เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 772 พบเจอไวท์ตี้กับแบล็คกี้อีกครั้ง

ตอนที่ 772 พบเจอไวท์ตี้กับแบล็คกี้อีกครั้ง

ตอนที่ 772 พบเจอไวท์ตี้กับแบล็คกี้อีกครั้ง


ตอนที่ 772 พบเจอไวท์ตี้กับแบล็คกี้อีกครั้ง

“นกแก้วตัวเท่าแมลงวันเนี่ยนะ!?” เซี่ยเฟยไม่เคยพบเจอกับสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน แต่ในทันใดนั้นเขาก็นึกถึงแบล็คกี้กับไวท์ตี้ที่เขาเคยได้พบในดินแดนเซิร์ก

ปฏิกิริยาแรกของชายหนุ่มคือการปิดแหวนมิติเพื่อตัดการเชื่อมต่อกับโอโร่ เพราะท้ายที่สุดอสูรเทวะทั้งสองตัวนี้ก็เป็นสัตว์เลี้ยงของเทพขาวและเทพดำ การที่พวกมันปรากฏตัวจึงหมายความว่าเทพทั้งสองจะต้องอยู่ใกล้ ๆ ด้วยเช่นกัน เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องตัดการเชื่อมต่อกับอดีตจอมมารไปก่อน ไม่อย่างนั้นมันก็คงจะเป็นเรื่องยากจะอธิบายที่จะบอกว่าทำไมโอโร่ถึงได้มาอยู่กับเขา

“สวัสดีท่านมารขาว สวัสดีเซี่ยเฟย” แบล็คกี้กล่าวทักทายขณะที่ไวท์ตี้พยักหน้าเล็กน้อยเพราะเธอไม่ค่อยชอบชายหนุ่มมากนัก

ขนอุยลืมตาตื่นขึ้นมาพยักหน้ากลับไปเล็กน้อย ก่อนที่มันจะหลับในอ้อมอกของเซี่ยเฟยอีกครั้ง คล้ายกับว่ามันไม่ได้ให้ความสนใจอสูรเทวะสองตัวนี้มากนัก

ในความเป็นจริงอสูรศักดิ์สิทธิ์มักจะมีความหยิ่งทะนงอยู่เสมอ พวกมันจึงไม่ค่อยจะให้ความสนใจใครมากนัก ดังนั้นนอกเหนือจากเจ้านายอย่างเซี่ยเฟย ขนอุยก็ไม่ค่อยที่จะให้ความสนใจในเรื่องอะไร

“ทำไมพวกคุณถึงมาที่นี่ได้? แป๊บหนึ่งนะฉันขอดักฟังเสียงในกระโจมก่อน เดี๋ยวฉันค่อยมาคุยกับพวกคุณทีหลัง” เซี่ยเฟยกล่าว

แบล็คกี้พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ขณะที่ไวท์ตี้พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด

หลังจากดักฟังบทสนทนาเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟยก็เรียกหงส์ครามกลับมาก่อนที่จะแอบออกจากค่ายของพวกนักรบมารอย่างเงียบ ๆ

เมื่อถอยออกมาห่างจากค่ายประมาณ 100 กิโลเมตร เซี่ยเฟยก็ถอดชุดเกราะออกจากร่างและสวมชุดดาร์กยูนิคอร์นเข้าไปตามเดิม

“นายกล้ามากเลยนะที่แอบเข้าไปในค่ายของพวกมารแบบนั้น นายไม่รู้หรือไงว่าผู้นำของพวกมารเป็นนักรบจากตระกูลดาร์กมิสท์ที่เป็นคู่ปรับตระกูลสกายวิงของนาย?” ไวท์ตี้กล่าวราวกับว่าเขากำลังสั่งสอนเซี่ยเฟย

“ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือฉันก็คงจะไม่ได้ลูกเสือ ถ้าฉันไม่ได้เข้าไปในค่ายของพวกมัน แล้วฉันจะหาข้อมูลของพวกมันได้ยังไง?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับยักไหล่ ท้ายที่สุดโอโร่ก็เล่าเรื่องของตระกูลดาร์กมิสท์ให้เขาฟังแล้ว เขาจึงรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตระกูลดาร์กมิสท์คือคู่ปรับของสกายวิง

“เมื่อกี้นายกำลังสืบเรื่องอะไรอยู่กันแน่?” แบล็คกี้สอบถาม

“เท่าที่ฉันประมวลผลได้ ภายในค่ายมีนักรบจากตระกูลดาร์กมิสท์ทั้งหมด 3 คน โดยมีเชสนี่เป็นผู้นำ ดูเหมือนพวกมันกำลังวางแผนนำนักรบพวกนี้ไปสังเวยที่เนินเขาเพื่อแผนการอะไรบางอย่าง” เซี่ยเฟยกล่าว

“พวกมันกำลังพยายามทำอะไรกันแน่? ถึงคิดจะใช้ชีวิตของนักรบนับพันเป็นเครื่องสังเวยแบบนี้ ถ้าหากตระกูลอื่นรู้ว่าตระกูลดาร์กมิสท์ใช้สหายร่วมเผ่าพันธุ์มารเป็นเครื่องสังเวยเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ทุกตระกูลคงจะรวมตัวกันทวงหาความยุติธรรมจากตระกูลดาร์กมิสท์อย่างแน่นอน” แบล็คกี้อุทานอย่างสงสัย

“ที่แน่ ๆ เป้าหมายของพวกมันจะต้องเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่อย่างนั้นพวกมันก็คงจะไม่กล้าเอาตระกูลไปเสี่ยงกับภัยพิบัติแบบนี้ บางทีมันอาจจะเป็นอาวุธล้ำค่าสักชิ้นหนึ่งก็ได้” เซี่ยเฟยกล่าว

แบล็คกี้พยักหน้ารับหลังจากที่มันกลับคืนร่าง โดยในตอนนี้มันก็มีขนาดร่างสูงใหญ่มากกว่าเดิมแล้ว

“ว่าแต่พวกคุณมาที่นี่ได้ยังไง?” เซี่ยเฟยถาม

“มันจะอะไรซะอีกล่ะ! ที่พวกเราต้องมากที่นี่ก็เป็นเพราะนายนั่นแหละ” ไวท์ตี้กล่าวแทรกก่อนที่แบล็คกี้จะกล่าวตอบ

“เพราะฉันงั้นเหรอ? เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉัน?” เซี่ยเฟยถามพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ตัวเองด้วยความไม่รู้

“เจ้านายของพวกเรากังวลว่านายกับนักรบเผ่าเทพจะถูกพวกมารกำจัด พวกเขาเลยส่งพวกเรามาที่นี่” ไวท์ตี้กล่าว

“เทพขาวกับเทพดำอยู่แถว ๆ นี้งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับมองไปรอบ ๆ อย่างกังวล

“ไม่ใช่ ผู้ที่มีพลังเหนือกว่าจักรพรรดิกฎไม่สามารถที่จะเข้าสู่สนามรบโบราณได้ แต่ฉันกับไวท์ตี้เป็นอสูรเทวะที่อยู่นอกเหนือกฏเกณฑ์ พวกเราจึงเข้ามาในสนามรบแห่งนี้ได้ นายท่านยังฝากบอกด้วยว่าหลังจากสนามรบโบราณปิดตัวลง พวกเขาก็อยากจะพูดคุยอะไรกับนายสักหน่อย” แบล็คกี้กล่าว

“อือ ฉันก็อยากเจอกับพวกเขาอยู่เหมือนกัน ว่าแต่ฉันสมควรจะเรียกพวกเขาว่าอะไร? ใช่เทพขาวกับเทพดำเหมือนเดิมไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวถาม

“ชื่อเทพดำกับเทพขาวเป็นชื่อที่พวกเซิร์กใช้เรียกหานายท่าน เพราะนายท่านคนหนึ่งชอบแต่งชุดสีดำ ขณะที่นายท่านอีกคนชอบแต่งชุดสีขาว ถ้าจะเรียกให้ถูกนายควรเรียกนายท่านว่าท่านฮัวไป๋กับท่านฮัวเฮย” แบล็คกี้กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

‘ที่แท้พวกเขาก็เป็นคนของตระกูลฮัวนี่เอง’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเอง

“นายท่านกำลังสนใจว่าตอนนี้นายฝึกฝนกฎแห่งความโกลาหลไปจนถึงไหนแล้ว และนายมาเข้าร่วมกับตระกูลสกายวิงได้ยังไง?” แบล็คกี้กล่าว

“เรื่องมันยาวมาก เอาเป็นว่าเดี๋ยวมีเวลาฉันจะเล่าให้ฟัง แต่ที่สำคัญคือไม่นานมานี้ฉันมีโอกาสได้พบกับเทพชราที่ชื่อผู้อาวุโสไซ แล้วเขาคนนั้นก็ถามฉันเกี่ยวกับเรื่องของดำน้อยกับขาวน้อย” เซี่ยเฟยกล่าว

เมื่อได้ยินชื่อของไซทั้งแบล็คกี้กับไวท์ตี้ต่างก็สะดุ้ง ก่อนที่จะถามเซี่ยเฟยออกมาพร้อมกัน

“นี่นายได้พบกับผู้เฒ่าไซงั้นเหรอ? เขาถามนายว่าอะไรบ้าง?”

“เขาแค่พยายามเค้นถามฉันว่าเทพขาวกับเทพดำอยู่ที่ไหน ดูเหมือนว่าเจ้านายของพวกนายกำลังถูกตามล่าตัวอยู่นะ” เซี่ยเฟยกล่าว

“เรื่องนี้มันค่อนข้างซับซ้อน เอาเป็นว่าหลังจากสนามรบโบราณปิดตัวลงเจ้านายจะอธิบายทุกอย่างให้นายฟังเอง ตอนนี้ภารกิจที่เจ้านายมอบหมายให้กับเราคือการลงมาช่วยเหลือนาย ว่าแต่ตอนนี้นายมีแผนการจะทำอะไรบ้าง?” แบล็คกี้กล่าว

“พวกเราจะค่อย ๆ แอบตามพวกมันไปเพื่อดูว่าพวกมันกำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่” เซี่ยเฟยตอบ

เซี่ยเฟยไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะได้พบเทพขาวกับเทพดำในสถานที่อันห่างไกลแห่งนี้ แล้วอย่างน้อยเขาก็ได้รู้ชื่อที่แท้จริงของเทพเจ้าทั้งสองแล้ว ส่วนคำถามเรื่องกฎแห่งความโกลาหลกับคำถามในเรื่องอื่น ๆ เขาค่อยเก็บเอาไปถามเทพเจ้าทั้งสอง หลังจากที่พวกเขาได้พบกันเมื่อสนามรบโบราณได้ปิดตัวลง

หลังจากเวลาผ่านพ้นไปเพียงแค่ไม่นาน นักรบมารก็ได้กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง ก่อนที่นักรบอ้วนคนหนึ่งจะเดินออกมาจากฝูงชนและส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง

“คนตรงกลางชื่อเชสนี่มาจากตระกูลดาร์กมิสท์ เขาได้รับฉายาว่าฝ่ามือสายฟ้า เนื่องมาจากว่าเขาสามารถลงมือจู่โจมได้รวดเร็วมาก ส่วนนักรบ 2 คนที่อยู่ข้าง ๆ เขาชื่อชาร์คกับยาคุที่มาจากตระกูลอิโดซ่าและตระกูลไคลี่ซึ่งเป็นตระกูลขนาดใหญ่ภายในดินแดนมารเหมือนกัน”

“ในบรรดานักรบทางฝั่งมารทั้งหมดที่เดินทางมายังสนามรบโบราณในครั้งนี้ พวกเขาทั้งสามคนคือนักรบที่โดดเด่นที่สุดแล้ว แต่เนื่องมาจากว่าชาร์คกับยาคุไม่ค่อยฉลาดมากนัก คนที่นายควรจะต้องระมัดระวังตัวมากเป็นพิเศษจึงมีเพียงแค่เชสนี่” ไวท์ตี้กล่าวอธิบาย

“นี่เธอรู้ข้อมูลของพวกมันมากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“นายไม่รู้หรือยังไงว่าพวกเราเป็นใคร?” ไวท์ตี้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เชสนี่ก็เริ่มกล่าวสุนทรพจน์ขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มของนักรบมาร

“พี่น้องทุกคนจงฟัง! วันนี้ฉันมีข่าวดี 2 เรื่องที่จะมาแจ้งให้ทุกคนทราบ”

ฝูงชนต่างก็เงียบเสียงลงเพื่อฟังคำพูดของเชสนี่อย่างตั้งใจ ท้ายที่สุดชัยชนะในช่วงหลาย ๆ วันที่ผ่านมาก็ทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทุกคนจึงต่างก็ล้วนแล้วแต่ไว้วางใจเชสนี่อย่างเต็มที่

“เรื่องแรกมีสายรายงานมาว่าเมื่อ 2 วันก่อนมีกลุ่มหญิงสาว 3 คนเดินทางเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้ ว่ากันว่าพวกเธอแต่ละคนงดงามราวกับนางมาร แน่นอนว่าทุกคนจะได้ลิ้มลองพวกเธอกันอย่างทั่วถึง” เชสนี่กล่าว

“เฮ้!!”

เหล่าบรรดานักรบมารต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น เมื่อพวกเขาได้จินตนาการถึงรูปร่างของหญิงสาวทั้งสาม

“ข่าวดียิ่งกว่านั้นคือหญิงสาวทั้งสามต่างก็ครอบครองสมบัติล้ำค่าติดตัวมาอย่างมากมาย ถ้าหากว่าใครจับตัวเธอได้ ฉันคนนี้จะตอบแทนรางวัลให้เขาคนนั้นอย่างงาม”

“เฮ้!!!”

เหล่าบรรดานักรบต่างก็รู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะพวกเขาไม่เพียงแต่จะได้เจอสาวงามเท่านั้น แต่พวกเขายังมีโอกาสจะได้รับสมบัติมากมายมาอยู่ในการครอบครองอีกด้วย

เชสนี่มองปฏิกิริยาทุกคนอย่างพึงพอใจ ก่อนที่จู่ ๆ สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างจริงจัง

“ความจริงแล้วสาว ๆ พวกนั้นเป็นเพียงแค่ของเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ข่าวดีเรื่องที่ 2 คือสายลับได้รายงานมาว่าด้านในหุบเขามีร่องรอยบางอย่างที่เป็นสัญญาณว่าจะมีสมบัติชั้นยอดปรากฏตัวขึ้นมา”

“สมบัติชั้นยอด?!”

“สมบัติชั้นยอดที่หลงเหลือมาจากสมัยโบราณ!”

นักรบเผ่ามารทุกคนต่างก็ตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เพราะสาเหตุหลักที่พวกเขาเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ นั่นก็เพราะว่าพวกเขาอยากจะมีโอกาสสัมผัสกับสมบัติชั้นยอดที่ตกทอดมาจากสมัยโบราณสักครั้ง

แม้ว่าเชสนี่จะบอกเพียงว่ามันมีสัญญาณการปรากฏตัวของสมบัติชั้นยอด แต่ข้อมูลเพียงเท่านี้มันก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนต้องการจะออกเดินทางต่ออย่างบ้าคลั่ง

เมื่อได้รับข่าวดีนักรบมารนับพันก็ออกเดินทางด้วยความรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม เพราะทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่ต้องการเป็นแนวหน้า มันจึงไม่มีใครอยากจะถูกทิ้งเอาไว้ยังด้านหลัง

เซี่ยเฟยมองภาพตรงหน้าอย่างตลกขบขัน เพราะเขารู้ดีว่านักรบพวกนี้เป็นเพียงตัวเบี้ยที่เชสนี่พร้อมจะสละทิ้งได้ทุกเวลา การที่พวกเขาเร่งเดินทางมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งทำให้เชสนี่รู้สึกมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม

กองกำลังนักรบมารออกเดินทางทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลายาวนาน 36 ชั่วโมงติดต่อกัน โดยเซี่ยเฟยยังคงติดตามกองกำลังขนาดใหญ่อยากใกล้ชิด ซึ่งในบางครั้งมันก็มีนักรบมารหลุดออกมาจากกองกำลังด้วยความเหนื่อยล้า และนักรบพวกนั้นย่อมตกเป็นเหยื่อของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

ภูมิประเทศบริเวณด้านหน้าเริ่มมีความลาดชันมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับกระแสลมที่พัดแรงขึ้นตามระยะทางที่พวกเขามุ่งหน้าตรงไปเช่นเดียวกัน และมันก็มีเสียงคล้ายกับเสียงรถไฟดังกึกก้องอยู่ในหูของเซี่ยเฟยตลอดเวลา

ตูม!

ทันใดนั้นกองกำลังแนวหน้าก็เกิดความวุ่นวาย เมื่อเซี่ยเฟยมองไปยังพื้นที่แนวหน้าในระยะไกล เขาก็ได้พบว่านักรบเหล่านี้กำลังโจมตีไปที่ภูเขา

“ทำไมจู่ ๆ พวกมันถึงโจมตีเข้าใส่ภูเขา?” แบล็คกี้กล่าวถามขึ้นมาด้วยความสงสัย โดยในตอนนี้มันได้ย่อร่างกายเป็นนกแก้วตัวเล็ก ๆ ยืนเกาะอยู่บนไหล่ของเซี่ยเฟย

คลื่น!

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสับสน ภูเขาที่ถูกโจมตีก็เริ่มถล่มลงมาพร้อมกับอัญมณีสีม่วงอันสวยงามจำนวนหนึ่งที่บินออกมาจากด้านหลังของภูเขา เพื่อต้านทานการจู่โจมของพวกนักรบมารอย่างยากลำบาก

***************

อย่าบอกนะว่า…

จบบทที่ ตอนที่ 772 พบเจอไวท์ตี้กับแบล็คกี้อีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว