เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 736 สายเลือดของเซี่ยเฟย

ตอนที่ 736 สายเลือดของเซี่ยเฟย

ตอนที่ 736 สายเลือดของเซี่ยเฟย


ตอนที่ 736 สายเลือดของเซี่ยเฟย

ณ ศูนย์ตรวจสอบพันธุกรรมของบริษัทฟิกส์ภายในเผ่าเทพ

ปัจจุบันเครื่องวิเคราะห์สายเลือดที่ซับซ้อนที่สุดภายในดินแดนกฎ กำลังประมวลผลหลอดเลือดที่ถูกใส่เข้าไปภายในเครื่องอย่างรวดเร็ว และเลือดที่อยู่ในเครื่องวิเคราะห์นี้ก็ไม่ใช่เลือดของใครที่ไหนเลยนอกเสียจากเลือดของเซี่ยเฟย

“สายเลือดระดับ 4 ดาว?” คองกี้ผู้ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ที่กำลังตรวจดูรายงานอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ

ต่อมาคองกี้ก็เดินเข้าไปเคาะประตูห้องทำงานของแฟรงกิ้น ผู้ซึ่งเป็นผู้อำนวยการของศูนย์ปฏิบัติการแห่งนี้

“เข้ามา” แฟรงกิ้นกล่าวโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารภายในมือ

“ผู้อำนวยการครับ ผลการวิเคราะห์สายเลือดที่ทางตระกูลสกายวิงขอให้เราตรวจสอบออกผลมาเรียบร้อยแล้วครับ” คองกี้เดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับกล่าวขึ้นมาด้วยความเคารพ

“ผลออกมาแล้วก็ส่งผลวิเคราะห์ไปให้กับพวกเขาสิ จะมารายงานฉันทำไม?” แฟรงกิ้นเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องด้วยความไม่พอใจ

“ผมคิดว่าผลการวิเคราะห์อาจจะมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง” คองกี้กล่าวด้วยความลำบากใจ

“มีอะไรไหนพูดมา?” แฟรงกิ้นกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“จากฐานข้อมูลที่พวกเรามีตระกูลสกายวิงคือผู้ครอบครองสายเลือดระดับ 3 ดาว แต่เลือดของผู้ที่ได้ทดสอบในวันนี้เป็นสายเลือดระดับ 4 ดาว ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของสายเลือดตระกูลสกายวิง”

“ยิ่งไปกว่านั้นสายเลือด 25% ที่อยู่ในร่างกายของเขาก็เป็นสายเลือดที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของเรา เครื่องวิเคราะห์จึงไม่สามารถระบุได้ว่าสายเลือด 25% นั้นสืบทอดมาจากตระกูลไหน” คองกี้กล่าวพร้อมกับส่งรายงานในมือให้แฟรงกิ้น

“มันก็ปกติดีนี่ เขาคือคนที่เดินทางมาจากดินแดนชั้นล่าง และมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะไม่มีข้อมูลของสายเลือดพวกนั้นอยู่ แค่ข้อมูลที่ว่าสายเลือด 50% ของเขาเป็นสายเลือดของมนุษย์โลก และสายเลือดอีก 25% ในร่างกายของเขาเป็นสายเลือดของสกายวิง แค่นั้นมันก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ตัวตนของเขาแล้ว” แฟรงกิ้นกล่าวตอบกลับไปหลังจากที่เขาได้อ่านรายงาน

“สายเลือดของตระกูลสกายวิงเป็นเพียงแค่สายเลือดระดับ 3 ดาวนะครับ แต่สายเลือดของเขาเป็นสายเลือดระดับ 4 ดาว สายเลือดของมนุษย์บนดาวโลกจะช่วยเพิ่มระดับสายเลือดของเขาขึ้นมาได้ยังไง?” คองกี้กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นายมาทำงานที่นี่สักพักหนึ่งแล้วใช่ไหม?” แฟรงกิ้นกล่าวถาม

“1 ปีครึ่งแล้วครับ” คองกี้กล่าวตอบ

“มันยังมีเรื่องอีกมากมายที่นายต้องเรียนรู้ ตระกูลสกายวิงมีโครโมโซมพิเศษ YII-734915 ซึ่งเป็นยีนส่งเสริมการใช้พลังความเร็วสูงที่สืบทอดกันแต่เพียงภายในตระกูลของพวกเขาเท่านั้น หากจะพูดให้ถูกจริง ๆ ควรจะบอกว่าสายเลือดของตระกูลสกายวิงเป็นสายเลือดระดับ 3.5 ดาว”

“อีกโครโมโซมหนึ่งของตระกูลสกายวิงคือโครโมโซม HD-889627 ที่มีความสามารถในการกลายพันธุ์ ฉันพูดแค่นี้นายก็น่าจะรู้แล้วนะว่ามันหมายความว่าอะไร?” แฟรงกิ้นกล่าว

“เพราะโครโมโซมที่มีความสามารถในการกลายพันธุ์ มันจึงทำให้ระดับสายเลือดของสกายวิงไม่คงที่สินะครับ นี่ถ้าหากว่ามันเกิดการกลายพันธุ์อย่างสมบูรณ์ บางทีตระกูลของพวกเขาก็อาจจะสร้างสายเลือดระดับ 5 ดาวขึ้นมาได้เลย” คองกี้อุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง

แฟรงกิ้นพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ท้ายที่สุดสมาชิกทุกคนที่สามารถเข้าสู่บริษัทฟิกส์ได้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นอัจฉริยะที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ในสายตาของเขานั้นคองกี้ยังถือว่ามีประสบการณ์น้อย แต่พื้นฐานของอีกฝ่ายก็ค่อนข้างดี ชายหนุ่มคนนี้จึงสามารถค้นหาคำตอบของเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว

“ใช่แล้ว สายเลือดของตระกูลสกายวิงเป็นสายเลือดที่ทรงพลังมาก สายเลือดของพวกเขาไม่เพียงแต่จะมีการส่งทอดพันธุกรรมที่เกี่ยวกับความเร็วเท่านั้น แต่พวกเขายังส่งทอดพันธุกรรมที่สามารถกลายพันธุ์ได้อีกด้วย ความจริงนักรบระดับ 4 ดาวคนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจเลย เพราะในประวัติที่พวกเราเคยบันทึกมาตระกูลสกายวิงก็เคยสร้างสายเลือดระดับ 5 ดาวขึ้นมาแล้ว” แฟรงกิ้นกล่าว

“สายเลือดระดับ 5 ดาว!” คองกี้อุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง เพราะสายเลือดระดับ 5 ดาวถือได้ว่าเป็นสายเลือดชั้นยอดของจักรวาล

“ถึงแม้พวกเราจะวิเคราะห์สายเลือด 25% นั้นไม่ได้ แต่บางทีพวกเขาก็อาจจะได้รับการสืบทอดสายเลือดมาจากตระกูลชั้นล่างที่พวกเราไม่ได้เก็บข้อมูลเอาไว้ ข้อมูลในส่วนนี้ไม่ถือว่ามีความสำคัญอะไร นายส่งรายงานเรื่องนี้กลับไปให้ทางสกายวิงได้เลย” แฟรงกิ้นกล่าว

คองกี้พยักหน้ารับก่อนที่เขาจะกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป

ณ สวนสายลมภายในกลุ่มดาวม้าขาว

เซี่ยเฟยกำลังนั่งรอผลตรวจเลือดอย่างหดหู่ใจ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองเป็นมนุษย์โลก และถ้าหากว่าเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะอธิบายกับคนของสกายวิงว่ายังไงดี

พูดตามตรงว่าชายหนุ่มค่อนข้างชอบกลุ่มคนบ้าตระกูลนี้มาก และมันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนกับได้เป็นสมาชิกของตระกูลสกายวิงจริง ๆ มันจึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าหากว่าเขาจะต้องออกจากตระกูลแห่งนี้ไป

“ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะมีสายเลือดของสกายวิงแบบนี้ ตอนแรกฉันคิดว่า…” โอโร่กล่าวขึ้นมาก่อนที่เขาจะชะงักค้างไปเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงกล่าวต่อว่า

“เรื่องนั้นช่างมันไปเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้นายก็มีครอบครัวที่คอยสนับสนุนในดินแดนแห่งนี้แล้ว มันดีกว่าตอนแรกที่นายอยู่ในดินแดนนี้เพียงตัวคนเดียวด้วยซ้ำ นี่ถ้าหากไม่ใช่เพราะความจริงเปิดเผยออกมาว่านายคือคนของสกายวิง ฉันก็คิดที่จะชวนนายเข้าไปอยู่ในตระกูลของฉันจริง ๆ จัง ๆ แล้วด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อนายคือคนของสกายวิง มันก็ไม่มีทางที่นายจะมาเข้าร่วมกับตระกูลของฉันได้หรอก”

“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับสกายวิงบ้าง?” เซี่ยเฟยกล่าวถามด้วยความสับสนเมื่อได้เห็นท่าทางที่ดูหงุดหงิดของโอโร่

“พูดตามตรงว่าฉันไม่ค่อยชอบตระกูลสกายวิงเท่าไหร่นัก เพราะพวกเขาคือนักรบของทางฝั่งเทพที่ทรงพลังมาก โดยทางฝั่งเทพจะตั้งฉายาให้กับตระกูลหลักของพวกเขาว่าดาบต่าง ๆ และชื่อเล่นของตระกูลสกายวิงก็คือดาบคลั่งที่ถูกปิดผนึก” โอโร่กล่าวด้วยสีหน้าอันขมขื่น

“ดาบคลั่งที่ถูกปิดผนึก?”

“ใช่ การที่พวกเขาตั้งชื่อเล่นให้กับตระกูลของนายว่าดาบคลั่ง มันก็อาจจะเป็นเพราะนิสัยบ้า ๆ ที่เป็นนิสัยประจำตัวของคนในตระกูลสกายวิง ในความเห็นของฉันสกายวิงคือดาบเล่มที่คมที่สุดในบรรดาดาบของเผ่าเทพทั้งหมด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมันได้มีสมาชิกในตระกูลของฉันตายภายใต้เงื้อมมือของนักรบสกายวิงเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน”

“ความจริงแล้วพวกเราก็ควรจะเป็นศัตรูกันด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้พวกเรากลับเป็นพันธมิตรกันซะได้…”

เมื่อพูดถึงความแข็งแกร่งของตระกูลสกายวิงในสนามรบ โอโร่ก็เหมือนจะมีความกลัวแฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขาเล็กน้อย คล้ายกับว่าเขามีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีกับตระกูล ๆ นี้ในช่วงก่อนที่เขาจะถูกปิดผนึก

“ผมเป็นมนุษย์โลกไม่ใช่คนจากตระกูลสกายวิงสักหน่อย” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างไม่ค่อยพอใจ ก่อนที่เขาจะหยุดคิดไปเล็กน้อยและกล่าวถามขึ้นมาว่า

“สกายวิงเป็นนักฆ่าที่น่ากลัวที่สุดของเผ่าเทพงั้นเหรอ?”

“จะเรียกว่านักฆ่ามันก็ไม่ถูก ปกตินักฆ่าจะโดดเด่นในเรื่องการลอบสังหาร แต่สกายวิงเป็นพวกลงมือสังหารอย่างโจ่งแจ้ง ตระกูลของนายเป็นตระกูลที่น่ารำคาญที่สุดในสนามรบแล้ว ครั้งหนึ่งคนจากตระกูลนอฟฟี่เคยสังหารจักรพรรดิกฎจากตระกูลของนายไป แล้วนายรู้ไหมว่าผลลัพธ์หลังจากนั้นมันเป็นยังไง?”

“ตระกูลนอฟฟี่ทั้งตระกูลถูกคนของสกายวิงตามล่าอยู่ 7 ปีเต็ม ๆ พวกสกายวิงเป็นเหมือนกับหมาป่าทีไล่ล่าเหยื่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และพวกเขาก็จะไม่หยุดจนกว่าจะจัดการกับศัตรูของตัวเองได้สำเร็จ”

“ในท้ายที่สุดตระกูลนอฟฟี่ทั้งตระกูลก็ถูกถอนรากถอนโคนเหลือเพียงแค่ผู้หญิง, เด็กและคนแก่เท่านั้น ตระกูลสกายวิงถึงได้ยอมถอนตัวกลับไปไม่เอาเรื่องตระกูลนอฟฟี่อีก”

ชายหนุ่มแบะริมฝีปากขึ้นมาเล็กน้อย เพราะโอโร่ไม่เพียงแต่จะไม่ชอบตระกูลสกายวิงเท่านั้น แต่มันยังดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อว่าเซี่ยเฟยคือสมาชิกของตระกูลสกายวิงอีกด้วย

แต่ในทันใดนั้นเองจู่ ๆ บานประตูก็ถูกเปิดออก ก่อนที่เซี่ยจงไห่จะเดินเข้ามาภายในห้อง

“ท่านผู้นำเรียกนายไปหา”

เซี่ยเฟยสามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าตอนนี้ผลตรวจเลือดของเขาน่าจะออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และความจริงก็คงจะถูกเปิดเผยออกมาในไม่ช้า

‘อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ ก่อนที่เขาจะเดินตามเซี่ยจงไห่ไปยังสวนหลังบ้านที่เซี่ยบูหยุนอาศัยอยู่

ภาพที่ชายหนุ่มเห็นคือนักรบชั้นยอดของตระกูลได้มารวมตัวกันที่สวนอันกว้างใหญ่แห่งนี้ โดยบางคนกำลังเล่นเกม บางคนกำลังอ่านหนังสือ บางคนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งผิดพลาดของการรบในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งดูค่อนข้างจะเป็นอิสระแตกต่างจากในตอนที่พวกเขาอยู่ในสนามรบอย่างสิ้นเชิง

เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นเซี่ยเฟยเดินทางมาถึง ทุกคนก็หยุดสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน ก่อนที่ทุกคนจะทักทายชายหนุ่มอย่างเป็นกันเอง เซี่ยเฟยจึงจำเป็นจะต้องทักทายทุกคนกลับไปด้วยความเคารพ

หลังจากเปิดประตูเข้าไปภายในห้องประชุม ชายหนุ่มก็ได้เห็นเซี่ยบูหยุนกับเซี่ยเทียนกำลังนั่งข้างกันเพื่ออ่านเอกสารชุดหนึ่งอยู่ และเมื่อพวกเขาได้เห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องแล้ว พวกเขาก็ส่งเอกสารให้เซี่ยเฟยอ่านด้วยตัวเอง

สิ่งแรกที่ชายหนุ่มเห็นคือโลโก้ของบริษัทฟิกส์บนเอกสาร ซึ่งช่วยยืนยันให้ทุกคนได้มั่นใจว่าเอกสารฉบับนี้ได้บันทึกข้อมูลที่เชื่อถือได้ในระดับที่สูงมาก

“สายเลือดตระกูลสกายวิง 25%!!” เซี่ยเฟยอุทานด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง เพราะเขาไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อนว่าในตัวของเขาจะมีสายเลือดของสกายวิงอยู่จริง ๆ

เขาคิดมาโดยตลอดว่าตัวเองเป็นเด็กกำพร้าจากดาวโลก แล้วเขามีสายเลือดสกายวิงภายในร่างถึง 25% ได้ยังไง

“ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่านายคือลูกหลานของตระกูลสกายวิงจริง ๆ และถึงแม้ว่านายจะมีสายเลือดเพียงแค่ 1 ใน 4 แต่นายก็คือคนของสกายวิงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย” เซี่ยบูหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

เซี่ยเฟยกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดที่สับสนมาก แต่ก่อนที่เขาจะถามว่าพ่อแม่ของเขาเป็นใครผู้นำตระกูลสกายวิงก็ได้กล่าวขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ถ้าหากว่ามีคำถามพวกเราค่อยมาคุยกันทีหลัง ตอนนี้มันยังเหลือเวลาอีกเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นก่อนที่การต่อสู้ครั้งสำคัญจะเริ่มต้นขึ้น ดังนั้นนายจะต้องเตรียมตัวไปฝึกพิเศษตั้งแต่ตอนนี้เลย”

***************

ในที่สุดพี่เฟยก็ได้เจอครอบครัวของตัวเองจริงๆสักที

จบบทที่ ตอนที่ 736 สายเลือดของเซี่ยเฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว