เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 700 ปราสาทลอยฟ้า

ตอนที่ 700 ปราสาทลอยฟ้า

ตอนที่ 700 ปราสาทลอยฟ้า


ตอนที่ 700 ปราสาทลอยฟ้า

เซี่ยเฟยจ้องมองไปยังหินที่ลอยอยู่บนฟ้าอย่างพิจารณา และเขาก็ได้พบว่าลักษณะของมันควรจะเรียกว่าหินครีบฉลามมากกว่า โดยตัวหินแยกออกเป็นครีบ 3 ทางเหมือนกับการมองปลาฉลามจากด้านหน้า และตัวหินก็ปล่อยเปลวไฟออกมาตลอดเวลาทำให้มันกลายเป็นอาวุธที่ดูลึกลับมาก

“นั่นคือสมบัติของท่านเกรย์ มันคืออาวุธที่ทรงพลังมากที่แม้แต่ราชากฎก็ไม่สามารถที่จะต้านทานการจู่โจมของหินก้อนนั้นได้” จีเวนต์กล่าวด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นเซี่ยเฟยให้ความสนใจหินที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

“ผู้อาวุโสที่ฉันจะต้องรักษาชื่อคุณเกรย์งั้นเหรอ?” เซี่ยเฟยถามขึ้นมาด้วยความตกใจ

“ใช่แล้ว ผู้ป่วยที่คุณต้องรักษาในคราวนี้คือท่านเกรย์” โจอี้กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

เซี่ยเฟยพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม และเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้ในทันทีว่าชื่อนี้มันจะต้องเป็นชื่อปลอมของควินซี่แน่ ๆ

ในเวลาเดียวกันเมื่อเซธเห็นศิลาหางฟินิกซ์บนท้องฟ้า เขาก็ก้มศีรษะมองไปที่พื้นด้วยใบหน้าอันซีดเซียว ซึ่งมันเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าศิลาก้อนนี้เคยสร้างความเจ็บปวดเอาไว้ให้กับเขามากขนาดไหน

เซี่ยเฟยค่อย ๆ ใช้มือดึงเซธตามเขาไป และพยายามกระซิบบอกให้ชายร่างใหญ่ไม่จำเป็นจะต้องกังวล

หากมันมีการต่อสู้เกิดขึ้นจริง ๆ แม้ว่าเซธจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของควินซี่ แต่ชายคนนี้ยอมเป็นผู้ช่วยที่ดีของเซี่ยเฟยได้อย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็มีพลังเหนือกว่าเขามากและควินซี่ยังได้ครอบครองอาวุธมายาอย่างศิลาหางฟินิกซ์ด้วย ดังนั้นถึงแม้ว่าเซี่ยเฟยจะถือครองอาวุธอุปกรณ์ล้ำค่าอยู่อย่างมากมาย แต่การพยายามจัดการกับควินซี่มันก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับเขาอยู่ดี

เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในห้องโถงหลักแสงแดดที่ถูกหักเหด้วยปราสาทคริสตัลก็ทวีความร้อนภายในปราสาทแห่งนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเซี่ยเฟยก็สามารถสันนิษฐานได้เลยว่าอาการบาดเจ็บของควินซี่จะต้องเจ็บปวดมาก จนถึงขนาดที่เขาสร้างปราสาทคริสตัลขึ้นมาเพื่อบรรเทาอาการบาดเจ็บของตัวเองแบบนี้

ภายในห้องโถงเป็นลานกว้างที่มีที่นั่งตรงกลางถูกจับจองโดยชายร่างใหญ่ที่สวมหน้ากากนั่งอยู่

เหล่าบรรดาราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ทแต่ละคนต่างก็มีร่างกายที่ใหญ่โตมาก และชายคนนี้ก็มีขนาดร่างกายที่เล็กกว่าโอโร่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ว่ากันว่าพรสวรรค์ของชาวไลอ้อนฮาร์ทวัดกันที่ขนาดร่างกายของพวกเขาได้เลย

มันจึงหมายความว่าควินซี่คือหนึ่งในสมาชิกที่มีพรสวรรค์มากที่สุดภายในราชวงศ์ไลอ้อนฮาร์ทอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าหากไม่ใช่เพราะเขาถูกความโลภเข้าครอบงำ ในปัจจุบันเขาก็คงจะเป็นหนึ่งในผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์ไปนานแล้ว

ในฐานะที่เขาเป็นลูกศิษย์ของโอโร่ ในวันหนึ่งกฎแห่งชีวิตก็จะต้องถูกส่งต่อให้กับเขาแน่ ๆ ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่ศิลาหางฟินิกซ์ก็ยังมีโอกาสที่จะกลายเป็นของเขาด้วย มันจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องเริ่มลงมือในวันนั้นเลย

น่าเสียดายที่ควินซี่ใจร้อนเกินไปและต้องการครอบครองทุกสิ่งก่อนเวลาอันสมควร ยิ่งไปกว่านั้นเขายังลงมือสังหารพ่อแท้ ๆ ของตัวเอง จนทำให้โอโร่รู้สึกโกรธมาก และไม่สามารถที่จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว

จีเวนต์กับโจอี้คุกเข่าลงแสดงความเคารพต่อควินซี่ในทันที ขณะที่เซี่ยเฟยยังคงนิ่งเฉยโดยไม่แสดงท่าทีอะไร เพราะท้ายที่สุดตัวตนที่เขาแสดงออกไปในปัจจุบันคือนักปรุงยาผู้สูงศักดิ์ที่ไม่มีทางก้มหัวให้กับใครได้ง่าย ๆ

ในทางกลับกันเซธก็เกือบจะคุกเข่าลงตามพวกจีเวนต์ด้วยความตื่นตระหนก แต่เซี่ยเฟยได้ส่งสายตาห้ามเขาเอาไว้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาก็คงจะคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัวไปนานแล้ว

‘ไอ้คนขี้ขลาด’ เซี่ยเฟยแอบบ่นเซธภายในใจ เพราะราชากฎคนนี้แทบจะไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีในฐานะของนักรบอีกต่อไปแล้ว

“ผู้อาวุโส เขาคนนี้คือคุณหมออาเฟย” จีเวนต์เริ่มกล่าวแนะนำ

“เชิญนั่งก่อนสิ พอดีว่าฉันค่อนข้างเคยชินกับการอยู่คนเดียว ฉันต้องขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนให้คุณหมอมาหาที่บ้านฉันแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ฉันควรจะเป็นฝ่ายออกไปหาคุณหมอด้วยตัวเองแท้ ๆ” ควินซี่พูดด้วยความสุภาพ

ภายในปราสาทของควินซี่ไม่มีคนรับใช้ ดังนั้นโจอี้จึงต้องผันตัวไปเป็นคนรับใช้ที่ต้องคอยยกน้ำยกอาหารมาเสิร์ฟทุกคนเป็นการชั่วคราว

แม้ว่าจะได้พบกับควินซี่แล้วแต่เซี่ยเฟยก็ยังคงรักษาความสงบเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ขณะที่เซธยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวไม่หยุด มันจึงทำให้ชายหนุ่มแอบรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย เพราะถ้าหากควินซี่ค้นพบตัวตนของเขาก่อนที่เขาจะลงมือทำอะไร มันก็คงจะทำให้เรื่องในวันนี้ยากลำบากไปอีกมากพอสมควร

ถ้าเป็นไปได้เซี่ยเฟยก็ไม่อยากจะเผชิญหน้ากับควินซี่ด้วยเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดอีกฝ่ายก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่มานานนับแสนปี ประสบการณ์ของชายคนนี้จึงเป็นสิ่งที่เซี่ยเฟยไม่อาจคาดเดาได้ การพยายามใช้การรักษาเพื่อสังหารควินซี่จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดของเขาในเวลานี้

ศิลาหางฟินิกซ์เปรียบเสมือนกับสุนัขล่าเนื้อผู้ซื่อสัตย์ที่บินวนอยู่ในอากาศ 2-3 ครั้ง ก่อนที่มันจะกลับมาซ่อนตัวอยู่ด้านหลังควินซี่อย่างเงียบ ๆ ท้ายที่สุดศิลาก้อนนี้ก็มีจิตสำนึกเป็นของตัวเอง แล้วเนื่องจากมันอยู่อาศัยกับควินซี่มาเป็นเวลานาน มันจึงมีสติปัญญาไม่ด้อยกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเผ่าพันธุ์อื่น ๆ เลย

“ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นหมอเทวดาที่เพิ่งสามารถเอาชนะลาคูสมาได้ ในตอนแรกฉันก็คิดว่าคุณจะมีอายุมากกว่านี้เสียอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะยังเด็กมากขนาดนี้” ควินซี่กล่าวขึ้นมาเสียงดัง และเนื่องมาจากว่าเขาสวมหน้ากากเซี่ยเฟยจึงไม่สามารถสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายได้ แต่เมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงและแววตาชายหนุ่มก็ได้ข้อสรุปว่าควินซี่ยังคงระแวงตัวของเขาอยู่

“คุณเกรย์จะยกย่องผมเกินไปแล้ว ลาคูสเป็นหมอเทวดาที่มีใบรับรองนักปรุงยาระดับ 6 แล้วผมจะไปเทียบกับเขาได้ยังไง? เหตุผลที่ก่อนหน้านี้ผมชนะได้นั่นก็เป็นเพราะโชคช่วยเท่านั้นเอง” เซี่ยเฟยกล่าวอย่างถ่อมตัว

“คุณหมออย่าถ่อมตัวจนเกินไปเลย ตอนนี้ชื่อเสียงของคุณคงจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งแดนเนรเทศแล้ว ว่าแต่คุณเป็นลูกศิษย์ของใครงั้นเหรอ? แล้วทำไมคุณถึงได้มาที่แดนเนรเทศแห่งนี้ได้” ควินซี่กล่าวถาม

‘นี่เขายังอยากจะทดสอบฉันอีกงั้นเหรอ?’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ เพราะก่อนหน้านี้อีกฝ่ายก็คงจะรอดูท่าทีเขามาเป็นเวลานานแล้ว เขาจึงไม่คิดว่าควินซี่จะยังคงทดสอบเขาอีกครั้งแบบนี้

อันที่จริงการพยายามตรวจสอบความน่าเชื่อถือของอีกฝ่ายก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะในระหว่างที่เซี่ยเฟยกำลังจะวินิจฉัยอาการของคนไข้ ควินซี่จำเป็นจะต้องปลดการป้องกันภายในร่างกายของเขาลง

ซึ่งในเวลานั้นหากเซี่ยเฟยต้องการที่จะทำอันตรายเขาจริง ๆ มันก็จะทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาก นักรบที่ชาญฉลาดจึงมักจะตรวจสอบภูมิหลังของหมอที่จะทำการรักษาพวกเขาโดยละเอียดอยู่เสมอ

“คุณเกรย์อย่าเอาเรื่องในอดีตมาพูดเลย คุณก็น่าจะรู้ว่าถ้าหากมันเป็นไปได้มันก็คงจะไม่มีใครยอมละทิ้งดินแดนกฎมาอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้หรอก ดังนั้นฉันต้องขออภัยด้วยที่ฉันไม่สามารถตอบคำถามของคุณในเรื่องนี้ได้” เซี่ยเฟยกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

ควินซี่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เพราะสิ่งที่เซี่ยเฟยพูดออกมานั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องทุกประการ

คนที่อาศัยอยู่ในแดนเนรเทศมีเพียงแค่ 2 ประเภทเท่านั้น คนประเภทแรกคือลูกหลานที่เกิดขึ้นมาในดินแดนแห่งนี้ ขณะที่คนอีกประเภทคือผู้ที่ไม่เหลือที่ว่างให้พวกเขาอาศัยอยู่ในดินแดนกฎอีกต่อไป แล้วมันก็เป็นเรื่องปกติที่คนพวกนี้จะไม่ต้องการเล่าอดีตของตัวเองให้คนนอกได้รับรู้

หลังจากนั้นควินซี่ก็เริ่มถามคำถามเซี่ยเฟยไปเรื่อย ๆ ซึ่งชายหนุ่มได้เตรียมคำตอบทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว เขาจึงตอบคำถามทุกอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่ก่อให้เกิดข้อสงสัยใด ๆ

ควินซี่พยักหน้าหลายครั้งและความสงสัยภายในจิตใจของเขาก็ค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ

ทักษะในการแสดงของเซี่ยเฟยจัดอยู่ในระดับที่แนบเนียนมาก จนถึงขนาดที่ควินซี่ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่มานานนับแสนปีก็ยังไม่สามารถจับท่าทางการโกหกของเขาได้

อัจฉริยะส่วนใหญ่มักจะทำตัวหยิ่งผยอง ดังนั้นถ้าหากเซี่ยเฟยให้ความเคารพอีกฝ่ายมากจนเกินไป มันย่อมก่อให้เกิดความสงสัยขึ้นมาภายในใจของควินซี่อย่างแน่นอน เขาจึงพยายามทำตัวเป็นนักปรุงยาระดับสูงที่ไม่ค่อยจะแยแสต่อคนไข้ และถึงแม้ว่าควินซี่จะไม่อยากให้เขารักษาแต่เขาก็พร้อมที่จะเดินจากไปโดยไม่คิดที่จะหันหลังกลับมามอง

“เลิกพูดจาไร้สาระและฆ่าไอ้สารเลวนี่ไปได้แล้ว!” ตั้งแต่วินาทีแรกที่ควินซี่ปรากฏตัว โอโร่ก็ยังคงร้องคำรามให้เซี่ยเฟยสังหารควินซี่และฉีกกระชากร่างของอีกฝ่ายออกเป็นชิ้น ๆ แต่เซี่ยเฟยยังคงทำตามแผนการดั้งเดิมของตัวเองต่อไปและไม่ให้ความสนใจจอมปีศาจเฒ่าเลยแม้แต่น้อย

“ใจเย็น ๆ ผมฆ่าเขาแน่ แต่ผมขอใช้วิธีการของตัวเองได้ไหม?” เซี่ยเฟยกล่าวตอบกลับไปซึ่งมันก็ทำให้โอโร่ยอมเงียบเสียงลง

ระหว่างสนทนาควินซี่ก็ยังคงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่ในทันใดนั้นเขาก็จับจ้องมองไปยังเซธด้วยแววตาอันเย็นชา พร้อม ๆ กับที่ศิลาหางฟินิกซ์ระเบิดพลังออกมาจนทำให้อุณหภูมิภายในปราสาทเพิ่มขึ้นสูงอย่างฉับพลัน

การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในครั้งนี้ทำให้ทั้งเซี่ยเฟยและเซธรู้สึกตกตะลึง

เขามองเห็นเซธที่ปลอมตัวอยู่งั้นเหรอ?

เป็นไปไม่ได้! การปลอมตัวของเซธแนบเนียนมาก มันไม่น่าจะมีใครสามารถมองผ่านการปลอมตัวของเซธไปได้ง่าย ๆ

ทันใดนั้นเองเซี่ยเฟยก็จับจ้องมองไปยังเซธด้วยแววตาที่ดุร้ายเช่นเดียวกัน จนทำให้เซธยิ่งตัวสั่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว

เพียงแค่สายตาอาฆาตของควินซี่คนเดียวมันก็มากพอที่จะทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนเข่าอ่อนแล้ว แต่ในตอนนี้มันกลับได้มีแววตาสังหารมาจากเซี่ยเฟยเพิ่มอีกคน จนทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวจนแทบที่จะไม่สามารถขยับร่างกายของตัวเองได้

ในระหว่างนั้นจีเวนต์กับโจอี้ยังคงพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี โดยเขาไม่รู้เลยว่าภายใต้ความสงบนี้มันกำลังมีอันตรายก่อตัวขึ้นมาอยู่อย่างเงียบ ๆ

“ฉันว่าคนคุ้มกันของคุณหมอคนนี้ดูคุ้น ๆ นะ” ควินซี่กล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

‘นี่เขาต้องการที่จะโจมตีก่อนงั้นเหรอ?’ เซี่ยเฟยคิดกับตัวเองภายในใจ

***************

อย่าบอกนะว่าจำเซธได้?

จบบทที่ ตอนที่ 700 ปราสาทลอยฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว