโจมตีของเซี่ยเฟยทั้งรุนแรงและมีประสิทธิภาพสูงมาก อย่างไรก็ตามการโจมตีในลักษณะนี้ก็มีอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากว่าเขาไม่สามารถควบคุมพลังงานได้เป็นอย่างดี พลังงานที่ถูกระเบิดออกก็คงจะฉีกกระชากร่างของเขาออกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว

ปัจจุบันผิวหนังทั่วทุกตารางนิ้วของเขาต่างก็ล้วนแล้วแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ผิวกายทั่วทั้งร่างของเขาถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงและอุณหภูมิภายในร่างของเขาก็สูงกว่าปกติมาก

“ดูนั่น! เซี่ยเฟยยังไม่ตาย!!” เซี่ยจงไห่ส่งเสียงตะโกนเมื่อสังเกตเห็นชายหนุ่มที่ยังคงมีชีวิต

ฝูงหมาป่าสกายวิงต่างก็รีบจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มอย่างตกใจ เพราะหลังการระเบิดอันรุนแรงแบบนั้น เซี่ยเฟยก็ยังสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาดผู้เป็นอมตะ

เหตุการณ์นี้ทำให้ขวัญกำลังใจของนักรบสกายวิงเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดิมอย่างบ้าคลั่ง แต่ในทางกลับกันขวัญกำลังใจของกองกำลังพันธมิตรกลับลดลงอย่างฮวบฮาบ เพราะถึงแม้พวกเขาจะมองเห็นกองกำลังของลัทธิต้นกำเนิดอยู่ห่างออกไปไม่ไกล แต่กองกำลังเหล่านั้นกลับไม่สามารถที่จะเดินทางมารวมกลุ่มกับพวกเขาได้

ความกล้าหาญของเซี่ยเฟยปลุกเปลวไฟแห่งการต่อสู้ของนักรบสกายวิงทุกคน จนทำให้นักรบแต่ละคนต่างก็ส่งเสียงร้องคำรามและโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

เซี่ยเฟยคือเด็กใหม่ที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองมีสายเลือดของสกายวิงเพียงแค่ไม่นาน ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังมีอายุน้อยมากเรียกได้ว่าเขามีอายุน้อยที่สุดในบรรดานักรบระดับสูงของตระกูลเลยด้วยซ้ำ แต่อายุไม่เคยเป็นตัวตัดสินเรื่องความสามารถ เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มได้แสดงออกมาในวันนี้ มันก็พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าเขาสมควรที่จะได้รับตำแหน่งเป็นหมาป่าเดียวดายของฝูงหมาป่าสกายวิง

ในเวลาเดียวกันถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างกาย แต่เขาก็ไม่มีเวลาให้หยุดพัก เขาจึงรีบกำบลัดบิวเทียสภายในมือและวิ่งออกไปพร้อมกับขนอุย

หากการระเบิดพลังของเซี่ยเฟยในก่อนหน้านี้คือจุดเริ่มต้น การเคลื่อนไหวของชายหนุ่มในปัจจุบันก็คือการออกสังหารกวาดล้างศัตรูอย่างแท้จริง

เหล่าบรรดานักรบระดับสูงของลัทธิต้นกำเนิดต่างก็ยังคงครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะการโจมตีของเซี่ยเฟยรุนแรงมาก จนทำให้พวกเขาแทบที่จะไม่สามารถทนรับความเจ็บปวดบนร่างกายของตัวเองได้

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็คงจะลืมเลือนไปว่าผู้ที่ก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นมาย่อมจะต้องรู้สึกเจ็บปวดและทุกข์ทรมานมากกว่าพวกเขา

แต่ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดอันแสนสาหัส เซี่ยเฟยก็ยังคงกัดฟันลุกขึ้นมาเพื่อสังหารศัตรูของตระกูลให้สิ้นซาก

นี่คือธรรมชาติของปีศาจ ตัวตนที่ไม่เคยสนกฎเกณฑ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อเขาไม่เคยสนใจแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองแล้วทำไมเขาต้องสนใจความเจ็บปวดภายในร่างของตัวเองด้วย

บลัดบิวเทียสถูกกวัดแกว่งในสนามรบด้วยความเร็ว 240,000 เมตรต่อวินาที ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์การระเบิดเพียงแค่ 3 วินาที ราชากฎทั้ง 15 คนของลัทธิต้นกำเนิดก็ถูกสังหาร

ราชากฎจากลัทธิต้นกำเนิดคนสุดท้ายถูกบลัดบิวเทียสเสือกแทงเข้าไปภายในร่าง เม็ดพลังงานภายในสมองของชายหนุ่มที่เคยเหือดแห้งก็กลับมาส่องแสงแพรวพราวอีกครั้ง แล้วถึงแม้ว่าร่างกายภายนอกของเขาจะยังคงรู้สึกเจ็บปวด แต่ภายในร่างกายของเขาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงาน ต่างจากช่วงระเบิดพลังงานตอนแรก ๆ ที่เขาเหลือพลังงานภายในร่างอยู่เพียงแค่ริบหลี่

บลัดบิวเทียสถือว่าเป็นอาวุธวิเศษที่น่าอัศจรรย์มาก เพราะมันสามารถดูดซับพลังงานจากศัตรูมาหล่อเลี้ยงร่างกายเจ้านายของมันได้ เซี่ยเฟยจึงรู้สึกชื่นชอบอาวุธเล่มนี้มาก

ต่อมาชายหนุ่มก็โยนแหวนมิติ 15 วงลงไปในแหวนมิติของเขา แม้แต่ในช่วงสงครามเขาก็ยังไม่ลืมที่จะปล้นชิงสมบัติมาจากศัตรู

ทันใดนั้นจักรพรรดิกฎโมดูก็ส่งเสียงร้องคำรามออกมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย เมื่อได้เห็นเหล่าบรรดาสาวกในลัทธิของเขาถูกชายหนุ่มสังหารอย่างโหดเหี้ยม

“ฉันจะฆ่าแก!!” โมดูคำรามด้วยดวงตาสีแดงก่ำ

เซี่ยเฟยเดินวนรอบ ๆ ร่างของศัตรูอย่างระมัดระวัง เพราะเขาต้องการที่จะฟื้นฟูกำลังกลับมาให้ได้มากที่สุด แม้ว่าพลังงานที่ดูดซับเข้าไปภายในร่างกายจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของเขาได้ แต่มันก็ยังคงห่างไกลจากการฟื้นฟูร่างกายของเขาให้กลับมามีสภาพสมบูรณ์

ถึงเขาจะมีพลังการต่อสู้อยู่ในระดับจักรวรรดิกฎ แต่เขาก็ยังจำเป็นจะต้องใช้พลังงานเป็นจำนวนมากเพื่อสังหารจักรพรรดิกฎอยู่ดี

ปัจจุบันพลังการต่อสู้ของเขาเหลือเพียงแค่ประมาณ 50% เท่านั้น แล้วถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะได้รับบาดเจ็บแต่เจ้าลัทธิคนนี้ก็ยังคงเป็นภัยคุกคามถึงชีวิตสำหรับเขาอยู่ดี

“อย่าใจร้อน เป้าหมายของเรามีเพียงแค่พยายามควบคุมไม่ให้เขากลับเข้าร่วมสนามรบหลักเท่านั้น อีกไม่นานสกายวิงก็จะได้เปรียบศัตรูมากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดก็ตามที่นายสามารถถ่วงเวลามันเอาไว้ได้ สกายวิงย่อมเป็นฝ่ายชนะสงครามแน่นอน” โอโร่กล่าว

โอโร่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของเซี่ยเฟยยับเยินมากแค่ไหน และนี่ก็คือราคาที่ชายหนุ่มจะต้องจ่ายจากการระเบิดพลังเพื่อหยุดยั้งศัตรู

ในอีกด้านหนึ่งถึงแม้สกายวิงจะเสียเปรียบในด้านของจำนวน แต่พวกเขากลับมีความได้เปรียบในด้านการจู่โจม โดยพวกเขาค่อย ๆ ใช้ความเร็วและกลยุทธ์ที่ทรงพลังค่อย ๆ สังหารศัตรูที่อ่อนแอลงไปทีละคน

สิ่งที่สกายวิงต้องการที่สุดในตอนนี้คือเวลา ดังนั้นตราบใดก็ตามที่เซี่ยเฟยสามารถถ่วงเวลาโมดูเอาไว้ได้ สกายวิงย่อมเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในสงครามนี้อย่างแน่นอน

เซี่ยเฟยเหลือบสายตามองสนามรบหลักในระยะไกลพร้อมกับพยักหน้ารับ จากนั้นเขาก็หยิบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ออกมาจากแหวนมิติ พร้อมกับดูดซับพลังงานผ่านทางแหวนมังกรหยกขาวเพื่อซ่อมแซมร่างกายที่เสียหาย

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเป็นจำนวนมาก มันก็ไม่ได้มีเพียงแต่เซี่ยเฟยเท่านั้นที่ได้รับบาดเจ็บ เพราะขนอุยก็กำลังเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก ขณะที่หงส์ครามก็แทบจะไม่เหลือพลังในการฟื้นฟูใบหญ้าของมันอีกแล้ว

ในเวลาเดียวกันโมดูก็ทำการปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่ ก่อนที่เขาจะเริ่มโจมตีเข้าใส่เซี่ยเฟยอย่างบ้าคลั่ง

น่าเสียดายที่ชายคนนี้ยังเชื่องช้ามากเกินไป และเขาก็แทบที่จะไม่สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยได้เลย ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นขนอุยก็จู่โจมโต้ตอบกลับไปอย่างร้ายกาจ แต่น่าเสียดายที่พลังงานภายในร่างของมันลดลงไปเยอะมาก การโจมตีของเจ้าตัวน้อยจึงไม่สามารถเจาะทะลุการป้องกันของโมดูเข้าไปได้

อ๊าก!

เมื่อพบว่าตัวเองไม่สามารถไล่ตามเซี่ยเฟยที่มีความเร็วสูงได้ จู่ ๆ โมดูก็ส่งเสียงร้องคำรามก่อนที่เขาจะใช้มือขวาตัดข้อมือซ้ายของตัวเองอย่างรุนแรงจนทำให้เลือดไหลทะลักออกมายังด้านนอก

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะเขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามจะทำอะไรกันแน่

ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็นเรื่องที่น่าสยดสยองมากยิ่งกว่า เพราะโมดูได้ใช้เลือดทาไปทั่วทั้งใบหน้าและยัดแขนซ้ายเข้าไปในปากเพื่อดื่มเลือดของตัวเอง

“เขากินเลือดของตัวเองจริง ๆ!”

“แย่แล้ว! ฉันว่าเขากำลังใช้วิชาต้องห้าม!!” โอโร่อุทานด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

แม้ชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าสิ่งที่โอโร่พูดคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ ๆ คือมันเป็นเรื่องที่ไม่ดี เขาจึงรีบวิ่งเข้าหาโมดูโดยไม่ลังเล

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะต้องการทำอะไร เขาก็จะต้องหยุดยั้งความต้องการของศัตรูเอาไว้ให้ได้!

ตูม!

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงระเบิดครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง แต่ในคราวนี้ต้นตอของเสียงระเบิดมาจากร่างของโมดู

ผลของการใช้วิชาต้องห้ามทำให้ทั่วทั้งร่างของโมดูถูกย้อมไปด้วยลวดลายของเลือด และผิวกายของเขาก็กลายเป็นสีดำ แม้แต่พลังงานภายในร่างของเขาก็เพิ่มขึ้นจากเดิมด้วยเช่นกัน

วินาทีต่อมาลวดลายเลือดทั่วทั้งร่างของเขาก็เปล่งประกายสีทอง จนทำให้ชายคนนี้ดูแปลกประหลาดมากขึ้นกว่าเดิม

ขนอุยพยายามใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าจู่โจมโมดูอย่างรวดเร็ว เพื่อพยายามเปิดเส้นทางให้เจ้านายของมันสังหารศัตรูผู้แข็งแกร่งคนนี้ให้ได้

อย่างไรก็ตามโมดูก็ไม่เพียงแต่จะไม่หลบการโจมตีของเจ้าตัวน้อยเท่านั้น แต่เขายังพุ่งตรงไปข้างหน้าอีกด้วย

ภาพต่อมาคือเขาได้เหยียดแขนออกไปด้านหน้าพร้อมกับกางนิ้วทั้งห้าออกในลักษณะที่คล้ายกับกรงเล็บ

ทันใดนั้นมันก็มีแสงสีแดง 2 เส้นพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขา ก่อนที่แสงสีแดงนี้จะพุ่งเข้าไปห่อหุ้มร่างของขนอุยเอาไว้ จนทำให้ดวงตาของเจ้าตัวน้อยเบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก

นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยเฟยเห็นขนอุยรู้สึกหวาดกลัวได้จนถึงขนาดนี้ เพราะเมื่อก่อนมันไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวใครเลยแม้แต่น้อย

จากนั้นโมดูก็คว้าร่างของขนอุยเอาไปไว้ภายในมือ พร้อมกับแสงสีขาวอันเจิดจ้าที่ถูกดึงออกมาจากร่างของเจ้าตัวน้อย ราวกับว่าเขาเป็นปีศาจที่กำลังดูดวิญญาณออกไปจากร่างของอสูรศักดิ์สิทธิ์

ภาพเหตุการณ์นี้เริ่มทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกตื่นตระหนกด้วยเช่นกัน เพราะหลังจากที่ขนอุยได้สัมผัสเข้ากับแสงอันแปลกประหลาดนั้น มันก็ดูเหมือนกับว่าเจ้าตัวน้อยจะสูญเสียพละกำลังของมันไป

“แย่แล้ว!!” ชายหนุ่มรีบเร่งความเร็วออกไปในแนวทแยง เพื่อพุ่งเข้าหาขนอุยที่อยู่ภายในมือของอีกฝ่าย

ในเวลาเดียวกันโมดูก็ได้โยนร่างของขนอุยขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่เขาจะหันหน้ามาทางเซี่ยเฟยและโจมตีด้วยแววตาอันเคียดแค้น

เล่ห์กายา!

ชายหนุ่มปรับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่อย่างกะทันหัน แต่มันก็ทำให้เขาแทบที่จะไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของโมดูได้ น่องของเขาจึงสัมผัสเข้ากับแสงสีแดงเล็กน้อย แล้วมันก็ทำให้ขาข้างนั้นรู้สึกหมดแรงและทำให้ชายหนุ่มเกือบจะล้มลงไปกับพื้น

เซี่ยเฟยกัดฟันและพยายามต่อต้านความรู้สึกแปลก ๆ นี้ ขณะเดียวกันเขาก็รีบดูดซับพลังงานจากคริสตัลต้นกำเนิดระดับห้าเพื่อฟื้นฟูขาข้างขวาให้กลับมามีเรี่ยวแรงดังเดิม

แหวนมังกรหยกขาวได้แสดงพลังของมันออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อทวีพลังงานจากคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ทำให้ชายหนุ่มสามารถดูดซับพลังงานเข้าสู่ร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือการที่ขาข้างนั้นสูญเสียพลังงานไปอย่างฉับพลัน ซึ่งถ้าหากว่าเซี่ยเฟยไม่ได้รีบเติมเต็มพลังงานให้กับร่างกายของตัวเองในทันที ตอนนี้พลังงานภายในร่างของเขามันก็คงจะเหือดแห้งไปเรียบร้อยแล้ว

ชายหนุ่มรีบกระโดดตัวขึ้นไปเพื่อคว้าร่างของขนอุยเอาไว้ จากนั้นเขาก็ยัดคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 เข้าไปภายในปากของเจ้าตัวน้อย

อสูรตัวน้อยผู้น่าสงสารพยายามเติมเต็มพลังงานให้กับร่างของมันอย่างต่อเนื่อง แต่น่าเสียดายที่โมดูขโมยพลังงานออกไปจากร่างของมันมากจนเกินไปจนทำให้ขนอุยแทบจะเป็นลม

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

จู่ ๆ โมดูก็หัวเราะออกมาอย่างเย่อหยิ่ง โดยภายในแววตาของเขามีความประหลาดใจปะปนอยู่เล็กน้อย เมื่อเขาได้เห็นว่าเซี่ยเฟยสามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง หลังจากที่ชายหนุ่มได้ถูกเขาขโมยพลังงานมาจากร่างของอีกฝ่ายแล้ว

“แน่จริงก็เข้ามาหยุดฉันเอาไว้สิ” โมดูกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา ขณะที่ร่างของเขากำลังเดินหน้าไปทางสนามรบหลัก

“ฉันรู้แล้ว! มันคือวิชาต้องห้ามกฎแห่งการกลืนกิน การใช้พลังนี้จะทำให้เขาสามารถกลืนกินพลังงานของคนอื่นได้ และนักรบที่ถูกเขากลืนกินพลังงานเข้าไป ร่างกายของนักรบคนนั้นก็จะเกิดเป็นอัมพาตขึ้นมาชั่วคราว” โอโร่ตะโกนออกมาหลังจากที่เขาตระหนักได้ถึงพลังของศัตรู

‘ทั้งกลืนกินพลังงานได้และทำให้ร่างกายของศัตรูกลายเป็นอัมพาตงั้นเหรอ?’ เซี่ยเฟยคิดภายในใจอย่างตกตะลึง แต่เมื่อได้เห็นโมดูกำลังมุ่งหน้าไปทางสนามรบหลักเขาก็ไม่เหลือเวลาให้พิจารณาสถานการณ์มากนัก เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ชายคนนี้มุ่งหน้าไปยังสนามรบหลักได้สำเร็จ เมื่อนั้นสกายวิงก็จะกลายเป็นฝ่ายที่ได้รับความพ่ายแพ้

“หากใครมาขวางฉันก็เตรียมตัวตายไปได้เลย!!” โมดูคำรามออกมาด้วยสีหน้าอันดุร้ายคล้ายกับว่าเขาจงใจพยายามจะยั่วยุเซี่ยเฟยอีกครั้ง

***************

แล้วพี่เฟยจะจัดการกับโมดูยังไงดีล่ะเนี่ย?!

จบบทที่ ตอนที่ 825 กฎแห่งการกลืนกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว