เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 790 งานชุมนุมของสมาคมใต้ดิน

ตอนที่ 790 งานชุมนุมของสมาคมใต้ดิน

ตอนที่ 790 งานชุมนุมของสมาคมใต้ดิน


ตอนที่ 790 งานชุมนุมของสมาคมใต้ดิน

แม้ว่าจะมีข้อสงสัยอยู่เล็กน้อยแต่เซี่ยเฟยก็ยังเลือกที่จะเชื่อมู่เสียวเต๋าเป็นการชั่วคราว ทั้งสองจึงมุ่งหน้าลงไปยังซอยแคบ ๆ ก่อนที่พวกเขาจะซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ

มู่เสียวเต๋ายังคงเล่นกับมีดผีเสื้อภายในมืออย่างคล่องแคล่ว ขณะที่เขาเอนตัวลงไปพิงมุมห้องและเผยรอยยิ้มออกมาบนใบหน้า

“นายไปเข้าร่วมสมาคมอาชาดำตั้งแต่เมื่อไหร่?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“หลังจากที่ฉันได้เข้าไปอยู่ในตระกูลม่อ ฉันก็รู้ตัวเลยว่าตัวเองเหมาะสมที่จะเป็นนักฆ่ามากกว่า ต่อมาฉันได้เจอกับลูกพี่เฟอร์นัน ตาแก่ตัวเตี้ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉันเมื่อกี้นี้แหละ เขาเป็นหัวหน้าคนที่ 3 ของสมาคมและเป็นคนชวนให้ฉันเข้าร่วมกับสมาคมด้วย วันนี้ฉันก็ถูกส่งตัวมาทำงานแต่ฉันก็ไม่คิดเลยว่าฉันจะมีโอกาสได้เจอนายอีกครั้ง”

“โชคชะตาของพวกเรามันช่างเล่นตลกจริง ๆ ถึงแม้ชีวิตของฉันจะพลิกผันไปหลายครั้งแต่ฉันก็ยังคงเป็นนักฆ่าอยู่วันยังค่ำ ในทางกลับกันจู่ ๆ นายก็กลายเป็นสมาชิกของตระกูลสกายวิงที่โด่งดัง แม้ว่าก่อนหน้านั้นฉันจะไม่เชื่อในเรื่องโชคชะตา แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งชีวิตของคนเรามันก็ถูกกำหนดเอาไว้โดยโชคชะตาอยู่จริง ๆ” มู่เสียวเต๋ากล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“หึ” เซี่ยเฟยพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา เพราะว่าเขามีความทรงจำแย่ ๆ กับสมาคมอาชาดำอยู่เต็มไปหมด

“ที่นายยังโกรธอยู่เป็นเพราะว่าสมาคมอาชาดำไล่ล่าค่าหัวนายในก่อนหน้านี้ใช่ไหมล่ะ? อันที่จริงเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับสมาคมหรอก เพราะถ้าหากว่ามันมีใครยอมจ่ายค่าหัวให้นาย นักฆ่าจากทั่วทุกที่ก็ยังคงมุ่งเป้าไปหานายอยู่ดี”

“ท้ายที่สุดโลกใต้ดินมันก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ว่าจะเป็นที่พันธมิตรหรือดินแดนกฎก็ตาม” มู่เสียวเต๋ากล่าวพร้อมกับผายมือออกทั้งสองข้างอย่างช่วยไม่ได้

“ช่วยเล่าเรื่องพวกสมาคมวิหคดำให้ฟังหน่อยสิ” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“แต่ละเผ่าพันธุ์ในดินแดนกฎต่างก็มีสมาคมในโลกใต้ดินเป็นของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น สมาคมอาชาดำของเผ่ามนุษย์หรือสมาคมวิหคดำของเผ่าซุนนี”

“ถึงแม้ว่ามันจะมีการแบ่งสมาคมออกไปในแต่ละเผ่าพันธุ์ แต่สมาคมพวกนี้ก็ยังมีการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นครั้งคราว ตราบใดก็ตามที่อีกฝ่ายตกลงราคากันได้” มู่เสียวเต๋ากล่าว

“ที่ก่อนหน้านี้มีนักรบหลาย ๆ คนเลือกที่จะไม่ลงมือ นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้อยู่ในสมาคมวิหคดำงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถาม

“ใช่ พวกเรามาที่นี่ในฐานะแขกของสมาคม เราไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของสมาคม เว้นแต่ว่าจะมีการตกลงกันเอาไว้ก่อน โชคดีแล้วที่มันเป็นแบบนั้นเพราะไม่งั้นนายคงจะถูกรุมจากนักรบมากกว่านี้ เชื่อฉันเถอะไม่ว่านายจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ถ้าหากนายถูกรุมจากนักรบเป็นจำนวนมาก มันก็จะสร้างปัญหาปวดหัวให้กับนายอยู่ดี” มู่เสียวเต๋ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบโดยไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ออกมา

“ในทุก ๆ งานแลกเปลี่ยนสินค้ามันก็ไม่ได้มีเพียงแต่พ่อค้าปกติเท่านั้นที่มุ่งหน้ามางาน พ่อค้าจากโลกใต้ดินอย่างพวกเราก็จะเดินทางมารวมตัวกันด้วยเหมือนกัน โดยในคราวนี้สมาคมวิหคดำทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ และถ้าหากว่านายไม่ใช่สมาชิกของสมาคมใต้ดิน นายก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าร่วมงานแลกเปลี่ยนสินค้าของสมาคมใต้ดินได้”

“คนส่วนใหญ่จะหันหลังกลับทันทีที่ถูกพนักงานเฝ้าร้านหยุดเอาไว้ แต่นายกลับเลือกลงมือสังหารคนของสมาคมโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย” มู่เสียวเต๋ากล่าว

“งานแลกเปลี่ยนของโลกใต้ดิน มันคงจะมีของน่าสนใจมาขายเยอะเลยใช่ไหม?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันเพิ่งเข้าร่วมสมาคมอาชาดำเมื่อเดือนที่แล้ว เรื่องนี้ฉันคงจะให้คำตอบนายไม่ได้เหมือนกัน” มู่เสียวเต๋ากล่าวพร้อมกับส่ายหัว

เซี่ยเฟยต้องการที่จะตามหาดักแด้จักจั่นทองแดงกับเฮเลนอย่างเร่งด่วน งานแลกเปลี่ยนสินค้าของพวกสมาคมโลกใต้ดินจึงดึงดูดความสนใจเขาได้มากเลยทีเดียว

“ลูกพี่สามอยากจะคุยกับนายที่ร้านอาหารตรงนั้น นายสนใจอยากจะไปคุยกับเขาดูหน่อยไหม?” มู่เสียวเต๋ากล่าวถาม

“เขาจะมาคุยอะไรกับฉัน?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“บางทีเขาอาจจะมาขอโทษเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับนายเอาไว้ก็ได้ ท้ายที่สุดสมาคมอาชาดำก็ตั้งอยู่ในกลุ่มดาวม้าขาว และทุกคนที่อยู่ในกลุ่มดาวม้าขาวก็ไม่มีใครอยากจะเป็นศัตรูกับสกายวิงหรอก ฉันมีหน้าที่แค่ส่งข้อความให้กับนายเท่านั้น ส่วนนายจะไปหรือไม่ไปเรื่องนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับนายเอง” มู่เสียวเต๋ากล่าวพร้อมกับยักไหล่

เซี่ยเฟยปลอมตัวตามมู่เสียวเต๋าไปที่ร้านอาหารอยู่ห่าง ๆ ซึ่งหลังจากที่เขาได้ปล่อยให้สหายเก่าเข้าร้านไปสักพัก เขาค่อยเดินตามเข้ามาเมื่อแน่ใจว่ามันไม่มีอะไรที่น่าสงสัย

“นายนี่ยังระมัดระวังตัวอยู่เหมือนเดิมเลยนะ” มู่เสียวเต๋ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ระวังเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนี่” เซี่ยเฟยตอบอย่างใจเย็น

“ตอนนี้นายเป็นสมาชิกของตระกูลสกายวิงแล้ว เชื่อฉันเถอะว่าถึงแม้ลูกพี่ฉันจะมีความกล้ามากกว่านี้ 100 เท่า แต่ว่าเขาก็ไม่กล้าที่จะแตะต้องนายหรอก” มู่เสียวเต๋ากล่าว

เซี่ยเฟยไม่ได้สนใจคำพูดของมู่เสียวเต๋าเท่าไหร่นัก เพราะเขายังคงระมัดระวังตัวอย่างเป็นนิสัย ไม่ว่าตัวตนของเขาในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมยังไงก็ตาม เพราะสาเหตุที่ทำให้เขารอดชีวิตมาได้นานขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่าเขายังคงยึดมั่นในหลักการใช้ชีวิตของตัวเอง

หลังจากเข้าไปในห้องส่วนตัวบนชั้น 2 เซี่ยเฟยก็ได้พบกับเฟอร์นัน ชายชราร่างเตี้ยหน้าแดงผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าคนที่ 3 ของสมาคมอาชาดำนั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

เฟอร์นันเชิญให้เซี่ยเฟยนั่งพร้อมกับรินน้ำชาให้กับชายหนุ่มอย่างสุภาพ นอกจากนี้เขายังไม่พูดถึงเรื่องความบาดหมางระหว่างเขากับสมาคมวิหคดำเลย ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกให้เกียรติตระกูลสกายวิงมากจริง ๆ

เซี่ยเฟยก็ไม่คิดที่จะพูดถึงเรื่องในอดีตด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดโลกใต้ดินก็มีหน้าที่ของมันเอง ดังนั้นถ้าหากว่าเขาต้องการจะอยู่ภายในกลุ่มดาวม้าขาวต่อไป การบาดหมางกับนักเลงท้องถิ่นก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาด้วยเช่นกัน

“ฉันได้ยินมาว่าทางสมาคมวิหคดำเชิญสมาคมโลกใต้ดินทั่วทั้งดินแดนกฎมารวมตัวกันในงานแลกเปลี่ยนสินค้าครั้งนี้งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามหลังจากที่พวกเขานั่งรับประทานอาหารไปสักพัก

“ถูกต้อง ที่ฉันกับมู่เสียวเต๋ามาที่นี่ก็เพราะว่างานชุมนุมนี้ด้วยเหมือนกัน แต่กฎของพวกเราแตกต่างจากคนปกติเล็กน้อย เพราะงานแลกเปลี่ยนสินค้าจะเริ่มต้นขึ้นในตอนกลางคืน” เฟอร์นันกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

นับตั้งแต่ที่สมาคมอาชาดำได้พบว่าเซี่ยเฟยมีสายเลือดของสกายวิง พวกเขาก็รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และพยายามหาโอกาสที่จะแก้ไขความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับเซี่ยเฟยใหม่ เพราะท้ายที่สุดโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับตระกูลมูนวอร์ดก็ยังคงฝังแน่นในจิตใจของทุกคน ทางสมาคมอาชาดำที่ส่งนักฆ่าออกไปไล่ล่าค่าหัวเซี่ยเฟยจึงใช้ชีวิตอยู่อย่างลุกลี้ลุกลนด้วยเช่นกัน

น่าเสียดายที่สมาคมอาชาดำกับตระกูลสกายวิงไม่ใช่สิ่งที่จะโคจรมาพบกันได้ง่าย ๆ พวกเขาจึงยังไม่ได้มีโอกาสแก้ไขความสัมพันธ์อันย่ำแย่ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

การที่มู่เสียวเต๋าสามารถเชิญเซี่ยเฟยมารับประทานอาหารร่วมกันกับเฟอร์นันในครั้งนี้ได้ จึงถือว่าเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ได้บ้างแล้ว ชายชราจึงแอบให้ความสำคัญกับมู่เสียวเต๋ามากขึ้นกว่าเดิม เพราะชายคนนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเซี่ยเฟยจากตระกูลสกายวิง

มู่เสียวเต๋าที่อยู่ทางด้านข้างทำได้เพียงแต่เผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เพราะย้อนกลับไปในครั้งแรกที่เขากับเซี่ยเฟยได้พบเจอกัน พวกเขาก็ถือว่าเป็นศัตรูที่จ้องจะเอาชีวิตกันและกันมาโดยตลอด แต่จู่ ๆ ตอนนี้เขากลับได้รับความดีความชอบเพราะรู้จักกับเซี่ยเฟย เขาจึงไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องจัดการกับอารมณ์ในตอนนี้ยังไงดี

ในบางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลกจากจุดเริ่มต้นที่พวกเขาต้องปะทะกันตามกฎของดาวมรดก ก็เปลี่ยนเป็นสหายที่เริ่มรู้จักกันเพราะบังเอิญมาพบกันในดินแดนกฎอีกครั้ง ยิ่งในวันนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูจะซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแน่นอนว่าทั้งเซี่ยเฟยและมู่เสียวเต๋าต่างก็ไม่คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะมาลงเอยแบบนี้ด้วยเช่นกัน

“ฉันอยากจะเข้าร่วมงานด้วยจะได้ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างสบาย ๆ

“นายน้อยเฟยอย่าล้อเล่นเลย เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนคุณพึ่งไปอาละวาดใส่คนของวิหคดำตั้งขนาดนั้น แต่ตอนนี้คุณอยากจะเข้าไปร่วมงานที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพนั้นเหรอ?” เฟอร์นันกล่าวขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

“ถ้าฉันเข้าไปในงานเองได้ ฉันก็คงจะไม่มารบกวนคุณหรอก” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คำขอของเซี่ยเฟยเริ่มทำให้เฟอร์นันรู้สึกวิตกกังวลจนเหงื่อไหลออกมาท่วมทั้งใบหน้า

“ถ้าคุณลำบากใจพวกเราก็แยกย้ายกันเท่านี้เถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวเมื่อเห็นท่าทางลำบากใจของอีกฝ่าย

“เดี๋ยวก่อน! นายน้อยเฟยกรุณานั่งลงก่อน เรื่องนี้มันค่อนข้างจะยุ่งยากอยู่เล็กน้อย แต่ฉันก็ไม่ได้บอกว่าทางพวกเราจะไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ” เฟอร์นันรีบลุกขึ้นคว้าตัวเซี่ยเฟยเอาไว้

เมื่อเซี่ยเฟยเห็นว่าอีกฝ่ายยอมตกลงแต่โดยดี เขาจึงนั่งลงอีกครั้งด้วยท่าทางสบาย ๆ

“ในเมื่อนายน้อยเฟยต้องการจะเข้าร่วมงานแลกเปลี่ยนสินค้าของโลกใต้ดินในครั้งนี้ ฉันก็จะยอมเสี่ยงชีวิตร่วมเดินทางไปพร้อมกับคุณเอง”

“อย่าลืมว่าที่นี่คือกลุ่มดาวห่านป่าซึ่งเป็นถิ่นฐานของชาวซุนนีไม่ใช่มนุษย์ ดังนั้นถ้าหากว่าคุณจะทำอะไรคุณก็ควรจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม และถ้าหากว่าคุณสนใจสินค้าชิ้นไหนก็ขอให้บอกฉันมาได้เลย เดี๋ยวฉันจะซื้อของพวกนั้นเป็นของขวัญในฐานะที่พวกเราได้มาพบกันให้กับคุณเอง” เฟอร์นันกัดฟันพูดพร้อมกับตบหน้าอกของตัวเองอย่างมั่นใจ

“ฮ่า ๆ ๆ” ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบโอโร่ก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดวัตถุดิบที่เซี่ยเฟยกำลังตามหาอยู่นั้นก็มีมูลค่ามหาศาล และถ้าหากว่าอีกฝ่ายต้องการจะซื้อดักแด้จักจั่นทองแดงให้กับเซี่ยเฟยจริง ๆ เขาเกรงว่าอีกฝ่ายอาจจะล้มละลายได้เลยทีเดียว

ขณะเดียวกันแม้ว่าคนอื่นจะรู้สึกเกรงใจสำหรับของขวัญมูลค่ามหาศาล แต่สำหรับคนขี้งกอย่างเซี่ยเฟยแล้วเขาก็พร้อมจะใช้คำพูดของอีกฝ่ายมาเป็นพันธนาการในการปล้นเงินอย่างเลือดเย็น

ปัจจุบันเซี่ยเฟยได้ปลอมตัวเป็นผู้ติดตามเฟอร์นันเดินไปตามท้องถนน ก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้าตรงไปยังร้านของพวกวิหคดำอีกครั้ง

เมื่อเซี่ยเฟยได้เข้ามาใกล้เขาก็ได้พบว่าร้านของพวกวิหคดำถูกสร้างขึ้นมาใหม่เรียบร้อยแล้ว ราวกับว่ามันไม่เคยมีความวุ่นวายเกิดขึ้นมาก่อนเลย แต่เนื่องมาจากการก่อสร้างอันเร่งรีบมันจึงทำให้ร้านดูมีความปราณีตน้อยกว่าเมื่อก่อน

นอกจากนี้เนื่องมาจากความวุ่นวายที่ชายหนุ่มได้สร้างขึ้นมา การรักษาความปลอดภัยของร้านจึงเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด มันจึงมีนักรบมากความสามารถคอยเดินตรวจตราอยู่รอบ ๆ ร้านเพื่อระวังความปลอดภัย

เฟอร์นันเป็นแขกของสมาคมวิหคดำที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว พวกเขาจึงเปิดม่านให้พวกเซี่ยเฟยเดินทางผ่านเข้าไปยังหลังร้านด้วยความเคารพ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่คิดว่าเซี่ยเฟยจะปลอมตัวอยู่กับคนในกลุ่มนี้ เพราะตามสามัญสำนึกของคนโดยทั่วไป มันย่อมไม่มีใครกล้ากลับมาหลังจากสร้างปัญหาให้กับพวกเขาอย่างเด็ดขาด

ด้านหลังร้านมีซอยแคบ ๆ ทอดยาวออกไป ก่อนที่พื้นที่โดยรอบจะค่อย ๆ กว้างขึ้นเรื่อย ๆ กลายเป็นร้านขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเมืองอันพลุกพล่าน

ผู้คนภายในงานมีจำนวนมากกว่า 1,000 คน ซึ่งบางคนก็พยักหน้าให้กับเฟอร์นันเพื่อเป็นการทักทายคล้ายกับว่าชายคนนี้พอจะมีชื่อเสียงอยู่มากพอสมควร

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปตรงไหนมู่เสียวเต๋าก็ไม่เคยอยู่ห่างจากเซี่ยเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเขาถูกกำชับมาจากเฟอร์นันว่าห้ามไม่ให้เซี่ยเฟยสร้างปัญหาขึ้นมา ไม่อย่างนั้นปัญหาหลังจากนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป

หลังจากได้พบกับมุมอันเงียบสงบเซี่ยเฟยกับมู่เสียวเต๋าก็ยืนพิงกำแพง เพราะในขณะนี้งานแลกเปลี่ยนสินค้ายังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ แขกที่เข้ามาภายในงานจึงกำลังนั่งพูดคุยกันเพื่อรองานเปิดเท่านั้น

เมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงตอนเย็นจำนวนคนที่เข้ามาในลานกว้างก็เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นมากกว่า 3,000 คน มันจึงทำให้ที่ว่างภายในร้านแทบจะไม่เหลือ และในทันใดนั้นมันก็มีกลุ่มคนเดินเข้ามานำโดยชายชราที่มีจมูกรูปทรงคล้ายกับตะขอ และหญิงสาวที่เซี่ยเฟยคุ้นเคยก็เดินมาพร้อมกับคนกลุ่มนี้ด้วย

“อะไรกัน นี่พวกเขาก็เป็นคนจากโลกใต้ดินด้วยงั้นเหรอเนี่ย?” เซี่ยเฟยพึมพำขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

***************

จบบทที่ ตอนที่ 790 งานชุมนุมของสมาคมใต้ดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว