เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 695 อ่อยปลาติดปู

ตอนที่ 695 อ่อยปลาติดปู

ตอนที่ 695 อ่อยปลาติดปู


ตอนที่ 695 อ่อยปลาติดปู

หลังจากเซี่ยเฟยกับลูคัสจากไป จีเวนต์กับโจอี้ก็ยังคงนั่งปรึกษากันอยู่ภายในกระโจม ขณะที่สาวใช้หลายคนยังคงยุ่งอยู่กับการเก็บกวาดอาหารที่เหลือ

อาหารในแดนเนรเทศเป็นสิ่งที่มีความล้ำค่าเป็นอย่างมาก และอาหารส่วนใหญ่ก็จำเป็นจะต้องนำเข้ามาจากดาวดวงอื่น ชาวบัลรอคจึงไม่เคยปล่อยให้มีอาหารเหลือ เพราะคนส่วนใหญ่จำเป็นจะต้องกินอาหารสังเคราะห์เพื่อให้ท้องอิ่มเท่านั้น อาหารจากธรรมชาติภายในกระโจมนี้จึงเป็นอาหารที่มีเอาไว้สำหรับผู้นำของเผ่าพันธุ์หรือแขกที่มีความสำคัญมากเท่านั้น

จีเวนต์โบกมือไล่สาวใช้ออกไปจากกระโจม ก่อนที่เขาจะชะโงกหน้าออกไปดูสภาพอากาศด้านนอกกระโจมที่ลมพัดค่อนข้างแรง

“วันนี้ฝนจะตกงั้นเหรอ?”

“ครั้งสุดท้ายที่ฝนตกมันก็เมื่อ 7 ปีที่แล้วเลยนะครับ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะให้ฝนมันตกลงมาเหมือนกัน” โจอี้กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมายังคมคืน

“นายคิดว่าลูคัสกำลังพยายามทำอะไรอยู่? ตอนแรกมันเห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ถูกกับอาเฟยมาก แต่ในงานเลี้ยงเขากลับพูดชมอาเฟยไม่หยุดราวกับจู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน” จีเวนต์กล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับคาง และถึงแม้ว่าภาพภายนอกเขาจะดูโง่เขลาอยู่เล็กน้อย แต่ความเป็นจริงเขาก็พอจะมีความเฉลียวฉลาดอยู่พอสมควร

“เรื่องนี้มันแปลกมากจริง ๆ ผมได้ยินมาว่าในระหว่างวันเขามักจะเดินทางไปที่กระโจมของอาเฟยพร้อมกับคนไข้ที่เขารักษาไม่ได้อยู่เสมอ และทุกครั้งที่เขากลับมายังกระโจมของตัวเองเขาจะจดบันทึกวัตถุดิบทุกอย่างที่อาเฟยใช้ รวมถึงคำพูดทุกคำพูดที่อาเฟยพูดกับคนไข้ด้วย” โจอี้ตอบ

“เขากำลังขโมยวิชาอยู่งั้นเหรอ? นี่ถ้าหากอาเฟยรู้ตัวพวกเขาจะไม่ทะเลาะกันอีกครั้งหรือยังไง?” จีเวนต์กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ลูคัสได้พ่ายแพ้ต่อเซี่ยเฟยอย่างสิ้นเชิง จีเวนต์กับโจอี้จึงไม่ได้ให้ความเคารพชายคนนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะท้ายที่สุดไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถบอกได้ว่าระหว่างลูคัสกับเซี่ยเฟยคนไหนมีความสำคัญมากกว่ากัน และสาเหตุที่พวกเขายังคงดูแลลูคัสอย่างดีแบบนี้นั่นก็เพราะชื่อเสียงดั้งเดิมของเขา

ท้ายที่สุดเจ้าโอสถอย่างลาคูสก็ไม่มีทางที่จะเดินทางมายังดินแดนอันห่างไกลของชาวบัลรอคอย่างแน่นอน พวกเขาจึงจำเป็นจะต้องเก็บรักษาความสัมพันธ์กับนักปรุงยาทุกคนเอาไว้ โดยเฉพาะนักปรุงยาชั้นยอดอย่างเซี่ยเฟย ที่วันหนึ่งชายหนุ่มคนนี้อาจจะทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกเขาปราศจากผู้ป่วยเรื้อรัง

“หัวหน้า ผมคิดว่าพวกเราไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่งเรื่องของพวกเขาหรอก โดยปกติเพื่อนร่วมงานก็มักจะทะเลาะกันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว และพวกเขาทั้งสองคนต่างก็เป็นนักปรุงยาที่พวกเราไม่อาจจะเข้าไปทำให้พวกเขาขุ่นเคืองได้”

“ดังนั้นตราบใดก็ตามที่พวกเขาไม่ได้สร้างเรื่องร้ายแรงให้กับเผ่าพันธุ์ของเรา ผมก็คิดว่าปล่อยให้พวกเขาจัดการเรื่องของตัวเองไปเถอะ” โจอี้กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

จีเวนต์ทำได้เพียงแค่ยักไหล่ เพราะสิ่งที่โจอี้พูดมามันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ท้ายที่สุดเผ่าพันธุ์บัลรอคของพวกเขาก็เป็นเพียงแค่เผ่าพันธุ์เล็ก ๆ ซึ่งถ้าหากว่าพวกนักปรุงยาไม่ได้ต้องการค่ารักษาจากพวกเขาแล้ว คนพวกนั้นก็ไม่ได้คิดที่จะเหลียวแลเผ่าพันธุ์ของพวกเขาด้วยซ้ำ

ไม่ว่ายังไงเซี่ยเฟยกับลูคัสก็อยู่คนละระดับกันกับพวกเขา ดังนั้นถึงแม้ชายทั้งสองคนนี้จะทะเลาะกัน แต่ชาวบัลรอคก็ไม่ควรจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของพวกเขา

“ถึงแม้ว่าพวกเราจะเข้าไปยุ่งกับความบาดหมางของนักปรุงยาทั้งสองคนไม่ได้ แต่เหตุการณ์นี้มันก็ทำให้เราได้พบกับโอกาสครั้งใหญ่นะครับ” โจอี้กระซิบข้างหูจีเวนต์เบา ๆ

“นายกำลังพูดถึงเรื่องของผู้อาวุโสงั้นเหรอ?” จีเวนต์กล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางอันเคร่งขรึม

“ใช่ครับ อย่างที่พวกเรารู้กันดีว่าผู้อาวุโสมีโรคร้ายที่มักจะสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาเป็นระยะ ๆ ถ้าหากเราช่วยให้เขาหายขาดจากอาการเจ็บป่วยนั้นได้ บางทีผู้อาวุโสก็อาจจะช่วยเหลือพวกเรากลับเป็นสิ่งตอบแทน” โจอี้กล่าว

“อย่าเลย นายก็น่าจะรู้ว่าผู้อาวุโสมีนิสัยแปลก ๆ ถ้าหากอาเฟยรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้มันก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าอาเฟยไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้จริง ๆ บางทีพวกเราก็อาจจะเสียชีวิตไปตลอดกาลเลยก็ได้นะ” จีเวนต์กล่าวพร้อมกับส่ายหัวซ้ำ ๆ

“หัวหน้าตอนนี้เผ่าพันธุ์อื่น ๆ ได้ยินชื่อเสียงของอาเฟยแล้วนะครับ ถ้าหากว่าเราไม่แนะนำอาเฟยให้ผู้อาวุโสรู้จัก พวกคนจากเผ่าพันธุ์อื่นก็คงจะแนะนำอาเฟยให้ผู้อาวุโสรู้จักอยู่ดี ผมไม่คิดว่าเราควรจะมอบโอกาสนี้ไปให้กับเผ่าพันธุ์อื่น”

“นอกจากนี้สิ่งที่พวกเราจำเป็นจะต้องทำมีเพียงแค่การแนะนำอาเฟยให้ผู้อาวุโสเท่านั้น ส่วนผู้อาวุโสจะตัดสินใจรักษาหรือไม่รักษาเรื่องนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของผู้อาวุโสเอง ในกรณีนี้ไม่ว่าการรักษาจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ผู้อาวุโสก็คงจะคิดในใจว่าพวกเราพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับเขาแล้ว”

“เอาล่ะเดี๋ยวฉันจะลองติดต่อไปหาผู้อาวุโสดู” จีเวนต์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“หัวหน้าอย่าลังเลเลย เชื่อผมเถอะว่าเรื่องนี้มันจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี คุณก็น่าจะรู้ว่าอาเฟยเป็นหมอที่เก่งกาจมากแค่ไหน บางทีเขาอาจจะรักษาอาการบาดเจ็บของผู้อาวุโสได้ หรือช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้กับผู้อาวุโสสักหน่อยก็ยังดี” โจอี้กล่าว

จีเวนต์เปลี่ยนเครื่องแต่งกายไปใส่ชุดทางการ ก่อนที่เขาจะกดปุ่มเพื่อเปิดทางไปสู่ห้องลับที่ซ่อนอยู่ใต้กระโจมโดยให้โจอี้รอคอยอยู่ด้านนอก

หลังจากนั้นจีเวนต์ก็หยิบเข็มทิศมิติออกมาจากแหวนมิติ ก่อนที่เขาจะเริ่มกรอกหมายเลขติดต่อบนเข็มทิศมิติในทันที

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานภาพหน้าจอก็ปรากฏขึ้น โดยอีกฝั่งคือนักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทที่สวมใส่หน้ากากสีทองบนใบหน้าเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตาอันดุร้าย

“สวัสดีครับท่านผู้อาวุโส” จีเวนต์กล่าวทักทายด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับคุกเข่าลงด้วยความเคารพ

“มีอะไร? ยืนขึ้นเถอะ” นักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทกล่าว

“ครับ” จีเวนต์กล่าวอย่างดีใจพร้อม ๆ กับลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง

“ไหน? นายติดต่อฉันมาทำไม?” นักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทเริ่มกล่าวถามอีกครั้ง

“ผู้อาวุโสผมมีข่าวดีที่จะมาแจ้ง ผมรู้ดีว่าผู้อาวุโสมีอาการบาดเจ็บเรื้อรังมันเลยทำให้ผมรู้สึกกังวลเรื่องของผู้อาวุโสอยู่ตลอดเวลา แต่โชคดีที่ในวันนี้โชคได้เข้าข้างพวกเราแล้ว เพราะมันได้มีนักปรุงยาที่เก่งกาจเทียบเท่ากับเจ้าโอสถเดินทางมายังเผ่าของพวกเรา”

“โดยชื่อของเขาคืออาเฟย และถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็กมากแต่เขากลับมีความสามารถเกินกว่าอายุของตัวเอง ถ้าหากว่าผู้อาวุโสสนใจผมสามารถนัดเวลาพบปะกับอาเฟยได้ บางทีเขาอาจจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของผู้อาวุโสได้บ้าง” จีเวนต์กล่าวด้วยน้ำเสียงประจบประแจง

“ดีมากที่นายยังนึกถึงฉันอยู่ แต่ว่าฉันรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว” นักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทตอบกลับ

“ผู้อาวุโสรู้เรื่องนี้แล้วเหรอครับ? สมแล้วที่ผู้อาวุโสคือเทพพิทักษ์ของพวกเรา มันไม่มีเรื่องอะไรที่ผู้อาวุโสไม่รู้เลยจริง ๆ” จีเวนต์กล่าวหลังจากสะดุ้งตกใจอยู่เล็กน้อย

“อาเฟยเก่งกาจมากขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?” นักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทกล่าวถาม

“อาเฟยเก่งกาจมากครับ ไม่อย่างนั้นผมก็คงจะไม่กล้าแนะนำเขาให้ผู้อาวุโสรู้จักแบบนี้ ก่อนหน้านี้มีเด็กคนหนึ่งในเผ่าของผมที่พื้นที่สมองส่วนที่ 7 ของเขาเกิดอาการอุดตัน และนักปรุงยาหลาย ๆ คนก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าอาการนี้ไม่สามารถที่จะรักษาได้อีกต่อไปแล้ว”

“แต่อาเฟยกลับสามารถรักษาอาการสมองอุดตันของเด็กคนนั้นได้อย่างง่ายดาย และยังช่วยให้เด็กคนนั้นสามารถเปิดพื้นที่สมองส่วนที่ 7 ออกมาได้อีกด้วย” จีเวนต์อธิบาย

เหตุการณ์นี้ทำให้นักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทชะงักค้างอย่างฉับพลัน เพราะถึงแม้ว่าพวกบัลรอคจะรู้ว่าเขาได้รับบาดเจ็บ แต่มันก็ไม่มีใครรู้ว่าอาการบาดเจ็บของเขาเกิดจากพื้นที่สมองส่วนที่ 7

ด้วยอาการบาดเจ็บนี้มันจึงทำให้เขาติดอยู่ที่ราชากฎขั้นที่ 7 มาเป็นเวลานานแล้ว และไม่ว่าเขาจะพยายามมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีความก้าวหน้าใด ๆ ในช่วงระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่ามันเป็นความเจ็บปวดที่สุดภายในชีวิตของเขา

สำหรับนักรบที่ปรารถนาจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น การที่พวกเขาไม่สามารถที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายเสียอีก

เมื่อได้เห็นว่าผู้อาวุโสเริ่มแสดงท่าทีสนใจ จีเวนต์ก็เริ่มอธิบายวีรกรรมของเซี่ยเฟยอย่างมากมายว่าชายหนุ่มเคยรักษาอาการอะไรไปแล้วบ้าง

“ฉันขอคิดเรื่องนี้ดูก่อน ย้อนกลับไปลาคูสก็ยังไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของฉันได้ อาเฟยคนนี้ยังเด็กมากและทักษะของเขาก็อาจจะยังดีไม่เท่าลาคูสด้วยซ้ำ” นักรบชาวไลอ้อนฮาร์ทส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ

“ผมแนะนำว่าผู้อาวุโสควรตัดสินใจโดยเร็วที่สุด เพราะอาเฟยอาจจะไม่ได้อยู่ภายในเผ่าของพวกเรานานมากนัก” จีเวนต์รีบกล่าวขัดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“เอาเป็นว่าฉันขอเวลาตัดสินใจอีกสัก 3 วันก็แล้วกัน”

ในเวลาเดียวกันกับที่จีเวนต์ติดต่อไปหานักรบชาวไลอ้อนฮาร์ท สถานการณ์ที่คล้าย ๆ กันก็เกิดขึ้นภายในกระโจมของลูคัส

ภาพในหน้าจอตรงหน้าของลูคัสคือภาพของชายชราหน้าเหลี่ยมผมขาวคิ้วดก โดยชายคนนี้นั่นก็คือลาคูส ผู้ซึ่งเป็นนักปรุงยาระดับ 6 ที่อาศัยอยู่ในดินแดนเนรเทศมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี

ลูคัสสนทนากับอาจารย์ของตัวเองด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับส่งสูตรน้ำยาของเซี่ยเฟยหลายชุดไปให้กับลาคูสด้วยแววตาอันเจ้าเล่ห์

ตอนแรกลาคูสไม่ได้อยากจะสนทนากับลูคัสอีกต่อไปแล้ว แต่เมื่อลูคัสส่งมอบสูตรน้ำยาพวกนี้ให้กับเขา มันก็ทำให้เขารู้สึกสนใจในสูตรน้ำยาแปลก ๆ นี้ในทันที

แม้ว่าลาคูสจะถูกยกย่องว่าเป็นเจ้าโอสถ แต่เขาก็ยังไม่เคยเห็นสูตรน้ำยาที่อันตรายแบบนี้มาก่อนเลย เพราะมันเป็นเสมือนกับดาบสองคมที่พร้อมจะฆ่าคนหรือรักษาชีวิตคนได้ตลอดเวลา

หลังจากที่เขาได้รับสูตรน้ำยาสูตรแรกมา เขาก็สั่งให้ลูคัสติดตามทุกการเคลื่อนไหวของเซี่ยเฟย และพยายามจดสูตรน้ำยาของเซี่ยเฟยมาให้กับเขาให้ได้มากที่สุด เพื่อที่เขาจะนำสูตรน้ำยาเหล่านี้ไปใช้ในการวิจัยเพิ่มวิธีการรักษาใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง

เมื่อได้รับโอกาสจากอาจารย์อีกครั้ง ลูคัสจึงพยายามตีสนิทเซี่ยเฟยเหมือนดั่งภาพในปัจจุบัน พร้อม ๆ กับแอบขโมยสูตรน้ำยาของชายหนุ่มมาส่งให้กับอาจารย์ในทุกค่ำคืน

“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?! ส่วนผสมพวกนี้มันสามารถเอาไปผลิตยารักษาได้ด้วยงั้นเหรอ?” ลาคูสกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างหนัก

เขามีประสบการณ์ในเรื่องการปรุงยามาเป็นเวลาหลายร้อยปี และเขาก็เชื่อว่าน้ำยาทั้งหมดที่เซี่ยเฟยปรุงขึ้นมานั้นต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นยาพิษ แต่ลูคัสก็ยังคงยืนยันว่ายาพวกนั้นสามารถใช้ในการรักษาได้จริง ๆ ลาคูสผู้เย่อหยิ่งจึงแทบที่จะไม่สามารถยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้

“นายไม่ได้โกหกฉันจริง ๆ ใช่ไหม?” ลาคูสถามด้วยความสงสัย

“ผมจะโกหกอาจารย์ไปทำไม ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจวิธีการปรุงยาของเขาเหมือนกัน แล้วมันก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงรีบติดต่อไปหาอาจารย์แบบนั้น” ลูคัสกล่าวตอบ

“เอาล่ะพรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปดูด้วยตัวเองว่าอาเฟยอะไรนั่นใช้ยาพิษในการรักษาผู้ป่วยได้ยังไง?” ลาคูสกล่าวพร้อมกับใช้มือทุบโต๊ะลงไปเสียงดัง

เซี่ยเฟยไม่รู้ตัวเลยว่าในระหว่างที่เขาพยายามอ่อยเหยื่อเพื่อจับปลาอย่างควินซี่อยู่นั้น จู่ ๆ มันกลับมีปูมาติดเหยื่อของเขาก่อนซะได้

***************

ไม่ว่าจะเรื่องอะไร พี่เฟยก็ชื่อเสียงโด่งดังหาตัวจับได้ยากเสมอ 555

จบบทที่ ตอนที่ 695 อ่อยปลาติดปู

คัดลอกลิงก์แล้ว