เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 759 สุสานของนักรบชั้นยอดจำนวนนับไม่ถ้วน

ตอนที่ 759 สุสานของนักรบชั้นยอดจำนวนนับไม่ถ้วน

ตอนที่ 759 สุสานของนักรบชั้นยอดจำนวนนับไม่ถ้วน


ตอนที่ 759 สุสานของนักรบชั้นยอดจำนวนนับไม่ถ้วน

ศิลาหางฟินิกซ์บินวนรอบแอวริลราวกับภูตสีเขียวตัวน้อย คล้ายกับว่ามันยอมรับหญิงสาวคนนี้เป็นเจ้านายของมันแล้ว

เซี่ยเฟยกับโอโร่รู้สึกตกใจจนพูดไม่ออก เพราะเขาไปเข้าห้องน้ำเพียงแค่ไม่กี่นาที แต่แอวริลกลับพิชิตศิลาหางฟินิกซ์ได้ในเวลาเพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

หญิงสาวคนนี้มักที่จะสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้เสมอ เพราะแม้แต่อสูรศักดิ์สิทธิ์อย่างขนอุยตัวยังไม่เคยกล้าหือกับแอวริลเลยแม้แต่ครั้งเดียว และในตอนนี้แม้กระทั่งศิลาหางฟินิกซ์ก็ยังยอมจำนนต่อหญิงสาวทั้ง ๆ ที่เซี่ยเฟยละสายตาจากเธอไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

เซี่ยเฟยรีบเดินเข้ามาหาแอวริลอย่างรวดเร็ว และเขาก็ได้พบว่าบนหน้าผากของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ หน้าอกของเธอกระเพื่อมพร้อมกับลมหายใจที่ถูกสูดเข้าออกอย่างรุนแรง คล้ายกับว่าหญิงสาวเพิ่งออกกำลังกายมาอย่างหนัก

“ทำไมนายถึงหายไปนานขนาดนั้น?” แอวริลกล่าวถามอย่างสงสัย

“หายไปนานอะไร? ฉันแค่ไปไม่กี่นาทีเอง” เซี่ยเฟยกล่าวตอบอย่างสับสน

“ฉันอยู่เล่นกับหินก้อนนั้นมาเกือบ 24 ชั่วโมงแล้วนะ นายบอกว่านายจะหายไปแค่ไม่กี่นาทีได้ยังไง?” แอวริลกล่าวขึ้นมาอย่างสับสนด้วยเช่นกัน

ทันใดนั้นเซี่ยเฟยก็นึกถึงประสบการณ์ตอนที่เขาพิชิตหงส์คราม ซึ่งมันก็ดูคล้ายกับว่าเขาถูกดึงเข้าไปในมิติลึกลับด้วยเช่นกัน ซึ่งในตอนนั้นหงส์ครามก็พยายามตรวจสอบทุกความทรงจำภายในจิตใจของเขา ก่อนที่มันจะยอมรับเขาให้กลายเป็นเจ้านาย

นี่คือกระบวนการเลือกเจ้านายของอาวุธมายาทุกชนิด ซึ่งพวกมันจะสำรวจลึกลงไปในจิตใจของผู้ทดสอบเพื่อตัดสินใจว่ามันจะติดตามคนคนนั้นไปหรือไม่

“หลังจากที่ฉันไปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เซี่ยเฟยกล่าวถามขณะมองไปยังใบหน้าที่เหนื่อยล้าของคนรัก

“หลังจากที่นายไปฉันก็บังเอิญไปเจอหินประหลาดก้อนนี้เข้า ฉันเห็นว่ามันสวยดีฉันเลยหยิบมันขึ้นมาเล่น แต่จู่ ๆ ฉันก็ไปปรากฏตัวที่ทะเลทรายอันรกร้างมีเพียงแค่ก้อนหินก้อนนี้ที่ถูกวางอยู่บนทะเลทรายเพียงแค่ก้อนเดียว”

“ฉันรู้สึกเหมือนก้อนหินก้อนนี้กำลังสิ้นหวัง ฉันเลยนั่งคุยกับมันเผื่อว่ามันจะรู้สึกดีขึ้น” แอวริลกล่าวขณะพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น

“เธอนั่งคุยกับมันเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยความตกใจ

“อือ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ส่งเสียงแต่มันก็เหมือนกับมีข้อความอะไรบางอย่างถูกส่งตรงมาให้ฉันได้รับรู้ มันพยายามบอกฉันซ้ำ ๆ ว่ามันกลับไปไม่ได้อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ ฉันเลยเล่าเรื่องที่เราถูกแยกออกจากกันด้วยระยะทาง และนายก็มักที่จะสร้างปัญหาขึ้นมาบ่อย ๆ แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีอุปสรรคในชีวิตเราอย่างมากมาย แต่พวกเราก็ไม่ควรยอมแพ้และใช้ชีวิตของตัวเองให้ดีต่อไป”

คำอธิบายของหญิงสาวถึงกับทำให้เซี่ยเฟยพูดอะไรไม่ออกไปพักหนึ่ง เพราะถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยบ่นกับเขาตรง ๆ แต่เรื่องที่เธอเล่าให้ศิลาหางฟินิกซ์ฟังมันคือการพยายามด่าเขาทางอ้อมชัด ๆ

“แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงต่อ?” เซี่ยเฟยถาม

“ฉันคุยกับมันอยู่นานมาก และถึงแม้ว่าฉันจะพยายามเอามันเดินทางไปด้วย แต่มันก็ไม่ยอมลุกไปไหนคล้ายกับว่ามันกำลังยึดติดอยู่กับอะไรบางอย่าง จากนั้นพวกเราก็เริ่มทะเลาะกันจนมันยอมตามฉันมา แล้วพวกเราก็เดินทางออกมาจากทะเลทรายนั่นในที่สุด” แอวริลอธิบายพร้อมกับเช็ดเหงื่อออกจากหน้าผาก

“เอาล่ะฉันว่าตอนนี้เธอควรไปอาบน้ำดีกว่า เครื่องสำอางบนหน้าเธอมันเลอะหมดแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม

แอวริลรีบเอามือขึ้นมาปิดหน้าด้วยความเขินอาย ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งไปในห้องน้ำโดยมีศิลาหางฟินิกซ์ลอยตามเธอไปเงียบ ๆ

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าแอวริลจะสามารถพิชิตศิลาหางฟินิกซ์ได้อย่างง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงเธอก็ใช้ความพยายามไปมากเลยสินะ อย่างน้อยการที่เธอได้อาวุธมายาชิ้นนั้นไปมันก็คงจะช่วยให้นายคลายกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอไปได้เยอะเลย” โอโร่กล่าว

“ถึงยังไงผมก็มีหงส์ครามอยู่แล้วและไม่มีทางที่จะทำพันธสัญญากับศิลาหางฟินิกซ์ได้ การให้เธอได้ครอบครองอาวุธมายาชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้วจริง ๆ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

แอวริลคือคนที่เซี่ยเฟยรู้สึกเป็นห่วงมากที่สุด และถึงแม้ว่าเธอจะใจดีเกินไปจนไม่สามารถที่จะใช้ศิลาหางฟินิกซ์ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่อย่างน้อยอาวุธมายาชิ้นนี้มันก็ช่วยปกป้องเธอจากอันตรายที่เข้ามาคุกคามความปลอดภัยของเธอได้ ซึ่งมันก็ช่วยให้เขาคลายความกังวลเรื่องของหญิงสาวไปได้เยอะมากจริง ๆ

“อีก 20 วันนายจะต้องฟื้นฟูร่างกายตัวเองและช่วยสอนแอวริลควบคุมพลัง การทำทั้งสองอย่างนี้ไปพร้อม ๆ กันมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย ๆ เลย” โอโร่กล่าว

“ในชีวิตผมมันไม่เคยมีอะไรง่ายอยู่แล้ว ความยากแบบนี้มันถือว่าเป็นเรื่องปกติของผม” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“แม้ในอดีตนายจะลำบากแต่ตอนนี้นายก็กลายเป็นคุณชายของตระกูลสกายวิงแล้ว อย่างน้อยในอนาคตนายก็คงจะไม่ต้องลำบากเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป” โอโร่กล่าว

“ผมจะไม่ยอมหยุดอยู่เฉย ๆ หรอก จนกว่าผมจะได้เห็นประตูจักรวาลด้วยตาของตัวเอง” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ประตูจักรวาลคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักรวาลเชียวนะ แม้แต่ฉันก็ยังไม่สามารถเข้าใกล้มันได้เลยด้วยซ้ำ ดูเหมือนว่าเป้าหมายของนายจะค่อนข้างสูงเกินจริงไปหน่อย”

“ตำนานเคยกล่าวเอาไว้ว่าผู้ที่สามารถควบคุมประตูจักรวาลได้จะมีพลังในการปกครองจักรวาลทั้งหมด ซึ่งไม่ว่าตำนานนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง แต่มันก็มีสหายของฉันหลาย ๆ คนพยายามออกเดินทางไปหาประตูจักรวาลอย่างจริงจัง น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดทุกคนต่างก็ล้มเหลวไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ประตูจักรวาลได้เลยสักคน”

“บางทีฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าประตูแค่บานเดียวกลายมาเป็นเป้าหมายของใครหลาย ๆ คนได้ยังไง แค่การก้าวข้ามผ่านประตูบานนั้นไปมันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ? แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากจริง ๆ แต่มันก็คุ้มค่ากับการเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยหรือยังไง?” โอโร่กล่าวขึ้นมาอย่างหงุดหงิด

เซี่ยเฟยรับฟังเรื่องนี้ด้วยความสนใจ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่โอโร่พูดถึงเรื่องประตูจักรวาล เขาก็มักจะพยายามรวบรวมข้อมูลจากคำพูดของอดีตจอมมารคนนี้อยู่เสมอ

“อันที่จริงประตูจักรวาลยังมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าประตูเทพมาร และถึงแม้ว่าสองเผ่าพันธุ์สูงสุดของจักรวาลจะพยายามเรียกตัวเองว่าเผ่าเทพกับเผ่ามาร แต่ความเป็นจริงแล้วพวกเราก็ยังคงอยู่ห่างไกลจากเทพและมารในตำนาน แม้แต่ตัวฉันที่ดูเหมือนจะเป็นอมตะ แต่แท้ที่จริงแล้วฉันก็ยังคงอยู่ห่างจากคำว่าอมตะที่แท้จริง”

“คนบางคนว่ากันว่าเมื่อใครสามารถก้าวข้ามผ่านประตูบานนี้ไปได้ พวกเขาก็จะกลายเป็นเทพหรือมารในตำนานและพวกมันก็จะทำให้พวกเขาได้รับชีวิตอมตะมาอย่างแท้จริง”

ในความเป็นจริงแม้แต่โอโร่ก็ยังอยากลองเปิดประตูจักรวาลด้วยตัวเองอยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ดีว่าประตูบานนั้นอยู่ไกลเกินกว่ากำลังของเขาเกินไป แม้ว่าเขาจะพอรู้เรื่องประตูจักรวาลมาบ้าง แต่มันก็เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าจากตำนานเท่านั้น ท้ายที่สุดข้อเท็จจริงก็มีเพียงแค่หนึ่งเดียวคือประตูจักรวาลเป็นสิ่งที่ลึกลับมากที่สุดของจักรวาลแห่งนี้

“ผมเชื่อมาโดยตลอดว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แต่ก่อนที่ผมจะคิดเรื่องประตูจักรวาล ก่อนอื่นผมก็คงต้องหาทางเข้าสองเผ่าพันธุ์สูงสุดของจักรวาลให้ได้ซะก่อน” เซี่ยเฟยกล่าว

วันเวลา 20 วันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงเวลานี้เซี่ยเฟยได้เตรียมน้ำยาเป็นจำนวนมากทั้งเอาไว้ใช้เองและเอาไว้ให้แอวริลใช้ และในที่สุดเธอก็สามารถควบคุมพลังของเธอได้แล้วรวมถึงเธอยังได้ตั้งชื่อศิลาหางฟินิกซ์ว่าวินดี้อีกด้วย

การตั้งชื่อของแอวริลถึงกับทำให้โอโร่พูดไม่ออก ซึ่งถ้าหากว่าเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปมันก็คงจะทำให้นักรบเป็นจำนวนมากกระทืบเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดมันก็มีนักรบเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนที่พยายามออกตามหาเพื่อครอบครองอาวุธมายา แต่เซี่ยเฟยกลับได้ถือครองอาวุธมายาถึงสามชิ้น และเขาก็ยังมอบศิลาหางฟินิกซ์ให้กับคนรักของเขาอีกด้วย

การสร้างยานไททันยังคงดำเนินต่อไป แล้วมันก็คงจำเป็นจะต้องใช้เวลานานอีกหลายปีพวกเขาจึงจะสามารถสร้างยานลำแรกขึ้นมาได้แล้วเสร็จ

อันธกับโซฟียังคงหมกมุ่นกับการพยายามศึกษาหาวิธีหลอมรวมวิญญาณอมตะเข้ากับเครื่องจักร และในตอนนี้เธอก็ได้ดึงตัวมอร์โรว์ไปช่วยเหลือเธอในการวิจัยด้วย

ปัจจุบันค่าหัวของพวกเขาถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาจึงสามารถพาแอวริลออกเดินทางไปจากดินแดนลับได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตามในตอนนี้หญิงสาวก็ยังไม่สามารถที่จะกลับบ้านของตัวเองได้ เพราะเธอยังไม่สามารถที่จะควบคุมพลังของเธอได้อย่างสมบูรณ์ ความผิดพลาดเพียงแค่เล็กน้อยก็สามารถที่จะสร้างหายนะให้กับคนในบ้านของเธอได้เลย

เมื่อไม่สามารถกลับบ้านได้เธอจึงจำเป็นจะต้องวิดีโอคอลกลับไปหาปู่กับพ่อของเธอเท่านั้น โดยเธอได้บอกครอบครัวของเธอว่าเธออาจจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก ก่อนที่จะเดินทางกลับไปที่บ้านได้

ในระหว่างนี้บริษัทควอนตัมภายใต้การดูแลของชาร์ลีก็พัฒนาขึ้นมาจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของพันธมิตรมนุษย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งอำนาจที่พวกเขาครอบครองอยู่นั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีบริษัทไหนทำได้มาก่อน

ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้สูงสุดคือดาวโลกที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียงแค่ดาวเคราะห์ดวงเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเหลียวมอง แต่เนื่องจากความโด่งดังของบริษัทควอนตัมที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากดาวเคราะห์ดวงนี้นี่เอง มันจึงทำให้ดาวโลกกลายเป็นดาวเคราะห์ที่โด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

หลังจากเก็บสัมภาระแล้วเซี่ยเฟยก็บอกลาแอวริลและโซฟีเพื่อทำการออกเดินทางอีกครั้ง โดยในคราวนี้เป้าหมายของเขาก็คือสนามรบโบราณของเผ่าเทพและเผ่ามาร ที่กลายเป็นสุสานของยอดนักรบเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน

***************

ไปหาสมบัติกัน!

จบบทที่ ตอนที่ 759 สุสานของนักรบชั้นยอดจำนวนนับไม่ถ้วน

คัดลอกลิงก์แล้ว