เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 767 สาวงามในสนามรบ

ตอนที่ 767 สาวงามในสนามรบ

ตอนที่ 767 สาวงามในสนามรบ


ตอนที่ 767 สาวงามในสนามรบ

“เซี่ยเฟยโชคดีจริง ๆ ที่ได้เข้าร่วมโครงการอัลฟ่าเพียงคนเดียว และถูกส่งตรงไปยังระบบช่วยพัฒนาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ๆ แบบนี้” เทพดำกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่น่าเสียดายที่หน้าจอแสดงผลของเซี่ยเฟยดับลงไป เขาจึงมองไม่เห็นว่าชายหนุ่มถูกระบบพัฒนาพลังในรูปแบบไหนกันแน่

“ฉันว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับโชคหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะนิสัยเฉพาะตัวของเขา ระบบโบราณก็คงจะไม่ส่งเขาไปทำการทดสอบอย่างพิเศษแบบนี้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะความพยายามของเขาเองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับโชคอะไรเลย” เทพขาวกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

ยิ่งเทพขาวได้เห็นเซี่ยเฟยมากเท่าไหร่ ทัศนคติที่เขามีต่อชายหนุ่มก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทีละน้อย ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ใช่คนซื่อบื้อเหมือนน้องชายตัวเองที่จะชื่นชอบใครเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นผู้สืบทอดพลังของตัวเอง เขาจึงจำเป็นจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาเซี่ยเฟยนานพอสมควร

“สถานที่แห่งนี้ช่างซ่อนความลับเอาไว้อย่างมากมายจริง ๆ แต่สิ่งที่ฉันสงสัยคือตาเฒ่าพวกนั้นเป็นคนมาปรับให้สนามรบโบราณเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันจริง ๆ เหรอ?” เทพดำกล่าวถามอย่างสงสัย

“ไม่ว่าจะยังไงกรณีของเซี่ยเฟยก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าระบบได้มีการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับนักรบในปัจจุบันแล้ว และในตอนนี้แม้แต่พวกเราที่อยู่ในห้องควบคุมก็ยังไม่สามารถเฝ้าดูสถานการณ์ของทางฝั่งเซี่ยเฟยได้” เทพขาวกล่าว

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าระบบนี้จะปิดกั้นเราได้ พวกเรามาลองหาช่องโหว่ของระบบกันดูดีกว่า” เทพดำกล่าว

“นี่นายยังคิดจะฝ่าฝืนคำสั่งเข้าไปในสนามรบอีกงั้นเหรอ? ถึงแม้ว่าเราจะเข้าไปได้แต่พวกตาเฒ่านั่นก็คงจะค้นพบตัวตนของเราในทันทีอยู่ดี” เทพขาวกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วเมื่อได้เห็นความคิดแปลก ๆ ของน้องชายตัวเอง

“ใครบอกว่าพวกเราจะเข้าไปล่ะ? สนามรบโบราณมันแปลกมากที่สามารถปฏิเสธไม่ให้ผู้มีพลังระดับจักรพรรดิกฎขึ้นไปเดินทางเข้าสู่สนามรบได้ แต่ถึงแม้ว่าพวกเราจะเข้าไปไม่ได้ แต่เจ้าพวกนั้นมันก็เข้าไปได้นี่นา” เทพดำกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังนกทั้งสองตัวด้วยแววตาที่เจ้าเล่ห์

“นั่นสินะ พวกมันเป็นสัตว์อสูรไม่ใช่นักรบซะหน่อย” เทพขาวกล่าวด้วยรอยยิ้มและเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้ในทันทีว่าน้องชายของเขากำลังคิดอะไร

พลั่ก!

ร่างกายของเซี่ยเฟยร่วงหล่นลงบนพื้น ซึ่งเวลาที่ใช้ในการชำระพลังงานภายในร่างกายของเขากินเวลาไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น และมันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับการได้เล่นรถไฟเหาะ ที่ในช่วงแรกมันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจแต่หลังจากนั้นมันกลับทำให้เขารู้สึกสบายตัว

ชายหนุ่มพยายามขยับร่างกายและสัมผัสได้ว่าร่างกายของเขาไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรไปจากอดีตมากนัก ยกเว้นร่างกายที่รู้สึกเบาขึ้นและสมองที่รู้สึกโปร่งโล่งมากขึ้นกว่าเดิม

“เมื่อกี้คุณบอกว่าระบบทำการชำระล้างพลังงานให้กับผมงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย

“ใช่ การชำระล้างพลังงานแบบนี้จำเป็นจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นพลังงานขั้นที่ 6 ขึ้นไปในการดำเนินการเท่านั้น ซึ่งมันก็จะทำให้พลังงานภายในร่างของนายมีความบริสุทธิ์มากขึ้นกว่าเดิม”

“กระบวนการนี้เหมือนเป็นการทำความสะอาดเส้นพลังงานภายในร่างกายของนายใหม่ทั้งหมด แล้วมันก็จะช่วยให้พลังงานภายในร่างกายของนายไหลเวียนได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยปกติกระบวนการนี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ของ 2 เผ่าพันธุ์สูงสุดเท่านั้น การที่นายได้เพลิดเพลินกับการชำระล้างพลังงานก่อนคนอื่น มันก็จะช่วยให้นายสามารถพัฒนาพลังได้รวดเร็วกว่าคนอื่นด้วยเหมือนกัน” โอโร่กล่าวอธิบาย

“ผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นพลังงานทรงพลังมากขนาดนั้นเลยเหรอ? ตอนแรกผมก็คิดว่าพวกเขาสามารถสร้างคริสตัลต้นกำเนิดออกมาขายได้เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะสามารถใช้พลังในการชำระล้างพลังงานภายในร่างของนักรบได้อีกด้วย” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยความประหลาดใจ

“นักกลั่นพลังงาน, นักประดิษฐ์และนักปรุงยาเป็น 3 อาชีพสนับสนุนที่ดีที่สุดภายในจักรวาลแห่งนี้แล้ว ถ้าหากว่านายสามารถฝึกฝนทักษะใดในระดับสูงได้ ในเวลานั้นนายก็จะสามารถดึงดูดความสนใจของใคร ๆ ได้อีกเยอะ”

“ฉันรู้ว่านายมีความรู้ทั้งในด้านการปรุงยาและการกลั่นพลังงาน แต่การพยายามฝึกฝนพลังหลาย ๆ ด้านพร้อม ๆ กันมันเป็นความพยายามที่สิ้นเปลืองทรัพยากรมากเกินไป อย่าลืมว่าอีก 7 วันหลังจากนี้นายจะต้องเข้าสู่สนามรบที่เต็มไปด้วยอันตราย สิ่งแรกที่นายควรทำคือการพัฒนาพลังการต่อสู้ให้สูงที่สุด แล้วเรื่องอื่นค่อยมาคิดในตอนหลังก็ยังไม่สาย” โอโร่กล่าว

ภาพที่ฉายอยู่ตรงหน้าของเซี่ยเฟยในตอนนี้คือทางเลือกจากระบบว่าเซี่ยเฟยต้องการจะปรับปรุงพลังในด้านไหนของเขามากที่สุด ซึ่งจากคำอธิบายของโอโร่ระบบการช่วยเหลือตรงหน้าของเขานี้เป็นเพียงแค่ระบบระดับกลาง ๆ แต่มันก็ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเขาที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมกับสองเผ่าพันธุ์สูงสุดของจักรวาล

“ปัจจุบันผมควรจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการต่อสู้ให้ได้มากที่สุดจริง ๆ แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพในการต่อสู้ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องปรับปรุงเพียงแค่พลังกฎอย่างเดียวสักหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่มุมปาก

“แล้วนายจะทำยังไง?” โอโร่กล่าวถามอย่างสงสัย

เซี่ยเฟยเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร ก่อนที่เขาจะหยิบเบญจมาศดาวกระจายออกมาวางไว้บนพื้น

“ฉันลืมวิธีการนี้ไปได้ยังไง? ใช่แล้วการปรับปรุงประสิทธิภาพในการต่อสู้ของนายได้อย่างรวดเร็วที่สุด คือการให้หงส์ครามกลืนกินเบญจมาศดาวกระจายเข้าไปซะ” โอโร่กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

ทั้งเซี่ยเฟยและโอโร่ต่างก็รอคอยที่จะได้เห็นหงส์ครามหลังจากที่มันได้กลืนกินเบญจมาศดาวกระจายเข้าไป เพราะมันไม่มีใครรู้ว่าหลังจากที่อาวุธมายาทั้งสามชิ้นได้หลอมรวมพลังเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ออกมามันจะมีหน้าตาเป็นยังไงกันแน่

นอกจากนี้สนามรบโบราณยังมอบโอกาสที่หาได้ยากให้กับพวกเขา เพราะถ้าหากเซี่ยเฟยออกไปหลอมรวมอาวุธมายาในโลกภายนอก เขาก็จำเป็นจะต้องพบกับอุปสรรคอีกอย่างมากมาย แต่ถ้าหากพวกเขาทำการหลอมรวมเบญจมาศดาวกระจายที่นี่มันก็จะช่วยลดปัญหาให้เขามาก

ขนอุยกระพริบตาดวงน้อย ๆ ของมันอย่างเจ้าเล่ห์ ท้ายที่สุดมันกับหงส์ครามก็เป็นทั้งสหายร่วมรบและคู่แข่งที่ต้องแย่งชิงความรักจากเจ้านายคนเดียวกัน ดังนั้นเมื่อเซี่ยเฟยกำลังตั้งหน้าตั้งตาดูพัฒนาการของหงส์คราม แววตาของขนอุยจึงเผยความอิจฉาออกมาราวกับว่ามันกำลังมีแผนการอะไรบางอย่าง

ในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังพยายามหลอมรวมเบญจมาศดาวกระจายเข้ากับหงส์คราม การต่อสู้ในสนามรบโบราณก็ค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้น

นักรบทุกคนต่างก็กระตือรือร้นในการค้นหาสิ่งที่หลงเหลือมาจากสนามรบโบราณ แต่น่าเสียดายที่หลังจากสนามรบโบราณเปิดรับผู้มาเยือนมาเป็นเวลานาน มันจึงทำให้สมบัติที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในสนามรบน้อยลงไปเรื่อย ๆ

เมื่อสมบัติจากสมัยโบราณเหลือน้อยลงนักรบที่เข้ามาสำรวจก็มักที่จะจู่โจมกันเองเพื่อขโมยสิ่งของจากอีกฝ่าย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การที่พวกเขาสามารถหาสมบัติได้พบหรือไม่ แต่คือการที่พวกเขาสามารถเอาสมบัติกลับไปได้อย่างปลอดภัยได้หรือเปล่า

ปัจจุบันเยว่เกอกำลังยืนหอบอยู่ใต้เนินดินและจ้องมองไปยังนักรบทั้งสองคนที่อยู่ไกลออกไป แม้ว่าหญิงสาวคนนี้จะมีนิสัยเสียไปบ้าง แต่ร่างกายของเธอก็ยังคงมีเสน่ห์มากพอให้ดึงดูดผู้ชายเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

“ไอ้สารเลว! อย่าเข้ามานะ!!” เยว่เกอตะโกนเสียงดังและพยายามเตะสิ่งของเข้าใส่ชายหนุ่มทั้งสอง

“น้องสาวอย่าทำแบบนี้กับพวกพี่เลย นี่พวกเรากำลังพยายามปกป้องน้องอยู่นะ น้องก็น่าจะรู้ว่าสนามรบโบราณอันตรายมาก สาวสวยบอบบางอย่างน้องจะอยู่ตัวคนเดียวได้ยังไง?” ชายทั้งสองคนที่ไล่ตามเยว่เกอมากล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ หลังจากที่เขาพูดจบทั้งคู่ต่างก็เลียริมฝีปากพร้อม ๆ กันขณะใช้สายตาลวนลามไปทั่วทั้งร่างของหญิงสาวตรงหน้า

ชายทั้งสองคนนี้ไม่เพียงแต่จะพูดพร้อมกันเท่านั้น แต่ทั้งหน้าตาและการเคลื่อนไหวของพวกเขายังเหมือนกันทุกประการ เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นฝาแฝดที่มีการเชื่อมโยงจิตใจเข้าหากันและกัน

พวกเขาทั้งคู่มาจากตระกูลดราก้อนฟายที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในดินแดนกฎ ซึ่งตระกูลนี้มีความเชี่ยวชาญในการใช้กฎแห่งการบิน ทำให้สมาชิกในตระกูลสามารถเคลื่อนไหวในอากาศได้อย่างอิสระ และชายทั้งสองคนนี้ก็มีชื่อว่าซานจิ่งกับซานตู

เหตุผลที่เยว่เกอเดินทางมายังดินแดนกฎได้ นั่นก็เพราะว่าผู้นำตระกูลดราก้อนฟายชอบในพลังลวงตาของเธอ ท้ายที่สุดพลังลวงตากับกฎแห่งการบินก็เป็นการจับคู่พลังที่สมบูรณ์แบบ ผู้นำตระกูลดราก้อนฟายจึงพาเยว่เกอมายังดินแดนกฎและสอนกฎแห่งภาพลวงตาให้กับเธอ

ซานจิ่งกับซานตูเฝ้าดูเยว่เกออย่างโหยหามาเป็นเวลานานแล้ว แต่เนื่องมาจากหญิงสาวได้รับการคุ้มครองจากผู้นำตระกูล พวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรหญิงสาวคนนี้ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันพวกเขาอยู่ในสนามรบโบราณ พวกเขาจึงพยายามใช้โอกาสนี้เพื่อให้ได้ใกล้ชิดเยว่เกอมากยิ่งขึ้น

ซานจิ่งกับซานตูบินแยกออกไป 2 ข้าง โดยคนหนึ่งบินมาคว้าใบหน้าของหญิงสาวเอาไว้ ขณะที่อีกคนพยายามใช้นิ้วลูบไล้ไปตามเอวของหญิงสาว

“น้องสาว พวกเราคือคนที่มีโอกาสกลายเป็นจักรพรรดิกฎมากที่สุดในตระกูลเลยนะ ถ้าหากว่าเธอยอมมาอยู่กับเรา ในอนาคตเธอก็จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”

“หากเธอทำให้พวกเรามีความสุข บางทีพวกเราก็อาจจะพาเธอขึ้นไปยังเบื้องบนด้วยก็ได้ ในเวลานั้นพวกเราจะยกตำแหน่งสนมให้กับเธอเอง”

ชายหนุ่มทั้งคู่ยังคงพูดเรื่องของตัวเองออกไปโดยไม่สนใจท่าทีขัดขืนของเยว่เกอเลยแม้แต่นิดเดียว

เยว่เกอกัดฟันและพร้อมที่จะระเบิดพลังทั้งหมดของเธอออกมา แม้เธอจะรู้ว่าเธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา แต่เธอก็ไม่มีทางยอมตกเป็นของชายหนุ่มทั้งสองโดยไม่ขัดขืนอย่างแน่นอน

“หน้าด้านจริง ๆ ผู้ชาย 2 คนมารังแกผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง? คุณหนู พวกเรามาจัดการกับพวกเขากันเถอะ” ในขณะที่การต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของชายหนุ่มทั้งสอง

เมื่อเยว่เกอมองไปทางต้นเสียงเธอก็ได้พบกับหญิงสาวหน้าตาน่ารัก 2 คน ซึ่งทั้งคู่ก็ดูจะมีอายุน้อยกว่าเธอเล็กน้อย แน่นอนว่าทั้งสองคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากเซียวรั่วหยูกับจักจั่นขาว

“มันจะดีเหรอ?” จักจั่นขาวกล่าวถามขึ้นมาเบา ๆ

“ดีสิคะคุณหนู พวกมันเป็นคนเลว คนแบบนี้สมควรจะถูกฆ่าแล้ว!” เซียวรั่วหยูกล่าวเน้นย้ำ

จักจั่นขาวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เพราะเธอยังคงไม่เข้าใจการกระทำของทั้งคู่อยู่ดี

การปรากฏตัวของหญิงสาวทั้งสองทำให้ซานจิ่งกับซานตูมองไปยังเซียวรั่วหยูกับจักจั่นขาวอย่างตกตะลึง เพราะความงดงามของหญิงสาวทั้งสามต่างก็ต้องตาต้องใจพวกเขาไม่ด้อยไปกว่ากัน

เมื่อหญิงสาวได้มารวมตัวกันมันก็กลายเป็นกลุ่มหญิงงามอย่างแท้จริง แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ากุหลาบที่สวยงามมันก็มักที่จะมีหนามอันแหลมคม

***************

รอบนี้พี่เฟยจะได้เจอกับน้องไหม?

จบบทที่ ตอนที่ 767 สาวงามในสนามรบ

คัดลอกลิงก์แล้ว