เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 792 หน้ากากผู้กลืนกินจักรพรรดิ

ตอนที่ 792 หน้ากากผู้กลืนกินจักรพรรดิ

ตอนที่ 792 หน้ากากผู้กลืนกินจักรพรรดิ


ตอนที่ 792 หน้ากากผู้กลืนกินจักรพรรดิ

“ฮาเดสซื้อหน้ากากนั่นไปงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยที่อยู่ไม่ไกลชะงักค้างขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้เห็นฮาเดสซื้อหน้ากากปริศนาชิ้นนั้น

พูดตามตรงว่าชายหนุ่มไม่ได้สนใจที่จะครอบครองหน้ากากชิ้นนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะมันทำให้เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย เขาจึงอยากอยู่ห่างจากมันให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

ในทางกลับกันเฟอร์นันกำลังรู้สึกอับอายมาก เพราะเขาพึ่งพูดอยู่หยก ๆ ว่าเขาอยากจะซื้อของขวัญให้เซี่ยเฟย แต่หน้ากากที่ชายหนุ่มสนใจกลับถูกคนอื่นซื้อตัดหน้าไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งมันถือว่าเป็นการหักหน้าเขาอย่างแท้จริง

เฟอร์นันเกาศีรษะอย่างหงุดหงิดและพยายามที่จะเข้าไปเจรจากับพวกฮาเดส เพื่อซื้อหน้ากากชิ้นนั้นมาแต่เซี่ยเฟยกลับยื่นมือออกมาหยุดเขาเอาไว้เสียก่อน

ปัจจุบันเซี่ยเฟยกำลังจ้องไปยังพวกฮาเดสด้วยแววตาที่เคร่งเครียด เฟอร์นันจึงคิดว่าชายหนุ่มกำลังโกรธที่ถูกซื้อหน้ากากตัดหน้าไป และเมื่อเขาได้นึกถึงความบ้าคลั่งของตระกูลสกายวิง มันก็ทำให้เขาตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

ท้ายที่สุดเขาคือคนที่นำพาเซี่ยเฟยมายังงานแลกเปลี่ยนสินค้าในครั้งนี้ หากเซี่ยเฟยเกิดอาละวาดขึ้นมาเขาก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความผิดที่อีกฝ่ายได้ก่อขึ้นมาด้วยเช่นกัน

การซื้อขายในลักษณะนี้แตกต่างจากการประมูลอยู่เล็กน้อย ดังนั้นเมื่อมีคนรูดบัตรจ่ายเงินฮาเดสก็สามารถหยิบหน้ากากโบราณออกมาจากฝาครอบคริสตัลได้ในทันที

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่สัญชาตญาณรับรู้ถึงอันตรายก็กำลังกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง

‘มันมาแล้ว!!’ เซี่ยเฟยตะโกนภายในใจ และถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าหน้ากากชิ้นนั้นคืออะไร แต่มันจะต้องเป็นภัยคุกคามสำหรับเขาแน่ ๆ

ฮาเดสไม่ได้สังเกตเห็นสายตาของเซี่ยเฟยที่กำลังจ้องมองมาที่เขาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขากำลังชื่นชมหน้ากากโบราณอย่างมีความสุข ก่อนที่จะเตรียมเก็บหน้ากากชิ้นนี้ลงไปในแหวนมิติ

อย่างไรก็ตามขณะที่เขากำลังจะเก็บหน้ากากลงไปในแหวนอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เขาก็ยกหน้ากากขึ้นมาราวกับว่าเขาต้องการที่จะลองสวมใส่หน้ากากชิ้นนี้ดู

ไม่มีใครสังเกตเห็นการกระทำของฮาร์เดสเลยแม้แต่คนเดียว นอกเสียจากเซี่ยเฟยที่ยังคงจับจ้องมองไปยังหน้ากากโบราณชิ้นนั้นตลอดเวลา

“ไม่!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ขณะที่หัวใจของเขากำลังเต้นระรัวราวกับมันกำลังจะเด้งออกมาจากอก

แม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงกลัวที่ฮาเดสจะสวมใส่หน้ากาก แต่สัญชาตญาณของเขายังคงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งจนทำให้ร่างกายของเขาแทบที่จะระเบิด

บางครั้งสัญชาตญาณของนักรบก็เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล เพราะมันเป็นเหมือนกับสัมผัสที่หกที่สามารถทำนายถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

นอกจากนี้สัญชาตญาณของเซี่ยเฟยยังมีความแม่นยำมาโดยตลอด ซึ่งในระหว่างที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินไปกับการเดินชอปปิง มันก็มีเพียงแต่เซี่ยเฟยเท่านั้นที่มองเห็นอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามา

เนตรมนตรา!

เมื่อหน้ากากอยู่ห่างจากใบหน้าของฮาเดสไม่ถึง 20 เซนติเมตร เซี่ยเฟยก็ได้ใช้วิชาเนตรมนตราเพื่อจับจ้องมองไปยังภาพตรงหน้าอย่างใกล้ชิด

วินาทีต่อมาชายหนุ่มก็ได้พบกับภาพเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เพราะมันมีมวลอากาศสีดำพยายามดึงหน้ากากเข้าไปสวมใส่ใบหน้าของฮาเดส

ไม่มีใครเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง แต่เซี่ยเฟยสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหน้ากากโบราณกำลังพยายามจะเข้าครอบงำผู้ที่ถือมันอยู่

ขณะเดียวกันฮาเดสก็เป็นถึงจักรพรรดิกฎผู้ทรงพลัง เขาจึงมีปฏิกิริยารวดเร็วมากกว่าคนโดยทั่วไป ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกหน้ากากควบคุมเขาจึงพยายามดึงหน้ากากออกไปอย่างเต็มที่ แต่น่าเสียดายที่การกระทำของเขามันเชื่องช้ามากเกินไปแล้ว

ตึบ!

เสียงหน้ากากปะทะเข้ากับใบหน้าของฮาเดสดังขึ้นมาอย่างรุนแรง จนทำให้มีเลือดสีแดงไหลออกมาจากใบหน้าของชายชราในทันที อย่างไรก็ตามเลือดพวกนั้นกลับไม่ได้หยดลงไปจนถึงพื้น เพราะเลือดทั้งหมดถูกดูดซับเข้าไปในหน้ากากโบราณ

“อ๊ากกกกกก!” ฮาเดสส่งเสียงร้องคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนจึงมองไปที่เขาด้วยความตกใจเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชายชราคนนี้

‘ไม่ทันแล้ว’ เซี่ยเฟยคิดภายในใจอย่างลับ ๆ ก่อนที่เขาจะรีบพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็ว 240,000 เมตรต่อวินาที

เซี่ยเฟยใช้เวลาเพียงแค่ 0.01 วินาทีในการนำตัวเฟอร์นัน, มู่เสียวเต๋าและเฮเลนถอยออกมา แต่เนื่องจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง มันจึงทำให้ชุดของเฮเลนขาดวิ่นออกเป็นชิ้น ๆ เนื่องมาจากว่าชุดของเธอไม่สามารถทนรับแรงต้านอากาศได้

“พาเธอออกไปเดี๋ยวนี้!” เซี่ยเฟยตะโกนสั่งการอย่างตื่นตระหนก ขณะที่ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

มู่เสียวเต๋าคุ้นเคยกับเซี่ยเฟยเป็นอย่างดี เขาจึงรู้ดีว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่เคลื่อนไหวโดยพลการแน่ ๆ หลังจากที่เขาชะงักค้างเนื่องจากความตกใจไปครู่หนึ่ง เขาก็รีบพยักหน้ารับทำตามคำสั่ง เพราะสิ่งที่ทำให้เซี่ยเฟยเป็นกังวลได้ขนาดนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะรับมือได้ง่าย ๆ

ในเวลาเดียวกันแม้ว่าเฟอร์นันจะรู้สึกสับสนแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของเซี่ยเฟย เพราะท้ายที่สุดเบื้องหลังชายหนุ่มคนนี้ก็คือตระกูลที่บ้าคลั่งที่สุดในดินแดนกฎ การเป็นศัตรูกับคนบ้าย่อมไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนาอย่างแน่นอน

นอกจากนี้กลิ่นไอที่เซี่ยเฟยปลดปล่อยออกมายังทรงพลังมาก จนทำให้เขาไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำสั่งของชายหนุ่มคนนี้ได้ คล้ายกับว่าเซี่ยเฟยกำเนิดขึ้นมาเพื่อเป็นผู้นำโดยเฉพาะ มันจึงไม่มีใครกล้าที่จะต่อต้านคำสั่งของเขาโดยไม่มีเหตุผล

ส่วนทางด้านของเฮเลนก็กำลังส่งเสียงกรีดร้องออกมาเช่นเดียวกัน ซึ่งเซี่ยเฟยรู้ดีว่าปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นมาจากการที่เธอถูกอะไรบางอย่างเข้าควบคุม และด้วยปริมาณของน้ำยาที่เธอได้รับเข้าไป มันจึงทำให้เธอมีความผิดปกติทางด้านจิตใจ เธอเลยไม่รู้ว่าในตอนนี้ตัวเธอกำลังทำอะไรอยู่กันแน่

ผัวะ!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนไม่มีสติเซี่ยเฟยจึงตบหน้าหญิงสาวเพื่อควบคุมสถานการณ์ แต่การลงมือของเขาค่อนข้างที่จะรุนแรงเกินไปเล็กน้อย มันจึงมีฟันกระเด็นหลุดออกมา 2 ซี่พร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของเธอ แน่นอนว่าการลงมือของชายหนุ่มย่อมทำให้เฮเลนหมดสติลงไปในทันที

ทั้งเฟอร์นั้นและมู่เสียวเต๋าต่างก็มองภาพตรงหน้าอย่างทำอะไรไม่ถูก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าเซี่ยเฟยจะรุนแรงกับหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะลักพาตัวมาแบบนี้

“ไปได้แล้ว!” เซี่ยเฟยส่งเสียงตะโกนขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยมีเส้นเลือดปรากฏขึ้นมาบนศีรษะของเขาให้เห็นอย่างชัดเจน

เฟอร์นันรีบทำตามคำสั่งโดยไม่กล้าถามคำถามอะไรออกมาด้วยซ้ำ เขาจึงรีบเปิดประตูมิติและนำคนของเขาหนีออกไป เหตุการณ์ในตอนนี้ทำให้เขาไม่สนใจกฎของสมาคมโลกใต้ดินแล้วด้วยซ้ำ เพราะในความคิดของเขานั้นคนบ้าแบบเซี่ยเฟยน่ากลัวกว่าสมาคมโลกใต้ดินเสียอีก

การจากไปของเฟอร์นันไม่ได้ก่อความวุ่นวายขึ้นมามากนัก เพราะในตอนนี้ทุกคนกำลังรู้สึกตกใจที่จู่ ๆ ฮาเดสก็เสียสติขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความทรมานดังออกมาจากปากของฮาเดสอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับเสียงร้องของสัตว์ร้ายที่กำลังส่งเสียงร้องครวญครางในตอนที่มันกำลังจะตาย

พรางจิต!

เล่ห์กายา!

เซี่ยเฟยรีบลบตัวตนและเคลื่อนไหวไปซ่อนตัวในมุมมืดอย่างคล่องแคล่ว เพื่อคอยสังเกตฮาเดสอย่างเงียบ ๆ

ฮาเดสยังคงส่งเสียงร้องคำรามและใช้มือทั้งสองข้างพยายามผลักหน้ากากออกจากใบหน้าของตัวเองอย่างสิ้นหวัง แต่น่าเสียดายที่การเกาะกุมของหน้ากากโบราณชิ้นนี้แข็งแกร่งมาก จนทำให้หน้ากากไม่ยอมขยับออกจากใบหน้าของชายชราเลยแม้แต่นิดเดียว

“อาจารย์... คุณเป็นอะไรไป?” เหล่าบรรดาลูกศิษย์ของฮาเดสรีบเข้ามาจับแขนของชายชราเอาไว้อย่างกังวล

ฉัวะ ๆ ๆ

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ฮาเดสไม่หลงเหลือสติสัมปชัญญะอีกต่อไปแล้ว ฝ่ามือของเขาทั้งสองข้างจึงพุ่งออกมาฉีกกระชากร่างของผู้ติดตามออกเป็นชิ้น ๆ

ผู้ติดตามของเขาคนนี้เป็นถึงราชากฎอันทรงพลัง และเขายังได้สวมใส่ชุดเกราะต่อสู้อย่างดีปกป้องร่างกายเอาไว้ทั่วทั้งตัว แต่ถึงกระนั้นแรงฉีกกระชากของฮาเดสก็ยังรุนแรงมาก จนทำให้ร่างของผู้ติดตามถูกฉีกกระชากจนตายก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว

ช็อก!

โคตรช็อก!

ทุกคนต่างก็มองดูภาพตรงหน้าด้วยดวงตาอันเบิกกว้างพร้อม ๆ กับหยดเลือดสีแดงฉานที่พุ่งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ

ขวับ!

