เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 121 - รอดตายหวุดหวิด

บทที่ 121 - รอดตายหวุดหวิด

บทที่ 121 - รอดตายหวุดหวิด


บทที่ 121 - รอดตายหวุดหวิด

"พี่หมาป่าครับ ผมไปมีความแค้นอะไรกับพวกพี่นักหนาเหรอครับ ทำไมต้องมาเฝ้าผมไม่ยอมไปไหนเลยเนี่ย"

บนต้นไม้ จ้าวเฟยตะโกนร้องไห้คร่ำครวญลงมาใส่ฝูงหมาป่าข้างล่างด้วยสีหน้าสุดแสนจะรันทด ถ้าบีบน้ำตาออกมาได้อีกสักหน่อยรับรองว่าต้องเรียกคะแนนความสงสารได้เพียบแน่ๆ

เวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ แล้ว จ้าวเฟยทั้งเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ จะนอนก็ไม่กล้านอน จะลงก็ลงไม่ได้ ทำได้แค่กอดต้นไม้แน่นแล้วสวดภาวนาไม่หยุด ขอให้ไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้รีบๆ ไปซะที

แต่ดูเหมือนคำอธิษฐานของจ้าวเฟยจะไม่เป็นผลเลยสักนิด ฝูงหมาป่ายังคงปักหลักอยู่ใต้ต้นไม้ราวกับจะสร้างบ้านอยู่ที่นี่ ไม่มีความคิดที่จะจากไปไหนเลย

"ช่วยด้วย..."

จ้าวเฟยตะโกนร้องขอความช่วยเหลือออกมาอีกครั้งอย่างจำยอม แม้จะรู้ว่าความหวังมันริบหรี่เต็มที แต่เขาก็ยังไม่อยากทิ้งความหวังที่จะมีชีวิตรอดไป

เห็นดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงไปทางทิศตะวันตก ฟ้าก็กำลังจะมืดในไม่ช้า หัวใจของจ้าวเฟยก็ยิ่งดิ่งลงเหว

ใจหนึ่งก็อยากจะกระโดดลงไปให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่จ้าวเฟยก็ไม่มีความกล้าพอ แถมถ้าโดดลงไปแล้วไม่ตายก็คงจบเห่กันพอดี

ในขณะที่จ้าวเฟยกำลังหมดอาลัยตายอยากอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงฟิ้วดังขึ้น ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งออกมาจากพงหญ้าไม่ไกลนัก ปักเข้าที่หน้าผากของหมาป่าตัวหนึ่งอย่างจัง

เจ้าหมาป่าตัวนั้นยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องสักแอะ ก็ล้มลงขาดใจตายทันที

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้จ้าวเฟยทำตัวไม่ถูก ได้ยินแต่เสียงดังฉึกฉัก แล้วหมาป่าก็ล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้นทีละตัว

ยังไม่จบแค่นั้น ลูกธนูอีกดอกแล้วก็อีกดอกพุ่งออกมาจากระยะไกลอย่างต่อเนื่อง ทุกดอกล้วนเข้าเป้าสังหารหมาป่าไปทีละตัวอย่างแม่นยำ

จ้าวเฟยรู้ได้ทันทีว่างานนี้รอดตายแล้วแน่ๆ ความดีใจทำเอาเกือบจะพลัดตกจากต้นไม้

เวลานี้ฝูงหมาป่าเริ่มแตกตื่นตกใจ ต่างแยกเขี้ยวขู่อย่างดุร้าย

โบร๋ว...

จ่าฝูงส่งเสียงสั่งการ ฝูงหมาป่าก็พุ่งทะยานไปยังทิศทางที่ลูกธนูยิงมาทันที

"มาได้สวย!"

เสียงตะโกนก้องดังขึ้น จ้าวเฟยพอจะฟังออกว่าเจ้าของเสียงดูจะตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย

เผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าแต่กลับไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด แถมยังดูคึกคักอีกต่างหาก จ้าวเฟยนึกภาพไม่ออกเลยว่าเจ้าของเสียงนี้เป็นใครกันแน่ แต่ดูจากฝีมือยิงธนูที่แม่นราวจับวางแบบนี้ วรยุทธ์คงไม่ธรรมดาแน่ๆ

รอดแล้วเรา งานนี้รอดแล้ว จ้าวเฟยไม่อยากให้ผู้มีพระคุณต้องมาจบชีวิตลงในปากหมาป่าตอนนี้เลยจริงๆ

"ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจจริงๆ"

ในขณะที่จ้าวเฟยกำลังสวดภาวนาให้เจ้าของเสียงอยู่นั้น เสียงหัวเราะอันสดใสก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของหมาป่าที่ดังขึ้นตามมาติดๆ

"เฮ้ย เอาจริงดิ จบไวขนาดนี้เลยเหรอ"

จ้าวเฟยรู้สึกว่าสมองตัวเองประมวลผลไม่ทัน ถึงจะยิงตายไปหลายตัวแล้ว แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังเหลือหมาป่าอีกเกือบยี่สิบตัว แถมยังมีจ่าฝูงตัวโหดอีก แค่คนคนเดียวจัดการได้เรียบวุธเร็วขนาดนี้เลยเหรอ

ขณะที่จ้าวเฟยกำลังสงสัย เงาร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินตรงเข้ามายังต้นไม้ใหญ่ที่เขาเกาะอยู่

"คนบนต้นไม้น่ะ ลงมาได้แล้ว ไอ้พวกเดรัจฉานพวกนั้นข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว"

เงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้นพูด เสียงฟังดูซื่อๆ แต่กลับทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด

จ้าวเฟยมองตามเสียงไป แต่เพราะฟ้าเริ่มมืดเลยเห็นแค่ว่าเป็นคนที่ตัวใหญ่บึกบึนมาก ถ้าเอาตัวจ้าวเฟยเองมาเทียบ สักสามคนมัดรวมกันยังดูไม่หนาเท่าพี่แกคนเดียวเลย

ชายร่างยักษ์ถืออาวุธคู่กาย จ้าวเฟยมองแล้วรู้สึกคุ้นตาชอบกล แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน

"ยังจะรออะไรอยู่อีก ถ้าไม่ลงมาข้าจะไปแล้วนะ พี่น้องข้ารอข้าอยู่"

เงาร่างนั้นพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงซื่อๆ พูดจบก็หันหลังกลับทำท่าจะเดินจากไปจริงๆ

"พี่ชายอย่าเพิ่งไป!"

เห็นคนจะเดินหนี จ้าวเฟยก็ร้อนรนทันที ขืนทิ้งเขาไว้ในป่าเขาลำเนาไพรแบบนี้มีหวังได้ตายจริงๆ แน่

"งั้นเจ้าก็รีบลงมาเร็วๆ สิ พี่น้องข้ารอข้าอยู่เนี่ย"

ชายร่างยักษ์หันกลับมาตะโกนบอกจ้าวเฟย

"ได้ครับๆ"

จ้าวเฟยไหนเลยจะกล้าปฏิเสธ รีบตะเกียกตะกายลงจากต้นไม้อย่างทุลักทุเล

โบราณว่ายิ่งรีบยิ่งช้า ยิ่งลนลานยิ่งพลาด คำนี้ไม่ผิดเลยสักนิด

ขณะที่จ้าวเฟยกำลังไต่ลงมา จู่ๆ ก็ก้าวพลาดเหยียบอากาศ จนพลัดตกลงมาจากต้นไม้

ยังดีที่จ้าวเฟยปีนลงมาได้ครึ่งทางแล้ว ไม่งั้นคงได้ฮากันไม่ออก ไม่โดนหมาป่ากินแต่ดันมาตกต้นไม้ตายตอนมีคนมาช่วย

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง จ้าวเฟยคงเป็นผีที่ตายตาไม่หลับที่สุดในโลกแน่ๆ

จ้าวเฟยนอนหงายท้องอยู่บนพื้น รู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว สะบัดหัวที่มึนงง พยายามจะลุกขึ้นยืนอยู่หลายรอบแต่ก็ไม่สำเร็จ

"เจ้าคนนี้นี่น่ารำคาญจริง"

เสียงซื่อๆ ดังมาจากเหนือหัว จ้าวเฟยตั้งสติเงยหน้าขึ้นมอง

ไม่มองยังพอว่า พอได้เห็นชัดๆ เท่านั้นแหละ จ้าวเฟยก็ตกใจสุดขีด

"ว้าก..."

ร้องเสียงหลงได้คำเดียว จ้าวเฟยก็สลบเหมือดไปอย่างสวยงาม

เงาดำนั้นเกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ตอนนั้นเอง เงาร่างอีกคนก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามา

คนผู้นี้สวมชุดรัดกุม ถือคันธนูและสะพายซองลูกธนูไว้ด้านหลัง เห็นได้ชัดว่าหมาป่าที่ถูกยิงตายเป็นฝีมือของเขานั่นเอง

"พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้น ข้าได้ยินเสียงร้องดังลั่นเลย"

คนผู้นั้นเดินเข้ามาถามชายร่างยักษ์

"นั่นไง"

ชายร่างยักษ์ชี้ไปที่จ้าวเฟยที่นอนสลบอยู่โดยไม่พูดอะไร

"เอ่อ..."

ชายหนุ่มผู้ถือธนูพอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ พลางมองจ้าวเฟยที่สลบไสลแล้วคิดในใจ

'ดูท่าหน้าตาของพี่ใหญ่เราคงจะน่ากลัวเกินไปสำหรับคนแปลกหน้าสินะ'

"ในเมื่อไม่เป็นไรแล้ว ก็รีบไปกันเถอะ"

ชายหนุ่มถือธนูเอ่ยขึ้น

ชายร่างยักษ์พยักหน้ารับ แล้วชี้ไปที่จ้าวเฟยถามว่า "แล้วเจ้านี่ล่ะ"

"พาไปด้วยกันเถอะ ทิ้งไว้กลางป่ากลางเขาแบบนี้ เดี๋ยวก็ตายเปล่า"

"อืม"

ชายร่างยักษ์พยักหน้า วางอาวุธในมือลงเตรียมจะแบกจ้าวเฟยขึ้นหลัง แต่ถูกชายหนุ่มห้ามไว้

"ข้าแบกเองดีกว่า ไม่งั้นข้าคงถือทวนคู่ของพี่ใหญ่ไม่ไหวแน่"

"ก็ได้"

ชายร่างยักษ์พยักหน้า แล้วรับคันธนูกับซองลูกธนูจากมือชายหนุ่มไปถือไว้

พอส่งของให้ชายร่างยักษ์เสร็จ ชายหนุ่มก็ก้มลงแบกจ้าวเฟยขึ้นหลัง

ตอนที่แบกจ้าวเฟย สายตาก็เหลือบไปเห็นซากศพของพานเอ้อร์ที่ถูกฝูงหมาป่าแทะจนเหลือแต่กระดูก แววตาฉายความเวทนาวูบหนึ่ง แต่ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลงๆ

ชายร่างยักษ์เองก็เห็นโครงกระดูกนั้นเช่นกัน แต่เวลาคับขัน คงไม่มีเวลามาจัดการศพให้ ได้แต่ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น

"พี่ใหญ่ เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ"

ชายหนุ่มแบกจ้าวเฟยเข้าที่แล้วหันไปบอก

"อืม"

ชายร่างยักษ์พยักหน้า แล้วเดินตามชายหนุ่มออกไป

...

'วูบอีกแล้ว วูบอีกจนได้ ทำไมเดี๋ยวนี้เราชินกับการเป็นลมขนาดนี้เนี่ย'

ท่ามกลางความมืดมิด จ้าวเฟยคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย สำหรับอาการหน้ามืดเป็นลมบ่อยๆ นี้ จ้าวเฟยเริ่มจะชินชาเสียแล้ว ก็แหม จะให้ทำไงได้ ลมจับไปกี่รอบแล้วล่ะ

'ไม่รู้ว่าคราวนี้ตื่นมาจะไปโผล่ที่ไหนอีก หรือว่าจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยนะ'

ในความมืด จ้าวเฟยบ่นพึมพำอย่างเจ็บปวด

ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก จ้าวเฟยถูกพานเอ้อร์ไล่ล่าจนเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ แถมยังต้องติดอยู่บนต้นไม้เป็นวันๆ พอมีคนมาช่วยก็ดันตกต้นไม้ลงมาอีก

ใครเจอแบบนี้ก็คงรับไม่ไหว ยิ่งมาเจอกับชายร่างยักษ์หน้าตาดุดันทำให้ตกใจอีก การเป็นลมไปก็ถือเป็นเรื่องปกติ

'ขอให้พี่เบิ้มคนนั้นอย่าโกรธเราเลยนะ'

จ้าวเฟยภาวนาในใจ

ทันใดนั้น อาการเวียนหัวก็กลับมาอีกครั้ง จากประสบการณ์แล้วจ้าวเฟยรู้ทันทีว่าเขากำลังจะฟื้น

บนเตียงไม้ จ้าวเฟยค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วรีบขยับแขนขาทันที พบว่าอวัยวะยังอยู่ครบ 32 จากนั้นก็มองหาห่อผ้าของตัวเอง พบว่ามันถูกวางกองไว้ข้างเตียงโดยที่ยังไม่มีใครเปิดออกดู

"ค่อยยังชั่ว"

จ้าวเฟยถอนหายใจอย่างโล่งอก

"ตื่นแล้วเหรอ"

เสียงหนึ่งดังขึ้น จ้าวเฟยหันไปมองเห็นเด็กน้อยหัวเกรียนคนหนึ่ง

"ข้าจะไปบอกพ่อ"

พูดจบเด็กน้อยก็วิ่งออกไป

สักพัก ชายร่างกำยำคนเดิมก็เดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตาอีกครั้ง แต่คราวนี้จ้าวเฟยไม่ได้ตกใจกลัวเหมือนครั้งก่อนแล้ว

"ขอบคุณท่านจอมยุทธ์ที่ช่วยชีวิตไว้ บุญคุณนี้จ้าวเฟยไม่มีวันลืม"

รู้ว่าคนตรงหน้าคือผู้มีพระคุณ จ้าวเฟยจึงรีบกล่าวขอบคุณทันที

"ไม่เป็นไรหรอก แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น"

ชายร่างยักษ์ตอบด้วยน้ำเสียงซื่อๆ

"มิได้ๆ ไม่ทราบว่าท่านจอมยุทธ์มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร"

"ข้าชื่อเตียนอุย"

"อ๋อ ที่แท้ก็ท่านจอมยุทธ์เตียน..."

ตอนแรกจ้าวเฟยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอสมองประมวลผลเสร็จ เขาก็ชะงักกึกทันที

"ท่านคือเตียนอุย?"

จ้าวเฟยถามเสียงหลง

"ใช่ข้าเอง หรือเจ้ารู้จักข้า"

เตียนอุยถามด้วยความสงสัย

"เปล่า"

จ้าวเฟยส่ายหน้าอย่างเหม่อลอย เห็นได้ชัดว่ายังไม่หายช็อก

'เชี่ยเอ๊ย เจอเตียนอุยตัวเป็นๆ ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแล้วกู มิน่าล่ะถึงฆ่าหมาป่าเกือยยี่สิบตัวได้สบายๆ ที่แท้ก็คือเตียนอุยนี่เอง'

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 121 - รอดตายหวุดหวิด

คัดลอกลิงก์แล้ว