เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 733 จักรพรรดิกฎกู่หลี่

ตอนที่ 733 จักรพรรดิกฎกู่หลี่

ตอนที่ 733 จักรพรรดิกฎกู่หลี่


ตอนที่ 733 จักรพรรดิกฎกู่หลี่

ในที่สุดตระกูลมูนวอร์ดก็เริ่มใช้นักรบระดับล่างในการจู่โจมเข้าใส่นักรบของสกายวิง เพื่อพยายามปลุกปั่นให้ตระกูลทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาวรู้สึกเกลียดชังสกายวิงและไม่ให้อีกฝ่ายมีที่ยืนในสังคม

ด้านหลังของเซียงจินเฉิงมีนักรบเดินทางมาเข้าร่วมสงครามหลายล้านคน แต่ความแข็งแกร่งของนักรบเหล่านี้ไม่สูงมากนัก หากฝูงหมาป่าของสกายวิงต้องการที่จะสังหารคนนับล้านพวกนี้จริง ๆ พวกเขาก็คงจะใช้เวลาลงมือจัดการทุกคนภายในเวลาแค่ไม่กี่นาที

เหตุการณ์นี้ทำให้เซี่ยบูหยุนขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างเคร่งเครียด ท้ายที่สุดทุกคนก็น่าจะรู้ดีว่าสงครามเป็นเรื่องของเหล่าบรรดานักรบระดับสูงเสมอ ตระกูลสกายวิงจึงได้เรียกระดมพลนักรบระดับราชากฎขึ้นไปเท่านั้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียที่ไม่จำเป็น

อย่างเลวร้ายที่สุดหากพวกเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พวกเขาก็ยังเหลือตัวแทนของตระกูลที่จะเติบโตต่อไปในอนาคตได้ อย่างไรก็ตามตระกูลมูนวอร์ดกับลากนักรบธรรมดาเข้าสู่สนามรบด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมเนียมเท่านั้น แต่มันยังเป็นการเคลื่อนไหวที่แฝงเจตนาร้ายเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย และมันก็ทำให้นักรบผู้เย็นชาอย่างเซี่ยบูหยุนเริ่มรู้สึกลังเลเป็นครั้งแรก

ในชั่วพริบตาเซียงจินเฉิงก็ได้หลอมรวมกฎได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันจึงมีแสงจาง ๆ เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของเขาตลอดเวลา และพลังของจักรพรรดิกฎขั้นที่ 5 ที่เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัวก็ไม่ใช่สิ่งที่จะประมาทได้

หากทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกันในครั้งนี้ ตระกูลทั่วทั้งกลุ่มดาวม้าขาวย่อมจะต้องถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย และผลที่ตามมามันก็อาจจะเป็นการขยายความเสียหายออกไปอย่างเหนือเกินความคาดหมายของทุกคน

แต่ในทันใดนั้นเองมันก็มีกลุ่มเงาสีดำที่ตกลงมาจากท้องฟ้า โดยในตอนแรกมันเป็นเพียงจุดสีดำเล็ก ๆ แต่เมื่อร่างนั้นใกล้เข้ามาทุกทีทุกคนก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาคือผู้นำกลุ่มมังกรฟ้าแห่งกลุ่มดาวม้าขาว

เฝิงคูชาน!

ผู้นำตระกูลเฝิงคนนี้เป็นถึงจักรพรรดิกฎขั้นที่ 7 ส่วนนักรบที่เคลื่อนที่ตามเขามาใกล้ ๆ ก็คือ 4 ผู้พิทักษ์มังกรฟ้าที่แต่ละคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีพลังอยู่ในระดับจักรพรรดิกฎ

เมื่อจักรพรรดิกฎทั้งห้าเดินทางมาถึงพวกเขาก็แยกนักรบของตระกูลสกายวิงกับตระกูลมูนวอร์ดออกเป็น 2 ส่วนในทันที ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังใช้ร่างกายของตัวเองเป็นเหมือนกับกำแพงเพื่อป้องกันการโจมตีที่กำลังจะมาถึง

“ตระกูลเฝิงต้องการจะเป็นศัตรูกับพวกเราด้วยงั้นเหรอ?” เซี่ยบูหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

ตระกูลสกายวิงจะเย่อหยิ่งมากจนเกินไปแล้ว!!

ถึงแม้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาจะเป็นผู้นำของกลุ่มมังกรฟ้า แต่คนกลุ่มนี้ก็ยังไม่สามารถทำลายความบ้าคลั่งของพวกสกายวิงได้

เหตุการณ์นี้ถึงกับทำให้เซียงจินเฉิงชะงักค้างไปด้วยความตกใจ เพราะแม้แต่ตัวเขาก็ไม่กล้าที่จะท้าทายกลุ่มมังกรฟ้าโดยตรง เนื่องจากทุกคนต่างก็รู้ดีว่ากลุ่มมังกรฟ้ามีหน้าที่สำคัญในการสรรหานักรบให้กับเผ่าเทพ ตัวตนของสมาชิกภายในกลุ่มมังกรฟ้าแห่งนี้จึงไม่ต่างไปจากตัวตนอันศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาไม่กล้าที่จะเข้าไปแตะต้อง

การที่เฝิงคูชานเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง มันก็หมายความว่าทางเผ่าเทพได้ตัดสินใจยุติความวุ่นวายในครั้งนี้แล้ว

“พี่ชายเซี่ยบูหยุนเข้าใจผิดแล้ว พวกเราเดินทางมาที่นี่เพื่อเชิญตระกูลทั้งสองไปที่ตำหนักฟ้าดินต่างหาก” เฝิงคูชานกล่าวด้วยรอยยิ้มอันขมขื่นเมื่อได้พบกับความไร้เหตุผลของพวกสกายวิง

ตำหนักฟ้าดินเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มมังกรฟ้า แน่นอนว่าการเชิญในครั้งนี้มันมีความหมายว่าเขาจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเผ่าเทพในการเจรจาสงบศึกกับตัวแทนของทั้งสองฝ่าย

การปรากฏตัวของเฝิงคูชานทำให้เซียงจินเฉิงเหมือนได้เห็นฟางเส้นสุดท้ายที่เข้ามาช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เขาจึงต้องการที่จะคว้าฟางเส้นนี้เอาไว้อย่างสิ้นหวัง เพราะถ้าหากว่าเผ่าเทพเป็นผู้ออกตัวระงับความวุ่นวายในครั้งนี้ด้วยตัวเอง แม้แต่ตระกูลสกายวิงก็ไม่มีทางดื้อรั้นไปมากกว่านี้ได้อย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดตระกูลสกายวิงก็แข็งแกร่งมากจนเกินไป และถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีราชากฎอยู่เพียงแค่ 37 คน แต่ประสิทธิภาพในการสู้รบของราชากฎเหล่านี้ไม่ต่างไปจากกลุ่มนักสู้ที่ไร้เทียมทาน

ยิ่งไปกว่านั้นสกายวิงยังได้ซ่อนเซี่ยอู๋เย่ผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิกฎคนที่ 3 ของตระกูลเอาไว้ที่สวนสายลมอีกด้วย มันจึงทำให้ตระกูลมูนวอร์ดได้สูญเสียราชากฎไปมากกว่า 20 คนและจักรพรรดิกฎอีกหนึ่งคนแล้ว ขณะที่ทางสกายวิงมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและผู้เสียชีวิตไปเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น

น่าเสียดายที่เซียงจินเฉิงยังรู้จักความดื้อรั้นของสกายวิงน้อยเกินไป เพราะคนพวกนี้เป็นพวกที่หัวรั้นที่สุดในจักรวาลแล้วก็ไม่มีทางจะยอมทำตามคำสั่งของใครง่าย ๆ อย่างแน่นอน

“ตำหนักฟ้าดิน? วันนี้ฉันยังไม่ว่าง ขอไปวันอื่นก็แล้วกัน” เซี่ยบูหยุนกล่าวอย่างเฉยเมย ซึ่งมันก็แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่าเขาจะไม่ยอมหยุดจนกว่าตระกูลมูนวอร์ดจะถูกโค่นล้มลง

“คุณรู้ใช่ไหมว่านี่คือคำสั่งของใคร?” เฝิงคูชานกล่าวด้วยความรำคาญ เพราะเขาพยายามชี้แจงเรื่องในคราวนี้อย่างชัดเจนแล้วว่า ผู้ที่เข้ามาแทรกแซงความวุ่นวายในครั้งนี้ไม่ใช่ตระกูลเฝิงของเขา แต่มันเป็นเผ่าเทพจากทางเบื้องบนต่างหาก

คำตอบของชายชราทำให้ใบหน้าของเฝิงคูชานบิดเบี้ยวไปอย่างน่าเกลียด ซึ่งถ้าหากว่าเขาเลือกได้เขาก็ไม่อยากจะยุ่งกับคนจากตระกูลนี้เลยจริง ๆ เพราะใครจะไปรู้ว่าพวกสกายวิงไม่แม้แต่จะสนใจคำสั่งจากเผ่าเทพ

แต่ในทันใดนั้นเองจู่ ๆ เซี่ยบูหยุนก็ชะงักค้างขึ้นมาอย่างฉับพลัน ก่อนที่เขาจะนำมือซ้ายไปวางบนเครื่องสื่อสารเข้ารหัสบนแขนขวาเพื่อสื่อสารกับบรรพบุรุษของตระกูลโดยตรง ซึ่งข้อความเข้ารหัสนั้นก็มีใจความระบุว่า

‘หากจะเจรจาพวกเรามีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว ตระกูลมูนวอร์ดจะต้องหายไปจากกลุ่มดาวม้าขาวซะ ไม่อย่างนั้นก็อย่าคิดจะมาเจรจากับพวกเรา’

เมื่อได้เห็นข้อความจากบรรพบุรุษชายชราก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะหันไปกล่าวกับเฝิงคูชานอย่างใจเย็น

“เอาล่ะ พวกเราไปที่ตำหนักฟ้าดินกันเถอะ”

“ท่านผู้นำ พวกเราจะยอมจบเอาไว้แต่เพียงเท่านี้งั้นเหรอ?” เซี่ยเทียนกระซิบถามข้างหูเซี่ยบูหยุน

“ยอมจบ? อะไรกันนี่นายคิดว่ากฎเหล็กของตระกูลเราเป็นเพียงแค่เรื่องเล่น ๆ งั้นเหรอ?” เซี่ยบูหยุนจงใจพูดออกไปเสียงดัง

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”

เหล่าบรรดานักรบสกายวิงต่างก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน แล้วมันก็ทำให้สีหน้าของเซียงจินเฉิงหมองคล้ำลงมากกว่าเดิม ขณะเดียวกันเฝิงคูชานก็กำลังรู้สึกอับอายด้วยเช่นกัน เพราะการประกาศของชายชราจากสกายวิงนั้น มันก็หมายความว่าทางฝั่งนี้คงจะไม่ยอมจบสงครามกับตระกูลมูนวอร์ดง่าย ๆ

ตำหนักฟ้าดิน สถานที่พักของกลุ่มมังกรฟ้า

ตัวแทนของตระกูลมูนวอร์ดกับตระกูลสกายวิงต่างก็นั่งกันคนละฟากของห้องโถง โดยตระกูลสกายวิงได้ส่งตัวแทนมาเป็นเซี่ยบูหยุนและเซี่ยเทียน ผู้ซึ่งเป็น 2 จักรพรรดิกฎของตระกูล แน่นอนว่าเซี่ยเฟยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งนี้ย่อมจะต้องเดินทางมาด้วย ขณะเดียวกันฝั่งตรงข้ามของพวกเขาก็คือสองพี่น้องเซียงจินเฉิงกับเซียงอู๋เฉิง และมีเฝิงคูชานนั่งอยู่ตรงกลางเป็นตัวแทนสำหรับการเจรจา

บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียด เพราะผู้คนจากทั้งสองฝ่ายต่างก็มองหน้ากันด้วยแววตาอันดุเดือด

แม้ว่าทุกคนจะได้เข้ามานั่งกันในห้องเรียบร้อยแล้ว แต่เฝิงคูชานก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมาราวกับว่าเขากำลังรออะไรสักอย่าง

หลังจากนั้นไม่นานผู้พิทักษ์มังกรฟ้าทั้งสี่ก็เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งสามได้แก่ หยูฮัวอดีตพ่อค้าจากตระกูลหยู, เซี่ยอู๋เย่พ่อบ้านชราของตระกูลสกายวิง และชายร่างผอมคนหนึ่งผู้สวมหน้ากากโลหะที่เดินกะเผลกเข้ามาภายในห้องราวกับว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อหยูฮัวได้เห็นเซี่ยเฟยอีกครั้ง เขาก็ชะงักค้างไปอย่างฉับพลัน ก่อนที่เขาจะส่ายหัวและเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“พวกเราได้เชิญพยานทั้งสามคนมาจนครบแล้วครับ” บรูซรายงานพร้อมกับโค้งคำนับให้กับเฝิงคูชาน

บรูซพยายามจูงใจเน้นคำว่า ‘เชิญ’ แต่ทุกคนก็สามารถคาดเดาได้อย่างง่ายดายว่าพยานทั้งสามคนนี้คงจะไม่ได้ถูกเชิญตัวมาด้วยวิธีการธรรมดาแน่ ๆ โดยเฉพาะหยูฮัวและชายร่างผอมที่ได้รับบาดเจ็บ

“ขอเชิญทุกท่านนั่งลง” เฝิงคูชานกล่าวพร้อมกับโบกมือ

ทันใดนั้นพยานก็แยกตัวออกไปหาคนทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน โดยเซี่ยอู๋เย่เดินไปทางซ้ายซึ่งเป็นที่นั่งของตระกูลสกายวิง ขณะที่หยูฮัวและชายร่างผอมเคลื่อนที่ไปทางขวาเพื่อเดินไปหาตระกูลมูนวอร์ด

การปรากฏตัวของเซี่ยอู๋เย่ทำให้สีหน้าของเซี่ยบูหยุนเปลี่ยนไปด้วยความกังวล และแม้แต่เซี่ยเฟยก็ยังไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ผู้นำตระกูลสกายวิงถึงรู้สึกกังวลขึ้นมา

“เบื้องบนต้องการให้ผมเป็นตัวกลางมาไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในกลุ่มดาวม้าขาวต่อไป ผมหวังว่าหลังจากนี้ทุกคนจะพูดคุยกันด้วยดี” เฝิงคูชานกล่าว

“ฉันไม่ได้คิดจะไกล่เกลี่ยอะไรทั้งนั้น พวกเราสกายวิงไม่ได้มีนิสัยชอบมานั่งเจรจากับศัตรู” เซี่ยบูหยุนกล่าวอย่างเย็นชา

“พี่เซี่ยบูหยุนพูดได้ดี แต่ว่ามันจะเป็นยังไงถ้าหากผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลทั้งสองได้มาเข้าร่วมกับสงครามในครั้งนี้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น คุณเซี่ยอู๋เย่หรือจะให้ผมเรียกว่ากู่หลี่ดี?” เฝิงคูชานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นสีหน้าของจักรพรรดิกฎทั้งสองของตระกูลมูนวอร์ด และจักรพรรดิกฎร่างผอมก็เปลี่ยนไปในทันที มีเพียงแต่หยูฮัวเท่านั้นที่ไม่เข้าใจว่าชื่อกู่หลี่มันหมายความว่าอะไร

“จักรพรรดิกฎระดับสูงกู่หลี่คนนั้นงั้นเหรอ?!”

“ที่แท้ตระกูลสกายวิงก็แอบให้ที่หลบซ่อนอาชญากร พวกเราต้องจัดการความผิดนี้เดี๋ยวนี้เลย!!” เซียงจินเฉิงร้องคำรามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

เซี่ยบูหยุนและเซี่ยเทียนต่างก็ขมวดคิ้วขึ้นมาในเวลาเดียวกัน ขณะที่เซี่ยเฟยมองไปยังชายชราที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยความสงสัย เพราะท้ายที่สุดเขาเคยเห็นอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่พ่อบ้านที่ดูใจดีเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วคนคนนี้คือจักรพรรดิกฎระดับสูงงั้นเหรอ

ชายหนุ่มไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้อย่างแท้จริงว่า ทำไมบุคคลที่ทรงพลังระดับนี้ถึงได้ยอมมาเป็นพ่อบ้านอยู่ในตระกูลสกายวิงโดยไม่สนศักดิ์ศรีของตัวเองเลย

“ใช่แล้ว ฉันคือกู่หลี่ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลสกายวิง และมันก็ไม่มีใครในตระกูลที่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของฉันด้วย” เซี่ยอู๋เย่ยังคงพูดออกไปอย่างใจเย็น

ชายชราคนนี้รู้สถานะอาชญากรของตัวเองเป็นอย่างดี เขาจึงพยายามแยกตัวออกมาเพื่อไม่ให้ความผิดของเขาส่งผลกระทบต่อสกายวิง

“การที่สกายวิงซ่อนอาชญากรไว้ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงจริง ๆ แต่ทางฝั่งของมูนวอร์ดที่แอบร่วมมือกับกลุ่มทหารรับจ้างของแดนเนรเทศเพื่อให้พวกเขาบุกโจมตีสวนสายลม การกระทำนี้ก็ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงด้วยเหมือนกัน” เฝิงคูชานกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา เมื่อได้เห็นเซียงจินเฉิงพยายามจะโยนความผิดให้กับสกายวิงเพียงฝ่ายเดียว

“พวกเราไม่เคยติดต่อทหารรับจ้างที่ไหนทั้งนั้น เพราะคุณมีหลักฐานอะไรถึงมากล่าวหาพวกเรา?” เซียงจินเฉิงกล่าวอย่างเยาะเย้ย

ฉินหวงผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิกฎร่างผอมที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้มองไปยังเซียงจินเฉิงอย่างขุ่นเคือง เพราะเขาไม่คิดว่าเมื่อตนเองถูกจับได้อีกฝ่ายจะตัดเขาทิ้งจากความรับผิดชอบอย่างไม่ใยดีแบบนี้

“ไม่ว่าตัวตนที่แท้จริงของเซี่ยอู๋เย่จะเป็นใคร แต่เขาก็คือสมาชิกตระกูลสกายวิงของเรา” เซี่ยบูหยุนยังคงกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา อย่างไรก็ตามคำตอบของเขากลับทำให้ทุกคนเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ

สกายวิงคิดที่จะปกป้องอาชญากรเอาไว้งั้นเหรอ?

พวกเขาไม่เพียงแต่จะปกป้องนักรบตัวน้อย ๆ อย่างเซี่ยเฟยเท่านั้น แต่พวกเขายังคิดที่จะปกป้องกู่หลี่ซึ่งเป็นอาชญากรไปด้วย

ขณะที่มูนวอร์ดพร้อมที่จะโยนพันธมิตรทิ้งออกไปอย่างไม่ใยดี แต่สกายวิงกลับพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเผ่าเทพเพื่อปกป้องคนของตัวเองเอาไว้

สกายวิงสมแล้วที่ถูกเรียกว่าตระกูลของคนบ้าที่ไร้เหตุผล แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็เป็นคนที่รักพวกพ้องของตัวเอง และจะไม่มีวันทอดทิ้งใครในตระกูลออกไปอย่างเด็ดขาด

***************

โอ๊ยยยย รักตระกูลนี้ (ไม่ได้หมายถึงมูนวอร์ดแน่นอน)

จบบทที่ ตอนที่ 733 จักรพรรดิกฎกู่หลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว