เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 774 แบล็ครีเบลเลี่ยน

ตอนที่ 774 แบล็ครีเบลเลี่ยน

ตอนที่ 774 แบล็ครีเบลเลี่ยน


ตอนที่ 774 แบล็ครีเบลเลี่ยน

ทันใดนั้นมันก็ได้มีเสียงของเยว่เกอดังขึ้นมาจากหุบเขาที่อยู่ห่างไกล

สหายของเซี่ยเฟยคนนี้เป็นหญิงสาวผู้มีจิตใจอันแข็งแกร่ง และการที่เธอกรีดร้องออกมาได้แบบนี้ มันก็หมายความว่าสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงส่วนลึกของจิตใจ

“รีบไปที่นั่นเร็วเข้า!” เซี่ยเฟยตะโกนเสียงดังก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าตรงไปยังต้นกำเนิดเสียงในทันที

นักรบมารที่มีความเร็วสูงหลาย ๆ คนก็พยายามที่จะไล่ตามเซี่ยเฟยไปด้วยเช่นกัน แต่หลังจากที่พวกเขาวิ่งตามไปได้เพียงแค่ไม่กี่วินาที ร่างของพวกเขาก็ถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยใบหญ้าของหงส์ครามที่ปรากฏขึ้นมาจากบนพื้น

เพียงแค่ไม่นานชายหนุ่มก็เดินทางมาจนถึงจุดหมายได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะได้เห็นหญิงสาวทั้งสามกำลังยืนพิงหน้าผาและจ้องมองไปยังเนินเขาสีแดงเพลิงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเสียงรถไฟที่เซี่ยเฟยได้ยิน

“เกิดอะไรขึ้น?!” เซี่ยเฟยตะโกนถามเมื่อได้เห็นบาดแผลบนแขนของเยว่เกอที่ยังคงมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” เยว่เกอตอบกลับพร้อมกับขมวดคิ้ว

“เธอจะไม่รู้ได้ยังไง? เธอจะบอกว่าเธอกัดแขนตัวเองเล่นงั้นเหรอ?!” ก่อนที่เซี่ยเฟยจะพูดอะไรไวท์ตี้ก็พูดประชดประชันขึ้นมาซะก่อน

“หุบปากไปซะไอ้นกโง่! จู่ ๆ แผลนี้มันก็เกิดขึ้นมาเองโว้ย” เยว่เกอตอบกลับไปอย่างดุร้ายโดยไม่สนใจตัวตนของไวท์ตี้เลยแม้แต่นิดเดียว

เหตุการณ์นี้ทำให้นกขาวรู้สึกตกตะลึงอย่างฉับพลัน เธอจึงพยายามชี้ปีกไปยังหญิงสาวตรงหน้าด้วยร่างกายที่สั่นเทา

ในเวลาเดียวกันเซี่ยเฟยยังคงสงสัยกับคำอธิบายอันคลุมเครือของเยว่เกอ เพราะมันเห็นได้ชัดเลยว่าบาดแผลของเธอเกิดขึ้นจากการที่ใครสักคนมาทำร้าย แต่การที่หญิงสาวไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือใครมันจึงยิ่งทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันสับสนมากไปใหญ่

“ตอนที่พี่เยว่เกอพยายามใช้กฏแห่งภาพลวงตาครอบคลุมภูเขาและสร้างกับดักเพื่อช่วยเหลือพวกเราในระหว่างการหลบหนี จู่ ๆ การเคลื่อนไหวของพี่เขามันก็เหมือนจะไปรบกวนอะไรบางอย่างที่อยู่ในภูเขา มันเลยจู่โจมเข้าใส่พี่เยว่เกออย่างฉับพลันแบบนี้” เซียวรั่วหยูอธิบายออกไปอย่างรวดเร็ว

จักจั่นขาวดูเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่างออกไปด้วยเช่นกัน แต่เนื่องมาจากลักษณะนิสัยที่พูดไม่เก่ง เธอจึงตัดสินใจเก็บเรื่องนี้เอาไว้อย่างกังวลเพียงคนเดียว

“สรุปคือตัวอะไรเป็นคนทำร้ายเยว่เกอกันแน่?” เซี่ยเฟยถามอีกครั้ง แต่หญิงสาวทั้งสามกลับส่ายหัวพร้อมกัน มันจึงยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น

“เซี่ยเฟย พวกมารกำลังมา” แบล็คกี้กล่าวพร้อมกับมองไปยังด้านหลังอย่างประหม่า

“โถ่เว้ย! รีบมานี่ก่อนเร็ว ๆ เข้า” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ก่อนที่เขาจะรีบอุ้มหญิงสาวทั้งสามเอาไว้ในอ้อมแขน

ไม่ว่าจะเป็นเซียวรั่วหยู, เยว่เกอหรือจักจั่นขาวต่างก็ล้วนแล้วแต่มีความงดงามจนทำให้คนส่วนใหญ่ต่างก็รู้สึกหลงใหล แต่เซี่ยเฟยกลับอุ้มหญิงสาวทั้งสามเอาไว้ในอ้อมแขนของเขาเพียงคนเดียว ซึ่งถ้าหากว่าคนนอกได้มาเห็นภาพเหตุการณ์นี้ พวกเขาก็คงจะรู้สึกอิจฉาเซี่ยเฟยจนแทบอยากจะเป็นบ้า

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้เลย สิ่งเดียวที่เขาคิดคือศัตรูกำลังใกล้เข้ามา แล้วเขาก็จำเป็นจะต้องพาหญิงสาวทั้งสามให้หลบออกไปยังสถานที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

สิ่งที่นักรบรู้สึกว่ากลัวมากที่สุดคือการต่อสู้อย่างพะวงหน้าพะวงหลัง เพราะถ้าหากว่ามันยังมีคนห่วงใยอยู่ใกล้ ๆ ตัวชายหนุ่มจะสามารถต่อสู้อย่างสุดกำลังได้ยังไง และถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะมั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะนักรบมารนับพันได้โดยลำพัง แต่เงื่อนไขสำคัญก็คือเซียวรั่วหยูจะต้องปลอดภัย

การอุ้มของเซี่ยเฟยทำให้ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสามเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างฉับพลัน แต่มันก็ไม่มีใครโต้แย้งการกระทำของชายหนุ่มเลยแม้แต่คนเดียว

เมื่อมีหญิงสาวทั้งสามอยู่ในอ้อมแขน เซี่ยเฟยก็ไม่สามารถที่จะเร่งความเร็วอย่างสุดกำลังได้ ไม่อย่างนั้นแรงลมก็จะทำร้ายหญิงสาวทั้งสามด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดพวกเธอก็ไม่ใช่ผู้ที่มีพลังความเร็วอยู่ในระดับเดียวกันกับเขา

หลังจากวิ่งไปได้เพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตรมันก็มีเหตุการณ์อันแปลกประหลาดเกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะเสียงที่ดูคล้ายรถไฟกลับดังขึ้นอย่างถี่รัวมากขึ้นกว่าเดิม ที่สำคัญคือเสียงนั้นยังกำลังมุ่งหน้าเข้ามาหาชายหนุ่มโดยปราศจากร่างใด ๆ ที่อยู่ในระยะสายตา

ตูม!

จู่ ๆ ร่างสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งออกมาจากพิ้นดิน กีดขวางเส้นทางของเซี่ยเฟยเอาไว้ด้วยความเร็วที่สูงมาก โดยร่างกายของมันมีขนาดความยาวมากกว่า 5 กิโลเมตร จนทำให้มันดูคล้ายกับรถไฟขนาดยักษ์

ทั่วทั้งลำตัวของมันถูกปกคลุมไปด้วยเปลือกแข็งสีดำสนิท และเสียงที่ดังคล้ายกับรถไฟนั่นก็คือเสียงของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตัวนี้ที่ได้เคลื่อนที่ใต้พื้นดิน

เซี่ยเฟยสามารถทำความเข้าใจได้ในทันทีว่าเนินเขาสีแดงคือสถานที่ที่สัตว์อสูรตัวนี้อาศัยอยู่ และสิ่งที่พวกเยว่เกอทำคือการเข้าไปรบกวนสัตว์อสูรร่างยักษ์โดยไม่ได้ตั้งใจ หนามที่ยื่นออกมาจากร่างสีดำขนาดใหญ่จึงเป็นชิ้นส่วนที่ทำให้แขนของเยว่เกอได้รับบาดเจ็บ

หงส์คราม!

ขณะที่ร่างของชายหนุ่มกำลังจะปะทะกับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ หงส์ครามจากแขนขวาของเขาก็พุ่งตัวออกไปยันพื้นดินส่งผลให้ร่างกายของเขาลอยขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกันหางของอสูรร่างยักษ์ก็ยกขึ้นพร้อมกับจู่โจมไล่ตามเซี่ยเฟยที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

เล่ห์กายา!

ชายหนุ่มพลิกร่างกายกลางอากาศอย่างฉับพลัน เพื่อหลบหลีกการโจมตีด้วยการเคลื่อนไหวแปลกประหลาด

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มจะสามารถหลบหลีกการโจมตีได้อย่างสวยงาม แต่การเคลื่อนไหวฉวัดเฉวียนไปมาก็ทำให้หญิงสาวทั้งสามที่ถูกแบกมาเกือบจะอาเจียน

“เอาไป” เมื่อเท้าของชายหนุ่มสัมผัสกับพื้นอีกครั้ง เซี่ยเฟยก็โยนร่างสาวงามทั้งสามในอ้อมแขนไปที่แบล็คกี้กับไวท์ตี้

นกแก้วขนาดยักษ์ทั้งสองเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พวกมันจึงใช้ร่างกายอันใหญ่โตในการรองรับหญิงสาวเอาไว้ แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟยจะเป็นเรื่องที่ฉุกละหุกเกินไปสำหรับพวกมันก็ตาม

เหตุการณ์นี้ทำให้แบล็คกี้รู้สึกตกตะลึงอย่างแท้จริง เพราะมันไม่เคยคิดมาก่อนว่าเซี่ยเฟยจะกล้าโยนสาวงามออกไปอย่างโหดร้ายแบบนี้

“ตายไปซะ!” เซี่ยเฟยส่งเสียงร้องคำรามพุ่งตัวเข้าใส่สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่ดูคล้ายกับเครื่องจักร

เป้ง!

แข็งมาก!

น่าเสียดายที่ถึงแม้เซี่ยเฟยจะใช้บลัดบิวเทียสจู่โจมด้วยพละกำลังทั้งหมด แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะเจาะทะลุเปลือกแข็งที่ห่อหุ้มร่างกายของศัตรูเข้าไปได้ และสิ่งที่ชายหนุ่มรู้สึกตกตะลึงมากกว่านั้นคือ แม้กระทั่งระเบิดพลังงานของขนอุยก็ไม่สามารถที่จะเจาะทำลายเปลือกแข็งของศัตรูเข้าไปได้ด้วยเช่นกัน

“นั่นมันอะไร? ทำไมร่างของมันถึงแข็งแบบนั้น?!” ไวท์ตี้อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

หลังจากการปะทะในรอบแรก อสูรร่างยักษ์ก็ขุดตัวลงไปในดินอีกครั้งพร้อมกับก่อให้เกิดเสียงดังคล้ายเสียงรถไฟดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา

ในเวลาเดียวกันกลุ่มนักรบมารที่ตามมาจากด้านหลังก็ตามมาทันพวกเขาแล้ว มันจึงยิ่งทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันสับสนวุ่นวายมากกว่าเดิม

แต่ในขณะที่พวกมารกำลังจะโจมตีเข้าใส่เซี่ยเฟยนั้น อสูรร่างยักษ์ก็ได้ใช้ร่างกายของมันในการกระแทกเข้าใส่กลุ่มนักรบมารอย่างรุนแรง

“แย่แล้ว! พวกเซี่ยเฟยบังเอิญไปล่อแบล็ครีเบลเลี่ยนออกมา” เทพดำที่อยู่ในห้องบัญชาการอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง และเนื่องมาจากว่าพวกเขาสองพี่น้องไม่สามารถเข้าสู่สนามรบโบราณได้ พวกเขาจึงทำได้เพียงแต่ส่งแรงใจไปให้จากที่นี่เท่านั้น

“แบล็ครีเบลเลี่ยน? ทำไมฉันถึงไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่ามันมีสัตว์ประหลาดแบบนี้อยู่ในสนามรบโบราณด้วย” เทพขาวกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“มันไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่เป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่มีระดับสูงกว่าไวท์ตี้กับแบล็คกี้ของพวกเรารวมกันซะอีก”

“นานมาแล้วมีนักรบมารที่ได้ครอบครองอสูรศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่ง ต่อมาบุคคลนี้ก็ได้เสียชีวิตในสนามรบโบราณ แบล็ครีเบลเลี่ยนจึงปกป้องร่างเจ้านายของมันนับตั้งแต่นั้นอย่างภักดี จากนั้นสนามรบโบราณก็ปิดตัวลง มันจึงไม่มีข่าวแบล็ครีเบลเลี่ยนออกมาอีกเลย ฉันเลยไม่เคยคาดคิดว่ามันจะมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้” เทพดำกล่าว

“อ๋อ ๆ ๆ ฉันจำได้แล้ว ดูเหมือนฉันจะเคยได้ยินเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ว่าแต่มันก็อยู่ในสนามรบแห่งนี้มาเป็นเวลานาน ทำไมจู่ ๆ มันถึงเริ่มจู่โจมเข้าใส่คนอื่นหลังจากที่ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมานานแล้วล่ะ?” เทพขาวกล่าวอย่างนึกขึ้นได้

“ถึงแม้ว่ามันจะใจดีอยู่เงียบ ๆ มาโดยตลอด แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าแบล็ครีเบลเลี่ยนจะทำร้ายนักรบที่เข้าไปรบกวนมันไม่ได้ บางที 1 ใน 3 สาวคงจะไปกระตุ้นแผลเก่าของมันขึ้นมา เลยทำให้มันออกมาอาละวาดแบบนี้” เทพดำกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปยังภาพหน้าจอของพวกเยว่เกอ

ภาพบนหน้าจอยังคงเป็นการต่อสู้อย่างวุ่นวาย และเนื่องมาจากการปรากฏตัวของนักรบมาร มันจึงทำให้เซี่ยเฟยสามารถใช้ความวุ่นวายเพื่อหลบรอดออกมาจากการปะทะได้

ในทางกลับกันพวกนักรบมารก็กำลังตกอยู่ภายใต้การต่อสู้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเชสนี่พยายามกระตุ้นนักรบภายในทีมให้ต่อสู้กับสัตว์อสูรอย่างเต็มกำลัง

“โชคดีที่เซี่ยเฟยฉลาดมากพอไม่ได้เข้าไปพัวพันกับสัตว์อสูรตัวนี้” เทพดำกล่าวพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ขณะเฝ้าดูการหลบหนีอันชาญฉลาดของชายหนุ่ม

“เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมนักรบมารพวกนั้นถึงไม่สามารถทำอันตรายแบล็ครีเบลเลี่ยนได้เลย?” เทพขาวกล่าวขึ้นมาอย่างสับสน

“อสูรตัวนั้นไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร มีเพียงแต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพล้วน ๆ เปลือกที่ปกคลุมร่างมันอยู่มีความแข็งมาก และมันก็เป็นเกราะป้องกันชั้นยอดที่แม้แต่พลังกฎก็ไม่สามารถทะลุผ่านเปลือกสีดำของมันเข้าไปง่าย ๆ” เทพดำอธิบาย

“เปลือกของมันกันพลังกฎได้งั้นเหรอ?!” เทพขาวอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะโดยปกติมันจะมีเฉพาะชุดเกราะชั้นยอดที่มีพลังในการต่อต้านพลังกฎเท่านั้น

ในทางกลับกันนักรบมารพวกนั้นก็มีพลังเพียงแค่ราชากฎเท่านั้น พลังของพวกเขาจึงไม่มากพอที่จะเจาะทะลุการป้องกันของแบล็ครีเบลเลี่ยนเข้าไปได้ การต่อสู้ที่ดูเหมือนจะดุเดือดจึงกลับกลายเป็นการต่อสู้ที่มีการทำร้ายกันเพียงแค่ฝั่งเดียว

ร่างสีดำปรากฏตัวขึ้นมาตรงหน้าของทุกคนในพริบตา เผยให้เห็นร่างของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่มีความยาวมากกว่า 100 กิโลเมตร

เหล่าบรรดานักรบมารเริ่มถูกบีบให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสับสนกันอยู่นั้น มันก็ไม่มีใครทันสังเกตเห็นเลยว่าจักรพรรดิกฎผู้สั่งให้พวกเขาจู่โจมอย่างเต็มกำลังกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

***************

นี่สินะเป้าหมายที่เชสนี่วางแผนไว้

จบบทที่ ตอนที่ 774 แบล็ครีเบลเลี่ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว