เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 706 พิชิตศิลาหางฟีนิกซ์

ตอนที่ 706 พิชิตศิลาหางฟีนิกซ์

ตอนที่ 706 พิชิตศิลาหางฟีนิกซ์


ตอนที่ 706 พิชิตศิลาหางฟีนิกซ์

“ใบหญ้าใบที่ 4 หงส์ครามเติบโตในช่วงวิกฤติแบบนี้เนี่ยนะ?!” โอโร่อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ

เมื่อขนอุยเพิ่มพลังขึ้นมาอย่างฉับพลันประกอบกับหงส์ครามงอกใบหญ้าขึ้นมาอีกหนึ่งใบ มันจึงทำให้ศิลาหางฟินิกซ์ที่ได้รับการเสริมพลังจากจักรวาลยังคงถูกเหนี่ยวรั้งเอาไว้ในตำแหน่งเดิม

‘หรือว่า… เซี่ยเฟยจะทำสำเร็จอย่างงั้นเหรอ?’ โอโร่อุทานขึ้นมาภายในใจ

เซี่ยเฟยแสดงความมุ่งมั่นออกมาอย่างเต็มที่ว่าเขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งศิลาหางฟินิกซ์เอาไว้ให้ได้ ทั้งขนอุยและหงส์ครามจึงต่างก็ล้วนแล้วแต่ตอบรับความมุ่งมั่นภายในใจเจ้านายของพวกมัน จนทำให้พวกมันเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นมาในช่วงเวลาที่สำคัญ

ไม่ว่าศิลาหางฟินิกซ์จะพยายามดิ้นหนีไปทางไหน มันก็เป็นเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังเอาไว้ภายในกรง ดังนั้นถึงแม้ว่ามันจะพยายามพยศครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ท้ายที่สุดมันก็ยังไม่สามารถที่จะหลุดออกไปจากวงล้อมที่พันธนาการร่างของมันเอาไว้ได้

กาลเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง และในพริบตาเดียวเวลาก็ได้ผ่านพ้นไปนานถึง 3 ชั่วโมงแล้ว

เมื่อเซี่ยเฟย, ขนอุยและหงส์ครามร่วมมือกัน มันก็ได้ก่อให้เกิดปาฏิหาริย์ที่สามารถเหนี่ยวรั้งศิลาหางฟินิกซ์เอาไว้ได้เป็นเวลานานขนาดนี้ โดยเฉพาะหงส์ครามกับขนอุยที่พยายามแข่งขันซึ่งกันและกันเพื่อพยายามเอาใจเจ้านายของพวกมันอย่างเซี่ยเฟย

ในทางกลับกันแม้ว่าศิลาหางฟินิกซ์จะเป็นอาวุธมายาที่ได้รับการสนับสนุนจากพลังของจักรวาล แต่การต่อสู้กับพวกเซี่ยเฟยเป็นเวลานานก็ทำให้มันรู้สึกอ่อนล้า จนทำให้แม้แต่เปลวไฟบนร่างของมันก็ยังอ่อนแรงลงไปเรื่อย ๆ

หากศิลาหางฟินิกซ์พูดได้มันคงจะร้องเสียงคร่ำครวญให้เซี่ยเฟยปล่อยมันไป แต่น่าเสียดายที่ชายหนุ่มตัดสินใจแล้วและเขาก็จะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะเก็บอาวุธมายาชิ้นนี้กลับไปพร้อมกับเขา

“ลงมานี่” เมื่อชายหนุ่มสังเกตเห็นว่ามันได้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว เขาจึงออกแรงผ่านทางหงส์ครามเพื่อกระชากศิลาหางฟินิกซ์ให้ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดิน

ตูม!

แรงกระแทกจากการกระชากในครั้งนี้รุนแรงมาก จนมันก่อให้เกิดหลุมลึกที่ยุบตัวลงไปมากกว่า 2 เมตร

เซี่ยเฟยค่อย ๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้า ก่อนที่เขาจะหยิบศิลาหางฟินิกซ์ขึ้นมาไว้ในมือ

ปัจจุบันก้อนหินสีดำก้อนนี้มีเปลวไฟหลงเหลืออยู่เพียงแค่บาง ๆ เท่านั้น และเซี่ยเฟยที่สวมใส่ชุดเกราะชาร์ปเลสป้องกันร่างกายอยู่นั้นก็ไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวความร้อนเพียงเท่านี้เลยแม้แต่น้อย

การต่อสู้อันยาวนานทำให้ศิลาหางฟินิกซ์อ่อนแอมาก และในปัจจุบันมันก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะหนีไปไหนอีกแล้ว

จากนั้นเซี่ยเฟยก็เริ่มถ่ายเทพลังของกฎแห่งความโกลาหลเข้าสู่ร่างของศิลาหางฟินิกซ์ ซึ่งพลังเหล่านี้ก็ได้เข้าไปกระตุ้นก้อนหินสีดำภายในมือของเขาอย่างเห็นได้ชัด

ในความเป็นจริงเซี่ยเฟยก็ไม่ได้ปลดปล่อยพลังของกฎแห่งความโกลาหลออกมาเป็นจำนวนมาก เพราะเขากลัวว่ามันจะสร้างความเสียหายให้กับอาวุธมายาภายในมือ ซึ่งถ้าหากว่ามันเป็นอะไรไปความพยายามทั้งหมดที่เขาได้ทำมาก็จะสูญเปล่าไปด้วยเช่นกัน

“เลิกดิ้นรนได้แล้วอยู่ที่นี่ต่อกับฉันเถอะ” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับส่งพลังของกฎแห่งความโกลาหลเข้าไปอีกครั้ง จนทำให้ศิลาหางฟินิกซ์รู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

“แม้ว่าหงส์ครามจะเป็นวัชพืชที่ดื้อรั้นแต่มันก็ดูเหมือนกับว่าอาวุธมายาชิ้นนั้นจะดื้อรั้นน้อยกว่านายที่เป็นเจ้านายของมันซะอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่านายจะสามารถเหนี่ยวรั้งศิลาหางฟินิกซ์เอาไว้ได้ทั้ง ๆ ที่มันได้รับการเสริมพลังจากจักรวาลมาแบบนั้น” โอโร่พึมพำขึ้นมาเบา ๆ

แม้ว่าศิลาหางฟินิกซ์จะหมดแรงแต่มันก็ยังคงมีแรงกระตุ้นภายในสัญชาตญาณให้มันหวนคืนกลับไปสู่จักรวาล แต่ในเวลานี้มันกลับรู้สึกเหมือนกับมีมารตัวหนึ่งจ้องมองมันอยู่ และมารตัวนี้ยังใช้พลังอะไรบางอย่างที่ทำให้มันไม่สามารถที่จะหวนคืนกลับไปสู่จักรวาลได้

อาวุธมายาทุกชิ้นต่างก็มีความนึกคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งในปัจจุบันศิลาหางฟินิกซ์ก็รู้สึกหวาดกลัวเซี่ยเฟย ราวกับว่ามันเป็นหนูที่กำลังถูกจับอยู่ภายใต้อุ้งเท้าของแมว

ที่สำคัญพลังของกฎแห่งความโกลาหลยังได้เข้าไปลบล้างสัญชาตญาณดั้งเดิมของมันที่ต้องหวนคืนกลับสู่จักรวาล และถ้าหากว่าศิลาหางฟินิกซ์มีตา ทุกคนก็คงจะเห็นน้ำตาไหลอาบแก้มของมันแล้ว

อาวุธมายาทั่วทั้งจักรวาลมีถึง 30 ชิ้น แต่มันก็คิดว่าไม่มีอาวุธมายาชิ้นไหนโชคร้ายเหมือนกับมันแล้ว เพราะใครจะไปคิดว่ามันจะได้บังเอิญมาพบกับผู้ชายไร้เหตุผลที่พยายามเหนี่ยวรั้งร่างของมันเอาไว้ จนทำให้มันไม่สามารถหวนคืนกลับสู่จักรวาลตามสัญชาตญาณดั้งเดิมของมันได้ด้วยซ้ำ

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างก็มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเป็นของตัวเอง และมันก็จะพยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองอยู่รอดปลอดภัยด้วยเช่นกัน ดังนั้นถึงแม้ว่าสัญชาตญาณของมันจะกระตุ้นให้มันหวนกลับคืนสู่จักรวาล แต่อีกสัญชาตญาณหนึ่งก็ได้บอกมันว่าหากมันพยายามหนีไปจริง ๆ ชายคนนี้ก็อาจจะทำลายชีวิตของมันลงไปเลยก็ได้

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้เอง ในที่สุดศิลาหางฟินิกซ์ก็ยอมจำนนต่อเซี่ยเฟย

เหตุการณ์นี้ทำให้โอโร่แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะเซี่ยเฟยไม่เพียงแต่จะสามารถพิชิตอาวุธมายาชิ้นนี้ได้เท่านั้น แต่เขายังฝ่าฝืนโชคชะตาของจักรวาลได้อีกด้วย

“เขาทำสำเร็จจริง ๆ งั้นเหรอ?”

แม้ว่ากระบวนการฝ่าฝืนโชคชะตาในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ความจริงที่เซี่ยเฟยสามารถฝ่าฝืนโชคชะตาของจักรวาลก็เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้

ทันใดนั้นโอโร่ก็นึกถึงคำ ๆ หนึ่งที่เซี่ยเฟยมักจะพูดอยู่เป็นประจำ และคำ ๆ นั้นนั่นก็คือมันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

เซี่ยเฟยเก็บศิลาหางฟินิกซ์เข้าไปไว้ในแหวนมิติ จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวนอนพักลงบนพื้นพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

เมื่อชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ได้พบกับใบหน้าอันตื่นเต้นของเซธที่กำลังจ้องมองมายังเขาอยู่

“นายท่าน! ในที่สุดคุณก็ตื่นแล้ว” เซธกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่เกือบจะร้องไห้

หลังจากการต่อสู้ในครั้งนี้เซธก็ได้ตระหนักแล้วว่าระดับพลังไม่ใช่สิ่งที่สามารถนำมาวัดพลังการต่อสู้ได้อย่างแท้จริง และเซี่ยเฟยก็ได้สั่งสอนบทเรียนให้เขาได้รู้แล้วว่าการประยุกต์ใช้พลังจากสิ่งต่าง ๆ ในระหว่างการต่อสู้นั้นสามารถที่จะนำมาเพิ่มพลังการต่อสู้ให้กับพวกเขาได้

แม้ว่าระดับพลังของเซี่ยเฟยจะต่ำกว่าควินซี่มาก แต่ท้ายที่สุดชายคนนี้ก็สามารถที่จะสังหารนักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทได้โดยไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรออกมามากนัก

เซี่ยเฟยล้วงมือเข้าไปในแหวนมิติ ก่อนที่เขาจะหยิบขวดน้ำยาสีฟ้าออกมาให้กับเซธ

“ดื่มยาขวดนี้แล้วรูปลักษณ์ของนายจะกลับมาเป็นปกติ ระหว่างนั้นออกไปรอฉันข้างนอกก่อน”

เซธพยักหน้าซ้ำ ๆ ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งออกไปจากห้องตามคำสั่งของเซี่ยเฟย

ความแข็งแกร่งคือรากฐานของทุกสิ่ง และพลังที่เซี่ยเฟยได้แสดงออกมาก็ได้ขจัดความสงสัยทุกอย่างภายในใจของเซธอย่างสมบูรณ์แล้ว สิ่งเดียวที่ชายฉกรรจ์คนนี้กำลังคิดคือการพยายามทำอะไรก็ได้ให้เซี่ยเฟยรู้สึกพึงพอใจ

เมื่อเซธจากไปชายหนุ่มก็หยิบคริสตัลต้นกำเนิดออกมามอบให้ขนอุย เพื่อที่มันจะได้ฟื้นฟูพลังงานกลับมาด้วยเช่นกัน ซึ่งในคราวนี้ขนอุยถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขาได้รับชัยชนะกลับมา

ส่วนทางด้านของหงส์ครามก็เป็นเหมือนกับปรสิตที่อยู่ติดกับแขนขวาของเขา มันจึงไม่จำเป็นจะต้องดูดซับพลังงานเหมือนกับขนอุย เพียงแค่จำเป็นจะต้องใช้เวลาพักผ่อนเงียบ ๆ สัก 2-3 วัน มันก็ฟื้นฟูร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว

ทางด้านของบลัดบิวเทียสก็ส่องแสงสีแดงออกมาอย่างสวยงาม เซี่ยเฟยจึงเดินไปถือมันขึ้นมาชั่งน้ำหนักภายในมือ 2-3 ครั้ง ก่อนที่เขาจะพึมพำขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ทั้งที่ฉันได้รับพลังงานมาเพียงแค่ 30% แต่พลังงานที่มันส่งมาให้ก็ทำให้ฉันใกล้ที่จะกลายเป็นราชากฎแล้ว แต่ทำไมบลัดบิวเทียสที่ได้รับพลังงานไป 70% ถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย?”

“นี่นายยังอยากจะให้อาวุธของนายพัฒนาไปอีกงั้นเหรอ? แค่นี้มันก็เป็นอาวุธที่น่ามหัศจรรย์มากแล้วนะ” โอโร่กล่าวพร้อมกับกรอกตาไปทางเซี่ยเฟย

“ยิ่งอาวุธของผมมีพลังมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นผลดีต่อผมมากขึ้นไม่ใช่เหรอครับ?” เซี่ยเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเก็บบลัดบิวเทียสกลับไปในตำแหน่งเดิม

“ไอ้คนโลภมาก! ตอนนี้นายก็มีของดีอยู่กับตัวเยอะแยะแล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าเป็นฉัน…” โอโร่กล่าวก่อนที่เขาจะหยุดพูดอย่างฉับพลัน

“ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไงเหรอ?” เซี่ยเฟยกล่าวถามอย่างมีเลศนัย

“ช่างมันเถอะ! ว่าแต่นายใช้พลังกฎอะไรออกมากันแน่? แค่มันสามารถล้มล้างกฎของทางฝั่งเทพได้มันก็น่าตกใจมากพอแล้ว แต่นี่แม้แต่กฎแห่งความมืดของทางฝั่งมารก็ยังไม่สามารถทำอะไรกฎนั่นได้ หรือว่ามันจะเป็นกฎที่ถูกสร้างขึ้นจากปรมาจารย์ชั้นยอดงั้นเหรอ?” โอโร่กล่าวถามเปลี่ยนเรื่อง

กฎแห่งความโกลาหลทำให้โอโร่รู้สึกสงสัยมาก และถึงแม้เขาจะรู้ว่าเซี่ยเฟยจะไม่ตอบคำถาม แต่เขาก็ยังคงพยายามถามคำถามออกไปซ้ำ ๆ

นักรบทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่มีความสนใจในการแสวงหาพลังที่แข็งแกร่ง ซึ่งโอโร่ก็พยายามทำความเข้าใจกฎแห่งความโกลาหลของเซี่ยเฟยอย่างสุดความสามารถ แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะพยายามคิดยังไง เขาก็ยังไม่สามารถทำความเข้าใจพลังที่สับสนวุ่นวายของกฎแห่งความโกลาหลได้

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแค่ยักไหล่ตอบกลับไป เพราะอันที่จริงเขาก็รู้เรื่องของกฎแห่งความโกลาหลไม่ต่างไปจากโอโร่เลย

ตอนที่เทพดำมอบกฎแห่งความโกลาหลกับเขามา อีกฝ่ายก็ไม่ได้อธิบายอะไรให้กับเขาฟังด้วยซ้ำ เซี่ยเฟยจึงพยายามคลำทางด้วยตัวเองจนใช้กฎแห่งความโกลาหลได้อย่างทุกวันนี้ ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมกฎแห่งความโกลาหลถึงเป็นกฎที่ทรงพลังมากขนาดนั้น

เป็นไปได้ไหมว่ากฎแห่งความโกลาหลอาจจะเป็นกฎโบราณที่สูญหายไป เหมือนกับกฎแห่งเวลาของทางเผ่าเทพและกฎแห่งชีวิตของทางฝั่งเผ่ามาร?

ถ้าหากว่ามันคือสมบัติที่ล้ำค่าแบบนั้นจริง ๆ แล้วเทพดำจะมามอบกฎแห่งความโกลาหลให้กับเขาง่าย ๆ ไปทำไม?

เซี่ยเฟยไม่มีคำตอบสำหรับคำถามพวกนี้เลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเขาก็คงจะได้พบคำตอบในวันหนึ่งที่เขาบังเอิญได้พบกับเทพขาวหรือเทพดำอีกครั้ง

แน่นอนว่าเซี่ยเฟยย่อมไม่รู้ว่าเทพขาวกับเทพดำกำลังหลบหนี เนื่องมาจากว่าพวกเขาได้ครอบครองกฎแห่งความโกลาหล ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่ทางชายหนุ่มกับเทพขาวดำจะได้โคจรมาพบเจอกัน

“คุณพูดเรื่องอะไร? ผมก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมใช้กฎมิติที่มีการตีความแตกต่างจากคนอื่นก็เท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ลึกลับ โดยไม่คิดที่จะตอบคำถามออกไปจริง ๆ

เมื่อได้รับคำตอบโอโร่ก็แทบที่จะสำลักน้ำลาย เพราะก่อนหน้านี้เซี่ยเฟยได้ใช้พลังปริศนานั้นในการสังหารควินซี่ แล้วเขายังจะกล้าบอกอยู่อีกงั้นเหรอว่ามันคือพลังของกฎมิติ

“เอาล่ะ หลังจากเหน็ดเหนื่อยมานาน มันก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวสินสงครามแล้ว” เซี่ยเฟยกล่าวขณะที่เขาเดินเข้าไปยังร่างของควินซี่ด้วยรอยยิ้ม

การประกาศออกมาในครั้งนี้เป็นเหมือนกับการบอกโอโร่เป็นนัย ๆ ว่า เขาผ่านพ้นความยากลำบากมามาก อีกฝ่ายไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทวงสมบัติของราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ทคืนจากเขา

โอโร่ทำได้เพียงแต่จ้องมองไปทางชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้

ขั้นตอนแรกเซี่ยเฟยได้หยิบชุดเกราะของควินซี่ออกมาจากร่างที่เหี่ยวแห้ง และถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเท่ากับชุดเกราะชาร์ปเลสของเขา แต่มันก็ยังถือว่าเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งที่หาได้ยาก

“ชุดเกราะอาทิตย์อัสดงเป็นผลงานชั้นยอดของปรมาจารย์แคมโพส ซึ่งเป็นนักประดิษฐ์ชั้นหนึ่งในแดนมารของเรา ในอดีตฉันเป็นคนมอบชุดเกราะชุดนี้ให้กับควินซี่ด้วยตัวเอง ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งมันจะกล้าทรยศแม้กระทั่งพ่อของมัน” โอโร่กล่าวขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เซี่ยเฟยทำได้เพียงแต่เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ถอดแหวนมิติออกมาจากนิ้วซากศพของควินซี่

***************

ถึงเวลารับของฟาร์มแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 706 พิชิตศิลาหางฟีนิกซ์

คัดลอกลิงก์แล้ว