เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 727 กวาดล้างสวนดอกท้อ

ตอนที่ 727 กวาดล้างสวนดอกท้อ

ตอนที่ 727 กวาดล้างสวนดอกท้อ


ตอนที่ 727 กวาดล้างสวนดอกท้อ

เฮือก!

เซี่ยเฟยสะดุ้งลุกขึ้นมาจากการตื่นนอนพร้อมกับมองไปยังสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างระแวดระวัง

“ทำไมมันถึงมีจิตสังหารเข้มข้นขนาดนี้? นี่ฉันกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่?” ชายหนุ่มยังคงพยายามตั้งท่าป้องกันอย่างเต็มที่ เพราะสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

“ใจเย็น ๆ ตอนนี้นายอยู่ที่ตระกูลสกายวิงและนายก็ปลอดภัยแล้ว พวกสกายวิงถึงขั้นวางแผนจะทำสงครามกับตระกูลมูนวอร์ดเพราะเรื่องของนาย ตอนนี้มันได้มีราชากฎ 36 คนกับจักรพรรดิกฎอีกสองคนได้มารวมตัวกันที่ตระกูลแล้ว” โอโร่กล่าวหลังจากได้เห็นชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาจากนิทรา

“ราชากฎ 36 คนกับจักรพรรดิกฎอีกสองคนงั้นเหรอ? ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตระกูลสกายวิงจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้” เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ถ้าจะพูดให้ถูกรวมนายด้วย มันก็ควรต้องบอกว่าตระกูลสกายวิงมีราชากฎมารวมตัวกันแล้ว 37 คนมากกว่า” โอโร่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

อย่างไรก็ตามเซี่ยเฟยก็ไม่ได้มีเวลาให้ตกใจมากนัก เขาจึงรีบเลิกผ้าห่มออกมาด้วยความร้อนใจ ก่อนที่เขาจะได้เห็นขนอุยนอนหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างเงียบงัน โดยรอบ ๆ ตัวของมันถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลหลายชั้น คล้ายกับว่ามันจะได้รับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เมื่อพิจารณาจากกลิ่นของยาบนผ้าพันแผล เขาก็ได้พบว่าทักษะของนักปรุงยาคนนี้ค่อนข้างที่จะน่าพอใจพอสมควร และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่ากับน้ำยาสูตรของอันธ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นสูตรน้ำยาที่อ่อนโยนกว่าและสามารถใช้การได้แม้ว่าสภาพร่างกายของคนไข้จะอ่อนแอมากก็ตาม

“ขนอุย ๆ” เซี่ยเฟยร้องเรียกชื่อขนอุยเบา ๆ

อสูรตัวน้อยค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง โดยภายในแววตาของมันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังพยายามขยับเข้ามาใกล้และใช้ลิ้นของมันเลียหลังมือชายหนุ่มเบา ๆ

ขนอุยในตอนนี้ดูอ่อนแอมาก และมันก็แทบที่จะไม่หลงเหลือความมีชีวิตชีวาแบบเมื่อก่อนให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็หมายความว่าร่างกายของอสูรตัวนี้ได้รับบาดเจ็บหนักมาก และมันก็คงจะไม่สามารถฟื้นฟูพลังกลับมาได้ง่าย ๆ

ตูม!

“ผมหลับไปนานแค่ไหน?” เซี่ยเฟยชกเข้าใส่กำแพงอย่างแรงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธ

“นายหมดสติไปแค่ 30 นาที สมาชิกทุกคนในตระกูลสกายวิงต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ใช้กฎแห่งความเร็ว พวกเขาจึงสามารถจัดการเรื่องทุกอย่างได้เร็วมาก ขณะเดียวกันแม้ว่าขนอุยจะระเบิดพลังออกมาอย่างสุดแรงแต่มันก็ยังเด็กเกินไป การโจมตีในครั้งนี้จึงยังไม่อันตรายถึงชีวิตของมัน”

“แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังทำให้ขนอุยได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างหนักอยู่ดี โชคดีที่หมอประจำตระกูลสกายวิงใช้ว่านทองซึ่งเป็นสมุนไพรที่หาได้ยากมากช่วยขนอุยเอาไว้ และตอนนี้มันก็น่าจะพ้นจากขีดอันตรายมาเรียบร้อยแล้ว” โอโร่พยายามกล่าวปลอบใจ

เซี่ยเฟยที่ได้ศึกษาวิชาการปรุงยามาโดยตลอดรู้ดีว่าว่านทองเป็นสมุนไพรที่ล้ำค่ามากแค่ไหน อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้เห็นขนอุยที่กำลังนอนพักฟื้นอย่างเจ็บปวด และหงส์ครามที่ยังคงพยายามฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายในแขนของเขา มันก็ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับว่าโดนมีดกรีดเข้ามาที่หัวใจ

ทั้งขนอุยและหงส์ครามต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ และอยู่ห่างจากความตายเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งมันก็ทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกโกรธมากจนยากที่จะระบายอารมณ์พวกนั้นออกไปได้

ปัง!

จู่ ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างฉับพลัน พร้อมกับเซี่ยจงไห่ที่เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด จากนั้นเขาก็หยิบชุดเกราะออกมาจากแหวนมิติ และโยนชุดเกราะนั้นให้กับชายหนุ่มพร้อมกับแผ่นป้ายโลหะอีกอัน

เมื่อเซี่ยเฟยรับแผ่นป้ายมาตรวจสอบ เขาก็ได้พบว่ามันคือตรารูปมังกร 2 ปีกที่ด้านหลังมีคำว่าเซี่ยเฟยสลักอยู่

ชายหนุ่มรู้ดีว่าตราชิ้นนี้คือตราอสูรคลั่งของตระกูลสกายวิง และตราบใดก็ตามที่เขาบดขยี้ตราอสูรคลั่งให้แหลกสลายกลายเป็นชิ้น ๆ มันก็จะเป็นการออกคำสั่งเรียกระดมกองกำลังของตระกูลให้รีบกลับมารวมตัวกันโดยเร็วที่สุด

ดังนั้นแผ่นป้ายนี้จึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และการที่เซี่ยจงไห่มอบตราอสูรคลั่งให้กับเขาอย่างง่ายดาย มันจึงทำให้เขามองไปยังอีกฝ่ายด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“สวมชุดนั้นแล้วตามฉันมา” เซี่ยจงไห่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ

“ไปไหนครับ?” เซี่ยเฟยถามอย่างสับสน

“ถามอะไรไร้สาระ! ตอนนี้พวกเรามารวมตัวกันครบแล้ว มันถึงเวลาที่พวกเราจะต้องไปฆ่าไอ้พวกสารเลวจากตระกูลมูนวอร์ดน่ะสิ”

เซี่ยเฟยพยายามจะบอกเซี่ยจงไห่ว่าเขาไม่ใช่สมาชิกของตระกูลสกายวิง อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายก็กำลังโกรธจนเกินกว่าจะรับฟังความเห็นของเขา ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแค่สวมชุดเกราะลงไปบนร่างของเขาเท่านั้น

“มีอะไรเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง” เซี่ยจงไห่กล่าวก่อนที่เขาจะเดินนำชายหนุ่มออกไปจากห้องโดยไม่พูดอะไร

เมื่อได้เห็นความอ่อนแอของขนอุยกับหงส์คราม เซี่ยเฟยก็คิดว่าสิ่งที่ชายชราพูดมาคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ตอนนี้ไม่ว่ามันจะมีเรื่องอะไรพวกเขาควรจะเอาเรื่องพวกนั้นไปพูดคุยกันทีหลัง เพราะสิ่งแรกที่เขาควรจะต้องทำคือการกำจัดศัตรู

หลังจากเดินผ่านบานประตูโค้ง เซี่ยเฟยก็ได้พบว่าตัวเองได้มาอยู่ที่ลานหน้าบ้านที่ล้อมรอบไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง

ที่ลานนี้มีคนยืนอยู่ประมาณ 40 คนและพวกเขาต่างก็กำลังมองไปยังเซี่ยเฟยด้วยดวงตาสีแดงฉาน

นี่มันคือการรวมตัวกันของคนบ้าที่ทรงพลังชัด ๆ และจิตสังหารที่พวกเขาได้ปลดปล่อยออกมามันก็ถึงกับทำให้เซี่ยเฟยรู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก

‘นี่มันจะรุนแรงเกินไปแล้ว!’ เซี่ยเฟยอุทานขึ้นมาภายในใจอย่างเงียบ ๆ

สมาชิกในตระกูลสกายวิงได้มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดยฝ่ายหนึ่งเป็นเหมือนกับทหารที่มีหน้าที่คอยจู่โจม ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นทีมผู้หญิง 9 คนที่ถือกล่องยาอยู่ในมือ คล้ายกับว่าพวกเธอจะเป็นฝ่ายสนับสนุนที่คอยปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ

ทันใดนั้นประตูของลานกว้างก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับชายชรา 2 คนที่เดินเข้ามาผ่านทางประตู โดยชายชราคนหนึ่งคือชายชราผู้สวมแว่นตาที่มีชื่อว่าเซี่ยเทียน และเขาก็เป็น 1 ใน 2 จักรพรรดิกฎอันแข็งแกร่งของตระกูลสกายวิง

“ท่านผู้นำ ราชากฎทั้ง 37 คนได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ครบหมดแล้ว” เซี่ยจงไห่กล่าวรายงานกับชายชราทั้งสอง

“ทางทีมแพทย์ของเราก็พร้อมแล้ว” หญิงชราผู้ถือไม้เท้ากล่าวขึ้นมาอย่างหนักแน่นเช่นเดียวกัน

ผู้นำตระกูลสกายวิงคนปัจจุบันคือเซี่ยบูหยุน โดยเขาเป็นชายชราร่างผอมผมสีขาวหงอกไปทั้งศีรษะ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงเป็นจักรพรรดิกฎอีกคนของตระกูลสกายวิง

“เมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วพวกคนจากตระกูลมูนวอร์ดพยายามที่จะสังหารสมาชิกในตระกูลของเรา ดังนั้นพวกเราจะให้พวกมันต้องชดใช้ที่กล้ามาทำร้ายพวกเราอย่างสาสม!!” เซี่ยบูหยุนส่งเสียงปลุกระดมอย่างอาจหาญ

“หากใครกล้าแตะต้องตระกูลของเรา พวกมันก็จะต้องตาย!”

“ฆ่าพวกมูนวอร์ดซะ! กฎเหล็กของพวกเราคือห้ามใครมาทำร้ายคนในตระกูลของเราอย่างเด็ดขาด!!”

เหล่าบรรดาสมาชิกของตระกูลสกายวิงต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องตะโกนอย่างดุร้าย

เซี่ยบูหยุนยกแขนขึ้นมาบนฟ้าเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง ก่อนที่เขาจะเริ่มกล่าวต่อไปว่า

“เมื่อกี้มีคนจากเบื้องบนถามฉันมาว่าพวกเราจะปล่อยผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ไหม?”

คำบอกเล่าของชายชราทำให้เซี่ยเฟยชะงักค้างไปอย่างฉับพลัน เพราะคนจากเบื้องบนที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมานั้นย่อมหมายถึงคนจากเผ่าเทพ ผู้ซึ่งเป็น 1 ใน 2 เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

“พวกคนจากเผ่าเทพคงจะกลัวว่าสมาชิกภายในเผ่าจะทำร้ายกันเอง จนทำให้ความแข็งแกร่งโดยรวมของเผ่าตกต่ำลง พวกเขาจึงพยายามกดดันตระกูลสกายวิงไม่ให้ลงมือทำอะไรบุ่มบ่าม ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่าตระกูลนี้จะเป็นพวกบ้าอย่างข่าวลือในตำนานหรือเปล่า เพราะถ้าหากพวกเขากล้าขัดคำสั่งมันก็หมายถึงพวกเขาจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับคนจากเผ่าเทพด้วย” โอโร่กล่าว

อย่างไรก็ตามจู่ ๆ เซี่ยบูหยุนก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาดังลั่น ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูก

“ตอนนั้นฉันตอบเขาไปว่าถ้าจักรวาลไม่ถล่มฉันก็ไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปอย่างเด็ดขาด แต่ไม่ต้องห่วงพวกเราจะไม่ทำอะไรผู้สูงอายุกับเด็ก ๆ ของตระกูลมูนวอร์ดอยู่แล้ว เพราะพวกเราไม่ใช่คนที่จะลงมือสังหารคนที่ไม่มีทางสู้”

ทันใดนั้นสมาชิกทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเช่นกัน คล้ายกับว่าการพยายามล่อหลอกคนจากเผ่าเทพกลับไปจะไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนในตระกูลนี้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย

“นี่พวกเขากล้าพูดกับคนจากเผ่าเทพแบบนี้ได้ยังไง? พวกเขาไม่รักชีวิตของตัวเองแล้วเหรอ?!” โอโร่อุทานด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องราวมันก็ยังไม่ได้จบลงแต่เพียงเท่านี้

“บรรพบุรุษของเราจากเผ่าเทพก็ได้ติดต่อมาหาฉันด้วยเหมือนกัน และนี่ก็คือข้อความที่เขาฝากฉันประกาศบอกทุกคน” เซี่ยบูหยุนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

กิ๊ก!

เซี่ยบูหยุนกดปุ่มบนเครื่องมือเพื่อเล่นบันทึกวิดีโอ ขณะเดียวกันมันก็มีพลังกฎที่มองไม่เห็นปกป้องไม่ให้ผู้ที่อยู่นอกลานได้ยินเสียงวิดีโอหลังจากนี้ เพราะท้ายที่สุดนี่ก็คือเสียงของบรรพบุรุษ แล้วมันก็ไม่สมควรที่คนนอกจะได้เข้ามารับรู้เรื่องภายในของพวกเขา

สมาชิกทุกคนของตระกูลต่างก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างเคร่งเครียด เพราะนี่คือข้อความจากบรรพบุรุษที่อาศัยอยู่ในเผ่าเทพ ซึ่งในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ภายในตระกูลยังไม่เคยมีโอกาสได้พบกับชายชราคนนี้เลยด้วยซ้ำ

“เด็ก ๆ ฉันรู้ดีว่าตอนนี้ไอ้พวกสารเลวจากเผ่าเทพกำลังกดดันทุกคนอยู่ และต้องการให้พวกเราปล่อยผ่านเรื่องของตระกูลมูนวอร์ดไป”

เริ่มแรกเสียงพูดของชายชราดังขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ก่อนที่จู่ ๆ เสียงพูดของชายชราคนนี้จะตะโกนออกมาทำให้ประโยคหลังจากนั้นแล่นทะลวงเข้าสู่จิตใจของทุกคน

“จำเอาไว้! ถึงแม้ว่าพวกเราจะถูกกดดันแต่สิ่งที่ทุกคนจะต้องทำมีเพียงแค่ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือจัดการไอ้พวกมูนวอร์ดซะ เรื่องที่ 2 คือจัดการไอ้พวกมูนวอร์ดซะ และเรื่องที่ 3 ก็คือจัดการไอ้พวกมูนวอร์ดซะ!!”

“ถ้าเราจัดการพวกมันไม่ได้ในวันเดียวก็จัดการพวกมันตลอดทั้งปี ถ้าหากว่าในปีนี้พวกเรายังจัดการมันไม่ได้พวกเราก็จะทำสงครามกับพวกมันไป 100 ปี ถ้าหากว่าพวกนายยังจัดการกับพวกมันไม่ได้อีก ฉันคนนี้จะลงไปจัดการกับพวกมันเอง!”

“ตราบใดก็ตามที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องคนในครอบครัวของเราอย่างเด็ดขาด หากใครกล้ามาทำร้ายคนในตระกูลของเรา พวกเราก็จะทำลายตระกูลของพวกมันให้ย่อยยับ!!”

“พวกมันเป็นคนจากตระกูลชั้นยอดแล้วยังไง? พวกมันเป็นคนจากเผ่าเทพแล้วยังไง? จงจำเอาไว้ว่าพวกเราคือสกายวิง!”

“ไปฆ่าไอ้สารเลวพวกนั้นซะ ถ้าหากพวกนายฆ่าพวกมันไม่ได้ก็อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก!!”

บ้า!

บ้าไปแล้ว!

เซี่ยเฟยแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง เพราะใครจะไปรู้ว่าข้อความจากบรรพบุรุษของตระกูลสกายวิงจะเป็นการออกคำสั่งให้สังหารตระกูลของศัตรูอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้

แม้แต่โอโร่ก็ยังพูดไม่ออกเป็นเวลานาน เพราะในตอนแรกเขาคิดว่าบรรพบุรุษของสกายวิงจะมาห้ามลูกหลานของเขาซะอีก แต่ในความเป็นจริงข้อความของบรรพบุรุษกลับพยายามกระตุ้น เพราะกลัวว่าลูกหลานของตัวเองจะลงมืออย่างปวกเปียกมากเกินไป

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมตระกูลสกายวิงถึงถูกเรียกว่าพวกคนบ้า เพราะแม้แต่บรรพบุรุษของตระกูลยังบ้าขนาดนี้ แล้วสมาชิกคนที่เหลือในตระกูลจะไม่บ้าได้ยังไง” โอโร่พึมพำกับตัวเองภายในใจ

สวนดอกท้อคือพื้นที่อยู่อาศัยที่ใหญ่ที่สุดของตระกูลมูนวอร์ดในกลุ่มดาวม้าขาว

ตระกูลมูนวอร์ดรู้ดีว่าศัตรูของพวกเขาในคราวนี้ทรงพลังมากเพียงใด พวกเขาจึงอพยพสมาชิกที่อ่อนแอออกไปจากสวนของตระกูลเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

พรึบ!

จู่ ๆ มันก็มีเปลวไฟอันโหมกระหน่ำเผาทำลายสวนอย่างฉับพลัน และมันย่อมต้องเป็นผลงานจากตระกูลสกายวิงอย่างแน่นอน

“นี่คือเรื่องของสกายวิง ใครไม่เกี่ยวไสหัวออกไปซะ!” เสียง ๆ หนึ่งตะโกนขึ้นมาอย่างฉับพลันและทำให้พื้นที่ในบริเวณนั้นตกอยู่ในความว่างเปล่าในทันที

ผู้ไม่เกี่ยวข้องทุกคนต่างก็รีบหลบหนี เพราะทุกคนรู้ดีว่าสกายวิงเริ่มทำสงครามกับมูนวอร์ดแล้ว และในตอนนี้แม้แต่เผ่าเทพก็คงจะไม่สามารถหยุดยั้งการปะทะกันระหว่างพวกเขาได้

เมื่อเวลา 11:15 น. เซี่ยเฟยถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

11:20 น. ตราอสูรคลั่งถูกทำลายพร้อมกับเซี่ยจงไห่ประกาศสงครามระหว่างสองตระกูล

11:45 น. 37 ราชากฎและ 2 จักรพรรดิกฎได้มารวมตัวกันที่สวนสายลมของตระกูลสกายวิง

11:55 น. เพียงแค่ 35 นาทีหลังจากตราอสูรคลั่งถูกทำลาย สวนดอกท้อซึ่งเป็นสถานที่อยู่อาศัยของตระกูลมูนวอร์ดก็ถูกเผาจนราบเป็นหน้ากลอง

***************

จบบทที่ ตอนที่ 727 กวาดล้างสวนดอกท้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว