เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 801 โจวเสี่ยวหมาน

ตอนที่ 801 โจวเสี่ยวหมาน

ตอนที่ 801 โจวเสี่ยวหมาน


ตอนที่ 801 โจวเสี่ยวหมาน

เมื่อได้รับใบเสนอราคาเซี่ยเฟยก็จ้องมองไปยังเลขศูนย์ด้านหน้าอย่างตาลาย ซึ่งหลังจากที่ชายหนุ่มได้ลองนับดี ๆ เขาก็ได้พบว่ามันมีเลขศูนย์อยู่ถึงหกตัว

1 ล้านคริสตัลเขียว!

หากว่าเขาได้แปลงมันเป็นคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 มันก็จะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 4 ล้านคริสตัลเหลือง

โดยปกติรายได้ของตระกูลชั้นกลางภายในดินแดนกฎก็จะอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านคริสตัลเหลือง แต่เนื่องมาจากสิ่งที่เซี่ยเฟยได้รับคือคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ซึ่งมันก็หมายความว่าแม้แต่ตระกูลชั้นกลางก็ยังไม่สามารถหาเงินจำนวนเท่านี้ได้แม้ว่าพวกเขาจะทำงานอย่างหนักมาทั้งปีแล้วก็ตาม

เซี่ยเฟยมองตัวเลขตรงหน้าอย่างตกตะลึง เพราะตอนแรกเขาประมาณการว่าสินค้าทั้งหมดน่าจะมีมูลค่าเพียงแค่ประมาณ 500,000 คริสตัลเขียว แต่ในความเป็นจริงมันกลับมีมูลค่ามากกว่าที่เขาประมาณการถึงสองเท่า

“ฮ่า ๆ ๆ เซี่ยเฟยคราวนี้นายรวยแล้ว! ฉันเชื่อว่าแม้แต่ภายในตระกูลสกายวิงทั้งตระกูล มันก็คงจะมีคนที่ร่ำรวยกว่านายอยู่เพียงแค่ไม่กี่คน” โอโร่กล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“มีสินค้าบางรายการที่บริษัทของพวกเรากำลังขาดแคลนอยู่พอดี พวกเราจึงให้ราคาสินค้าพวกนั้นสูงกว่าปกติอยู่เล็กน้อย ประกอบกับส่วนลดที่พวกเราได้ตกลงเอาไว้ ราคารวมของสินค้าทุกชิ้นในคราวนี้จึงอยู่ที่ 1 ล้านคริสตัลเขียวซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลแล้ว”

“พวกเราแคนเดิลไลท์ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์มาโดยตลอด ถ้าหากว่าคุณต้องการจะทำธุรกรรมอะไรในอนาคตอย่าลืมนึกถึงพวกเราเป็นอันดับแรก” หลินปิงกล่าวเสริมหลังจากสังเกตเห็นความสับสนในแววตาของเซี่ยเฟย

“โอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีนี้ได้เลย บริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ดูแลฉันดีมาก ถ้าหากมีเรื่องอะไรในอนาคตฉันย่อมนึกถึงบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์เป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยื่นบัตรของธนาคารฟารซีให้กับหลินปิง

‘บัญชีนิรนามงั้นเหรอ?’

หลินปิงพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะรับบัตรของเซี่ยเฟยไปจัดการโอนเงินให้เรียบร้อย เมื่อเขาไม่สามารถตรวจสอบตัวตนของชายหนุ่มได้

ปกติเซี่ยเฟยก็มักที่จะมีนิสัยปกปิดร่องรอยของตัวเองเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะไม่ยื่นบัตรธนาคารไปให้กับอีกฝ่ายง่าย ๆ ถ้าหากว่าบัตรธนาคารนั้นมันสามารถระบุตัวตนของเขาได้

“เงินทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีของคุณเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพรุ่งนี้คุณจะมาเข้าร่วมงานประมูลของพวกเรา” หลินปิงกล่าวด้วยรอยยิ้มขณะยื่นบัตรธนาคารคืนให้ชายหนุ่ม

“พรุ่งนี้ฉันจะมางานประมูลด้วยแน่นอน” เซี่ยเฟยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