ฮาเดสตวัดแขนของเขาออกไปก่อให้เกิดคลื่นมิติอันทรงพลังจู่โจมออกไปยังท้องฟ้า ก่อนที่การจู่โจมอันทรงพลังนี้จะทำให้โดมพลังงานที่ปกป้องยานรบอยู่ถูกทำลายลงไปด้วยแรงกระแทก

เมื่อไม่มีโดมพลังคอยปกป้องยานแห่งนี้ไว้ แขกทุกคนจึงถูกดูดออกไปในอวกาศโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

ในเวลาเดียวกันผมสีเขียวก็งอกยาวออกมาจากศีรษะของฮาเดสอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างของเขาที่กำลังเติบโตขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวเขียวร่างยักษ์ที่มีความสูงมากกว่า 3 เมตร

ผู้ที่มีชุดเกราะระดับไม่สูงพอเสียชีวิตลงเนื่องจากการขาดอากาศในทันที จากแขกที่เดินทางมาเข้าร่วมงานมากกว่า 20,000 คนก็ได้หลงเหลือชีวิตอยู่เพียงแค่ไม่ถึง 5,000 คนเท่านั้น

เซี่ยเฟยที่อยู่ภายใต้ชุดเกราะดาร์กยูนิคอร์นครบชุดใช้วิชาพรางจิตหามุมมืดซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ เพื่อรอดูว่าสัตว์ประหลาดตัวเขียวมีจุดประสงค์จะทำอะไรกันแน่

เหล่านักรบที่รอดชีวิตต่างก็เริ่มจับจ้องมองไปยังฮาเดสอย่างคับแค้น และในทันใดนั่นเองฮาเดสที่ได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวเขียวก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน

การจู่โจมของสัตว์ประหลาดตัวนี้เป็นการจู่โจมที่โหดร้ายมาก เพราะมันได้ใช้มือทั้งสองข้างฉีกกระชากร่างของนักรบทีละคนอย่างรวดเร็ว ซึ่งในเวลาเพียงแค่พริบตามันก็มีนักรบถูกฉีกกระชากร่างออกจากกันไปมากกว่า 10 คนแล้ว ผู้คนจึงเริ่มตระหนักได้ในทันทีว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้คือภัยคุกคามร้ายแรงสำหรับพวกเขา

ปัง!

คลื่นมิติอันรุนแรงพุ่งเข้าปะทะร่างของฮาเดสอย่างฉับพลัน อย่างไรก็ตามการจู่โจมในครั้งนี้กลับไม่ทำให้สัตว์ประหลาดร่างเขียวได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว

กรร!!

ฮาเดสส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับพุ่งร่างออกไปฉีกกระชากร่างของนักรบออกจากกันทีละคน

“หน้ากากนั่นทำให้ร่างกายของฮาเดสแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมงั้นเหรอ? ฉันไม่รู้ว่ามันคือหน้ากากอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ คือมันทรงพลังมากจนถึงขนาดกลืนกินร่างของจักรพรรดิกฎเข้าไปได้” โอโร่พูดขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ตอนที่ผมเห็นหน้ากากนั่นครั้งแรกผมก็สัมผัสถึงอันตรายได้ในทันที คล้ายกับว่ามันเป็นปรสิตที่ยังมีชีวิตและสามารถเข้าควบคุมร่างของคนอื่นได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นไปได้? หน้ากากนี่น่าจะผ่านมือของคนอื่นมาแล้ว ไม่อย่างนั้นมันจะถูกนำมาวางขายได้ยังไง? แล้วทำไมคนอื่นถึงไม่เป็นไรแต่มันกลับทำให้ฮาเดสกลายเป็นบ้าไปแบบนี้?” โอโร่กล่าว

“บางทีหน้ากากอาจจะใช้งานได้กับใครเพียงแค่บางคน” เซี่ยเฟยกล่าว

ไม่กี่นาทีต่อมาภาพการสังหารหมู่ก็ยังคงปรากฏขึ้นตรงหน้าเซี่ยเฟยอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มันมีซากศพที่ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ ลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางอวกาศทั่วทุกที่

ไม่มีใครสามารถต้านทานพละกำลังของฮาเดสได้เลยแม้แต่คนเดียว ท้ายที่สุดชายชราคนนี้ก็เป็นถึงจักรพรรดิกฎ และเมื่อมันได้รวมเข้ากับพลังของหน้ากากโบราณ มันจึงทำให้สัตว์ประหลาดร่างเขียวกลายเป็นฝันร้ายสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

“พวกเรารีบหนีกันดีกว่า อย่าไปยุ่งกับมันเลย” โอโร่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“หนีงั้นเหรอ? ใครจะไปรู้บางทีกฎแห่งเวลาอาจจะอยู่ในมือของเขาก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหยิบขนอุยออกมาจากอกเสื้อ

***************

ขนอุยนี่พกพาง่ายจริง ๆ นะ 555

จบบทที่ ตอนที่ 792 หน้ากากผู้กลืนกินจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว