เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 761 ระดับ S+

ตอนที่ 761 ระดับ S+

ตอนที่ 761 ระดับ S+


ตอนที่ 761 ระดับ S+ 

ขนอุยเคี้ยวคริสตัลก้อนสีเขียวอย่างมีความสุข ซึ่งเจ้าสัตว์อสูรตัวนี้ก็เป็นพวกที่มีปากที่น่ารำคาญอย่างแท้จริง เพราะเมื่อมันได้ลิ้มรสพลังงานระดับสูงอันแสนอร่อยแล้ว มันก็จะหมดความสนใจพลังงานที่อยู่ในระดับต่ำกว่านั้นในทันที

ซึ่งในตอนนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาป้อนคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4 ให้กับมัน เจ้าตัวน้อยก็จะดูดกลืนพลังงานด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด เขาจึงไม่มีทางอื่นนอกเสียจากจะต้องมอบคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 ให้กับขนอุยบ้างเป็นครั้งคราว

แม้ว่าจะไม่มีของอย่างอื่นที่มีประโยชน์ภายในห้องแห่งความลับระดับ 2 แต่อย่างน้อยการได้คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 กลับมามากกว่า 10,000 ก้อน มันก็ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับเซี่ยเฟยได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องอาหารการกินของขนอุยที่มักจะสร้างความปวดหัวให้กับเขาได้อยู่เสมอ

ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็ทำการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดระดับ 5 เข้าไปภายในร่างกาย ซึ่งพลังงานระดับนี้ก็สามารถที่จะแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาได้อย่างรวดเร็ว

“สมแล้วที่มันเป็นคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 พลังของมันทั้งเข้มข้นและบริสุทธิ์มากกว่าคริสตัลต้นกำเนิดระดับ 4เยอะเลย” เซี่ยเฟยพึมพำด้วยรอยยิ้ม

“มันก็แค่คริสตัลต้นกำเนิดระดับ 5 เมื่อไหร่ก็ตามที่นายเข้าสู่เผ่าพันธุ์สูงสุด นายก็จะได้พบกับพลังงานที่บริสุทธิ์มากยิ่งกว่านี้อีก พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ เวลานั้นมันใกล้จะมาถึงแล้ว” โอโร่กล่าวอย่างเฉยเมย

“อืม” เซี่ยเฟยพยักหน้าก่อนที่เขาจะเริ่มปรับเข็มทิศมิติตามคำแนะนำของโอโร่

ฟุบ!

ภายในพริบตาเซี่ยเฟยก็เดินทางมาจนถึงดวงดาวอันแปลกประหลาดที่บนท้องฟ้ามีเมฆหลากหลายสีสันล่องลอยไปมาอย่างงดงาม คล้ายกับว่าสถานที่แห่งนี้คือดวงดาวที่เต็มไปด้วยความแฟนตาซี

“ดาวดวงนี้เป็นจุดพักจุดสุดท้ายก่อนที่จะเดินทางไปยังสนามรบโบราณ” โอโร่กล่าวโดยไม่สนใจความสวยงามบนท้องฟ้าเลย

“เมื่อกี้พวกเราเคลื่อนที่มามากกว่า 7,000 ล้านปีแสงแล้วนะครับ นั่นมันเกินกว่าขอบเขตของดินแดนกฎไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวขึ้นมาอย่างสงสัย หลังจากที่เขาได้ตรวจสอบตำแหน่งปัจจุบันกับเข็มทิศมิติของตัวเอง

“ใช่แล้ว สนามรบโบราณไม่ได้อยู่ในเขตแดนของดินแดนกฎ แต่นี่มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น การเดินทางครั้งต่อไปมันจะไกลมากกว่านี้อีก” โอโร่กล่าว

“พวกเราจะต้องไปอีกไกลแค่ไหนงั้นเหรอครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสงสัย เพราะสถานที่ที่ไกลที่สุดที่เขาเคยไปคือดินแดนลับของพวกหุ่นยนต์ที่อยู่ห่างจากดินแดนกฎประมาณ 9,000 ล้านปีแสง

“เอาจริง ๆ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะสนามรบโบราณคือพื้นที่ที่ทั้งสองเผ่าพันธุ์สูงสุดได้ตกลงร่วมกันตั้งแต่สมัยโบราณ และมันก็ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้ สิ่งเดียวที่ฉันทำได้มีเพียงแค่การนำทางนายไปที่นั่น ส่วนคำถามอื่นฉันก็ตอบได้เพียงแค่ไม่รู้” โอโร่กล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“เหตุผลที่พวกเราต้องรีบออกเดินทางล่วงหน้า 28 วัน นั่นก็เพราะว่ามันมีบททดสอบสำหรับผู้มาเยือน ซึ่งบททดสอบมันก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปตามระดับพลังและสายเลือดของนักรบคนนั้น และถึงแม้ว่ามันจะมีคนที่พยายามเจาะเข้าไปในกลไกของการทดสอบ แต่มันก็ยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบในเรื่องนี้ได้”

“สิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีเพียงนักรบเป็นจำนวนมากถูกส่งกลับไป เพราะไม่สามารถผ่านการทดสอบได้ภายใน 4 สัปดาห์ และมันก็ยังมีนักรบเป็นจำนวนมากที่เสียชีวิตภายใต้การทดสอบของสนามรบโบราณด้วย” โอโร่กล่าว

“แค่เข้าไปในสนามรบมันจำเป็นจะต้องมีการทดสอบด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ในสมัยที่ยังมีการใช้สนามรบโบราณอยู่ มันก็ไม่ได้มีบททดสอบที่ยุ่งยากอะไรแบบนี้หรอก แต่หลังจากที่สนามรบโบราณถูกปิดตัวลงไป มันเลยมีการตั้งบททดสอบขึ้นมาเพื่อไม่ให้ใครเข้าไปภายในสนามรบโบราณได้ตามอำเภอใจ”

“ในการทดสอบนี้มันก็จำเป็นจะต้องใช้โชคอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ฉันขอเตือนเลยว่านายห้ามประมาทบททดสอบอย่างเด็ดขาด เพราะแม้แต่ภายในเผ่าพันธุ์ไลอ้อนฮาร์ทของฉันก็มีคนเสียชีวิตภายใต้บททดสอบไปแล้วหลายคน”

“ฉันหวังแค่ว่านายคงจะไม่โชคร้ายเกินไป เรื่องในสนามรบโบราณพวกเราค่อยมาคุยกันทีหลัง เอาเป็นว่าขั้นแรกนายจะต้องผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้ซะก่อน” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ และพ่นลมหายใจออกมา จากนั้นเขาก็หยิบเข็มทิศมิติสีเงินเพื่อทำตามคำแนะนำของโอโร่ต่อไป

“ใส่รหัส X3DE57…”

ฟุบ!

เมื่อเซี่ยเฟยใส่รหัสตามที่โอโร่บอกจนเสร็จ ร่างของเขาก็หายตัวไปจากดวงดาวหลากหลายสีสันอย่างไร้ร่องรอย

การเคลื่อนที่ผ่านประตูมิติในครั้งนี้เป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก ซึ่งเซี่ยเฟยก็รู้สึกราวกับว่าเขาเดินทางผ่านช่องว่างมิติมาเป็นเวลานานกว่า 20 นาที ซึ่งในช่วงเวลานั้นมันมีเพียงแค่ความรู้สึกที่เขากำลังตกลงมาจากที่สูงอย่างเงียบงันจนทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความวังเวง

ในที่สุดชายหนุ่มก็ปรากฏตัวขึ้นบนทางเดินแคบ ๆ ที่ทอดยาว โดยมีแสงไฟสีขาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมาทีละดวงเพื่อนำทางให้เขาเดินต่อไป

เซี่ยเฟยเดินไปตามทางและมองไปรอบ ๆ ก่อนที่เขาจะได้เห็นว่าผนังทั้งสองฝั่งทำขึ้นมาจากโลหะที่เขาไม่รู้จักแต่มันก็ให้ความรู้สึกที่แข็งแรงมาก

บนผนังมีภาพสลักบันทึกการต่อสู้ของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ อย่างมากมาย คล้ายกับว่ามันกำลังเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสงครามระหว่างเผ่าเทพและเผ่ามาร

หลังจากเดินไปได้ไม่ไกลในที่สุดชายหนุ่มก็เดินมาจนถึงห้องโถงสี่เหลี่ยมที่มีความสูงประมาณ 20 เมตร ขณะที่ฝั่งตรงข้ามมีตัวเลขที่ค่อย ๆ นับถอยหลังไปในแต่ละวินาที

“ยังเหลือเวลาอีก 37 นาทีก่อนที่พื้นที่รอบนอกของสนามรบโบราณจะเปิดออก ช่วงนี้ก็ยืนรออยู่เฉย ๆ ไปก่อน” โอโร่กล่าว

เซี่ยเฟยพยักหน้าพร้อมกับเดินไปพิงกำแพงและหลับตาลงเพื่อพยายามรวบรวมสมาธิ

ก่อนการเดินทางในครั้งนี้เขาพยายามเตรียมตัวอย่างดีที่สุดแล้ว และร่างกายของเขาในปัจจุบันก็อยู่ในสภาพที่พร้อมจะต่อสู้ได้มากที่สุด

เมื่อตัวเลขนับถอยหลังจนถึงศูนย์ ไฟบนทางเดินก็ดับลงเหลือเพียงแค่แสงสีขาวจาง ๆ เหนือศีรษะของเขาเท่านั้น

“เริ่มการทดสอบระดับ S+” เสียงของหญิงสาวอันเย็นชืดคล้ายกับเสียงของระบบดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“เดี๋ยวก่อน! ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้?!” โอโร่อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจหลังจากที่ระบบได้ประเมินการทดสอบระดับ S+ ให้กับเซี่ยเฟย

เหตุการณ์นี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสับสนมากพอสมควร เพราะโดยทั่วไประดับควรจะเป็นระดับ A, B, C, D แต่ทำไมจู่ ๆ ระบบถึงประเมินระดับ S+ ให้กับเขา

“ระดับ S+ มันยากมากเลยเหรอครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ยากสิ ยากแบบยากโคตร ๆ เลยด้วย” โอโร่กัดฟันตอบ ก่อนที่เขาจะพยายามสงบสติอารมณ์และอธิบายขึ้นมาว่า

“การทดสอบแบบปกติคือระดับ C, การทดสอบแบบยากคือระดับ B, การทดสอบแบบยากมากคือระดับ A และการทดสอบแบบนรกคือระดับ S ซึ่งถ้าหากว่ามันมีเครื่องหมายบวกต่อท้าย มันก็หมายความว่าการทดสอบในระดับนั้นจะทวีความเข้มข้นและความโหดร้ายมากขึ้นไปกว่าเดิม”

ก่อนที่เซี่ยเฟยจะทันได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน แสงสว่างเหนือศีรษะของเขาก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น ก่อนที่ร่างของเขาจะได้ไปปรากฏในป่าดิบชื้นขนาดใหญ่ที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

“เริ่มการทดสอบเอาตัวรอด” เสียงหญิงสาวจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง และทันใดนั้นมันก็มีร่างอันสูงตระหง่านร่อนลงมาจากบนท้องฟ้า

ตูม!

นักรบสวมหน้ากากร่อนลงจอดรอบ ๆ เซี่ยเฟยทีละคน โดยนักรบทุกคนต่างก็เปิดเผยออกมาเพียงแค่ดวงตาเท่านั้น ซึ่งดวงตาของพวกเขาก็เป็นสีเขียวเข้มราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังจ้องมองมาจากความมืดมิด

ในที่สุดนักรบเกราะหนักที่มีความสูงประมาณ 2 เมตรก็ปรากฏตัวขึ้นมาทั้งหมด 108 คน ชายหนุ่มจึงจ้องมองไปยังนักรบเหล่านี้อย่างระแวดระวัง เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไร

“ยืนอยู่เฉย ๆ ทำไม? รีบวิ่งสิ นี่มันบททดสอบการเอาชีวิตรอด!!” โอโร่ส่งเสียงตะโกนขึ้นมาอย่างฉับพลันและเซี่ยเฟยก็รีบวิ่งเข้าไปภายในป่าอย่างรวดเร็ว

พรางจิต!

ชายหนุ่มบังคับลมหัวใจตัวเองให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ คล้ายกับว่าตัวตนของเขาเป็นหนึ่งเดียวกับป่าแห่งนี้

“โชคไม่ค่อยดีเลยที่นายได้การทดสอบระดับ S+ ในช่วง 24 ชั่วโมงนี้ก็พยายามใช้ความเร็วหนีเจ้าพวกนั้นไปก่อนก็แล้วกัน” โอโร่กล่าวอย่างหงุดหงิด

เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเงียบและประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เพราะเหตุการณ์ในก่อนหน้านี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันมากเกินไป เขาจึงเริ่มหลบหนีก่อนที่จะทันได้วิเคราะห์สถานการณ์เลยด้วยซ้ำ

ทันใดนั้นเองมันก็มีแขนขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากข้างตัวของชายหนุ่ม โดยนิ้วทั้งห้าของมันนั้นกำลังกางออกอย่างทรงพลังเพื่อพยายามจะคว้าร่างของเขาไว้

เล่ห์กายา!

ชายหนุ่มรีบกระโดดหลบจากฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างตกใจ และเขาก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิชาพรางจิตกับความเร็วระดับสูงสุดของเขาจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงนักรบทั้ง 108 คนนั้นได้

ชายหนุ่มพยายามหลีกเลี่ยงการจู่โจมโดยไม่ปะทะ แต่นักรบทั้งสองคนที่ตามตัวเขามาก็สามารถที่จะโค่นล้มต้นไม้ขนาดใหญ่ได้ด้วยการต่อยออกไปเพียงแค่หมัดเดียว ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าพละกำลังของนักรบกลุ่มนี้มีความน่ากลัวมากขนาดไหน

แต่ในขณะที่ร่างของเซี่ยเฟยกำลังลอยอยู่ในอากาศนั่นเอง จู่ ๆ เขาก็ได้พบว่ามันมีนักรบอีกสี่คนกำลังจู่โจมเข้ามาทั้งสี่ด้าน คล้ายกับว่าในตอนนี้เขาได้ตกหลุมพรางที่อีกฝ่ายได้วางเอาไว้แล้ว

‘ร้ายกาจมาก’ เซี่ยเฟยร้องตะโกนภายในใจอย่างตกตะลึง

เซี่ยเฟยพยายามใช้ความเร็วหลบหนีศัตรูไปทั่วทั้งป่า แต่มันก็ดูคล้ายกับว่านักรบพวกนี้ซ่อนตัวอยู่ทุกที่ ซึ่งถ้าหากว่าเขาประมาทเมื่อไหร่ศัตรูก็พร้อมที่จะจู่โจมเขาให้ถึงตายได้ทันที

6 ชั่วโมงต่อมาทั่วทั้งร่างของชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยดินโคลน ใบหน้าของเขาได้กลายเป็นสีซีดเผือดและเขาก็หอบหายใจออกมาอย่างหนัก

นักรบทั้ง 108 คนคล้ายกับว่ามีดวงตาอยู่ทั่วทุกที่ จนทำให้เขาไม่สามารถที่จะหลบซ่อนตัวอยู่เฉย ๆ ได้แม้แต่นาทีเดียว ตลอดทั้ง 6 ชั่วโมงนี้เขาจึงจำเป็นจะต้องพยายามหลบหนีอย่างสิ้นหวัง ซึ่งในช่วงเวลานี้มันก็ไม่ได้มีเพียงแต่เซี่ยเฟยที่ตกตะลึงเพียงเท่านั้น เพราะแม้แต่โอโร่ก็ยังอ้าปากค้างเมื่อเห็นความแข็งแกร่งของนักรบเหล่านี้ด้วย

เมื่อพิจารณาให้ดีมันก็ดูเหมือนกับว่านักรบเหล่านี้ถูกปรับแต่งมาเป็นอย่างดีให้มีความสามารถโดดเด่นตรงตามจุดอ่อนของเซี่ยเฟย พวกมันจึงสามารถจู่โจมเข้าใส่ชายหนุ่มได้อยู่เสมอ และบังคับให้เขาทำได้เพียงแต่พยายามหลบหนีอย่างทุลักทุเลเท่านั้น

“บัดซบ!” เซี่ยเฟยสบถอย่างรำคาญใจ และทันใดนั้นฝีเท้าของเขาก็หยุดลงอย่างฉับพลัน ก่อนที่เขาจะหันไปจับจ้องมองศัตรูด้วยแววตาที่เย็นชา

“หยุดทำไม?! รีบหนีเร็วเข้า!!” โอโร่ตะโกนเสียงดังและเขาก็ลุ้นการต่อสู้ของเซี่ยเฟยจนตัวเขาเองก็เหนื่อยไปด้วยเหมือนกัน

“ผมไม่เข้าใจ กฎมันบอกเอาไว้ตรงไหนว่าผมจะต้องหนี?”

***************

อย่าบอกนะว่าพี่เฟยจะ…

จบบทที่ ตอนที่ 761 ระดับ S+

คัดลอกลิงก์แล้ว