ณ ห้องทำงานที่ใหญ่ที่สุดภายในบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์

โจวเสี่ยวหมานผู้ซึ่งเป็นหญิงสาวอายุ 18 ปีกำลังมองไปยังภาพการต่อสู้จำลอง ในสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างเผ่าเทพและเผ่ามารผ่านทางอุปกรณ์ทรายจำลอง

บนภูเขาขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางนับหมื่นกิโลเมตร เป็นสถานที่ตั้งของค่ายมารขนาดใหญ่ ค่าย ๆ นี้จึงได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา

ผู้ที่เริ่มจู่โจมเข้าใส่ค่ายนี้คือนักรบของสกายวิง พวกเขาจึงใช้ความเร็วสูงเจาะทะลุแนวป้องกันของค่ายมารไปได้อย่างง่ายดาย เปิดเส้นทางให้นักรบเผ่าเทพบุกเข้าไปทำลายมารระดับสูงภายในค่ายนับ 30,000 คนได้ในคราวเดียว

การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นเพียงการต่อสู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในสงครามขนาดใหญ่เท่านั้น แต่โจวเสี่ยวหมานก็สนุกกับการศึกษากลยุทธ์ในการต่อสู้ครั้งนี้มาก เพราะท้ายที่สุดเธอก็คือติ่งของตระกูลสกายวิงที่นอกเหนือจะสามารถจู่โจมเข้าใส่ศัตรูด้วยความเร็วสูงเท่านั้น เธอยังชื่นชอบลักษณะนิสัยที่ไม่เคยคิดจะยอมแพ้ของเหล่าบรรดานักรบสกายวิงอีกด้วย

แม้ว่าโจวเสี่ยวหมานจะเป็นหญิงสาว แต่เธอก็ชอบแต่งตัวเหมือนผู้ชาย น่าเสียดายที่รูปร่างหน้าตาของเธอไม่สามารถปกปิดได้ด้วยเสื้อผ้า หากใครมองมายังหญิงสาวคนนี้อย่างพิจารณาเล็กน้อย พวกเขาก็จะสามารถค้นพบได้อย่างรวดเร็วว่าเธอเป็นหญิงที่ชอบแต่งตัวเป็นชายเท่านั้น

ก๊อก ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น 3 ครั้งโจวเสี่ยวหมานจึงรีบเก็บอุปกรณ์ทรายจำลอง พร้อม ๆ กับหลินปิงที่กำลังเดินเข้ามาภายในห้อง

“เขากลับไปแล้วหรอ?” โจวเสี่ยวหมานกล่าวถามพร้อมกับเอนหลังพิงเก้าอี้

“เขาค่อนข้างที่จะอารมณ์ดีและดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นราคาของเรา” หลินปิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“พวกมันเป็นกลุ่มอันธพาลที่กล้าสังหารคนไปมากกว่า 20,000 คน และปล้นชิงสินค้าทุกอย่างจากงานชุมนุมของพวกวิหคดำมา พวกมันถือได้ว่าเป็นกลุ่มอาชญากรที่โหดเหี้ยมมาก พวกเราต้องระวังตัวอย่าไปเป็นศัตรูกับพวกมันอย่างเด็ดขาด” โจวเสี่ยวหมานกล่าวอย่างเย็นชา

หลินปิงพยักหน้ารับเบา ๆ

โจวเสี่ยวหมานเป็นทายาทของตระกูลโจวที่ถูกส่งมาบริหารบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ตั้งแต่เธออายุยังน้อย แม้ว่าภายนอกเธอจะชอบแสดงตัวว่าเธอคือนักธุรกิจ แต่คนที่รู้จักเธอจริง ๆ จะรู้ว่าหญิงสาวคนนี้คือผู้ที่ชื่นชอบการต่อสู้มาก

น่าเสียดายที่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเธอถูกปิดกั้นเอาไว้อย่างสมบูรณ์ มันจึงทำให้เธอสามารถศึกษากลยุทธ์การต่อสู้ของนักรบคนอื่น ๆ ได้เท่านั้น แต่เธอจะไม่มีวันได้เข้าร่วมสนามรบจริงตลอดทั้งชีวิตของตัวเอง

เมื่อได้เห็นสินค้าจากเซี่ยเฟยเป็นครั้งแรก หลินปิงผู้มีสายตาอันเฉียบแหลมก็สามารถระบุได้อย่างรวดเร็วว่าสินค้าเหล่านั้นคือสิ่งที่ถูกปล้นชิงมาจากสมาคมวิหคดำในโศกนาฏกรรมครั้งที่ผ่านมา เขาจึงรีบมาปรึกษาโจวเสี่ยวหมานว่าพวกเขาควรจะทำยังไงดี ซึ่งหญิงสาวก็ตอบตกลงรับซื้อสินค้าทั้งหมดและเธอยังคิดจะให้ราคาเซี่ยเฟยในอัตราที่ค่อนข้างจะสูงมากอีกด้วย

เซี่ยเฟยไม่รู้เลยว่าสาเหตุที่เขาได้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นมามากขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่าบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์รู้สึกกลัวองค์กรที่อยู่เบื้องหลังของเขา แต่สิ่งที่น่าตลกนั่นก็คือเซี่ยเฟยจัดการเรื่องทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว สิ่งเดียวที่อยู่เบื้องหลังของเขาก็คือตระกูลสกายวิงที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในโศกนาฏกรรมของสมาคมวิหคดำเลยแม้แต่นิดเดียว

โจวเสี่ยวหมานผู้ซึ่งพยายามศึกษากลยุทธ์ในสนามรบมาโดยตลอด คิดว่าเซี่ยเฟยเป็นเพียงแค่ตัวแทนขององค์กรลึกลับที่นำสินค้าที่ถูกปล้นออกมาขายในคราวเดียว น่าเสียดายที่ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามศึกษากลยุทธ์มานานแค่ไหน แต่สิ่งที่เธอคาดเดาก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

“คุณตรวจหาตัวตนของเขาเจอแล้วหรือยัง?” หญิงสาวถามขณะจ้องมองออกไปยังนอกหน้าต่าง

“เขาปลอมตัวมาและยังใช้บัญชีนิรนาม ยิ่งไปกว่านั้นเข็มทิศมิติที่เขาใช้ก็เป็นเข็มทิศมิตินิรนาม เราจึงยังไม่พบหลักฐานที่สามารถระบุตัวตนของเขาได้” หลินปิงกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เมื่อได้รับคำตอบหญิงสาวก็แสดงหน้ามุ่ยออกมาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเธอไม่พอใจกับคำตอบของชายชรา

“หากฉันเดาไม่ผิดการที่พวกมันกล้าปล้นชิงสมาคมวิหคดำที่มีชื่อเสียงแบบนั้นแล้วเอาสินค้าทั้งหมดมาขายให้กับเรา นั่นก็เพราะว่าเป้าหมายต่อไปของพวกมันคือบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์อย่างแน่นอน”

“พ่อของฉันต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างหนักกว่าจะทำให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้นมาได้ถึงทุกวันนี้ ฉันจะต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบริษัทเอาไว้ให้ได้” โจวเสี่ยวหมานกล่าวพร้อมกับทุบโต๊ะอย่างแรง

หลินปิงมองภาพตรงหน้าอย่างปวดหัว เพราะถึงแม้ว่าคนอื่น ๆ จะชอบชื่นชมว่าโจวเสี่ยวหมานคือนักวิเคราะห์ที่เก่งกาจ แต่ในความเป็นจริงทุกสิ่งที่เธอพูดออกมาเป็นเพียงแค่การคาดเดาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าเท่านั้น อย่างไรก็ตามคนที่รู้ความจริงก็เลือกที่จะปล่อยให้หญิงสาวแสดงความสามารถของตัวเองต่อไป ตราบใดก็ตามที่มันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับบริษัท

“เขาจะเข้าร่วมงานประมูลของเราในวันพรุ่งนี้ด้วยใช่ไหม?” โจวเสี่ยวหมานถามพร้อมกับยกมือขึ้นมาเท้าสะเอว

“ใช่ครับ ผมได้จองที่นั่งให้กับเขาตามคำสั่งของคุณแล้ว ตำแหน่งที่นั่งของเขาถูกจัดไว้ในห้องใหญ่บนชั้น 2” หลินปิงกล่าวตอบ

“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นคุณก็ช่วยจัดที่นั่งของฉันให้นั่งอยู่ใกล้ ๆ เขาด้วย ฉันจะได้ใช้ทักษะการสังเกตอันละเอียดอ่อนของฉันคอยจับตาดูเขา ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงที่เขาเดินทางมาที่นี่มันเป็นเพราะอะไรกันแน่?”

ชายชราต้องการจะห้ามการกระทำของหญิงสาวไว้ แต่หลังจากที่เขาได้เห็นท่าทางอันจริงจังของโจวเสี่ยวหมาน เขาจึงทำได้เพียงแต่กลืนน้ำลายของตัวเองลงไป

‘ปล่อยให้คุณหนูออกไปสนุกสักหน่อยก็แล้วกัน’ หลินปิงพูดกับตัวเองภายในใจ

เช้าวันรุ่งขึ้นชายหนุ่มก็เดินทางมาที่ร้านค้าประมูลตั้งแต่เช้า ด้วยการแต่งตัวอย่างสบาย ๆ และเมื่อเขาได้ใช้วิชาพรางจิตมันก็ทำให้ร่างของเขากลมกลืนไปกับฝูงชนได้อย่างรวดเร็ว

วันนี้เป็นวันที่จะมีการจัดการประมูลแล้ว ซึ่งนอกเหนือจากบุคคลสำคัญที่เขาได้พบเมื่อวานนี้ ในวันนี้มันก็ยังมีบุคคลสำคัญคนอื่น ๆ จากกลุ่มดาวม้าขาวปรากฏตัวขึ้นมาเพิ่มเติมอีกด้วย

“ถ้าคนที่มีชื่อเสียงได้มารวมตัวพร้อม ๆ กันเยอะขนาดนี้ บางทีมันอาจจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นก็ได้” โอโร่กล่าวขณะมองสำรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบ

“บางทีพวกเขาอาจจะสนใจสินค้าอะไรบางอย่างในงานประมูลก็ได้ ถึงยังไงเรื่องพวกนั้นมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผม สิ่งที่ผมต้องการมีเพียงแค่ดักแด้จักจั่นทองแดงเท่านั้น” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่

ชายหนุ่มพยายามมองหามุมมืดและนำคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ออกมาให้ขนอุยกิน ตอนนี้ภายในบัญชีของเขามีคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 กองเอาไว้อย่างเหลือเฟือแล้ว เขาจึงสามารถนำคริสตัลพวกนี้ออกมาให้ขนอุยกินโดยไม่ได้รู้สึกกระทบกระเทือนมากนัก

“อยู่เฉย ๆ ไม่งั้นมันจะลำบากถ้ามีคนจำนายได้” เซี่ยเฟยกระซิบขึ้นมาเบา ๆ

แม้ว่าเขาจะสามารถปลอมตัวได้เป็นอย่างดี แต่อสูรศักดิ์สิทธิ์อย่างขนอุยเป็นสิ่งที่สะดุดตาคนอื่น ๆ มากเกินไป ท้ายที่สุดมันจะมีใครสักกี่คนในดินแดนกฎที่ได้ทำพันธสัญญากับอสูรศักดิ์สิทธิ์ หากคนอื่นสามารถระบุตัวตนของขนอุยได้ ตัวตนของเขาก็จะถูกเปิดเผยออกไปด้วยเช่นกัน

เซี่ยเฟยแสดงบัตรวีไอพีสีทองก่อนเข้างาน จากนั้นเขาก็ถูกนำตัวไปยังห้องขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นที่ 2

ร้านค้าประมูลของบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์มีขนาดใหญ่มาก ทำให้มันสามารถรองรับผู้คนได้ไม่ต่ำกว่า 200,000 คน ห้องขนาดใหญ่บนชั้น 2 ถือได้ว่าเป็นห้องที่มีทำเลดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในบรรดาห้องทั้งหมด

เซี่ยเฟยเดินไปนั่งลงยังที่นั่งของตัวเอง โดยแขกคนอื่น ๆ ที่ได้เข้ามานั่งภายในห้องนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่นำคนใช้ของตัวเองมาด้วย

อย่างไรก็ตามอันที่จริงทั้งแขกและสาวใช้ทั้งหมดที่อยู่ภายในห้องนี้ ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนของบริษัทการค้าแคนเดิลไลท์ที่หลินปิงเป็นคนส่งมาด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะเขากังวลว่าโจวเสี่ยวหมานอาจจะทำอะไรแปลก ๆ เขาจึงจำเป็นจะต้องเตรียมการทุกสิ่งเอาไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับคุณหนูตระกูลโจว

ที่นั่งของเซี่ยเฟยสามารถมองเห็นโต๊ะประมูลได้อย่างชัดเจน แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ที่ทำได้เพียงแต่จะต้องมองโต๊ะประมูลผ่านทางหน้าจอเท่านั้น พวกเขาจึงจะสามารถมองเห็นรายละเอียดบนโต๊ะประมูลได้อย่างชัดเจน

โจวเสี่ยวหมานนั่งอยู่ทางด้านขวาของเซี่ยเฟย และตั้งแต่ที่ชายหนุ่มคนนี้เดินเข้ามาเธอก็คอยสังเกตปฏิกิริยาท่าทางของเซี่ยเฟยอย่างใกล้ชิด แน่นอนว่าชายหนุ่มย่อมสามารถสัมผัสถึงความแปลกประหลาดของหญิงสาวที่แต่งตัวเป็นผู้ชายคนนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่เขาเลือกที่จะแสดงท่าทีออกไปเหมือนกับว่าเธอไม่มีตัวตน

หลังจากสังเกตไปสักพักโจวเสี่ยวหมานก็รู้สึกว่าเซี่ยเฟยเป็นคนที่น่าเบื่อ ท้ายที่สุดชายคนนี้ก็นั่งอยู่นิ่ง ๆ โดยไม่คิดจะพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว แผนการที่เธอพยายามจะระบุตัวตนของเขาผ่านทางสำเนียงการพูดจึงมีอันต้องล่มไป

“คุณตาลองดูเขาคนนั้นให้ดี ๆ สิ ฝีเท้าข้างซ้ายของเขาก้าวช้ากว่าฝีเท้าข้างขวาประมาณ 1 นิ้ว บนเสื้อผ้าของเขามีน้ำสีเขียวติดอยู่เล็กน้อย ถ้าฉันจำไม่ผิดเช้านี้เขาคงจะออกกำลังกายและประสบอุบัติเหตุกับขาซ้ายแน่ ๆ เขาเลยเดินกะเผลกแบบนั้น” โจวเสี่ยวหมานชี้ไปยังชายคนหนึ่งพร้อมกับหันไปกระซิบกับชายชราที่อยู่ใกล้ ๆ

‘นั่นมันการวิเคราะห์แบบไหนกันวะ? ชายคนนั้นพึ่งผ่าตัดไส้เลื่อนมาชัด ๆ จมูกของเขามีสีแดงอยู่เล็กน้อยแสดงว่าเขาต้องเป็นคนที่ติดเหล้ามาก แต่หลังจากการผ่าตัดมาเขาไม่สามารถจะดื่มเหล้าได้ เขาเลยถือโอกาสแอบดื่มเหล้าก่อนที่การประมูลจะเริ่มต้นขึ้น’

‘แต่ภรรยาของเขาได้มาเห็นการกระทำของสามีเข้าเสียก่อน มันเลยเกิดการต่อสู้ขึ้นมาเล็กน้อยแล้วก็ทำให้มีรอยคราบสีเขียวเลอะอยู่แบบนั้น…’ เซี่ยเฟยคิดภายในใจอย่างปวดหัวเมื่อได้เห็นการอนุมานของหญิงสาวที่อยู่ใกล้ ๆ

***************

ทักษะการสังเกตอันละเอียดอ่อนที่มั่วสุด ๆ ไปเลย หรือว่าจริง ๆ แล้วจะอนุมานผิด ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากพี่เฟย?

จบบทที่ ตอนที่ 801 โจวเสี่ยวหมาน

คัดลอกลิงก์แล้ว